บทความทั่วไป สิงหาคม 54

สารบัญ

เนื่อเรื่อง

หน้า
ดาวดับอีกดวง Lucian Freud 1
จาก"นกเตน"ส่งต่อ"หมุ่ยฟ้า" 2
ความรู้ทางวิศวกรรม...ยกอุโบสถอายุ 459 ปี 6
อายุวัฒนะจากธรรมชาติ 7
สงสัยไหม ภาษาฮิปตัวย่อต่างๆ บนfacebook 8
ภาพประทับใจทายาทราชวงศ์ดัง โอรส-ธิดาองค์น้อยของแม่ 10
จลาจลพ่นพิษ 11
'ข้าวต้มเห็ดฟาง'ลดความดัน 12
มาแรง! "ฮอร์สแมนนิ่ง: แพลงกิ้งหัวขาด" 13
ปวดท้องน้อยเรื้อรัง 14
พยายามฆ่าตัวตาย 15
ฮือฮาเด็ก10ขวบ”ตายแล้วฟื้น” 18
รู้เท่าทัน 'ภาวะอ่อนแรงเฉียบพลัน' 21
เด็กรักสนุกของ Graciela Rodo Boulanger 22
นักจาริกเปลือยมิแคร์ติดคุก 23
หมึกยักษ์จอมขี้เล่นพ่นน้ำ 24
10 อันดับช็อตจูบดูดดื่มของคู่รักเขย่าโลกในวันแต่งงาน 31


 

วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ดาวดับอีกดวง Lucian Freud

โดย อายตนะ


เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา Lucian Freud จิตรกรชื่อดังชาวอังกฤษวัย 89 ปีได้เสียชีวิตลง นับเป็นความสูญเสียครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่งของวงการศิลปะหลังจากที่ได้สูญเสีย Cy Twombly ไปเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมนี้เอง


Lucian Freud เป็นจิตรกรชาวอังกฤษที่มีลีลาในการวาดภาพที่ไม่เหมือนใคร เขาชอบวาดภาพเหมือนของคน วาดเฉพาะใบหน้าอย่างเดียวหรือวาดทั้งตัวโดยใช้พู่กันขนาดใหญ่และสีหนาๆปาดให้เห็นรอยพู่กัน

Lucian Freud เกิดที่กรุง Berlin เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ.1922 มีบิดาเป็นชาว Austrian เชื้อสายยิวและเป็นบุตรของ Sigmund Freud นักจิตวิเคราะห์ (psychoanalysis)คนสำคัญของโลก ส่วนมารดาเป็นชาวเยอรมันเชื้อสายยิว ครอบครัวของเขาย้ายจากกรุง Berlin มาอยู่ที่กรุง London ในปี ค.ศ.1933 เพราะต้องการหนีพวกนาซีที่เกลียดชังชาวยิว ต่อมาในปี ค.ศ.1939 ครอบครัว Freud ก็ได้สัญชาติอังกฤษ




ในวัยเด็ก Lucian Freud เข้าเรียนที่โรงเรียน Darlington Hall School และโรงเรียน Bryanston จากนั้น ก็เรียนศิลปะต่ออีกหลายแห่ง คือ Central School of Arts London, Cedric Morris′ East Anglian School of Painting and Drawing และ Goldsmith College,University of London



Lucian Freud เริ่มชีวิตจิตรกรในปี ค.ศ.1943 ด้วยการวาดภาพประกอบหนังสือ ในขณะเดียวกัน เขาก็วาดภาพอื่นไปด้วย ภาพที่วาดในช่วงแรกๆส่วนใหญ่เป็นภาพทิวทัศน์ ต้นไม้ สัตว์

ในปี ค.ศ.1944 Lucian Freud ได้นำผลงานของเขาไปแสดงที่ Alex Reid & Lefevre Gallery จากนั้นในระหว่างปี ค.ศ.1946-1950 Lucian Freud ได้เดินทางไปกลับระหว่างกรุง London กับต่างประเทศคือ Paris ,Greece และ Dublin ครั้งละนานๆหลายๆเดือนเพื่อวาดภาพในช่วงเวลานี้เองที่ Lucian Freud ร่วมกับเพื่อนศิลปินจัดตั้งกลุ่มขึ้นมาเรียกว่า The school of London ประกอบด้วยศิลปินรุ่นราวคราวเดียวกันหลายคน รวมทั้ง Francis Bacon ศิลปินชื่อดังชาวอังกฤษ


ในช่วงระหว่างปี ค.ศ.1949-1954 Lucian Freud เป็นอาจารย์พิเศษสอนศิลปะ อยู่ที่ Slade School of Fine Arts ใน University College London ในช่วงเวลานี้เองที่เขาค้นพบตัวเองและเริ่มวาดภาพในแนวทางใหม่ สีน้ำมันบนผืนผ้าใบ พู่กันขนาดใหญ่ วาดเส้นหนาๆ ใช้สีหม่น ภาพส่วนใหญ่ที่ Lucian Freud วาดเป็นภาพเหมือนของคน เขาเริ่มจากการวาดภาพเพื่อนศิลปินของเขาก่อน ต่อมาก็วาดภาพญาติพี่น้อง คู่รัก และเด็กๆ


ในปี ค.ศ.1950 Lucian Freud เริ่มหันมาสนใจวาดภาพเปลือย ภาพทุกภาพที่เขาวาดใช้แบบที่เป็นคนจริงๆ แบบต้องมานั่งหรือนอนให้เขาวาดครั้งละ 3- 5 ชั่วโมง โดยเขาจะใช้ดินสอร่างแบบก่อน จากนั้นจึงค่อยๆลงสีทีละน้อยไปเรื่อยๆภาพเหมือนขนาดเล็กแต่ละภาพใช้เวลาวาดประมาณ 1 เดือน




ในระหว่างเดือนพฤษภาคม ค.ศ.2000 ถึงเดือนธันวาคม ค.ศ.2001 Lucian Freud วาดภาพเหมือนของ Queen Elizabeth แห่งอังกฤษโดยพระองค์เสด็จมาทรงนั่งเป็นแบบหลายครั้ง ภาพดังกล่าวถูกวิจารณ์มากจากสื่อมวลชนทุกแขนงว่าเป็นภาพวาดที่น่าเกลียด โดยเฉพาะส่วนคางที่มีเงาดำๆที่ถูกวิจารณ์มากว่าเป็นส่วนที่น่าเกลียดที่สุดของภาพวาดแต่อย่างไรก็ตาม ศิลปินจำนวนหนึ่งกลับชอบภาพวาดดังกล่าวเพราะอย่างน้อยก็แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญของผู้วาดที่แสดงความเป็นตัวของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่ มองเห็นอย่างไรก็วาดออกมาอย่างนั้น


ต่อมาในปี ค.ศ.2003 Lucian Freud วาดภาพเปลือย Kate Moss นางแบบชื่อดังที่กำลังตั้งครรภ์ ภาพดังกล่าวก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ลบอีกเช่นกัน



ภาพเหมือนของ Francis Bacon เป็นอีกภาพหนึ่งที่สร้างชื่อเสียงให้กับ Lucian Freud ภาพดังกล่าวเป็นภาพวาด 3 ภาพเรียงติดกัน แสดงให้เห็นสีหน้าของ Francis Bacon ในอารมณ์ต่างๆ ภาพดังกล่าวขายไปในราคา 37 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกาในการประมูลภาพวาดที่ Sotheby เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี่เอง


Lucian Freud เป็นคนที่ค่อนข้างเก็บตัว ตลอดชีวิตเขาให้สัมภาษณ์น้อยมาก ไม่มีแม้กระทั่งประชาสัมพันธ์ส่วนตัว เขาชอบที่จะทำงานอยู่เงียบๆกับแบบของเขาที่ห้องทำงานซึ่งอยู่ที่บ้านที่ Holland Park การแสดงผลงานส่วนตัวของเขามีหลายครั้งในหลายประเทศ ล่าสุดคือที่ Centre Georges Pompidou ในกรุง Paris เมื่อปี ค.ศ.2010


ชีวิตส่วนตัวของ Lucian Freud นั้นค่อนข้างเหลวแหลก เขามีลูกกว่า 40 คนที่เกิดจากผู้หญิงจำนวนมาก ทั้งที่เป็นภรรยาที่ส่วนใหญ่แล้วอยู่กันได้ไม่นาน ทั้งที่เป็นนางแบบ และยังมีสาวสังคมและขุนนางอีกมากที่เป็นแม่ของลูกของ Lucian Freud



Lucian Freud เป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งของอังกฤษ แม้ภาพวาดของเขาส่วนใหญ่จะดูห่างไกลจากคำว่า สวยงามในสายตาของคนทั่วไป แม้ภาพวาดบางภาพของเขาจะดูสกปรก น่ากลัว น่าขยะแขยง จนทำให้ภาพเปลือยที่เขาวาดไม่อาจสร้างความรู้สึกทางเพศใดๆให้กับผู้ดูที่เป็นคนปรกติได้เลย แต่ภาพวาดของ Lucian Freud ก็มีเอกลักษณ์ในตัวของตัวเอง ยากที่จะมีจิตรกรผู้ใดเทียบเท่า

อายตนะ
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้
1 สิงหาคม 2554

หน้า 2

วันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2554

จาก"นกเตน"ส่งต่อ"หมุ่ยฟ้า" ทำความรู้จักชื่อ "พายุ" ความหมาย ชาติไหน(ผู้)ตั้ง

เล่นเอาช่วงนี้หลายจังหวัดทางตอนเหนือ และอีสาน ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครอ่วมไปตามๆ กัน เมื่อ อิทธิพลของพายุ นกเตน ที่ซัดเข้าถล่มหลายๆประเทศ เริ่มจากฟิลิปปินส์ เวียดนาม ลาว รวมถึงไทย ให้ต้องช้ำระกำหนัก กับฝนที่ตกไม่หยุด ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมสร้างความเดือดร้อนอย่างมากถึงมากที่สุดให้กับบ้านเรือนประชาชน รวมถึงพื้นที่ทำการเกษตร สาธารณูปโภค และถนนหนทางได้รับความเสียหาย ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ตั้งแต่เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา จวบเข้าต้นสิงหาคม


หลายคนคงสงสัย กับความแปลกของเจ้าพายุโซนร้อนที่ชื่อ นกเตน นี้ ว่ามันมีที่มาอย่างไร เกี่ยวอะไรกับนกหรือไม่ แล้วเกณฑ์ในการตั้งชื่อเอามาจากไหน ?? และทำไมพายุบางลูกถึงมีระดับรุนแรง ขณะที่บางลูกถึงแผ่วเบา ฯลฯ

ทุกอย่างล้วนมาที่มาเกี่ยวกัน อย่างไร ?

เกณฑ์การตั้งชื่อพายุ

การตั้งชื่อพายุหมุนเขตร้อน ตามหลักการ เดิมพายุเฮอร์ริเคนที่เกิดในแถบทะเลแคริบเบียนนั้นจะตั้งชื่อนักบุญเป็นภาษาสเปน แต่ต่อมาราวปลายศตวรรษที่ 19 ต่อต้นศตวรรษที่ 20 ก็มีนักพยากรณ์อากาศชาวออสเตรเลียชื่อ คลีเมนต์ แรกกี (Clement Wragge) เกิดความคิดในการตั้งชื่อพายุโดยใช้ชื่อคนทั่วไป โดยมี 2 แบบ แบบที่ 1 ใช้ชื่อสตรี ซึ่งเข้าใจว่าต้องการให้ฟังดูอ่อนโยน ส่วนแบบที่ 2 ใช้ชื่อนักการเมือง เพื่อเปรียบเปรยว่านักการเมืองคนนั้นนำความหายนะมาให้เช่นเดียวกับพายุหมุน


เมื่อถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 บรรดานักอุตุนิยมวิทยาในกองทัพอเมริกันซึ่งชอบใจวิธีตั้งชื่อพายุหมุนเขตร้อนตามชื่อสตรี ด้วยความคิดถึงก็นำชื่อของคู่รักหรือภรรยาของตนมาใช้เป็นชื่อพายุ แต่ภายหลังก็มีนักสิทธิสตรีในสหรัฐฯออกมาประท้วงว่าการตั้งชื่อพายุทำให้ภาพลักษณ์ของผู้หญิงโหดร้าย ภายหลังจึงมีการตั้งชื่อผู้ชายด้วย


จนกระทั่ง พ.ศ. 2543 ประเทศและดินแดนต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น 14 แห่งที่เป็นสมาชิกของคณะกรรมการพายุไต้ฝุ่นขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organizations Typhoon Committee) ลุกขึ้นมาจัดระบบการตั้งชื่อพายุหมุนเขตร้อนในแถบนี้ใหม่ โดยแต่ละประเทศ (หรือดินแดน) ได้ส่งชื่อพายุในภาษาของตนมาให้ประเทศละ 10 ชื่อ รวมทั้งสิ้นได้ 140 ชื่อ กำหนดให้ใช้ภาษาท้องถิ่นในแต่ละประเทศในการตั้งชื่อพายุ ได้แก่ กัมพูชา จีน เกาหลีเหนือ ฮ่องกง ญี่ปุ่น ลาว มาเก๊า มาเลเซีย ไมโครนีเซีย ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ ไทย สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม
สำหรับ ชื่อพายุจะแบ่งเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มละ 28 ชื่อ เรียงตามชื่อประเทศของลำดับตัวอักษรภาษาอังกฤษ เริ่มจากกัมพูชา เรื่อยไปจนถึงเวียดนามซึ่งเป็นอันดับสุดท้าย โดยไทยเราอยู่อันดับที่ 12 เมื่อใช้หมด 1 กลุ่มก็จะขึ้นชื่อแรกในกลุ่มที่ 2 เรียงกันเรื่อยไปจนครบทุกกลุ่ม แล้วจึงกลับมาใช้ชื่อแรกของกลุ่มที่ 1 ใหม่อีกครั้ง


ด้วยเหตุนี้ ทางกรมอุตุนิยมวิทยาจึงได้ตั้ง "คณะกรรมการพิจารณารายชื่อและความหมายของชื่อ" ขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนเสนอชื่อพายุในภาษาไทยที่ที่ประชุมของ "ศูนย์เตือนภัยพายุไต้ฝุ่นร่วม" (Joint Typhoon Warning Center (JTWC) ซึ่งตั้งอยู่ที่เกาะกวม ในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก โดยมีสมาชิกอีก 14 ประเทศในโซนเดียวกันมาร่วมประชุม จนได้ชื่อพายุของไทยตามลำดับได้แก่ พระพิรุณ ทุเรียน วิภา รามสูร เมขลา มรกต นิดา ชบา กุหลาบและขนุน

ชุดที่ 1

ชุดที่ 1

ชื่อพายุ

ความหมาย

ที่มา (ประเทศ)

ดอมเรย

Damrey

ช้าง กัมพูชา

ไห่คุ้ย

Haikui

ดอกไม้ทะเล จีน

ไคโรจิ

Kirogi

ห่านป่า (ฝูงนกที่อพยพมาเกาหลีในฤดูใบไม้ร่วงและอพยพจากไปทางตอนเหนือในต้นฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งมีพฤติกรรมคล้ายกับพายุไต้ฝุ่น) เกาหลีเหนือ

ไคตั๊ก

Kai-tak

ชื่อสนามบินเก่าของฮ่องกง ฮ่องกง (จีน)

เทมบิง

Tembin

คันชั่ง; กลุ่มดาวคันชั่ง ญี่ปุ่น

โบลาเวน

Bolaven

ชื่อที่ราบสูงทางภาคใต้ของลาว ลาว

ซานปา

Sanba

ชื่อสถานที่ในมาเก๊า มาเก๊า (จีน)

เจอลาวัต

Jelawat

ชื่อปลาน้ำจืด มาเลเซีย

เอวิเนียร์

Ewiniar

ชื่อเทพเจ้าแห่งพายุ (ภาษาพื้นเมืองของเกาะชุก) ไมโครนีเซีย

มาลิกซี

Maliksi

คำคุณศัพท์ในภาษาฟิลิปิโน แปลว่า "เร็ว" ฟิลิปปินส์

เกมี

Gaemi

มด เกาหลีใต้

พระพิรุณ

Prapiroon

ชื่อเทพเจ้าแห่งฝน ไทย

มาเรีย

Maria

ชื่อผู้หญิงในภาษาชามอร์โร (ภาษาพื้นเมืองเกาะกวมและหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา) สหรัฐอเมริกา

เซินติญ

Son Tinh

เทพเจ้าแห่งขุนเขาในเทวตำนานของเวียดนาม เวียดนาม

โบพา

Bopha

ชื่อดอกไม้; ชื่อเด็กหญิง กัมพูชา

หวู่คง (หงอคง)

Wukong

ชื่อลิงในตำนานที่เดินทางไปกับพระถังซัมจั๋งและคณะ เพื่อไปอัญเชิญพระไตรปิฎกที่อินเดีย จีน

โซนามุ

Sonamu

ต้นสน เกาหลีเหนือ

ซานซาน

Shanshan

ชื่อหญิงสาว ฮ่องกง (จีน)

ยางิ

Yagi

แพะ; กลุ่มดาวแพะทะเล ญี่ปุ่น

หลี่ผี

Leepi

ชื่อน้ำตกที่สวยที่สุดทางตอนใต้สุดของลาว ลาว

เบบินคา

Bebinca

ชื่อขนมพุดดิงของมาเก๊า มาเก๊า (จีน)

รุมเบีย

Rumbia

ปาล์มสาคู มาเลเซีย

ซูลิก

Soulik

ตำแหน่งหัวหน้าเผ่าโบราณของเกาะโปนเป ไมโครนีเซีย

ซิมารอน

Cimaron

วัวป่าในฟิลิปปินส์ ฟิลิปปินส์

เชบี

Jebi

นกนางแอ่น เกาหลีใต้

มังคุด

Mangkhut

ชื่อผลไม้ ไทย

อูตอร์

Utor

แนวพายุฝนฟ้าคะนอง (ภาษาพื้นเมืองของหมู่เกาะมาร์แชลล์) สหรัฐอเมริกา

จ่ามี


ชุดที่ 2

ชุดที่ 2

ชื่อพายุ

ความหมาย

ที่มา (ประเทศ)

กองเรย

Kong-rey

ชื่อสาวงามในตำนาน; ชื่อภูเขา กัมพูชา

ยู่ทู่

Yutu

กระต่ายในตำนาน จีน

โทราจิ

Toraji

ชื่อต้นไม้ มีดอกสวยงาม พบในหุบเขาของเกาหลี รากใช้ทำอาหารและยา เกาหลีเหนือ

มานหยี่

Man-yi

ชื่อช่องแคบ ปัจจุบันใช้เป็นอ่างเก็บน้ำ ฮ่องกง (จีน)

อุซางิ

Usagi

กระต่าย; กลุ่มดาวกระต่ายป่า ญี่ปุ่น

ปาบึก (ปลาบึก)

Pabuk

ชื่อปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ ลาว

หวู่ติ๊บ

Wutip

ผีเสื้อ มาเก๊า (จีน)

เซอปัต

Sepat

ปลาน้ำจืดซึ่งมีครีบเล็ก ๆ สำหรับคลาน มาเลเซีย

ฟิโทว์

Fitow

ชื่อดอกไม้สวย มีกลิ่นหอม (ภาษาพื้นเมืองของเกาะยาป) ไมโครนีเซีย

ดานัส

Danas

ประสบ; รู้สึก ฟิลิปปินส์

นารี

Nari

ดอกไม้ เกาหลีใต้

วิภา

Wipha

ชื่อผู้หญิง ไทย

ฟรานซิสโก

Francisco

ชื่อผู้ชายในภาษาชามอร์โร (ภาษาพื้นเมืองเกาะกวมและหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา) สหรัฐอเมริกา

เลกีมา

Lekima

ชื่อผลไม้ เวียดนาม

กรอซา

Krosa

ปั้นจั่น กัมพูชา

ไห่เยี่ยน

Haiyan

ชื่อนกทะเล จีน

โพดอล

Podul

ต้นหลิว (ต้นไม้ที่มักพบในเกาหลี) เกาหลีเหนือ

เหล่งเหลง

Lingling

ชื่อหญิงสาว ฮ่องกง (จีน)

คะจิกิ

Kajiki

ชื่อปลาทะเลที่เกล็ดจะเปลี่ยนสีเมื่อพ้นน้ำ; กลุ่มดาวปลากระโทงแทง ญี่ปุ่น

ฟ้าใส

Faxai

ชื่อผู้หญิง ลาว

เพผ่า

Peipah

ชื่อปลาสวยงามชนิดหนึ่งที่นิยมเลี้ยงในมาเก๊า มาเก๊า (จีน)

ตาปาห์

Tapah

ชื่อปลาน้ำจืด มาเลเซีย

มิแทก

Mitag

ชื่อผู้หญิง (ภาษาพื้นเมืองของเกาะยาป); "ดวงตาของฉัน" ไมโครนีเซีย

ฮากิบิส

Hagibis

รวดเร็ว; ว่องไว ฟิลิปปินส์

โนกูรี

Noguri

สุนัขพันธุ์ราคูน เกาหลีใต้

รามสูร

Rammasun

ชื่อยักษ์ในเทพนิยายไทย ไทย

มัตโม

Matmo

ฝนตกหนัก สหรัฐอเมริกา

หะลอง

Halong

ชื่ออ่าวที่สวยงามแห่งหนึ่งในเวียดนาม เวียดนาม

ชุดที่ 3

ชุดที่ 3

ชื่อพายุ

ความหมาย

ที่มา (ประเทศ)

นากรี

Nakri

ชื่อดอกไม้ กัมพูชา

ฟงเฉิน

Fengshen

ชื่อเทพเจ้าแห่งลม จีน

คัลเมจิ

Kalmaegi

นกนางนวล (สัญลักษณ์แห่งท้องทะเล) เกาหลีเหนือ

ฟองวอง

Fung-wong

ชื่อยอดเขา แปลว่า "นกฟีนิกซ์" ฮ่องกง (จีน)

คัมมุริ

Kammuri

มงกุฎ; กลุ่มดาวมงกุฎเหนือ ญี่ปุ่น

พันฝน

Phanfone

สัตว์ ลาว

หว่องฟง

Vongfong

ตัวต่อ (แมลง) มาเก๊า (จีน)

นูรี

Nuri

นกแก้วชนิดหนึ่ง มาเลเซีย

ซินลากอ

Sinlaku

ชื่อเทพธิดาในนิยายของชาวเกาะคอสไร ไมโครนีเซีย

ฮากุปิต

Hagupit

เฆี่ยนตี ฟิลิปปินส์

ชังมี

Jangmi

กุหลาบ เกาหลีใต้

เมขลา

Mekkhala

ชื่อเทพธิดาในเทพนิยายไทย ไทย

ฮีโกส

Higos

มะเดื่อ (ภาษาพื้นเมืองเกาะกวมและหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา) สหรัฐอเมริกา

บาหวี่

Bavi

ชื่อทิวเขาในภาคเหนือของเวียดนาม เวียดนาม

ไม้สัก

Maysak

ชื่อต้นไม้ กัมพูชา

ไห่เฉิน

Haishen

ชื่อเทพเจ้าแห่งท้องทะเล จีน

โนอุล

Noul

แสงวาบ; ท้องฟ้าสีแดง เกาหลีเหนือ

ดอลฟิน

Dolphin

โลมาขาวที่อาศัยอยู่ในน่านน้ำฮ่องกงและเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของฮ่องกง ฮ่องกง (จีน)

คุจิระ

Kujira

วาฬ; กลุ่มดาววาฬ ญี่ปุ่น

จันหอม (จันทน์หอม)

Chan-hom

ชื่อไม้หอมชนิดหนึ่ง ลาว

หลิ่นฟ้า

Linfa

ดอกบัว มาเก๊า (จีน)

นังกา

Nangka

ขนุน มาเลเซีย

เซาเดโลร์

Soudelor

ชื่อหัวหน้าเผ่าในเทพนิยายของชาวเกาะโปนเป ไมโครนีเซีย

โมลาเว

Molave

ไม้เนื้อแข็งชนิดหนึ่ง นิยมใช้ทำเครื่องเรือน ฟิลิปปินส์

โคนี

Goni

หงส์ เกาหลีใต้

มรกต

Morakot

มรกต ไทย

เอตาว

Etau

เมฆพายุ (ภาษาพื้นเมืองของหมู่เกาะปาเลา) สหรัฐอเมริกา

หว่ามก๋อ

Vamco

ชื่อแม่น้ำในภาคใต้ของเวียดนาม เวียดนาม

ชุดที่ 4

ชุดที่ 4

ชื่อพายุ

ความหมาย

ที่มา (ประเทศ)

กรอวาญ (กระวาน)

Krovanh

ชื่อต้นไม้ กัมพูชา

ตู้เจี้ยน

Dujuan

ชื่อไม้ดอก จีน

มูจิแก

Mujigae

รุ้ง เกาหลีเหนือ

ฉอยหวั่น

Choi-wan

เมฆซึ่งมีสีสันสวยงาม ฮ่องกง (จีน)

คอบปุ

Koppu

ถ้วย; กลุ่มดาวถ้วย ญี่ปุ่น

กิสนา (กฤษณา)

Ketsana

ชื่อไม้หอมชนิดหนึ่ง ลาว

ป้าหม่า

Parma

อาหารชนิดหนึ่งของมาเก๊า ประกอบด้วยแฮม ตับไก่ และเห็ด มาเก๊า (จีน)

เมอโลร์

Melor

ดอกมะลิ มาเลเซีย

เนพาร์ตัก

Nepartak

นักรบผู้มีชื่อเสียงชาวเกาะคอสไร ไมโครนีเซีย

ลูปีต

Lupit

ความโหดร้ายทารุณ ฟิลิปปินส์

มีรีแน

Mirinae

ทางช้างเผือก เกาหลีใต้

นิดา

Nida

ชื่อผู้หญิง ไทย

โอไมส์

Omais

การเคลื่อนที่ไปรอบ ๆ (ภาษาพื้นเมืองของหมู่เกาะปาเลา) สหรัฐอเมริกา

โกนเซิน

Conson

ชื่อสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เวียดนาม

จันทู

Chanthu

ชื่อดอกไม้ กัมพูชา

เตี้ยนหมู่

Dianmu

เจ้าแม่สายฟ้า จีน

มินดอลเล

Mindulle

แดนดิไลออน ดอกไม้เล็ก ๆ สีเหลือง บานในฤดูใบไม้ผลิ สื่อถึงจิตใจที่อ่อนโยนและบริสุทธิ์ของสาวเกาหลี เกาหลีเหนือ

ไลออนร็อก

Lionrock

ชื่อหินบนเขาแห่งหนึ่งในฮ่องกง รูปร่างคล้ายสิงโตหมอบ ฮ่องกง (จีน)

คอมปาซุ

Kompasu

วงเวียน; กลุ่มดาววงเวียน ญี่ปุ่น

น้ำเทิน

Namtheun

ชื่อแม่น้ำสายหนึ่ง เป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขง ลาว

หม่าโหล

Malou

หินโมรา มาเก๊า (จีน)

เมอรันตี

Meranti

ชื่อต้นไม้ มาเลเซีย

ฟานาปี

Fanapi

หมู่เกาะปะการัง (อะทอลล์) เล็ก ๆ ไมโครนีเซีย

มาลากัส

Malakas

แข็งแกร่ง; เต็มไปด้วยพลัง ฟิลิปปินส์

เมกี

Megi

ปลาดุก เกาหลีใต้

ชบา

Chaba

ชื่อดอกไม้; ชื่อผู้หญิง ไทย

แอรี

Aere

ลมพายุ (ภาษาพื้นเมืองของหมู่เกาะมาร์แชลล์) สหรัฐอเมริกา

ซงด่า

Songda

ชื่อแม่น้ำในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเวียดนาม เป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำแดง เวียดนาม

ชุดที่ 5

ชุดที่ 5

ชื่อพายุ

ความหมาย

ที่มา (ประเทศ)

สาลิกา

Sarika

ชื่อนกชนิดหนึ่ง ชอบร้องเพลง กัมพูชา

ไหหม่า

Haima

ม้าน้ำ จีน

มิอะริ

Meari

เสียงสะท้อน (หมายถึง ทันทีที่เกิดพายุไต้ฝุ่น คำประกาศแจ้งของคณะกรรมการไต้ฝุ่นก็จะสะท้อนก้องไปสู่ประเทศสมาชิก) เกาหลีเหนือ

หมาง้อน

Ma-on

ชื่อยอดเขา แปลว่า "อานม้า" ฮ่องกง (จีน)

โทะคาเงะ

Tokage

สัตว์เลื้อยคลานจำพวกจิ้งจก ตุ๊กแก; กลุ่มดาวกิ้งก่า ญี่ปุ่น

นกเตน (นกกระเต็น)

Nock-ten

ชื่อนก ลาว

หมุ่ยฟ้า

Muifa

ดอกบ๊วย มาเก๊า (จีน)

เมอร์บุก

Merbok

ชื่อนกชนิดหนึ่ง มาเลเซีย

นันมาดอล

Nanmadol

โบราณสถานที่มีชื่อเสียงบนเกาะโปนเป ได้ชื่อว่าเป็น "เวนิสแห่งแปซิฟิก" ไมโครนีเซีย

ตาลัส

Talas

ความแหลม; ความคม ฟิลิปปินส์

โนรู

Noru

กวาง เกาหลีใต้

กุหลาบ

Kulap

ชื่อดอกไม้ ไทย

โรคี

Roke

ชื่อผู้ชายในภาษาชามอร์โร (ภาษาพื้นเมืองเกาะกวมและหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา) สหรัฐอเมริกา

เซินกา

Sonca

ชื่อนกชนิดหนึ่ง ชอบร้องเพลง เวียดนาม

เนสาด

Nesat

การทำประมง กัมพูชา

ไห่ถาง

Haitang

ชื่อผลไม้ของจีน จีน

นาลแก

Nalgae

ปีก (หมายถึงการโบยบิน เคลื่อนที่ เคลื่อนไหวอย่างมีอิสระ) เกาหลีเหนือ

บันยัน

Banyan

ชื่อต้นไม้ ฮ่องกง (จีน)

วาชิ

Washi

นกอินทรี; กลุ่มดาวนกอินทรี ญี่ปุ่น

ปาข่า

(ปลาข่า)

Pakhar

โลมาอิรวดีที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำโขงตอนล่าง ลาว

ซันหวู่

Sanvu

หินปะการัง มาเก๊า (จีน)

มาวาร์

Mawar

กุหลาบ มาเลเซีย

กูโชล

Guchol

ขมิ้น (ภาษาพื้นเมืองของเกาะยาป) ไมโครนีเซีย

ตาลิม

Talim

แหลมคมหรือด้านคมของใบมีด ฟิลิปปินส์

ทกซุริ

Doksuri

นกอินทรี เกาหลีใต้

ขนุน

Khanun

ชื่อผลไม้ ไทย

วีเซนเต

Vicente

ชื่อผู้ชายในภาษาชามอร์โร (ภาษาพื้นเมืองเกาะกวมและหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา) สหรัฐอเมริกา

ซาวลา


กฎน่ารู้

สำหรับชื่อพายุลูกใดที่มีความรุนแรงมากจนสร้างความเสียหายในบริเวณกว้างจะถูกยกเลิกไป และตั้งชื่อใหม่

ข้อตกลง พายุลูกถัดไปจะมีชื่อตามลำดับที่ตั้งไว้ เช่น พายุลูกปัจจุบันคือ นกเตน ลูกต่อไปก็จะชื่อ หมุ่ยฟ้า, เมอร์บุก, ... ไล่ไปตามลำดับ หากชื่อในชุดที่ 1 หมดก็ให้เริ่มที่ชื่อแรกในชุดที่ 2 ทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนหมดชื่อสุดท้ายในชุดที่ 5 จากนั้นนำชื่อพายุในชุดที่ 1, 2, 3, 4 และ 5 กลับมาใช้ซ้ำอีก

เมื่อ "นกเตน" ชื่อพายุจากประเทศลาว อ่อนกำลังลง เราคงต้องจับตา "หมุ่ยฟ้า" ซึ่งตั้งจาก "มาเก๊า" ที่เขาว่า อาจส่งผลกระทบกับประเทศไทยให้เผชิญฝนตกอีก(แล้ว)ก็คงได้แต่ภาวนา ให้อิทธิพล ลมฟ้า ลมฝน เพลาๆ ความรุนแรง เพื่อให้พี่น้องชาวไทยในหลายๆจังหวัดไม่ต้องเดือดร้อน เคราะห์ซ้ำ กรรมซัด กับภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นๆ อย่างที่เป็นสักทีเถิด...

***ขอขอบคุณข้อมูลจาก วิกิพีเดีย และกรมอุตุนิยมวิทยา

หน้า 3

วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2554

หน้า 4

วันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2554

หน้า 5

วันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2554

หน้า 6

วันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ความรู้ทางวิศวกรรม...ยกอุโบสถอายุ 459 ปี

“วัดแก้วฟ้า” เป็นวัดโบราณ สันนิษฐานว่าก่อสร้างสมัยช่วงกลางกรุงศรีอยุธยาราวปี พ.ศ. 2095 ในรัชกาลสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ตั้งอยู่ที่ ต.บางขนุน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี อายุราว 459 ปีแล้ว

อุโบสถวัดแก้วฟ้าปัจจุบันอยู่ในสภาพทรุดโทรมและมีปัญหาเรื่องน้ำท่วมทุกปี ระดับน้ำเคยท่วมสูงถึง 50 เซนติเมตร จากระดับ ทางเดินเท้ารอบอุโบสถ เป็นอุปสรรคต่อการเข้าไปปฏิบัติกิจของสงฆ์ ยากต่อการดูแลรักษาและยังทำให้ชำรุดทรุดโทรมยิ่งขึ้น พระครูปลัดไพศาล กิตฺติภทฺโท เจ้าอาวาส มีความเห็นว่าควรยกอุโบสถหลังนี้ขึ้นให้พ้นจากระดับน้ำที่เคยท่วมแล้วปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบให้ดูสวยงามเหมาะสมเป็นโบราณศาสนสถานให้ประชาชนได้เข้ามาทำบุญกราบไหว้หลวงพ่อใหญ่ที่เลื่องลือในความศักดิ์สิทธิ์รวมถึงได้ชมศิลปะอยุธยาช่วงตอนกลางที่มีอายุยืนยาวนานมาถึง 459 ปี

ฐานรากของอาคารก็ทำด้วยอิฐก่อทั้งหมด เคยมีความเข้าใจว่าสมัยก่อนการก่อสร้างอาคารหลังใหญ่ ๆ จะต้องนำท่อนซุงมาวางรองรับเป็นฐานราก แต่เท่าที่ขุดดินโดยรอบแล้วพบว่าอุโบสถวัดแก้วฟ้าไม่ได้วางอยู่บนท่อนซุงดังที่คาดไว้ ส่วนที่พบคืออิฐหักถมทับตลอดแนวผนังของอุโบสถ จากนั้นเป็นฐานรากอิฐก่อลักษณะเช่นเดียวกับผนังของอุโบสถวางทับลงบนอิฐหักโดยตรง ใช้เป็นฐานรากรองรับอุโบสถที่มีความสูงถึง 7 เมตร (สูงกว่าอาคาร 2 ชั้นในปัจจุบัน)

ลักษณะอาคารเช่นอุโบสถวัดแก้วฟ้านี้ในทางวิศวกรรมเรียกว่า “อาคารชนิดผนังรับน้ำหนัก (Load-bearing wall building)” อิฐก่อทุกก้อนที่ใช้ทำผนังจะเป็นตัวรับน้ำหนักจากหลังคา ส่งถ่ายแรงเป็นลำดับลงไปจนถึงฐานรากและส่งผ่านต่อจากฐานรากลงสู่ดินด้านล่าง การจะยกอาคารเช่นนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจเรื่องของการถ่ายแรง การขุดเจาะผนังแต่ละตำแหน่งต้องผ่านการวิเคราะห์ว่าสามารถทำได้หรือไม่ หากขุดเจาะผิดตำแหน่งจะทำให้อิฐก่อเกิดการขยับตัว บิดตัวหรือแตกหักออกจากกัน

ความยากของการยกอาคารผนังอิฐก่อที่มีอายุเก่าแก่เช่นนี้มีสองส่วน คือ ขั้นตอนการทำเสาเข็มเสริมเพื่อรองรับอาคารทั้งหลัง และการยกอาคารที่จะทำอย่างไรให้อาคารไม่เกิดการแตกร้าวเพิ่มขึ้นจากที่มีอยู่เดิม

เนื่องจากเป็นอาคารเก่ามีสภาพทรุดโทรมมากแล้ว เสาเข็มที่จะนำมาใช้ติดตั้งเพื่อรองรับอาคารต้องเลือกชนิดที่มีความแข็งแรงเพียงพอและขณะติดตั้งต้องไม่สั่นสะเทือนจนเป็นเหตุให้อาคารเกิดการแตกร้าว เสาเข็มที่เหมาะที่สุดคือเสาเข็มเหล็กที่ตัดต่อได้ง่ายและใช้วิธีการติดตั้งเสาเข็มลงดินด้วยแม่แรงไฮดรอลิก

การขุดเจาะฐานรากเดิมซึ่งเป็นอิฐก่อให้เป็นช่องลงไปเพื่อติดตั้งเสาเข็มใต้อุโบสถนั้นใช้วิธีการทำวงโค้งที่ผนังเหนือตำแหน่งขุดเจาะเพื่อถ่ายน้ำหนักออกไปด้านข้าง โดยเจาะทะลุผนังเป็นเส้นโค้งซึ่งมีขนาดตามที่ได้วิเคราะห์ตามหลักวิศวกรรมไว้ จากนั้นนำอิฐหักใต้วงโค้งออกทั้งหมดแล้วเทคอนกรีต เมื่อคอนกรีตแข็งตัวแล้วจะสามารถขุดดินลงไปด้านล่างเพื่อขุดเจาะฐานรากเดิมออกได้ ซึ่งการขุดดินจะทำได้เมื่อมีวงโค้งที่ผนังแล้วอย่างน้อยสองวง สำหรับการติดตั้งเสาเข็มใช้วิธีการนำแม่แรงไฮดรอลิกดันเข้าใต้แนวผนังของอุโบสถ ด้วยน้ำหนักของอุโบสถซึ่งหนักประมาณ 1,000 ตัน จะกดเสาเข็มเหล็กลงดินได้ เสาเข็มแต่ละท่อนมีความยาวประมาณ 1.00–1.50 เมตร และนำมาต่อกันด้วยการเชื่อมไฟฟ้า เสาเข็มจะถูกกดลงดินด้วยแม่แรงไฮดรอลิกจนได้ระดับความลึกที่สามารถรับน้ำหนักของอุโบสถได้

ความยากในส่วนที่สองนั้นคือการควบ คุมและตรวจวัดขณะทำการยกอุโบสถขึ้น การยกอุโบสถขึ้นโดยไม่ให้แตกร้าวจะใช้วิธียกระดับให้สูงขึ้นเท่า ๆ กันทุกตำแหน่ง เนื่องจากอิฐก่อที่มีสภาพเก่าเช่นนี้พร้อมจะแตกร้าวได้ง่ายขณะยกจึงต้องใช้เครื่องมือตรวจวัดทางอิเล็กทรอนิกส์ผสมกับการตรวจวัดพื้นฐานที่สามารถบ่งบอกความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ได้ทันที

การยกอุโบสถขึ้นเสร็จสิ้นแล้ว ท่านผู้ที่สนใจเข้าชมงานทางด้านวิศวกรรมที่นำมาประยุกต์ใช้ยกอุโบสถเก่าแก่ถึง 459 ปี ขอเรียนเชิญชมได้ที่วัดแก้วฟ้า.

ธเนศ วีระศิริ
เลขาธิการวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

หน้า 7

วันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2554

อายุวัฒนะจากธรรมชาติ

Pic_192050

น้ำผึ้งได้มาจากดอกไม้นานาพันธุ์.

สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ของคุณแม่ค่ะ เพราะใกล้จะถึงวันแม่แล้ว ทำให้ต้องรีบคิดว่าจะให้อะไร

คุณแม่ดี ถึงจะสื่อความรัก ความห่วงใยที่มีต่อแม่ได้ นึกไปนึกมาก็นึกได้อย่างหนึ่งค่ะ คือ “น้ำผึ้ง” เพราะน้ำผึ้งถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของความรักแท้ เป็นเวลาหลายพันปีมาแล้ว ที่มนุษย์เรารู้ว่าน้ำผึ้งเป็นความหวานบริสุทธิ์จากธรรมชาติ ก็เลยไม่แปลกที่คนโบราณตั้งแต่ยุคกรีก หรือยุคเก่าแก่ในอินเดียจะเห็นพ้องกันว่า น้ำผึ้งคือรักพิสุทธิ์ ประดุจดั่งความหวานอันทรงคุณค่า

ภายในถ้ำรังนก.

ภายในถ้ำรังนก.


เทพเจ้าแห่งความรักทั้งของฝั่งยุโรป และเอเชีย คือคิวปิด และกามเทพ ต่างก็ใช้ลูกศรจุ่มน้ำผึ้ง ที่จะแผลงไปปักอกให้คนรักกันหวานชื่นเหมือนความหวานของน้ำผึ้ง และแม้คนจำนวนมากจะมองความรักไปในเรื่องความ รู้สึกของหนุ่มสาว แต่หากเรามองให้ลึกซึ้ง ก็จะรู้ว่า รักที่แท้ รักแรกของชีวิตนั้น คือรักจากแม่ ดังนั้น ปราชญ์ตั้งแต่โบราณกาลจึงเชื่อว่า การมอบน้ำผึ้งให้คุณแม่ คือการตอบแทนรักแท้ที่เป็นหนึ่งเดียว

นั่นก็เพราะคนทั่วโลกรู้ดีว่า น้ำผึ้งเป็นหนึ่งในยาอายุวัฒนะซึ่งเป็นที่นิยมกันมานาน ถึงปัจจุบันนี้ ทั้งโลกของเรามีการผลิตน้ำผึ้งมากถึงปีละประมาณ 8 แสนตัน ส่วนใหญ่มาจากประเทศจีน ประเทศเก่าแก่ที่รู้ว่าน้ำผึ้งเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ และเหมาะจะมอบให้แก่คนที่เรารัก หรือชนชั้นสูง เช่น องค์จักรพรรดิ ที่จะเสวยน้ำผึ้งเพื่อพระพลานามัย ด้วยความเชื่อที่ว่าจะทำให้อายุยืน ชูกำลัง ป้องกัน หรือรักษาโรคเกี่ยวกับหลอดลม ลดการอักเสบ ลดไข้ บำรุงหัวใจ ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส ช่วยให้นอนหลับง่าย ฯลฯ

น้ำผึ้งเป็นยาอายุวัฒนะที่นิยมกันมานาน.

น้ำผึ้งเป็นยาอายุวัฒนะที่นิยมกันมานาน.


พูดเรื่องนอนหลับง่ายทำให้นึกถึงหญิงสูงศักดิ์ในประวัติศาสตร์ค่ะ คือพระนางซูสีไทเฮา มีบันทึกว่า พระนางมีปัญหา เรื่องการบรรทม พูดง่ายๆ คือ นอนไม่ค่อยจะหลับ แต่ในระยะหลังๆ อาการนอนไม่หลับของพระนางก็คลายลง เพราะพระนางโปรดการเสวยน้ำผึ้ง อาหารที่ถือว่าเป็นยาจากธรรมชาติ โดยพระนางจะบัญชาให้ผสมน้ำผึ้งในน้ำนมจนมีรสชาติกลมกล่อม นอกจากจะช่วยให้หลับง่ายแล้ว ยังน่าจะทำให้พระนางคงความงามได้นานกว่าใครๆด้วย

พุ่มต้นมานูก้ามานูก้า.

พุ่มต้นมานูก้ามานูก้า.


ส่วนหญิงงามที่เป็นที่เล่าลืออีกคนของโลก คือ พระนางคลีโอพัตราแห่งอียิปต์ ก็อาศัยน้ำผึ้งในการประทินโฉมด้วยเหมือนกัน นอกจากเสวยแล้ว พระนางใช้น้ำผึ้งผสมน้ำนมแล้วก้าวลงไปสรง หรืออาบ เหมือนอย่างที่เรามักจะได้ยินกันว่า อาบน้ำแร่แช่น้ำนมแล้วทำให้ผิวพรรณสดสวยนั่น แหละค่ะ แต่สำหรับพระ นางคลีโอพัตรา น้ำนมอย่างเดียวไม่พอ ต้องน้ำผึ้งด้วย เลยไม่ประหลาดใจเลยที่พระนางทรงงามสง่าเป็นที่กล่าวขานมาตลอดหลายพันปี

พูดถึงอียิปต์ เป็นประเทศที่ใช้น้ำผึ้งกันเยอะจริงๆ นอกจากการรับประทาน เข้าสูตรยาประทินโฉม ฯลฯ แล้ว ยังมีบันทึกว่า ชาวอียิปต์โบราณใช้น้ำผึ้งเพื่อฆ่าเชื้อเวลาที่ต้องทำการรักษาบาดแผลต่างๆ รวมไปถึงเป็นส่วนสำคัญในการทำมัมมี่ โดยนักบวชผู้เชี่ยวชาญจะชโลมน้ำผึ้งลงบนร่างของผู้วายชนม์ ก่อนจะพันผ้าทับเป็นชั้นๆ และน้ำผึ้งก็จะช่วยรักษาสภาพร่างกายมัมมี่ให้คงอยู่ทนทาน จนเราได้เห็นความมหัศจรรย์กันในปัจจุบัน

ดอกมานูก้า.

ดอกมานูก้า.


แต่หากจะสรรหาน้ำผึ้งที่ยอดเยี่ยมที่สุด คนทั้งโลกยกย่องกันว่า น้ำผึ้งที่ได้จากดอกมานูก้าประเทศนิวซีแลนด์ เป็นน้ำผึ้งที่มีคุณภาพดีที่สุดในโลก เป็นน้ำผึ้งอินทรีย์ ไม่มีสารเคมีเจือปน และมีสรรพคุณทางยาสูง ทำให้น้ำผึ้งมานูก้าเป็นน้ำผึ้งที่มีราคาสูงทีเดียวค่ะ และคาดว่าความนิยมในน้ำผึ้งมานูก้าจะมากขึ้นเรื่อยๆ จากกระแสรักสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ของออสเตรเลียที่ระบุว่า น้ำผึ้งมานูก้ามีสรรพคุณพิเศษที่เหนือกว่าน้ำผึ้งทั่วไปในการบำรุงผิว ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ต่อต้านอนุมูลอิสระและสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ดื้อยาปฏิชีวนะได้ ก็ยิ่งทำให้น้ำผึ้งมานูก้าทวีความสำคัญในตลาดโลก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เรียกสารที่พบในน้ำผึ้งมานูก้าว่า ยูนีค มานูก้า แฟคเตอร์ (Unique Manuka Factor)

แต่บางที คนที่ได้รับน้ำผึ้งไป ก็มีปัญหาเหมือนกันนะคะ คือไม่รู้จะรับประทานอย่างไร ถ้าเป็นสมัยก่อน อาจจะทานกันดื้อๆ คือยกซด หรือใช้ช้อนตักวันละช้อนสองช้อน แค่นี้ก็บำรุงสุขภาพได้เป็นอย่างดีแล้ว แต่ในโลกยุคนี้ คุณแม่ หรือผู้สูงอายุยุคใหม่ไม่ค่อยเคยชินกับการรับประทานน้ำผึ้งเพียวๆ ดังนั้น ถ้าจะให้ดี และรับประทานง่าย ก็ควรจะนำน้ำผึ้งไปผสมกับอาหารอื่นๆ ก่อน เช่น เอาไปทำขนม ผสมในเครื่องดื่ม ผสมในอาหาร เช่น ผสมในรังนก

รังนกคุณภาพเยี่ยมราคาสูง.

รังนกคุณภาพเยี่ยมราคาสูง.


ซึ่งรังนกผสมน้ำผึ้งไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหม่หรอกค่ะ เพราะคนจีนโบราณก็ใช้สูตรนี้กันมานานแล้ว โดยการนำรังนกผสมกับน้ำผึ้ง เพื่อให้เกิดความหวาน แล้วขึ้นโต๊ะเสวยเพื่อให้ฮ่องเต้ได้เสวยเป็นอาหารประเภทยาที่มีคุณค่า เนื่องจากนำเอาสุดยอดของบำรุงทั้ง 2 อย่างมารวมเข้าไว้ด้วยกัน กลายเป็นเมนูอายุวัฒนะจากธรรมชาติ ที่มีรสชาตินุ่มนวล หวาน หอม กลมกล่อม รังนกผสมน้ำผึ้งจึงเป็นอาหารชั้นสูง ที่ใช้บำรุงสุขภาพมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

พูดถึงรังนกผสมน้ำผึ้ง อย่างที่เล่าไปแล้วว่า น้ำผึ้งชั้นยอดที่สุดของโลก คือน้ำผึ้งมานูก้า ท่านผู้อ่านอาจจะสงสัยว่า เอ๊ะ...ถ้ามานูก้าเป็นน้ำผึ้ง “นัมเบอร์วัน” แล้วรังนกล่ะ แบบไหนคือรังนกที่ดีที่สุด

ตัวอย่างรังนกนางแอ่นชนิดต่างๆ.

ตัวอย่างรังนกนางแอ่นชนิดต่างๆ.


ก็ต้องขอให้ข้อมูลกันหน่อยค่ะว่า รังนกเองก็มีหลายประเภท คือ รังนกแดง ซึ่งมีความเชื่อผิดๆกันมานานว่า สีแดงที่เห็นเกิดจากเลือดของนก แต่จากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ เราได้ทราบกันแล้วว่า สีแดงในรังนกนั้น เกิดจากปฏิกิริยาเคมีกับสารประกอบประเภททองแดงบนผนังถ้ำ ทำให้รังนกบนเกาะนั้นเป็นสีแดงทั้งหมด อย่างไร ก็ตาม รังนกชนิดนี้ไม่เป็นที่นิยมมากนัก นอกจากนั้นก็มีรังนกดำ ที่เป็นรังนกคุณภาพต่ำ เพาะมีเศษขนนกเจือปนอยู่, รังนกบ้าน เป็นรังที่นกนางแอ่นมาสร้างไว้ตามชายคาบ้านทั่วไป เป็นรังนกที่มีสีขาว ขนาดเล็กและบาง

แต่หากจะพูดถึงรังนกที่เป็นที่นิยมมากที่สุด คือ รังนกเกาะ ซึ่งเป็น รังนกธรรมชาติที่มีคุณภาพดี โดยรังนกเกาะที่ดีที่สุดจะมีสีเหลืองอ่อนเรียกว่า “รังนกไหมทอง” ซึ่งจะมีเนื้อรังนกที่สะอาด เนื้อหนา และมีราคาสูงมาก

อาหารที่ปรุงจากรังนกนั้นเป็นที่นิยมของชาวจีนมาแต่โบราณ.

อาหารที่ปรุงจากรังนกนั้นเป็นที่นิยมของชาวจีนมาแต่โบราณ.


รังนกที่ดี เป็นอาหารบำรุงร่างกาย ช่วยลดอุณหภูมิ กระตุ้นเม็ดเลือดขาวให้ผลิตสารต่อต้านเชื้อแบคทีเรียและไวรัส รักษาอาการไอ หรือเจ็บคอ บำรุงปอดและหลอดลม ช่วยกระตุ้นการซ่อมสร้างเซลล์เยื่อบุผิว ฯลฯ รวมๆแล้วมีคุณสมบัติที่สอดคล้องกับน้ำผึ้งมากทีเดียวนะคะ ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะช่วยเสริมกันและกันได้อย่างยอดเยี่ยม

อาหารอายุวัฒนะจากธรรมชาติอื่นๆที่นิยมกัน โดยเฉพาะในความเชื่อเก่าแก่ของจีน ยังมีอีกหลายชนิด เช่น เขากวางอ่อน หูฉลาม ตะพาบน้ำ ฯลฯ ซึ่งส่วนใหญ่ก็หาทานได้ยาก ไม่สามารถรับประทานเป็นอาหารเพื่อบำรุงได้ทุกวัน

นี่ก็ใกล้ถึงวันแม่แล้ว ลูกๆทุกท่านควรเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้คุณแม่ เพื่อแสดงถึงความรักและความห่วงใย เพราะการมอบสุขภาพที่ดีก็เป็นของขวัญที่ล้ำค่ากว่าสิ่งใด.

หน้า 8

วันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2554

สงสัยไหม ภาษาฮิปตัวย่อต่างๆ บนfacebook- Twitter -BB-iPhone ฯลฯ แปลว่าอะไร ??

เดี๋ยวนี้ เวลาแชท โพสต์อะไร แสดงความในใจ ออกความคิดเห็น รู้สึกนึกคิดอย่างไร บนโลกไซเบอร์ ในยุคการสื่อสาร social network ต่างก็มี โค้ดลับ คำแปลกๆ จากภาษาเกิดขึ้นมากมาย หลายคนอาจสับสน บางคอมเม้นท์ของเพื่อน ขึ้นตัวย่อภาษาอังกฤษแบบแปลกๆ มาไม่เว้นแต่ละคำ ชวนทำให้มึนตึ้บ โดยเฉพาะเวลาแชทกับเพื่อนชาวต่างชาติ ที่ใช้ตัวย่อจัดเยอะ มาเต็ม ทั้งที่พอทราบความหมายบ้าง และไม่รู้ที่มาของมันบ้าง แต่ต้องแก้เก้อ เออออห่อหมกตามน้ำไปเรื่อยๆ ทำตัวเนียนๆ อินเทรนด์แสร้งว่าไม่ตกยุคกันไป

มติชนออนไลน์ จึงหยิบเอา ควาหมายของแต่ละคำตัวย่อ จากทั้งตามโพสต์ คอมเม้นท์ การแสดงความคิดเห็นต่างๆ หรือแม้กระทั่งการติดต่อสื่อสารพูดคุยแบบย่อๆ จากทั้งบนเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ เอ็มเอสเอ็น หรือแม้กระมั่งการคุยผ่าน แบล็คเบอร์รี่ ไอโฟนฯลฯ ซึ่งคุณ jokergameth เขารวบรวมคำแปลความหมายของแต่ละคำที่น่าสนใจ มาถ่ายทอดให้คุณผู้อ่านได้เก็ต คำไหนแปลว่าอะไร สื่อความหมายอย่างไร ไปค้นดูกันเลย

lol มาจาก lot of laugh / l0lz - laugh out loud

omg มาจาก oh my God

xoxo มาจาก Hugs and Kisses

hbd มาจาก Happy Birthday

tc มาจาก take care

tq มาจาก Thank You

i <3 u มาจาก I love you

ain′t มาจาก am not

aka มาจาก also known as

2m มาจาก tomorrow

b.f.f. มาจาก best friend forever

msg มาจาก message

comnt มาจาก comment

bf / gf มาจาก boyfriend / girlfriend

brb มาจาก be right back

4rm มาจาก from

igg มาจาก i gotta go

emo มาจาก emotional

faq มาจาก Frequently Asked Question

Rip มาจาก Rest in peace (ใช้ในการแสดงความไว้อาลัยให้ผู้เสียชีวิต)

heh มาจาก haha / 55 (55 นี่ ไทย เป็นผู้ริเริ่ม)

nu มาจาก new

re มาจาก reply

ps2 มาจาก Play Station 2

sis มาจาก sister

y2b มาจาก Youtube

yup มาจาก yes

zig มาจาก cigarette

*คำส่วนใหญ่ จะย่อจากพยางค์หน้าสุดของคำ ส่วนบางคำที่ใช้ตัวเลขแทน บางครั้งก็ใช้การอ่านออกเสียงที่เหมือนกัน เช่น 5n - fine หรือบางคำ ที่ใช้ ตัวเลขที่คล้ายกันตัวอักษร เช่น 9 เหมือนกับ g 9009l3 - Google


25 คำศัพท์วัยรุ่นที่พ่อแม่ควรรู้!

p911 - parent emergency (parent near)

CD9 Code 9 - means parents are around

หน้า 9

วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554

หน้า 10

วันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ภาพประทับใจทายาทราชวงศ์ดัง โอรส-ธิดาองค์น้อยของแม่

Pic_192998

เห็นบรรดาลูกๆ ของคนดังในวงการบันเทิงในไทย หรือระดับฮอลลีวูดมาก็เยอะ วันนี้ ' ไทยรัฐออนไลน์' เลยจัดภาพพิเศษสำหรับต้อนรับวันแม่ ซึ่งมีบรรดาเจ้าหญิงเจ้าชายองค์น้อยของราชวงศ์ต่างๆ ทั่วโลก มาให้ชมกัน ซึ่งสื่อถึงความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูก และความอบอุ่นในครอบครัวได้เป็นอย่างดี

 


เริ่มที่ราชวงศ์เดนมาร์ก เห็แล้วแต่อดอมยิ้มไม่ได้กับความน่ารักของพระโอรส และพระธิดาของ เจ้าชายเฟเดอริคและ เจ้าหญิงแมรี่ ที่ยังอยู่ในวัยที่กำลังเจริญเติบโต โดยทั้ง 2 มีอายุเพียง 2 และ 1 พรรษา ตามลำดับ

 


ทางด้านเจ้าหญิงเลติเซียแห่งสเปน ซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่มีสิริโฉมงดงามอย่างมาก พระองค์นอกจากทรงทำหน้าที่ของพระชายาที่ดีแล้ว ยังเป็นพระมารดาที่เอาใจใส่ลูกๆ อย่างมาก อย่างภาพที่เห็น พระองค์กำลังพาพระธิดาทั้ง 2 คือ เจ้าหญิงโซเฟียและเจ้าหญิงลีโอเนอร์ ไปชมงานเทศการแข่งเรือใบ

 


ทางฝั่งราชวงศ์ของเนเธอร์แลนด์ ก็มีทายาทองค์น้อยที่กำลังน่ารักน่าชังอย่างมาก ทั้งเจ้าหญิง อเล็กเซีย, เจ้หญิง อมาลีน และเจ้าหญิงเอเรียน ซึ่งเป็นพระธิดาของเจ้าหญิง แม็กซิม่าและเจ้าชายวิลเลียม อเล็กซานเดอร์

 


ขณะที่ราชวงศ์เบลเยี่ยมนั้น บรรดาเจ้าหญิงและเจ้าชายองค์น้อย ก็กำลังอยู่ในช่วงวัยเรียน และไล่เลี่ยกันมากทั้งเจ้าชาย กาเบรียล เจ้าชายเอมมานูเอล และเจ้าหญิงเอลิซาเบธพระโอรสและธิดาในเจ้าชายฟิลิปเป และเจ้าหญิง มาธิลเด

 


ท้ายสุดที่ฝั่งเอเชียบ้านเรากันบ้าง ซึ่งถือว่าเป็นครอบครัวในชนชั้นสูง ที่มีความอบอุ่นอย่างมาก เพราะทั้งเจ้าชายนารุฮิโตะ และเจ้าหญิงมาซาโกะนั้นมีพระธิดาเพียงพระองค์เดียวคือเจ้าหญิงไอโกะ ทั้ง 2 พระองค์จึงเอาใจใส่ให้ความรักพระธิดาอย่างเต็มที่ ตั้งแต่พระธิดายังเล็ก

 

Twitter : Sriploi_social

หน้า 11

วันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2554

จลาจลพ่นพิษ

Pic_193093

เหตุจลาจลครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษของอังกฤษ เริ่มบานปลายขยายวงกว้าง ตอนนี้ไม่เพียงแต่เกิดขึ้นในกรุงลอนดอนเท่านั้น แต่ยังลุกลามไปยังเมืองอื่นอย่างแมนเชสเตอร์ ลิเวอร์พูล เบอร์มิงแฮม และบริสตอล ซึ่งดูแล้วคงไม่ยุติง่ายๆ

สภาพกรุงลอนดอนยามนี้ไม่ต่างอะไรจากทะเลเพลิง อาคาร ร้านค้าถูกเผาวอดนับสิบแห่ง รถยนต์ รถเมล์ก็ถูกเผา มีการปล้นสะดมร้านค้า เหมือนบ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป

ไม่น่าเชื่อครับว่าประเทศอังกฤษ ซึ่งได้ชื่อว่าดินแดนแห่งเมืองผู้ดี จะเกิดเหตุจลาจลร้ายแรงเยี่ยงบ้านป่าเมืองเถื่อนเช่นนี้

ที่มาของเหตุจลาจลครั้งนี้ ว่าไปแล้วก็มาจาก “น้ำผึ้งหยดเดียว” แท้ๆ

หลังจากชายชาวอังกฤษเชื้อสายจาเมกาชื่อ นายมาร์ค ดักแกน วัย 29 ปี ถูกตำรวจยิงเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ในย่านทอตแนม ทางตอนเหนือของกรุงลอนดอน ตั้งแต่เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา

ต่อมาก็มีกลุ่มคนโดยเฉพาะวัยรุ่นออกมาชุมนุมเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับนายดักแกน ก่อนที่การชุมนุมจะบานปลายทวีความรุนแรง จนกลายเป็นจลาจลขั้นรุนแรงถึงกับจุดไฟเผาบ้านเรือนร้านค้า รถยนต์ รถเมล์ จนวอดวายเสียหายยับ แถมยังมีการปล้นสะดมร้านค้าทั่วกรุงลอนดอนด้วย

ล่าสุดเหตุจลาจลในกรุงลอนดอนครั้งนี้ยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 5 ติดต่อกันแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบไปทุกวงการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่เว้นแม้แต่วงการกีฬา โดยเฉพาะฟุตบอลลีกสูงสุดของอังกฤษ ที่กำลังจะรูดม่านเปิดฉากฤดูกาลใหม่อย่างเป็นทางการ ในวันเสาร์ที่ 13 ส.ค.นี้

พิษจากเหตุจลาจลในลอนดอนครั้งนี้ ทำให้ สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) ต้องตัดสินใจยกเลิกเกมกระชับมิตรทีมชาติระหว่างอังกฤษ กับฮอลแลนด์ ที่สนามเวมบลีย์ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นกับแฟนบอลได้

นอกจากนี้ เกมคาร์ลิงคัพ รอบแรก เมื่อคืนวันอังคารที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา ยังถูกยกเลิกการแข่งขันไปอีก 4 คู่ 4 สนาม ซึ่งได้แก่ ชาร์ลตัน พบเรดดิ้ง, เวสต์แฮมพบอัลเดอร์ชอต, บริสตอล ซิตี้ กับสวินดอน และคริสตัล พาเลซ กับครอว์ลีย์ ทาวน์

เท่านั้นไม่พอ ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

นัดเปิดฤดูกาลใหม่ สุดสัปดาห์นี้ อาจถึงขั้นงานกร่อย เพราะยังไม่แน่ว่าจะลงเตะครบทุกคู่ได้หรือไม่

เกมที่แข่งนอกเมืองหลวงคงไม่มีปัญหา น่าจะแข่งได้ตามปกติ แต่เกมที่เล่นกันในลอนดอนนี่สิครับ อาจต้องเลื่อนแข่งกันระนาว

ไม่ว่าจะเป็นเกมระหว่างสเปอร์สกับเอฟเวอร์ตันที่ไวท์ฮาร์ทเลน, ฟูแลมพบแอสตัน วิลลา และ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส พบโบลตัน วันเดอเรอร์ส
โดยสมาคมฟุตบอลอังกฤษ พรีเมียร์ลีก

และตำรวจ จะมีการประเมินสถานการณ์และตัด สินใจขั้นสุดท้ายว่าจะยกเลิกเกมในลอนดอนหรือไม่

หรือจะมีเกมคู่ไหนยกเลิกบ้าง ในวันพฤหัสฯที่ 11 ส.ค.นี้

ไม่แน่นะครับ พรีเมียร์ลีกนัดแรกของฤดูกาลใหม่อาจต้องเลื่อนแข่งยกกระบิก็ได้

เพราะทั้งนี้ทั้งนั้นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก หากมีแฟนบอลคนไหนได้รับลูกหลงจากเหตุจลาจลจนเสียชีวิต คงได้ไม่คุ้มเสียแน่นอน.

หมวดแซม

หน้า 12

วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2554

'ข้าวต้มเห็ดฟาง'ลดความดัน

อาหารที่เหมาะสำหรับคนป่วยและย่อยง่ายก็คือ ข้าวต้ม แต่ถ้าจะให้อาหารอ่อนๆ รสไม่จัดอย่างเมนูนี้มีประโยชน์มากขึ้น ‘มุมสุขภาพ’ แนะนำให้เติม ‘เห็ดฟาง’ ที่พกพาสรรพคุณในการป้องกันการติดเชื้อ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน แถมยังช่วยลดความดันโลหิตได้ เพราะในเห็ดฟาง อุดมไปด้วยวิตามินซีกับกรดอะมิโน และเมื่อรวมกับส่วนผสมอื่นๆ ในสูตร อาทิ ผักชี พริกไทย ก็ยังจะเป็นเมนูที่ดีต่อระบบย่อยอาหารด้วย ขณะที่ข้าวเจ้าก็จะให้พลังงาน ในกุ้งก็เป็นโปรตีน

ส่วนผสมของข้าวต้มเห็ดฟางมีดังนี้...

  • เห็ดฟาง 1 ถ้วย
  • กุ้งชีแฮ้ 1 ถ้วย
  • พริกไทยเม็ด 1 ช้อนชา
  • รากผักชี 2 ราก
  • ข้าวเจ้า 2 ถ้วย
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผักชี 2 ต้น
  • ต้นหอม 2 ต้น
  • กระเทียมเจียว 2 ช้อนชา


ขั้นตอนในการทำ เริ่มจากซาวข้าว 2-3 น้ำ แล้วต้มจนสุก ส่วนเห็ดฟางเมื่อล้างแล้วให้ผ่าครึ่ง กุ้งให้แกะเปลือกเด็ดหัวออก รวมทั้งผ่าหลัง ดึงเส้นดำออก จากนั้นสับกุ้งพอหยาบ ได้แล้วจึงนำไปเคล้ากับพริกไทยเม็ดและรากผักชีที่บุบมาพอแหลก

ต่อมาใส่กุ้งเคล้าเครื่องลงในหม้อข้าวต้ม เติมเห็ดฟาง จนกระทั่งน้ำเดือดให้เติมน้ำปลา ชิมรสชาติให้ออกเค็มนำเล็กน้อย สุดท้ายตักใส่ชามและโรยหน้าด้วยต้นหอม ผักชี และกระเทียมเจียว กินตอนอุ่นๆ คล่องคอดีทีเดียว.

หน้า 13

วันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2554

มาแรง! "ฮอร์สแมนนิ่ง: แพลงกิ้งหัวขาด" เทรนด์ถ่ายรูปแบบแผลงล่าสุด เริ่มระบาดในหมู่วัยรุ่น

สำนักข่าวประต่างประเทศเผยแพร่ภาพ ท่าถ่ายรูปสุดฮิตที่กำลังเป็นที่นิยมในโลกอินเตอร์เน็ต ซึ่งมีชื่อเรียกว่า ฮอร์สแมนนิ่ง (horsemaning) โดยการทำท่าเพื่อถ่ายรูปดังกล่าวนี้ คนหนึ่งจะปรากฎเฉพาะส่วนหัว ส่วนอีกคนปรากฏเพียงลำตัวไม่มีหัว เหมือนกับว่าเป็นร่างของคนเดียวกัน แต่ส่วนหัวได้หลุดออกไปจากตัว

ภาพการฮอร์สแมนนิ่งในยุคแรกๆ

ทั้งนี้การทำท่า ฮอร์สแมนนิ่ง (horsemaning) เคยเป็นวิธียอดนิยมสำหรับใช้ในการถ่ายรูปเมื่อสมัยปี 1920 ก่อนที่อินเตอร์เน็ตจะถือกำเนิดเสียด้วยซ้ำ และเชื่อว่าอาจจะได้รับความนิยมในไม่ช้า หลังจากการถ่ายรูปแบบ "แพลงกิ้ง" และ"โอวลิ่ง" ได้รับความนิยมไปก่อนหน้านี้แล้ว

แรงบันดาลใจเบื้องต้นของการทำ"ฮอร์สแมนนิ่ง" หรือ หัวขาดแบบหลอกๆ มาจากรูปที่ได้จากภาพถ่ายหนึ่งในช่วงปี 1920 ที่พบในตลาดแบกะดินแห่งหนึ่ง แต่ไม่ได้รับการเปิดเผยว่าเป็นที่ใด บางกระแสกล่าวว่า คำว่า"ฮอร์สแมนนิ่ง" มาจากชายหัวขาดบนหลังม้า หรือ"เฮดเลส ฮอร์สแมน" (Headless Horseman) จากนวนิยายของวอชิงตัน เออร์วิง เรื่อง "เดอะ ลีเจนด์ ออฟ สลีปปี้ ฮอลโลว์" (The Legend of Sleepy Hollow) ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1820

ภาพวาดชายหัวขาดบนหลังม้าจากหนังสือเรื่อง "The Legend of Sleepy Hollow" (ภาพ: Wikipedia)


ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตต่างหลั่งไหลเข้าเว็บไซต์ต่างๆโพสต์รูปนำเสนอความคิดสร้างสรรค์ในแบบฉบับของตนเอง ซึ่งขณะนี้ได้มีการตั้งแฟนเพจในเฟซบุ๊ก โดยใช้ชื่อกลุ่มว่า Horsemaning - Next Level of Planking เพื่อไว้สำหรับแชร์ภาพดังกล่าวอีกด้วย

โดยปกติแล้ว การโพสต์ท่าดังกล่าวจะต้องใช้คนอย่างน้อย 2 คน โดยคนหนึ่งจะโพสต์เป็นคนที่ไม่มีศีรษะ ขณะที่อีกคนจะโผล่มาเพียงแต่ศีรษะเท่านั้น

ภาพด้านบนเป็นภาพชายคนหนึ่งนอนเหยียดตัวโดยซ่อนศีรษะไว้หลังโซฟา ขณะเดียวกันก็ใช้มือป้อนเบียร์เข้าปากเพื่อนที่โผล่ออกมาเฉพาะศีรษะ ทำให้ดูเหมือนว่าเขายังคงสามารถดื่มเบียร์ได้แม้ถูกตัดศีรษะไปแล้ว

ทั้งนี้ดูเหมือนว่าโซฟาจะเป็นอุปกรณ์ยอดนิยมที่วัยรุ่นใช้สร้างสรรค์ภาพถ่ายแหวกแนวนี้ นอกจากนี้ยังมีรูปอื่นๆอีกมายมายที่โพสต์ท่าโดยใช้เฟอร์นิเจอร์และรถยนต์เป็นอุปกรณ์อำพราง

ขณะที่ในอีกภาพหนึ่งเป็นภาพของผู้หญิงคนหนึ่งที่นอนพาดกำแพงเตี้ยๆและซ่อนศีรษะเอาไว้ โดยที่เพื่อนของเธอโผล่ออกมาเพียงศีรษะ

ภาพ: Dailymail, Buzzfeed และ Facebook: Horsemaning - Next Level of Planking

หน้า 14

วันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ปวดท้องน้อยเรื้อรัง

เมื่อพูดถึงอาการปวดไม่ว่าจะปวดที่อวัยวะใด ก็ไม่มีใครอยากประสบพบเจอแน่นอน “อาการปวดท้องน้อยเรื้อรัง” ยิ่งเป็นปัญหาที่หลายคนไม่อยากพบเจอเช่นกัน เนื่องจากผู้ป่วยมักจะทนทุกข์ทรมานมาเป็นระยะเวลานาน อีกทั้งยังเป็นโรคที่รักษายาก

อาการปวดท้องน้อยเรื้อรัง พบมากในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายมาก ทั้งนี้อาจเป็นเพราะโครงสร้างทางร่างกายที่เอื้อต่อการเกิดความผิดปกติที่ทำให้เกิดอาการปวด อีกทั้งยังมีอวัยวะและระบบการทำงานของร่างกายที่เอื้อต่อการเกิดการปวดท้องน้อยเรื้อรังได้อีกด้วย โดยทั่วไปการปวดท้องน้อยเรื้อรัง เป็นอาการปวดบริเวณเชิงกราน ท้องน้อย หรือบริเวณใกล้เคียงเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน ผู้ป่วยหลายรายไม่สามารถประกอบภารกิจได้ตามปกติจากอาการปวด หลายคนต้องลาออกจากงาน เพราะเมื่อมีอาการปวดไม่สามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดตามปกติทั่วไป อีกทั้งยังมีความผิดปกติทางด้านจิตใจติดตามมา เช่น มีอาการซึมเศร้า หรืออารมณ์แปรปรวน

อาการปวดท้องน้อยเรื้อรัง มีลักษณะที่แตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น พยาธิสภาพของอวัยวะที่ทำให้เกิดอาการปวด หากเป็นอวัยวะด้านระบบสืบพันธุ์สตรี อย่างเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ก็จะมีอาการปวด เหมือนการปวดประจำเดือน แต่อาการปวดจะรุนแรงกว่า หากอาการปวดเกี่ยวข้องกับกระเพาะปัสสาวะก็จะเกี่ยวข้องกับการถ่าย-การอั้นปัสสาวะ ผู้ป่วยจะถ่ายปัสสาวะบ่อยมากและปวดมาก บางรายถ่ายปัสสาวะวันละ 40-50 ครั้ง หากอาการปวดมาจากลำไส้ ก็อาจจะมีอาการความผิดปกติในการขับถ่ายอุจจาระด้วย หรือหากปวดจากกล้ามเนื้อก็อาจจะปวดไปตามแนวกล้ามเนื้อนั้นและมักจะรู้สึกได้ว่าปวดตรงจุดไหน

จะเห็นได้ว่าอาการปวดท้องน้อยเรื้อรัง เป็นกลุ่มอาการที่เกิดได้จากหลายสาเหตุ อาการที่พบบ่อย เช่น กระเพาะปัสสาวะอักเสบแบบรุนแรง ซึ่งการอักเสบนี้ไม่ได้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียเหมือนการอักเสบโดยทั่วไป แต่เกิดจากน้ำปัสสาวะซึมผ่านเข้าสู่ชั้นกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะ ทั้งนี้ กระเพาะปัสสาวะตามปกติจะมีเยื่อเมือกบาง ๆ คลุมอยู่ มีส่วนในการป้องกันไม่ให้ปัสสาวะซึมเข้าสู่ผนังกระเพาะปัสสาวะ เพราะเกลือแร่ต่าง ๆ ในปัสสาวะจะส่งผลให้มีปฏิกิริยารุนแรงมาก ทำให้เกิดการปวด อาการปวดจากสาเหตุนี้มักจะมีอาการปัสสาวะบ่อยร่วมด้วย และปวดมากเมื่ออั้นปัสสาวะ จะทุเลาลงบ้างเมื่อถ่ายปัสสาวะเสร็จ

เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ที่มีเยื่อบุโพรงมดลูกมาเกาะอยู่นอกมดลูกในบริเวณเชิงกราน เช่น ผนังด้านนอกกระเพาะปัสสาวะ เยื่อบุช่องท้อง ผนังลำไส้ ก็ทำให้มีอาการปวด เมื่อมีการคั่งของเยื่อบุ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับวงรอบของฮอร์โมน สาเหตุอื่น ๆ ที่พบได้ เช่น การอักเสบของลำไส้ใหญ่ กล้ามเนื้อเชิงกรานอักเสบ ข้อต่อต่าง ๆ บริเวณเชิงกรานอักเสบ หรือแม้แต่ก้อนนิ่วบริเวณท่อไตส่วนล่าง ก็ทำให้มีอาการปวดร้าวลงมาที่เชิงกรานและท้องน้อยได้

วิธีการวินิจฉัย ภาวะปวดท้องน้อยเรื้อรัง ส่วนมากผู้ป่วยจะได้รับการพบแพทย์มาก่อน ซึ่งแพทย์จะทบทวนการตรวจวินิจฉัย ผลตรวจต่าง ๆ ผลเอกซเรย์ ยาที่ได้รับในอดีตว่ามีอะไรบ้าง การผ่าตัดบริเวณหลัง ท้องน้อย เชิงกรานต่าง ๆ เพราะอาจจะเกี่ยวข้องด้วยโรคนั้นเอง หรืออาจจะเป็นอาการข้างเคียง เช่นเกิดเนื้อเยื่อพังผืด คำถามต่าง ๆ ที่แพทย์จะถามซึ่งผู้ป่วยควรจะทบทวนและลำดับเหตุการณ์ให้ดีก่อน เพราะจะช่วยในการวินิจฉัยได้มาก เวลาที่มีอาการปวด อาการปวดเริ่มบริเวณใด ร้าวไปบริเวณใด มีกิจกรรมหรือเหตุการณ์อะไรทำให้ปวดมาก เช่น กลั้นปัสสาวะ มีเพศสัมพันธ์ เป็นต้น อาการปวดเกี่ยวข้องกับรอบเดือนหรือไม่ การเดิน การก้าวขา ทำให้ปวดมากขึ้นหรือไม่ ที่ผ่านมามีอะไรช่วยบรรเทาปวดบ้างหรือไม่ รับประทานอาหารอะไรแล้วทำให้ปวดมากขึ้นแพทย์จะทำการตรวจร่างกายโดยละเอียดตรวจภายใน ตรวจทางทวารหนัก สำรวจหาจุดปวด ตรวจเอกซเรย์ อัลตราซาวด์ ตรวจปัสสาวะ ส่องกล้องกระเพาะปัสสาวะ

หลังจากได้รวบรวมผลต่าง ๆ แล้ว หากได้การวินิจฉัยก็จะให้การรักษาไปตามจุด เช่น หากเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ก็จะให้การรักษาทางฮอร์โมน หากพบว่ากระเพาะปัสสาวะมีการอักเสบรุนแรงดังกล่าว ก็จะให้ยาระงับอาการปวดร่วมกับการใช้ยาใส่ในกระเพาะปัสสาวะ แต่ผู้ป่วยส่วนมากจะยังไม่ได้รับการวินิจฉัยโดยทันที ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง แต่แพทย์จะต้องระงับปวดก่อน บางครั้งต้องให้ยาแก้ปวดที่มีฤทธิ์แรงร่วมกับยากล่อมประสาท เพราะหลายครั้งที่อาการปวดจะถูกประทับในสมอง ทำให้มีอาการปวดเกิดขึ้นมาเองได้ สิ่งที่ผู้ป่วยจะสามารถช่วยแพทย์ได้ คือจะต้องสังเกตว่ามีเหตุใดที่กระตุ้นให้มีอาการปวดรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่ปวดจากเหตุของกระเพาะปัสสาวะที่จะต้องหลีกเลี่ยงอาหารหลายชนิด ที่ทำให้ปัสสาวะมีความเป็นกรดมาก จำพวกเนย สารปรุงรส อาหารรสจัด และประการสำคัญ อย่าเปลี่ยนแพทย์ผู้รักษาเร็วเกินไป เพราะหลายโรคไม่สามารถรักษาหายภายในเร็ววันได้ โรคบางชนิดอาจจะไม่มียารักษาโดยเฉพาะ แต่สามารถแก้ปัญหาจนอาการปวดลุล่วงได้ และหลายรายอาจจะต้องใช้การผ่าตัด ดังนั้นผู้ป่วยที่มีอาการปวดท้องน้อยเรื้อรังที่ยังไม่ได้พบแพทย์เฉพาะด้าน หรืออาจจะหมดหวังกับการรักษา ก็ควรมาพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรักษาต่อไป.

ศ.พน.วชิร คชการ
ศัลยแพทย์ระบบปัสสาวะ ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

* ประชาสัมพันธ์ข่าว * ศูนย์บริการวิชาการ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี จัดโครงการสร้างห้องปฐมพยาบาลให้กับโรงเรียนในถิ่นทุรกันดารเพื่อให้โรงเรียนมีห้องปฐมพยาบาลสำหรับการปฐมพยาบาลระดับเบื้องต้น โรงเรียนใดมีความประสงค์ต้องการห้องปฐมพยาบาลในโรงเรียนแจ้งความจำนงได้ที่ 0-2201-1542 ต่อ 119 หรือ e-mail อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้

หน้า 15

วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2554

พยายามฆ่าตัวตาย

เดลิเมล์ - ตามปกติแล้วเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินมักใช้วิธีปลอบโยนผู้กำลังคิดสั้นตายตัวตาย ซึ่งมันเป็นปฏิบัติการที่อ่อนไหวและต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก ทว่าหน่วยกู้ภัยในมลฑลส่านฉี มีไม้เด็ดกว่านั้น โดยหลอกล่อหญิงสาวคนหนึ่งก่อนผูกเธอโยงกับท่อระบายน้ำหลังเธอขู่กระโดดลงจากตึก

รายงานข่าวระบุว่า เหลียน เกา วัย 32 ปี ปีนขึ้นไปบนริมหน้าต่างของตึกแห่งหนึ่ง หลังอ้างว่าร้านอาหารของเธอถูกเจ้าหน้าที่ของเมืองซีอานคุกคามและขู่ปิด เพื่อจัดทำเป็นย่านสำนักงาน ทั้งนี้ดูเหมือนว่าเธอมีความตั้งใจจะกระโดดตึกฆ่าตัวตายจนกระทั่งเจ้าหน้าที่หน่วยฉุกเฉินเข้ามาพูดคุยกับเธอ

จากนั้นหน่วยกู้ภัยก็สามารถหยุดยั้งเธอจากความพยายามฆ่าตัวตายได้สำเร็จ เมื่อเจ้าหน้าที่รายหนึ่งพูดจาโน้มน้าวให้ผู้หญิงรายนี้ยอมให้พวกเขาผูกเธอโยงกับตึก โดยอ้างว่าเพื่อให้เธอได้พักเหนื่อยและทบทวนปัญหาต่างๆ

อย่างไรก็ตามเป็นที่แน่ชัดว่า แม้ เกา ยังแน่วแน่ต่อปฏิบัติการปลิดชีพตนเอง ความพยายามนั้นก็ต้องเป็นหมันเพราะแขนของเธอถูกมัดอยู่ ซึ่งต้องขอบคุณแผนอัจฉริยะที่คิดค้นโดยหน่วยฉุกเฉินที่สามารถช่วยเหลือเธอรอดพ้นจากความตายได้

ทั้งนี้ขาและเอวของเธอก็ถูกผูกโยงไว้กับท่อระบายน้ำเช่นกัน ซึ่งนั่นทำให้เจ้าหน้าที่ดึงเธอพ้นจากอันตรายได้โดยง่าย และหน่วยกู้ภัยนายหนึ่งเปิดเผยว่า "แม้ว่าเธอตัดสินใจกระโดดลงไป เธอก็ไม่สามารถทำได้ เพราะเราจะดึงเธอกลับขึ้นไป"

หน้า 16

วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2554

หน้า 17

วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2554

หน้า 18

วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ฮือฮาเด็ก10ขวบ”ตายแล้วฟื้น”

“น้องจ่อย” ป่วยหนัก นอนไอซียู 14 วัน แม่เชื่อตายไปแล้วฟื้นขึ้นมา “เจ้าตัว”บอกวิญญาณล่องลอยเห็นคนตาย-กระทะทองแดง ถูกส่งกลับเพราะยังไม่ถึงเวลาตาย

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 18 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่ามีเหตุการณ์ประหลาด เด็กตายไปแล้ว 14 วัน ฟื้นขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 62 ม.5 ต.มงคลธรรมนิมิต อ.สามโก้ จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นบ้านของ ด.ช.พิฆเนศ หรือน้องจ่อย คล้ายทอง อายุ 10 ปี ที่ป่วยเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่ว และเข้ารับการผ่าตัดหัวใจที่โรงพยาบาลเด็ก และเสียชีวิตไปแล้วฟื้นขึ้นมา

นางสมคิด คล้ายทอง อายุ 48 ปี แม่ของน้องจ่อย เล่าว่า น้องจ่อยเกิดมามีโรคประจำตัวหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นกระบังลมรั่ว ฝาผนังหัวใจรั่ว ลิ้นหัวใจรั่วทั้ง 4 ห้อง และเม็ดเลือดขาวและเม็ดเลือดแดงปนกัน ตนนำน้องจ่อยเข้ารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลสามโก้ จ.อ่างทอง ต่อมาโรงพยาบาลสามโก้ ได้ส่งตัวให้ไปทำการผ่าตัดหัวใจที่โรงพยาบาลเด็กที่กรุงเทพฯ ซึ่งน้องจ่อยเข้ารับการผ่าตัดเมื่อวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา ก่อนที่หมอจะทำการผ่าตัดหมอได้บอกให้ตนเตรียมใจไว้ก่อนแล้วว่าน้องจ่อยอาจแย่หรือเสียชีวิตก็ได้ แต่ตนก็ให้ทำการผ่าตัดเลย และหลังจากผ่าตัดกลับออกมา น้องจ่อยก็นอนรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู ตลอดเวลา 14 วัน

“น้องจ่อยใช้เครื่องช่วยหายใจมาตลอด พยาบาลที่มาตรวจพบว่าน้องจ่อยไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบใด ๆ ไม่มีความดันในร่างกาย ไม่หายใจ ตัวเย็นเฉียบ หมอและพยาบาลจึงบอกว่าน้องจ่อยตายไปแล้ว ฉันก็ได้แต่บอกหมอและพยาบาลว่าไม่ให้ถอดเครื่องช่วยหายใจ เพราะลูกอาจจะฟื้นขึ้นมาได้ เนื่องจากฉันได้ไปบนไว้หลายที่ จนมาเมื่อวันที่ 9 พ.ค. หมอได้มาว่าจะถอดเครื่องช่วยหายใจแล้วเพราะว่าเด็กตายแน่ ๆ แขนขาเขียวคล้ำไปหมด นิ้วมือและนิ้วเท้าแห้งจนแข็งดำ หงิกงอ ผิวหนังแห้งเกรียม โดยเฉพาะที่นิ้วเท้าด้านขวาแห้งจนหลุดออกมา ให้ฉันและญาติไปเตรียมเรื่องงานศพได้เลย ตนก็บอกว่าขอเวลาอีกวันหนึ่ง”

มารดาน้องจ่อย เล่าต่อว่า กระทั่งวันรุ่งขึ้น ก่อนที่หมอจะถอดเครื่องช่วยหายใจออก ตนได้สังเกตเห็นว่าใต้ตาของน้องจ่อยนั้นมีเหมือนเหงื่อซึมตามผิวหนังอยู่ และเท้ากระดิกได้ ตนจึงได้วิ่งไปบอกหมอและพยาบาลให้มาดู จากนั้นหมอและพยาบาลก็มาดูต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยบอกกับตนว่านี่ถือว่าสิ่งอัศจรรย์โดยไม่เคยพบเห็นมาก่อน จากนั้นจึงไปเอาที่วัดความดันมาวัด ก็พบว่าความดันเริ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ ตัวเริ่มอุ่นขึ้น ก็รีบช่วยกันรักษาพยาบาล

“หลังจากลูกชายฟื้นขึ้นมาทุกคนต่างดีใจ โดยช่วงที่น้องจ่อยนอนพักอยู่ในห้องไอซียู ยายของน้อยจ่อยได้ไปบนหัวหมู 25 หัว แต่ช่วงที่จุดธูป ธูปไม่ยอมติด จึงเปลี่ยนเป็นบนหัวหมู 50 หัว และจุดธูปใหม่จนติด และในที่สุดน้องจ่อยก็ฟื้นจนได้” มารดาเล่าจริงจัง


ด้าน “น้องจ่อย” เล่าให้ตนฟังว่า ตอนที่นอนอยู่นั้นเหมือนวิญญาณออกจากร่างล่องลอยไปที่ไหนไม่รู้ มีแต่หมอกควัน เห็นคนหลายคนโดนแทงบ้าง เห็นกระทะทองแดง จากนั้นก็พบตาที่ตายไปแล้ว 6 ปี มาหาบอกว่า “จ่อยมายังไง” จากนั้นก็เห็นผู้ชายและผู้หญิงเดินมาบอกตาว่าให้พาเด็กคนนี้ไปส่ง เพราะยังไม่ถึงเวลา สักพักหนึ่งในมือของน้องจ่อยก็มีแต่เงินเต็มไปหมด น้องจ่อยบอกว่ายังแบ่งให้ตาเลย แต่ตาก็ไม่เอา หยิบคืนให้ และรีบพาน้องจ่อยมาส่งที่ชั้น 2 ของโรงพยาบาล บอกว่าให้รีบไป เดี๋ยวจะไม่ทัน และเมื่อไปแล้วให้รีบเอาธูปที่มือออก จากนั้นตาก็หายไปทันที

อย่างไรก็ดี นพ.วิเชาว์ กอจรัญจิตต์ นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมทรวงอก สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี แพทย์เจ้าของไข้ ให้สัมภาษณ์ผ่านโทรศัพท์ว่า การผ่าตัดน้องจ่อยค่อนข้างยากมาก เพราะมีโรคแทรกซ้อนหลายอย่าง หลังการผ่าตัดพบว่าคนไข้อยู่ในขั้นวิกฤติ แนวโน้มช่วงแรกมีโอกาสเสียชีวิตค่อนข้างสูง แต่แพทย์ช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ รักษาด้วยยาที่ดีที่สุดจนกระทั่งเด็กเริ่มมีอาการดีขึ้นเรื่อยๆ ส่วนกรณีที่ญาติคนไข้เชื่อว่าเป็นการตายแล้วฟื้น คงไม่ใช่หัวใจหยุดเต้นแล้วฟื้นขึ้นมาใหม่ตามความเข้าใจของญาติคนไข้ อย่างไรก็ตาม คนไข้ยังมีอาการอีกหลายอย่างที่ต้องรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง เช่นอาการเนื้อที่ปลายมือปลายเท้าดำเพราะเนื้อตายไปแล้วเป็นต้น.

หน้า 19

วันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2554

หน้า 20

วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2554

หน้า 21

วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2554

รู้เท่าทัน 'ภาวะอ่อนแรงเฉียบพลัน' หมั่นสังเกตอาการ...ลดความเสี่ยง

สุขภาพดีเป็นสิ่งที่ทุกคนต่างปรารถนา การรู้เท่าทันต่อโรคภัยไข้เจ็บดูแลสุขภาพเตรียมความพร้อมไว้สิ่งนี้มีความหมายความจำเป็น

ยิ่งกลุ่มผู้สูงวัยที่มีความเสี่ยงหรือกำลังเผชิญกับ โรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูงหรือความดันเลือดสูง ควรดูแลสุขภาพใกล้ชิดและหากมีอาการผิดปกติ อย่างเช่น อ่อนแรงเฉียบพลัน อย่านิ่งนอนใจควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยแต่เนิ่น ๆ !!

อ่อนแรงเฉียบพลันจากสมองขาดเลือด อาการดังกล่าวพบในกลุ่มผู้สูงอายุ นพ.อนุสรณ์ โสฬสรุ่งเรือง รังสีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาท ศูนย์รังสีวินิจฉัยรัชวิภาเอ็มอาร์ไอเซ็นเตอร์ ให้ความรู้ พร้อมแนะนำถึงการดูแลรักษาสุขภาพ ลดเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงหลีกไกลจากอาการดังกล่าวว่า โรคดังกล่าวเป็นความผิดปกติทางระบบประสาทอย่างหนึ่งซึ่งผู้ป่วยจะมาด้วยอาการแขนขาอ่อนแรง ชา อาจจะมีอาการพูดไม่ชัด ปากเบี้ยว ฯลฯ ซึ่งในความผิดปกติจะอยู่ที่สมองเป็นส่วนใหญ่ อาจเกิดจาก สมองขาดเลือดและอีกอย่างหนึ่งคือมีเลือดออกในสมอง

“ในอาการสมองขาดเลือดมีสาเหตุจากความผิดปกติของหลอดเลือดสมอง อาจมีการตีบเนื่องจากมีไขมันไปพอกมีแคลเซียมเกาะหรืออาจมีการอุดตันของลิ่มเลือด เนื่องจากภาวะความผิดปกติของหัวใจ ขณะที่ภาวะเลือดออกในสมองมีหลายเหตุที่พบได้บ่อยคือความดันโลหิตสูง ส่วนสาเหตุอื่นที่อาจพบเจอในกลุ่มผู้ป่วยอายุน้อยอาจเป็นความผิดปกติของหลอดเลือดสมองแต่กำเนิดซึ่งสาเหตุทั้งหมดนี้ทำให้เกิดความผิดปกติของอาการที่เกี่ยวกับระบบประสาทซึ่งจะไปทำลายเนื้อสมองส่วนที่ควบคุมการทำงานของร่างกาย เกิดความอ่อนแรงขึ้นได้”

อาการอ่อนแรงเฉียบพลันที่เกิดขึ้นจึงไม่ควรมองข้ามควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย หากพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยเร็วเท่าไหร่ก็จะสามารถช่วยฟื้นฟูรักษาได้ทันท่วงที ดังที่ทราบ ช่วงที่สมองขาดเลือดเนื้อสมองอาจจะยังไม่ตายทันทีแต่การที่เลือดไปเลี้ยงสมองน้อยลงจะทำให้การทำงานมีความผิดปกติ ในทางตรงข้ามถ้าช่วยให้เลือดเลี้ยงสมองได้มากขึ้นก็จะช่วยฟื้นฟูให้กลับคืนสู่ปกติได้ แต่หากปล่อยทิ้งไว้สมองขาดเลือดนานก็อาจจะถูกทำลายทำให้มีอาการเหล่านั้นถาวร

“ภาวะอาการดังกล่าวพบได้บ่อยโดยมากมักเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัวอย่างเช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันเลือดสูง ในกลุ่มที่สูบบุหรี่ ดื่มสุรา ฯลฯ ก็อาจมีปัจจัยเสริมกัน ดังนั้นควรเพิ่มความระมัดระวังดูแลสุขภาพเตรียมความพร้อมไว้

ส่วนสัญญาณเตือนก่อนต้องเผชิญกับภาวะอ่อนแรงเฉียบพลันในผู้ป่วยบางคนอาจจะมีอาการเพียงเล็กน้อยอาจจะพบอาการแขนขาอ่อนแรงเมื่อตื่นขึ้นมา แต่ก็จะเป็นเพียงช่วงสั้น ๆ และจะหายไปหรือหากมีภาวะความเสี่ยงสมองขาดเลือดชั่วคราวก็จะมีอาการหายเป็นปกติได้ภายใน 24 ชม. แต่อย่างไรแล้วก็ถือเป็นความเสี่ยงเป็นเหมือนสัญญาณเตือนซึ่งไม่ควรนิ่งนอนใจควรได้รับการตรวจจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ”

นอกจากนี้บางครั้งอาจไม่มีการเตือนล่วงหน้า แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับปริมาณสมองที่ถูกทำลาย ถ้าถูกทำลายไปไม่มากอาการที่เกิดขึ้นก็อาจมีปรากฏเล็กน้อย แต่หากถูกทำลายไปมากก็จะมีกระบวนการต่าง ๆ ตามมา เช่น เซลล์จะบวมมากขึ้น เนื้อสมองแน่นขึ้น และเนื่องจากภายในกะโหลกศีรษะของคนเราจะมีเนื้อที่จำกัด หากสมองบวมจะยิ่งกดเบียดที่อันตรายสุดเป็นการเบียดดันร่นมาที่บริเวณสำคัญ ดังนั้นหากทราบเร็วได้รับการตรวจรักษาทันท่วงทีก็จะมีโอกาสมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้

ขณะที่ปัจจุบันมีเทคโนโลยีมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น ซีที สแกนหรือ เอ็มอาร์ไอ เครื่องมือช่วยการตรวจวินิจฉัยที่มีความก้าวหน้าสามารถตรวจได้อย่างรวดเร็วเข้าถึงซึ่งก็จะมีผลต่อการรักษาช่วยเหลือผู้ป่วยซึ่งการรักษาแต่ละโรคจะมีความต่างกัน อย่าง สมองขาดเลือด เลือดออกในสมอง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางสมองจะเป็นผู้วินิจฉัยในการรักษาและการรักษาอาการทางสมองแต่ละวินาทีมีความสำคัญ หากได้รับการวินิจฉัยได้รวดเร็วก็จะยิ่งส่งผลดีต่อผู้ป่วย

ดังนั้น หากพบว่ามีอาการชา อ่อนแรงอย่านิ่งนอนใจควรรีบมาพบแพทย์เพราะอาการที่ปรากฏนั้นไม่อาจทราบได้ว่าจะมีความผิดปกติของเนื้อสมองหรือความผิดปกติด้านใด มากน้อยแค่ไหนและถ้าปล่อยเนิ่นนานไปก็อาจจะยากต่อการแก้ไขให้กลับคืน

“อาการอ่อนแรงมีหลายระดับนับแต่กำมือไม่แน่น กำมือไม่ได้ไปจนกระทั่งถึงยกขาใช้มือขยับไม่ได้ซึ่งความอ่อนแรงนั้นคือไม่มีกำลัง อย่างปกติมือสามารถจะหยิบจับสิ่งของได้ แต่ในอาการดังกล่าวอาจหยิบจับแล้วหลุดออกจากมือหรือไม่สามารถหยิบจับได้ก็ไม่ควรประมาท อาการเหล่านี้จะต่างกันไปขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคหรือความผิดปกติของเนื้อสมองที่ได้รับความเสียหาย”

ด้วยที่สมองมีความหมาย ความสำคัญเช่นเดียวกับหัวใจ การจะหลีกไกลจากภาวะอาการดังกล่าวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญท่านเดิมให้คำแนะนำทิ้งท้ายว่า การควบคุมพฤติกรรมอาหารการกิน หมั่นตรวจวัดความดันตรวจสุขภาพประจำปีสิ่งเหล่านี้ต้องไม่ละเลย

เช่นเดียวกับเรื่องของการออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์หลากหลาย รวมถึงการพักผ่อนให้เพียงพอสิ่งเหล่านี้นับเป็นพื้นฐานที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดต่อเนื่องและยิ่งกลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ยงต้องเพิ่มความระมัดระวังรวมทั้งไม่มองข้ามกับอาการความผิดปกติที่เกิดขึ้น.

เคล็ดลับสุขภาพดี รู้จัก 5 โรคของผู้หญิงที่ป้องกันได้

ผู้หญิงวัยทำงานมักป่วย และมีโรคประจำตัวอยู่บ่อย ๆ เนื่องจากฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลงมากกว่าผู้ชาย แต่หากเรารู้จักอาการเริ่มต้นของโรคต่าง ๆ ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้ลุกลามถึงขั้นรุนแรงและสามารถรักษาได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ วันนี้เคล็ดลับสุขภาพดีมีเรื่องราวเกี่ยวกับ 5 โรคที่มักพบในผู้หญิงรวมทั้งวิธีการตรวจรักษามาบอกกล่าวให้ทราบกันค่ะ

โรคแรกคือ “โรคกระดูกพรุน” โดยเฉพาะผู้หญิงที่ประจำเดือนหมดก่อนอายุ 45 ปี ประจำเดือนไม่มีนานเกิน 1 ปี (ยกเว้นตั้งครรภ์) เคยผ่าตัดรังไข่ก่อนอายุ 50 ปี เคยกระดูกหักจากอุบัติเหตุแม้เพียงเล็กน้อย มีประวัติกระดูกหักในครอบครัว ทานยาสเตียรอยด์นานกว่า 3 เดือน โรคปวดตามไขข้อและโรคปวดบวมอักเสบ ผอมแห้ง น้ำหนักน้อย ส่วนสูงลดลงมากกว่า 3 ซม. แต่การตรวจเช็กสุขภาพกระดูกทุก 1 ปี จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุนได้ด้วยเครื่อง Bone Densitometry ตรวจความหนาแน่นของกระดูก โดยเฉพาะผู้หญิงวัยทองที่มีความเสี่ยงโรคกระดูกพรุน

โรคที่ 2 “โรคกรดไหลย้อน” ถือเป็นโรคฮิตคู่สาวออฟฟิศโดยเฉพาะคนที่ทำงานจนลืมเวลาทานอาหารหรือเมื่อถึงเวลาทานก็ทานอย่างรีบเร่ง แถมยังมีนิสัยกินจุบกินจิบ บ่งบอกได้ว่ากำลังเสี่ยงเป็นโรคกรดไหลย้อน มีอาการ คือ รู้สึกปวดแสบปวดร้อนบริเวณลิ้นปี่ กลางหน้าอก มักเกิดขึ้นหลังรับประทานอาหาร รู้สึกเปรี้ยวหรือขมในปากและคอ ท้องอืด จุกเสียด แน่นท้อง เจ็บหน้าอกที่ไม่ได้เกิดจากโรคหัวใจ กลืนติดขัดเหมือนมีก้อนจุกในคอ หากมีอาการแบบนี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจด้วยการส่องกล้องทางเดินอาหาร กลืนแป้งหรือตรวจวัดการบีบตัวของหลอดอาหารและตรวจวัดความเป็นกรดด่างในหลอดอาหารซึ่งได้ผลแม่นยำดีที่สุดในปัจจุบัน

โรคที่ 3 “โรคช็อกโกแลตซีสต์” ผู้หญิงไทยมีความเสี่ยงเป็นโรคช็อกโกแลตซีสต์สูงขึ้นโดยเฉพาะสาวโสด เนื่องจากเลือดประจำเดือนไหลย้อนกลับเข้าไปในรังไข่ผ่านทางหลอดมดลูกทำให้เกิดเป็นถุงน้ำและมีเลือดออกในถุง โดยเมื่อเลือดหยุดไหลน้ำก็ถูกดูดซึมกลับทำให้เลือดในถุงเข้มขึ้นจนกลายเป็นสีน้ำตาลเหมือนช็อกโกแลต โดยอาการจะปวดท้องมากเวลาที่มีประจำเดือนหรือก่อนและหลัง ประจำเดือนออกมาก ในรายที่เป็นระยะรุนแรงจะมีพังผืดเกิดขึ้นจำนวนมากเกาะหรือฝังตัวในท่อนำไข่หรือท่อนำไข่ถูกทำลายไป ทำให้ผู้ป่วยมีปัญหามีบุตรยากได้ ใครที่รู้ตัวว่ามีอาการที่กล่าวไปแล้วควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจเจอก่อนจะได้รักษาทันท่วงที

โรคที่ 4 “โรคความดันโลหิตสูง” เป็นโรคเรื้อรังของผู้หญิง โดยผู้หญิงที่เสี่ยงเป็นโรคมักมีอาการเครียด อ้วน อยู่ในวัยทอง ตั้งครรภ์ เป็นโรคไต มีประวัติคนในครอบครัวเป็น ดังนั้นควรระวังและไปพบแพทย์หากมีอาการปวดศีรษะบริเวณท้ายทอยในตอนเช้า บางครั้งใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะหาย อาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ใจสั่น เหนื่อยง่าย ปัสสาวะเป็นเลือด ตาพร่ามัว

และโรคที่ 5 “โรคมะเร็งเต้านม” ผู้หญิงที่เสี่ยงคือ ผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป มีประวัติมะเร็งเต้านมในครอบครัวที่เป็นญาติสายตรง มีประจำเดือนครั้งแรกก่อนอายุ 12 ปี หมดประจำเดือนช้ากว่าปกติคือหมดหลังอายุ 55 ปี ผู้หญิงที่ไม่มีลูกหรือมีลูกคนแรกเมื่ออายุมากกว่า 30 ปี ไม่เคยมีน้ำนมหรือไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยนมตัวเอง ผู้หญิงที่ทานยาคุมกำเนิดมากกว่า 10 ปี และได้รับฮอร์โมนทดแทนวัยทองมากกว่า 5 ปี ดังนั้นการตรวจด้วยเครื่องดิจิตอล แมมโมแกรมและอัลตราซาวด์เป็นวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมที่ได้รับการยอมรับว่าดีที่สุด สามารถลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมได้ โดยสตรีที่มีความเสี่ยงควรตรวจเต้านมด้วย ดิจิตอล แมมโมแกรม เป็นประจำทุกปี

หากสาว ๆ รู้ทันโรคภัยต่าง ๆ ที่จะถามหาเราแบบนี้แล้วก็ถือเป็นเกราะป้องกันชั้นแรก เพื่อนำไปสู่การตรวจรักษาในขั้นต่อไป เพราะหากเรารู้จักใส่ใจสุขภาพด้วยการตรวจทุกปี โรคร้ายต่าง ๆ ก็ไม่กล้ามากล้ำกราย.

(ข้อมูลจากโรงพยาบาลกรุงเทพ)

หน้า 22

วันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2554

เด็กรักสนุกของ Graciela Rodo Boulanger

มติชนออนไลน์

โดย อายตนะ


นักท่องเที่ยวที่ชอบสะสมภาพสวยๆไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของ postcard หรือ poster คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสามารถหาของเหล่านั้นได้มากที่สุดที่กรุง Paris ส่วนตัวแล้วทุกครั้งที่มีโอกาส ก็ชอบที่จะเข้าไปเดินดูภาพสวยๆแทบจะทุกร้านที่เดินผ่าน ร้านส่วนใหญ่ก็มักจะมีสินค้าที่ซ้ำๆกันที่นอกจากจะเป็นภาพดาราแล้ว ภาพเขียนก็เป็นที่นิยมอยู่ไม่น้อยทั้งภาพเก่าและใหม่ ภาพของศิลปินหลายคนได้รับความนิยมมาก รวมทั้งภาพของ Graciela Rodo Boulanger ที่ส่วนใหญ่เป็นภาพเด็กหน้ากลมกำลังสนุกสนานรื่นเริงอยู่ในอิริยาบถที่แตกต่างกัน ดูแล้วสบายตาสบายใจบอกไม่ถูก


Graciela Rodo Boulanger หรือในชื่อเดิมคือ Graciela Rodo Aparicio เกิดที่เมือง La Paz ประเทศ Bolivia ในปี ค.ศ.1935 เธอเกิดในครอบครัวที่รักศิลปะ มีแม่เป็นนักเปียโนอาชีพ ส่วนพ่อที่แม้เป็นนักธุรกิจแต่ก็เป็นผู้มีความรอบรู้ในงานศิลปะเป็นอย่างดี Graciela Rodo Boulanger จึงเติบโตมาในบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่ชื่นชมศิลปะ เธอมีความสุขในวัยเด็กมาก เป็นคนร่าเริง สนุกสนาน ความสุขในวัยเด็กของเธอจึงสะท้อนมาอยู่ในผลงานศิลปะของตัวเอง


Graciela Rodo Boulanger เริ่มเรียนเปียโนตั้งแต่เด็ก เธอเล่นได้ดีมาก พ่อของเธอจึงให้เปียโนกับเธอเมื่ออายุได้ 15 ปี ในขณะเดียวกับที่เรียนเปียโนนั้น Graciela Rodo Boulanger ก็วาดภาพไปด้วย แต่นานวันเข้า Graciela Rodo Boulanger กลับพบว่าตัวเองมีความสนใจวาดภาพมากกว่าเล่นเปีนโน ดังนั้น เมื่ออายุได้ 22 ปี Graciela Rodo Boulanger จึงตัดสินใจทุ่มเทให้กับการวาดภาพแต่เพียงอย่างเดียว

แต่ก่อนหน้านี้ Graciela Rodo Boulanger ก็ได้เคยแสดงผลงานเดี่ยวครั้งแรกในปี ค.ศ.1953 มาแล้วที่กรุง Vienna เธอวาดภาพจำนวนมากจนกระทั่งในปี ค.ศ.1961 จึงเดินทางไปกรุง Paris เพื่อเรียนศิลปะกับ Johnny Friedlander ศิลปินผู้โด่งดังและมีความชำนาญด้านการแกะสลักโลหะด้วยการใช้กรดกัดให้กร่อน (etching)



ที่กรุง Paris นี่เองที่ Graciela Rodo Boulanger พบรักและแต่งงานกับ Claude Boulanger นักการฑูตชาวฝรั่งเศสในปี ค.ศ.1962 หลังแต่งงาน สามีถูกส่งไปประจำการในตะวันออกกลางเป็นเวลา 18 เดือน Graciela Rodo Boulanger ซึ่งตามสามีไปด้วยก็ได้ให้กำเนิดบุตรสาวคนโตคือ Karine ซึ่งเกิดในปี ค.ศ.1963 ที่ประเทศ Lebanon



ต่อมาในปี ค.ศ.1966 Graciela Rodo Boulanger เดินทางกลับมาอยู่ที่กรุง Paris ซึ่งเธอก็ได้ให้กำเนิดบุตรสาวคนที่สองคือ Sandra ในปีนี้เองที่เธอรวบรวมผลงานที่ทำขึ้นไว้ทั้งหมด ทั้งในสมัยที่เรียนกับ Johnny Friedland และในช่วงเวลาที่อยู่ในตะวันออกกลางมาพิมพ์เป็นหนังสือรวมผลงานเล่มแรกของตัวเอง


ในปี ค.ศ.1979 Graciela Rodo Boulanger ได้รับแต่งตั้งจากสหประชาชาติให้เป็นศิลปินประจำปีแห่งเด็ก ภาพทอ 2 ภาพของเธอถูกนำไปติดไว้ที่ห้องโถงของอาคารสหประชาชาติ

 



ปี ค.ศ.1983 นับได้ว่าเป็นปีทองของ Graciela Rodo Boulanger เพราะนอกจากเธอจะได้นำผลงานจำนวนมากไปแสดงที่ The Museum of Modern Art of Latin America ในกรุง Washington D.C. แล้ว The Metropolitan Opera of New York ก็ยังนำเอาภาพของเธอไปทำเป็น poster ประชาสัมพันธ์อุปรากรเรื่อง The Magic Flute ของ Mozart อีกด้วย




จุดเด่นในภาพของ Graciela Rodo Boulanger อยู่ที่การวาดภาพเด็กที่ดูไร้เดียงสา หน้ากลม อยู่ในอิริยาบถที่สนุกสนานร่าเริง ไม่ก็เล่นดนตรีหรือเต้นรำ ใช้สีสดใสตัดไปตัดมา มีการใช้สี แสง ที่ดูสดใส ส่วนท่าทางของคนที่อยู่ในภาพรวมทั้งองค์ประกอบของภาพก็มีความลงตัวทำให้ภาพดูน่าสนใจ

สำหรับหน้าตาของเด็กที่อยู่ในภาพนั้น เดิมGraciela Rodo Boulanger เคยให้สัมภาษณ์ว่าเธอได้อิทธิพลมาจากพี่น้องร่วมชาติที่ Bolivia แต่ในปัจจุบัน เด็กที่อยู่ในภาพของเธอก็คือบรรดาหลานๆของเธอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ Sandra ลูกสาวคนเล็กแต่งงานและย้ายไปอยู่ที่เมือง La Paz บ้านเกิดของเธอ Graciela Rodo Boulanger ก็เลยถือโอกาสเดินทางไปๆมาๆระหว่างกรุง Paris กับเมือง La Paz เพื่อไปเยี่ยมหลานและในที่สุดก็ไปช่วยเลี้ยงหลาน พฤติกรรมของหลานๆจึงถูกคุณยายถ่ายทอดออกมาเป็นภาพที่สวยงามจำนวนมาก




Graciela Rodo Boulanger เป็นจิตรกรที่ขยันมาก เธอวาดภาพจำนวนมากอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาที่ผ่านมาจน
กระทั่งปัจจุบัน ผลงานจำนวนมากของ Graciela Rodo Boulanger ถูกนำมาแสดงไปแล้วไม่ต่ำกว่า 150 ครั้งใน 5 ทวีป



ทุกวันนี้ Graciela Rodo Boulanger ยังคงวาดภาพอยู่แมัจะมีอายุเกือบ 80 ปีแล้วก็ตาม ภาพวาดของ Graciela Rodo Boulanger หาซื้อได้ทั้งตามห้องแสดงภาพเขียนและใน internet ภาพของเธอโดยเฉพาะภาพพิมพ์มีราคาไม่สูงนัก พอที่จะเป็นเจ้าของได้ไม่ยาก นอกจากเธอจะวาดภาพทั้งสีน้ำและสีน้ำมันแล้ว เธอยังทำงานแกะสลัก งานปั้น ทอพรมและภาพพิมพ์ด้วย




อายตนะ
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้
22 สิงหาคม 2554

หน้า 23

วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2554

นักจาริกเปลือยมิแคร์ติดคุก

Pic_196979

สตีเฟน กอฟ อายุ 52 ปี ชาวเมืองอีสต์เลจ์ เขตปกครองแฮมเชียร์ อังกฤษ อดีตรับราชการทหาร สังกัดหน่วยนาวิกโยธิน หลังปลดประจำการทำงานขับรถบรรทุก

เบื่ออาชีพสารถีลุงกอฟแกก็ลาออกมาให้รางวัลชีวิตแก่ตนเอง สะพายเป้บรรจุสิ่งจำเป็นแก่การยังชีพ เดินเท้าท่องเที่ยวจาริกสัญจรอย่างอิสรเสรีสุดๆ ใช้จ่ายน้อยสุดๆ แม้กระทั่งเสื้อผ้าก๊อไม่ค่อยสวมใส่ให้เกะกะสิ้นเปลือง แกทำตัวเป็น “ชีเปลือย” นุ่งลมห่มฟ้าซะส่วนใหญ่

ในอังกฤษแกมักแก้ผ้าเดินโทงเทงจากย่านแลนด์ เอนด์ ไปย่านจอห์น โอ’ โกรตส์ ชาวบ้านร้านถิ่น เห็นชินตา จนพร้อมใจกันตั้งฉายา “นักจาริกเปลือย–Naked Rambler”

แต่เมื่อไปจาริกเปลือยในสกอตแลนด์ ลุงกอฟโดนจับส่งฟ้องศาล ต้องติดคุกฐานอนาจารบัดสี เข้าออกตะรางดินแดนปี่สกอตนับครั้งไม่ถ้วนตลอดหนึ่งทศวรรษ จากนั้นก็ไปถิ่นจิงโจ้ออสเตรเลีย ถูกจับข้อหาโป๊เปลือย ขึ้นศาลก็แก้ผ้าในคอกจำเลย เลยเสวยโทษจำคุก 21 เดือน

พอพ้นโทษก้าวพ้นธรณีประตูเรือนจำเมืองเพิร์ธไม่ถึงหนึ่งนาที นักจาริกเปลือยก็ถอดอาภรณ์ทิ้ง เลยโดนจับกลับเข้านอนห้องกรงอีก 21 เดือน

ลุงกอฟยืนยันจะเปลือยอีก เพราะนี่คือสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานใครละเมิดบ่มิได้!?

ดอย ดอกฝิ่น

หน้า 24

วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2554

หมึกยักษ์จอมขี้เล่นพ่นน้ำ

Pic_197441

หมึกยักษ์ชื่อ พอล สร้างความฮือฮาด้วยผลงานทายผลฟุตบอลโลกได้อย่างแม่นยำเมื่อปีกลาย บัดนี้หมึกยักษ์ตระกูลเดียวกันชื่อ สเควิร์ท โด่งดังไม่น้อยหน้า

สเควิร์ทหมึกเพศผู้วัยหนุ่มฉกรรจ์ อยู่ที่อุทยานสัตว์ทะเล “ซี ไลฟ์ ปาร์ค” เมืองวีย์มัธ เขตปกครอง ดอร์เซ็ต ภาคใต้อังกฤษ สเควิร์ทมิใช่นักโหราพยากรณ์ทำนายทายทักเก่ง แต่เป็นสัตว์ทะเลขี้เล่น ชอบพ่นน้ำใส่คนเดินผ่านถังน้ำที่มันพำนัก

ตามธรรมชาติพื้นฐานนั้น สเควิร์ทเหมือนหมึกธรรมดาทั้งหลาย คือดูดน้ำเข้าสู่ร่างกายเพื่อดูดซึมเอาออกซิเจน แล้วพ่นน้ำออกทางท่อพิเศษข้างจะงอยปาก “เราตั้งชื่อ สเควิร์ท (Squirt) คำนี้แปลว่าพ่นน้ำ เพราะมันชอบพ่นน้ำใส่คน บุคลิกพิเศษอีกอย่างของสเควิร์ทคือ ใคร่รู้ใคร่เรียน เรียนรู้วิธียกส่วนบนสุดของร่างกายขึ้นเหนือน้ำ มันจึงมองเห็นคนเดินผ่านและแกล้งพ่นน้ำใส่เปียกโชก” เกร็กแคสเทน พี่เลี้ยงผู้ดูแลสเควิร์ทชี้แจง

สเควิร์ทกลายเป็นฮีโร่ดึงแขกเข้าเยี่ยมชมอุทยานซี ไลฟ์ ปาร์ค เพียบแปล้.

ดอย ดอกฝิ่น

ไทยรัฐออนไลน์

หน้า 25

วันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2554

หน้า 26

วันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2554

หน้า 27

วันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2554

หน้า 28

วันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2554

หน้า 29

วันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2554

หน้า 30

วันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2554

หน้า 31

วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2554

10 อันดับช็อตจูบดูดดื่มของคู่รักเขย่าโลกในวันแต่งงาน

Pic_198063

เห็นแล้วใครที่ยังไม่ได้แต่งงาน คงนึกจินตนาการอยากมีวันพิเศษเหมือนคู่รักคนดังแบบนี้บ้างล่ะ เพราะออกจะหวานชื่นมื่นขนาดนี้ เว็บไซต์ Instyle.com เลยจัดอันดับ 10 รอยจูบของคู่รักที่เริ่ดสุดๆ มาให้ดูกันจากหลากหลายวงการที่คนทั่วโลกรู้จักพวกเขาและเธอเป็นอย่างดี

 


เริ่มต้นที่อันดับ 1 เพิ่งสละโสดอย่างเป็นทางการไปหมาดๆ สำหรับนางแบบระดับTop Model ของโลกอย่างสาว Kate Moss กับ Jamie Hince ซึ่งทั้งคู่จูบกันในวันแต่งงานที่จัดขึ้นที่โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ ในเมือง Southop ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ปี 2011 นี้เอง

 


ถัดมาที่อันดับ 2 นั้นเป็นการจูบของคู่รักสุดเท่อย่างนักร้องสาว Gwen Stefani กับ Gavin Rossdale ที่จัดขึ้นใน St. Paul's Covent Garden เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ วันที่ 14 กันยายน 2002 สุดจะโรแมนติกอย่าบอกใครจนตอนนี้มีพยานรักมาเป็นโซ่ทองคล้องใจกันแล้วด้วย

 


ต่อมาอันดับ 3 กับงานแต่งงานของขวัญใจชาวร็อกแอนด์โรลตลอดกาล Elvis และ Priscilla Presley จัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 1967 ที่โรงแรม Aladdin,Las vegas รัฐNevana ซึ่งภาพนี้ฝ่ายเจ้าบ่าวขอหอมเจ้าสาวที่แก้ม 1 ฟอดใหญ่ แค่นี้สาวๆ ทั่วโลกในเวลานั้นก็อิจฉากันจะแย่แล้ว

 


อันดับ 4 กันบ้าง สำหรับงานแต่งงานในวันที่ 15 มีนาคม 1964 ที่ The Ritz-Carton Hotel ในเมือง Montreal ประเทศแคนาดา ของคู่รัก Richard Burton และ Elizabeth Taylor แม้ว่าเธอเพิ่งจะเสียชีวิตไปไม่นานนี้ แต่ภาพสุดโรแมนติกในอดีตของเธอ ก็ยังตราตรึงใจของแฟนๆทั่วโลก

อันดับ 5 ต้องเรียกว่าเป็นคู่รักที่ถูกจับตามองที่สุดในปีนี้ และถือเป็นพิธีเสกสมรสที่มีคนดูมากที่สุดในโลกไปแล้วสำหรับ งานของดยุคและดัชเชสส์แห่งเคมบริจจ์ เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2011 ที่วิหารเวสต์มินสเตอร์ เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งคงไม่ต้องอธิบายถึงการจูบว่าน่าประทับใจและติดตาขนาดไหน เพราะฝ่ายเจ้าชายวิลเลียมสร้างเซอร์ไพรส์ประทับรอยจูบเคท มิดเดิลตันถึง 2 ครั้งต่อสายตาชาวอังกฤษที่มารอดูไฮไลต์งานนี้หน้าพระราชวังบักกิ้งแฮมเลยทีเดียว

 


อันดับ 6 ช็อตจูบสุดคลาสสิก และดูน่าทนุถนอมที่สุดของ John F. Kennedy Jr. กับ Carolyn Bessette-Kennedy โดยงานแต่งงานของทั้งสองจัดขึ้นวันที่ 21 กันยายน 1996 ใน โบสถ์ First African Baptistin เมือง Cumberland Island รัฐGeorgia

 


มาต่อที่อันดับ 7 เห็นแล้วอาจจะยังไม่ได้จูบกันแบบปากต่อปาก แต่ก็ถือเป็นช็อตที่สวยงามมากสำหรับคู่รักระหว่าง Joe Dimaggio และ Marilyn Monroe เมื่อวันที่ 14 มกราคม 1954 ที่ City hall ในเมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย

หากย้อนไปเมื่อ 12 ปีก่อน ยุคนั้น สาวๆทั่วโลกทั้งหัวใจสลาย และเกิดอาการตาร้อนผ่าวสุดๆ เมื่อนักฟุตบอลหนุ่มสุดฮอตอย่างเดวิด เบกแคมสละโสดกับนักร้องสาวเซ็กซี่ วิคตอเรีย อดัมส์ แห่งวง Spice Girl ในวันที่ 4 กรกฎาคม 1999 ที่ Luttrellstown Castle ในเมืองDublin ประเทศIreland คงไม่ต้องบรรยายมากว่าทำไมถึงติดโผมาอยู่ในอันดับที่ 8 ได้ เพราะช็อตนี้ภาพก็ฟ้องอยู่แล้วว่าความรักของทั้งคู่มันช่างหวานขนาดไหน ไม่เช่นนั้น คงไม่ใช้ชีวิตร่วมกันจนมีลูกสาวคนที่ 4 แบบนี้ได้หรอก

 


อันดับ 9 หวานชื่นในแบบ Paul Newman และ Joanne Woodward เขาทั้งสองแต่งงานกันเมื่อวันที่ 29 มกราคม 1958 ในโรงแรม The El Rancho เมืองลาสเวกัส รัฐเนวาดา

 


สุดท้ายที่อันดับ 10 ในงานแต่งงานของHumphrey Bogart และ Lauren Bacall เมื่อ 21 พฤษภาคม 1945 จัดขึ้นที่ Louis Bromfeld's home in เมือง Manfield รัฐโอไฮโอ เป็นอีก 1 ภาพที่เห็นแล้วต้องอมยิ้มตามถึงความเรียบง่ายในการแสดงความรักต่อกันและกัน

 


มองดูงานแต่งงานคนอื่นเห็นแล้วดูดดื่มขนาดนี้ ไหนใครอยากแต่งงานบ้าง ยกมือขื้น!..


Twitter : Sriploi_social

ไทยรัฐออนไลน์