๘๗ ปรัชญาการทำงานและการดำเนินชีวิตของ ดร.เทียม โชควัฒนา



๑. รู้น้อยไม่เกี่ยงงาน
คนเราหากมีความรู้น้อยต้องไม่ท้อถอยหรือเลือกงาน
เพราะการทำงานคือหนทางเพิ่มความรู้และประสบการณ์.

๒. เที่ยงธรรมและเยือกเย็น
ผู้บริหารที่ดีต้องปกครองคนด้วยความเที่ยงธรรม
และสุขุมเยือกเย็นเป็นสำคัญ.

๓. ขยัน อดทน รักษาเครดิต คบคนดี
อย่าเอาเปรียบใคร และไม่สร้างศัตรู
คนที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ต้องมีความขยัน อดทน
ประพฤติตนน่าเชื่อถือ รู้จักคบคนดีเพราะคนดีย่อมนำพาไปสู่สิ่งดีๆ
และที่สำคัญไม่ควรเอาเปรียบหรือเป็นศัตรูกับผู้อื่น.

๔. เป็นร่มเงาให้ประโยชน์สุข
ต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาและอุดมด้วยดอกผล
อันเอื้อประโยชน์แก้ผู้ปลูกทำนุบำรุง และคนทั่วไปฉันใด
องค์กรที่เจริญเติบโตมั่นคงย่อมควรจะเอื้อประโยชน์และเกื้อกูล
แก่บุคลากรและสังคมฉันนั้น.

๕. รักตนเอง รักครอบครัว รักบริษัท
บุคคลใดดำเนินชีวิตด้วยพื้นฐานจากพลังแห่งความรักในตนเอง
ครอบครัว และองค์กรเป็นสำคัญ บุคคลนั้นย่อมประสบ
ความสำเร็จที่ยั่งยืนทั้งในชีวิตส่วนตัวและชีวิตการทำงาน.

๖. ความรู้เหมือนดาบยิ่งใช้ยิ่งคม
ผู้ใดมีความรู้และนำเอาความรู้ของตนมาใช้และถ่ายทอดให้ผู้ อื่น
ผู้นั้นจะยิ่งเกิดความชำนาญ และเป็นการเพิ่มคุณค่าแห่งความรู้นั้นด้วย
เปรียบเสมือนดาบที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ และได้รับการเอาใจใส่ดูแล
ให้คมไว้ซึ่งความคม...ตลอดเวลา.

๗. เรียนรู้สิ่งใดเรียนรู้จากคน
เรื่องราวทุกอย่างคนเป็นผู้สร้างขึ้น
ดังนั้น ถ้าต้องการเรียนรู้สิ่งใดให้เรียนรู้จากคน
ซึ่งล้วนเป็นขุมทรัพย์แห่งความรู้และประสบการณ์.

๘. การใช้โทสะ มีแต่สร้างความรุนแรง
การใช้โทสะเข้าตัดสินปัญหา ไม่เกิดผลดีกับใครเลย
มีแต่สร้างความรุนแรงเพิ่มขึ้น

๙. ไม่แล่เนื้อ เถือหนังพวกพ้อง
อดอยากแค่ไหน จงทำตัวเป็นเสือ
ไม่แล่เนื้อเถือหนังพวกเดียวกัน
แต่ต้องพยายามเป็นผู้ช่วยเหลือผองเพื่อนจะดีกว่า.

๑๐. ทบทวนอดีต ศึกษาปัจจุบัน เพื่อวางอนาคต
การทบทวนประสบการณ์จากอดีตทั้งของตนเองและผู้อื่น
และการศึกษาเรื่องราวจากคนอื่นและสิ่งรอบข้างในปัจจุบัน
เป็นแนวทางให้เราวางอนาคตได้ถูกต้องแม่นยำยิ่งขึ้น

๑๑. มากคน มากวาสนา
คนเราทุกคนล้วนมีวาสนาบารมี ถ้าทุกคน
เอาวาสนาบารมีมารวมกัน บริษัทก็จะเจริญก้าวหน้า.

๑๒. อย่าปล่อยชีวิตให้หมดไปอย่างไร้ค่า
คนเราถ้าเข้าใจการจากไปอย่างไม่ย้อนกลับของเวลา
ย่อมใช้ชีวิตในแต่ละช่วงอย่างมีค่า.

๑๓. เร็ว ช้า หนัก เบา
ในการงาน ควรหมั่นพิจารณาอยู่เสมอว่า งานไหนทำก่อน
งานไหนทำทีหลัง งานไหนต้องจริงจัง และงานไหนที่พอควร.

๑๔. ความสำเร็จย่อมเป็นของผู้มีความเพียร
อยากประสบความสำเร็จในชีวิตการงาน ต้องพาตัวเข้าหางาน
อย่าคอยให้งานมาหาตัว เพราะงานคือทุกอย่างของชีวิต
ที่เราต้องพากเพียรและพยายามทำตลอดไป.

๑๕. ไม่มีอะไรเกินความพากเพียรของมนุษย์
คนเราถ้าไม่นิ่งนอนใจ แต่เพียรพยายามใช้สติปัญญาต่อสู้อย่าง
เต็มกำลังแล้ว ในที่สุดเราก็จะเป็นผู้มีชัยชนะ.

๑๖. ความสำเร็จของงาน อยู่ที่คุณภาพของคน
หัวใจในการทำงานให้สำเร็จ มิใช่อยู่ที่การสร้างคนให้มีความ
เชี่ยวชาญในการทำงานเท่านั้น แต่ต้องรวมถึงการสร้างเสริมให้
ทุกคนอยู่รวมกันด้วยความรัก และสามัคคีด้วย.

๑๗. แค่หยุดอยู่กับที่ ก็กลายเป็นผู้ล้าหลัง
นักธุรกิจต้องเป็นคนไม่หยุดนิ่งเพียงวันนี้
แต่ต้องมีการปรับเปลี่ยนให้ทันสมัย
ทันโลก พร้อมที่จะก้าวสู่วันพรุ่งนี้ได้เสมอ.

๑๘. ชมเกินจริงเป็นโทษ ดีเกินเหตุเสียน้ำใจ
การชมเชย อย่าให้เขาเกิดความหลงระเริง
จนอาจลืมตัวกับความสำเร็จ ก่อให้เกิดความประมาท
ที่อาจนำไปสู่ความล้มเหลวในอนาคตได้
การติ ต้องทำด้วยจิตใจที่หวังดีและใช้คำพูดที่สร้างสรรค์.

๑๙. ผู้ที่ยิ้มแย้มแจ่มใส มักเป็นที่รักใคร่ของคนทั่วไป
ความเป็นคนมีอารมณ์ดี ยิ้มแย้มมีชีวิตชีวานั้น
เป็นเสน่ห์ของมนุษย์อย่างแท้จริง.

๒๐. ทำดีเปรียบการเดินทางทวนกระแสน้ำ
ทำชั่วเปรียบการลอยตามน้ำ
การทำความดีเปรียบเหมือนปลาว่ายทวนน้ำขึ้นไปที่สูง
จะพบแต่น้ำที่ใสสะอาดฉันใด คนที่พยายามทำความดี
แม้จะลำบากยากเย็น ก็ย่อมพบชีวิตที่ดี
สะอาดสดใสอันเป็นมงคลแก่ตนเองฉันนั้น.

๒๑. มนุษย์สัมพันธ์ คือพื้นฐานของความสำเร็จ
องค์กรจะเจริญรุ่งเรืองได้
บุคคลในองค์กรต้องมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี
มีความสุภาพอ่อนโยน
รู้จักข่มอารมณ์และให้อภัยซึ่งกันและกันเสมอ.

๒๒. ความก้าวหน้าที่แท้จริง
ย่อมเกิดจากฝีมือการทำงาน
ความก้าวหน้าที่ได้มาจากความสามารถในการทำงาน
จะให้ผลที่จีรังยั่งยืน.

๒๓. งานสำเร็จได้ดีเพราะทีมงานดี
การประสานพลังใจและพลังความคิดของทีมงานที่ดี
นำมาซึ่งความสำเร็จของงาน.

๒๔. อดทนและอดกลั้น นำไปสู่ความสำเร็จ
คนที่อดทนต่อปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ได้ดีกว่าคนอื่น
จะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต.

๒๕. อยากขยายใหญ่ ใจต้องกว้าง
ในการถ่ายทอดความรู้ให้ลูกน้อง
การขยายกิจการให้ใหญ่โตต้องอาศัยพลังความสามารถ
ความรู้และความคิดจากทุกคน
ฉะนั้น หัวหน้างานต้องใจกว้าง
หมั่นสอนและฝึกฝนความชำนาญให้ลูกน้องเสมอ.

๒๖. คนคือทรัพยากรที่มีค่าที่สุดในโลก
คนเป็นทรัพยากรอย่างหนึ่งของโลก
แต่คนจะมีคุณค่ายิ่ง หากรู้จักประพฤติตน
ให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม.

๒๗. ความรู้ต้องมองสูง ความเป็นอยู่ต้องมองต่ำ
ความรู้เปรียบเหมือนขุมทรัพย์ คนที่อยากก้าวหน้าต้องใฝ่รู้
เรียนรู้ให้มากขึ้นอยู่เสมอ แต่ความเป็นอยู่นั้นต้องเรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อ.

๒๘. ความรักและความเข้าใจกัน
เป็นความสุขอย่างยิ่งของผู้มีภูมิปัญญา
คนที่มีภูมิปัญญา จะมีความสุขอย่างแท้จริง
หากรู้จักทำงานร่วมกับผู้อื่นด้วยความรักและความเข้าใจที่ดีต่อกัน.

๒๙. ศึกษาคนเพื่อมอบงานให้เหมาะกับความสามารถ
หัวหน้างานที่ดีต้องเป็นคนช่างสังเกตและใกล้ชิดลูกน้อง
สามารถวิเคราะห์ได้ว่า งานใดเหมาะสมกับความสามารถของลูกน้องคนใด
เพื่อมอบหมายงานให้ตรงกับความสามารถของเขา.

๓๐. ความประมาท ความหลงตัวเอง อาจนำไปสู่ความพินาศ
การกระทำสิ่งใดโดยขาดความระมัดระวัง
และคิดว่าตนเองเก่งเหนือผู้อื่นเสมอ อาจนำมาซึ่งความล้มเหลว
แต่หากกระทำสิ่งใดด้วยความรอบคอบและอ่อนน้อม
ย่อมนำไปสู่ความสำเร็จ

 

๓๑. เข็มเล่มหนึ่งไม่มีปลายแหลมสองด้าน
ทุกคนมีจุดเด่นและจุดด้อย คนเราจึงไม่มีใครเก่งทุกอย่าง
เปรียบเสมือนเข็มที่มีปลายแหลมสำหรับ เย็บ ปะ ชุน ได้เพียงด้านเดียว
ฉะนั้นคนเราควรรู้และทบทวนจุดเด่น และจุดด้อยของตนอยู่เสมอ.

๓๒. หนังฉายซ้ำไม่ตื่นเต้น ตลกมุขเก่าไม่มีคนฮา
งานทุกงานควรต้องได้รับการปรับปรุงและพัฒนาให้ดีขึ้น
และสอดคล้องกับวันเวลาที่เปลี่ยนไปเสมอ.

๓๓. ผู้เป็นพนักงานขายที่ดี ใช่ว่าจะเป็นซุปเปอร์ที่ดีได้เสมอไป
ผู้ที่มีความสามารถสูงในงานอย่างหนึ่ง ใช่ว่าจะทำงานอีกอย่างหนึ่ง
ได้ดีเสมอไป ดังนั้น ผู้จะเป็นหัวหน้าที่ดีได้นอกจาก
จะต้องทำงานเก่งแล้ว ต้องเข้าใจวิธีสอนและปกครองคนด้วย.

๓๔. หมั่นเล่าสร้างความจำ หมั่นซักถามเพื่อสร้างความรู้
เมื่อได้เรียนรู้สิ่งใดแล้วหมั่นถ่ายทอดให้ผู้อื่นรับรู้ ด้วย
จะช่วยให้เราจำได้ดีขึ้น และเมื่อไม่รู้สิ่งใดก็อย่าอายที่จะถาม
เพราะจะช่วยให้เรารู้มากขึ้น ในขณะที่คนดอ้อวดว่ารู้หมดแล้ว
แท้จริงคือคนที่ไม่รู้อะไรเลย

๓๕. มอง ฟัง คิด ถาม คือพื้นฐานของการเรียนรู้
พื้นฐานที่ดีของการเรียนรู้ต้องอาศัยทั้งการมอง ฟัง คิด ถาม ประกอบกัน
อย่าเพียงแต่มอง ฟัง หรือถามแล้วนำมาใช้โดยไม่มีการคิดไตร่ตรอง
หาเหตุผลเสืยก่อน.

๓๖. ความเป็นเพื่อนเป็นสิ่งดีงาม ที่มนุษย์จะพึงปฎิบัติต่อกัน
คนเราจะมีความสุขในชีวิต หากรู้จักมอบความเป็นเพื่อนให้แก่คนรอบข้าง
และรู้จักช่วยเหลือเกื้อกูลกันอย่างจริงใจโดยไม่หวันสิ่งตอบแทน.

๓๗. เป็นคนต้องรู้จักตัวเอง
การหมั่นสำรวจตัวเอง ย่อมทำให้คนเรารู้จุดอ่อนจุดแข็งของตัวเอง
สามารถแก้ไขข้อบกพร่องและพัฒนาตนเองได้ถูกต้องเสมอ.

๓๘. พลังกายในวัยหนุ่มมีเหลือเฟือ ควรใช้ให้คุ้มค่า
เกิดเป็นคนต้องใช้ชีวิตให้คุ้มค่าต่อตัวเอง ต่อผู้อื่น และต่อสังคม
อย่าให้มีช่วงเวลาใดที่ต้องรู้สึกเสียดาย ที่ให้เวลาผ่านไป
อย่างไร้ประโยชน์.

๓๙. การแข่งขันบังคับให้ต้องใช้สมอง
การแข่งขันคือ การทำให้คนเราต้องคิดและตื่นตัวเสมอ
ทำให้เกิดการพัฒนาความสามารถตลอดเวลา.

๔๐. อารมณ์ชั่ววูบ... อาจทำลายมิตรภาพที่ยืนยาวได้
การแก้ปัญหาโดยขาดสติ หรือใช้อารมณ์ก่อให้เกิดความรู้สึกไม่ดี
ระหว่างกัน และอาจลุกลามไปสู่ความบาดหมางกันได้.

๔๑. การพูดจาอ่อนน้อมถ่อมตน ทำให้คนยอมรับ
การรู้จักอ่อนน้อมถ่อมตนช่วยให้เราครองใจผู้อื่นได้

๔๒. ความคิดสร้างสรรค์ คือ...พื้นฐานสำคัญของผู้ประกอบการค้า
ในการทำธุระกิจ ต้องพัฒนาความคิดสร้างสรรค์อยู่เสมอ
เพราะการผูกติดกับความคิดเก่าๆ ในขณะที่เวลาเปลี่ยนไปนั้น
เป็นการปิดกั้นความเจริญก้าวหน้าของธุระกิจ.

๔๓. อย่าหลงเชื่อคำกล่าวของผู้อื่นโดยขาดสติ และความรอบคอบ
ก่อนที่จะเชื่อหรือคล้อยตามคำพูดใดๆ ของผู้อื่น
ต้องใช้สติไตร่ตรองด้วยเหตุและผลอย่างรอบคอบเสียก่อน.

๔๔. เป็นคนต้องรักตัวเองในทางที่ถูก
คนที่รักตัวเองอย่างแท้จริง คือคนที่สร้างคุณค่าให้ตนเองอย่างสม่ำเสมอ
ด้วยการหมั่นศึกษาพัฒนาตนเอง ดำรงค์ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี
มีเพื่อนที่ดี และหลีกหนีให้ไกลจากอบายมุข.

๔๕. หากอยากมีอนาคตที่มั่นคง...จงอย่าเห็นแก่ตัว
คนดีย่อมไม่เห็นแก่ตัว ชอบช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
คนเช่นนี้สมควรได้รับการสนับสนุนให้ได้ดีมีอนาคต.

๔๖. การศึกษาข้อบกพร่องของตน ทำให้เรารู้จักตนเองและผู้อื่นดีฃึ้น
คนเรามีข้อบกพร่องในตัวเองทุกคนไม่มากก็น้อย
ฉะนั้น ให้เรารู้จักพิจารณาข้อบกพร่องของตนเองด้วยปัญญา
จะทำให้เกิดการปรับปรุงและพัฒนาตนเอง และช่วยเหลือให้ผู้อื่น
ที่เขาอาจมีข้อบกพร่องเช่นเดียวกับเรา.

๔๗. ไม่มีใครเก่งแต่เพียงผู้เดียว
ทุกคนภายในองค์กรเปรียบเสมือนเฟืองจักรกลแต่ละชิ้น
ในเครื่องจักรใหญ่ที่ต้องทำงานประสานกัน ถ้าเฟืองชิ้นใดชำรุด
หรือบกพร่อง เครื่องจักรก็ไม่สามารถทำงานได้ นั่นคือ งานใดๆ
จะสำเร็จด้วยดีต้องอาศัยความสามารถและการประสานงานของทุกคน
ในทีมงาน มิใช่สำเร็จได้ด้วยคนเพียงคนเดียว.

๔๘. ผู้มีความคิดวิจารณญาณ จะก้าวทีละขั้นอย่างมั่นคง
การขยายแนวธุระกิจอย่างมั่นคง ต้องอาศัยการพิจารณาอย่างรอบคอบ
ถึงหลังการและกระบวนการผปรับปรุงระบบการทำงานอย่างเป็นขั้นเป็นตอน.

๔๙. อย่าเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวจนขาดมนุษยธรรม
คนที่ทำธุระกิจแบบไร้คุณธรรมเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว
ย่อมจะหาความสุขใจและความเจริญในชีวิตได้ยาก.

๕๐. แม้จะลำบากเพียงใดก็ย่อมฟื้นคืนเป็นดีได้
จงคิดเสมอว่า คนเรานั้นแม้จะประสบความล้มเหลว
ก็ย่อมสามารถปรับปรุงให้กลับคืนดีได้
หากไม่ท้อแท้ต่อโชคชะตา และคิดเสมอว่า
เมื่อล้มแล้วก็สามารถลุกขึ้นยืนได้อยู่เสมอ.

๕๑. สร้างคนต้องใช้เวลา...
การสร้างคนเหมือนปลูกต้นไม้ใหญ่ ต้องอดทนและใช้เวลานาน
ไม่เหมือนการปลูกถั่วงอก ซึางวันเดียวก็เห็นผล.

๕๒. เมื่อจะแหงนมองฟ้า...ก็อย่าลืมว่าเท้าตัวเองสัมผัสดินอยู่
คนเราต้องเตือนตนไม่ให้ลืมตัว อย่าทะนงว่าตนนั้นเลิศเลอไปกว่าคนอื่น
จงคิดเสมอว่าในโลกนี้มีคนที่ดีกว่าเราอีกมาก.

๕๓. จะให้ลูกน้องกล้าตัดสินใจ...ผู้ใหญ่ต้องรับผิดชอบความเสี่ยง
เมื่อเห็นว่าลูกน้องสามารถทำงานได้ ต้องมอบให้เขาทำ
ถ้าเขาทำผิดพลาด เราก็ต้องช่วยรับผิดชอบด้วย.

๕๔. ปลูกต้นไม้ใหญ่...อย่าเก็บผลไว้กินแต่เพียงผู้เดียว
การทำงาน เมื่อประสบความสำเร็จแล้วควรแบ่งปันผลประโยชน์
ให้ผู้อื่นและส่วนรวมด้วย.

๕๕. ความรักเป็นความสุขเหนือทรัพย์สินเงินทอง
คนที่มีความรัก มีจิตใจดี และมองโลกในแง่ดี
จะมีความสุขยิ่งกว่าสิ่งใด.

๕๖. มองกระจกที่มีปรอท...จะไม่เห็นอะไรอื่นนอกจากตัวเอง
คำว่า "ปรอท" ภาษาจีนใช้คำว่า "สุ่ยหยิน" หมายถึง เงินเหลว
คนจีนเปรียบคนที่เห็นแก่ตัว ไม่เห็นใจคนอื่น คิดถึงแต่ตนเอง
เหมือนคนที่มองแต่กระจกฉาบปรอท ซึ่งไม่มีวันที่จะเห็นสิ่งอื่น
นอกจากตนเองเท่านั้น.

๕๗. การล่าช้ามิได้หมายความว่าเป็นผู้ล้าหลัง
อย่ารีบร้อนเพราะกลัวว่าจะล้าหลังคู่แข่ง
ควรพิจารณาด้วยความรอบคอบ...จะได้ไม่ผิดพลาด.

๕๘. ชนะใจมิตรและศัตรูได้...คือผู้ชนะที่แท้จริง
ชนะสิ่งใดก็ไม่มีความหมายเท่าชนะใจ ทั้งมิตรและศัตรู.

๕๙. กินข้าวอย่างมังกร...ทำงานอย่างเสือ
คนจีนมองมังกรเป็นสัตว์ที่สง่างาม ฉะนั้นถ้าจะ
ทำอะไรรวดเร็วก็ต้องเร็วแบบสง่างาม
ส่วนเสือนั้นคนจีนมองว่าปราดเปรียวในการล่าเหยื่อ
และไม่กินลูกตัวเอง หมายถึงให้ทำงานอย่างคล่องตัว
ทำงานเป็นทีมและไม่รังแกพวกเดียวกัน.

๖๐. ตักน้ำเต็มได้แค่ภาชนะบรรจุเท่านั้น
ในการดำเนินธุระกิจ ถ้ารู้จักการเสียสละแบ่งปันผลประโยชน์ให้ผู้อื่น
หรือสังคม รวมทั้งจ่ายภาษีให้รัฐได้พัฒนาประเทศอย่างเต็มที่
ธุระกิจก็จะเจริญรุ่งเรืองขยายกิจการใหญ่ขึ้นได้
อุปมาเหมือนภาชนะที่มีน้ำเต็มแล้ว ตักน้ำออกไปทำประโยชน์ที่อื่นบ้าง
ก็จะมีโอกาศจะตักน้ำเติมเข้ามาได้อีกและมากขึ้นเรื่อยๆ
จนในที่สุดก็มีโอกาศที่จะเพิ่มจำนวนภาชนะ
หรือขยายขนาดภาชนะให้ใหญ่ขึ้นได้.

๖๑. สะสมลาภยศความ ดี เพื่อประโยชน์ในภายภาคหน้า
ถ้าจะให้ชื่อเสียงดี มีเกียรติยศ มีภาพพจน์ดี
เป็นที่รับรู้ของคนทั่วไปในอนาคต
ต้องกระทำความดีอย่างสม่ำเสมอ.

๖๒. เดิน เร็ว...ฝีเท้าย่อมไม่สวยและอาจหกล้มได้
จะก้าวให้มั่นคงและกิจการไม่ล้มเหลวต้องรอบคอบเสมอ.

๖๓. เกียรติที่สูง...ไม่จำเป็นต้องให้ตัวเองอวดอ้าง
ถ้าเราทำตัวเหมาะสมกับคนที่มีเกียรติแล้วไม่อวดอ้าง
คนอื่นก็จะมอบเกียรติให้เราเอง.

๖๔. การช่วยเหลือผู้อื่น และมองคนในแง่ดี ทำให้เกิดสุขทางใจ
การทำบุญทำทานช่วยเหลือผู้อื่น มองหรือคิดถึง
ผู้อื่นในแง่ดี ทำให้จิตใจของตนดีและมีความสุขได้.

๖๕. ผู้ที่เป็นผู้นำได้...ต้องผ่านความลำบากมาก่อน
คนที่เคยลำบากมาแล้วย่อมเป็นหัวหน้างานที่สามารถ
ให้กำลังใจกับลูกน้องได้ดี.

๖๖. ทำงานมากก็ผิดพลาดมาก...ทำน้อยก็ผิดพลาดน้อย
คนเราทำงานก็ต้องมีผิดพลาดบ้าง คนที่ไม่มีความผิด
ก็คือคนที่ไม่ได้ทำอะไรเลย.

๖๗. หากดีแต่พูดไม่ ลงมือทำ...ความคิดก็ไม่อาจเป็นจริงได้
เมื่อไม่ลองปฎิบัติก็ไม่รู้ว่าที่คิดนั้นทำยากหรือง่าย
งานบางอย่างอาจพูดง่ายแต่ทำยาก.

๖๘. การทำงาน...ต้องมีเป้าหมาย
การทำงานโดยไม่มีเป้าหมาย
เหมือนคนที่ไม่มีจุดมุ่งหมายในชีวิต

๖๙. เราพูดด้วยความโมโหเพียงครั้งเดียว
แต่อยู่ในใจของคนอื่นตลอดชีวิต
การพูดโดยใช้อารมณ์ ไม่ใช้สติไตร่ตรองเสียก่อน
แม้เพียงครั้งเดียวก็อาจลำลายทั้งตนเองและมิตรภาพได้ตลอดไป.

๗๐. ความใกล้ชิด...ย่อมนำมาซึ่งความเข้าใจและผลของงานที่ดี
การทำงานด้วยความใกล้ชิดกับลูกน้อง หัวหน้านอกจากมีโอกาส
ศึกษาผลของงานแล้ว ยังได้ศึกษานิสัยการทำงานของลูกน้องด้วย.

๗๑. การทำการค้าต้องเดินสายกลาง ยึดหลักมั่นคงไว้ก่อน
ทำการค้าอย่าลงทุนเกินตัว ต้องเก็บส่วนหนึ่งไว้เป็น
ความมั่นคงของตนเองและครอบครัวด้วย.

๗๒. ผิดครั้งแรกเป็นครู...แต่ผิดซ้ำสองนั้นถือว่าโง่
คนเราทำงานก็ต้องมีผิดพลาด แต่สิ่งสำคัญ
ต้องจดจำความผิดนั้นนำมาวิเคราะห์หาสาเหตุ
ถ้าผิดซ้ำซากก็เหมือนคนที่หาบทเรียนจากประสบการณืไม่ได้.

๗๓. คนจะโง่หรือฉลาด...ดูได้จากคำพูด
คำพูดเปรียบเหมือนประตูของจิตใจ คนโง่จะพูด
เรื่องที่ขาดหลักคิดและเหตุผล ในขณะที่คนฉลาด
จะมีเหตุผลและหลักการคิดที่ดี.

๗๔. ไม่มีใครเคยตายเพราะงานหนัก
ในการทำงาน ให้ยึดหลังว่าทำเข้าไปเถิดสิ่งที่ว่ายาก
เพราะยิ่งทำสิ่งที่ยากมาก หรือหนักมาก ก็ยิ่งรู้มาก.

๗๕. ชีวิตการศึกษา ต่างจากชีวิตการทำงาน
ในชีวิตการศึกษา เราจะรับความรู้จากครูบาอาจารย์
คนที่จบการศึกษาใหม่ๆ มักจะยึดติดกับทฤษฎีที่ร่ำเรียนมา
เปรียบเหมือนมีศีรษะและความคิดเป็นรูปสี่เหลี่ยม
มีด้านและมุมที่ตายตัว จึงเข้ากับผู้อื่นได้ยาก แต่ในชีวิตการทำงาน
เราต้องหาความรู้จากสิ่งรอบข้างและประสบการณ์
แล้วถ่ายทอดต่อให้ผู้อื่น จึงต้องปรับตัวเข้ากับผู้อื่นให้ได้
เปรียบเหมือนพัฒนาศีรษะและความคิดของตน
จากรูปทรงสี่เหลี่ยมให้เป็นทรงกลม ทรงรี และทรงแหลมในที่สุด
เพราะรูปทรงแหลมสามารถสอดแทรกไปได้ง่าย
หมายความว่าคนผู้นั้นมีความสามารถปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้.

๗๖. ตระกูลที่สะสมแต่กรรมดี...ย่อมประสบแต่สิ่งสิริมงคล
ชีวิตของคนเราต้องทำแต่สิ่งที่ดีงาม..จึงจะเจริญ.

๗๗. ความรู้มีอยู่ทุกหนแห่ง อยู่ที่เราจะรับรู้หรือไม่
เราหาความรู้ได้ทุกหนแห่งทุกเวลา อยู่ที่เราจะ
เก็บเกี่ยวอย่างไรและเมื่อไร บางคนมีความสามารถ
ในการเก็บเกี่ยวซึมซับความรู้จากสิ่งแวดล้อมและประสบการณ์
อาจมีความรู้มากกว่าคนที่จบจากมหาวิทยาลัยเสียอีก
และบางครั้งความรู้ที่ได้จากสถานการณ์จริงและ
ประสบการณ์นั้นสามารถนำมาใช้ในชีวิตได้ดีกว่า.

๗๘. หัวหน้าที่ดีต้องรู้จักชื่นชมลูกน้อง
หัวหน้างานที่ค้นหาจุดเด่นของลูกน้องแล้วชมเชย
จะเป็นกำลังใจให้ลูกน้องหมั่นทำความดีต่อไป
แต่หัวหน้างานที่คอยแต่จะค้นหาจุดด้อยมาตำหนิ
จะทำให้ลูกน้องหมดกำลังใจ กล่าวได้ว่า
เป็นคนที่มองไม่เห็นคุณค่าของลูกน้อง.

๗๙. ร่างกายต้องการอาหารกาฉันใด...จิตใจต้องการอาหารใจฉันนั้น
ขณะที่ร่างกายของคนเราต้องการอาหารเพื่อเป็นพลังงานในการมีชีวิต
จิตใจของคนเราก็ต้องการความรู้และหลักการคิดที่ดี
เพื่อเป็นพลังในการเป็นคนดี มีจิตใจดีเช่นกัน.

๘๐. ปลูกต้นไม้ใหญ่ใช้เวลาร้อยปี สร้างคนใช้เวลาสิบปี
การจะสร้างสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้แข็งแกร่งมีคุณค่า ต้องใช้ความอดทน
ใช้เวลา โดยเฉพาะการสร้างคนหนึ่งคนให้เก่ง ยิ่งต้องใช้ความอดทน
และใช้เวลามาก ทั้วตัวผู้สร้างและตัวผู้ถูกสร้าง เพราะนั่นหมายถึง
การสร้างให้คนคนนั้นเพียบพร้อมทั้งความรู้
ความสามารถ และประสบการณ์.

๘๑. ทำคุณให้ผู้อื่นต้องลืม...ผู้อื่นทำคุณให้ต้องจำ
หากเราเคยทำประโยชน์หรือช่วยใครไว้
อย่าจดจำหรือคาดหวังการตอบแทน เพราะอาจไม่ได้ดังที่หวัง
หรือเผลอไปทวงบุญคุณให้เขาเสียความรู้สึก
แต่ถ้ามีใครช่วยเหลือเราต้องจดจำให้แม่น
เพื่อหาโอกาสตอบแทนบุญคุณ.

๘๒. คนที่ชอบโยนความผิดใช้ผู้อื่น เป็นคนที่ยากจะพัฒนาให้ดีได้
คนบางคนไม่ยอมรับความผิดของตน ชอบหาแพะรับบาป
หมกมุ่นกับการหาวิธีโยนความผิดให้ผู้อื่น
แทนที่จะใช้เวลาในการพัฒนางานของตน
คนประเภทนี้ยากที่จะพัฒนาได้.

๘๓. อยากเจริญก้าว หน้า ต้องทำตัวเหมือนคนกำลังขึ้นภูเขา
คนเดินขึ้นภูเขา จะต้องโน้นตัวไปข้างหน้าเสมอ
เปรียบเสมือนคนอ่อนน้อมถ่อมตน ซึ่งจะมีแต่คนรัก
แต่คนที่เดินลงจากภูเขาจะเอนตัวไปข้างหลัง
เปรียบเสมือนคนเย่อหยิ่งจองหอง ซึ่งไม่มีใครชอบ
ดังนั้น ถ้าต้องการให้มีคนรัก และช่วยสนับสนุนให้เจริญก้าวหน้า
ควรประพฤติตนเสมือนคนกำลังเดินขึ้นภูเขา.

๘๔. ผลักน้ำออกไป...น้ำไหลเข้ามา
วักน้ำเข้ามา......น้ำไหลออกไป
คนที่เป็นผู้ให้ มักได้รับสิ่งตอบแทนเสมอ
อย่างน้อยก็ต้องได้รับความรัก และความชื่นชมจากผู้อื่น
เปรียบเสมือนผลักน้ำออกไปจากตัว น้ำก็ยิ่งไหลเข้ามา
แต่คนที่มีแต่ความโลภอยากได้จากคนอื่น กลับต้องเป็นผู้สูญเสีย
ไม่ได้รับแม้แต่ความรักและศรัทธา
เปรียบเสมือนคนที่พยายามวักน้ำเข้าหาตัว น้ำก็ยิ่งไหลออกไป.

๘๕. มีคู่แข่ง ได้...แต่ต้องไม่มีคู่แค้น
การทำธุระกิจก็เหมือนการเล่นกีฬา ต้องมีคู่แข่ง มีผู้แพ้ผู้ชนะ
แต่ต้องไม่มีคู่แค้น เพราะการมีทำให้ธุระกิจนั้นมัวหมอง
ไม่สดใส ไม่มีอนาคต.

๘๖. เกิดเป็นคน...เงยหน้าต้องไม่อายฟ้า...ก้มหน้าต้องไม่อายดิน
คนเราเกิดมาอย่ามุ่งแต่หาผลประโยชน์ใส่ตนจนกลายเป็น
คนเอาเปรียบสังคม หรือเบียดเบียนธรรมชาติแวดล้อม.

๘๗. คบคนดี...ไม่ สร้างศัตรู
การคบคนดีก็เหมือนกับการคบบัณฑิตพาไปหาผล
การยอมกันสักนิดเพื่อไม่ต้องเป็นศัตรูกันจะดี
เพราะการมีศัตรูเป็นหนทางสู่ความหายนะ.