Home arrow นักวิทยาศาสตร์ arrow ชาลส์ โรเบิร์ต ดาร์วิน ( Charles Robert Dawin : ค.ศ.1809 - 1882 )
Home    Contacts



ชาลส์ โรเบิร์ต ดาร์วิน ( Charles Robert Dawin : ค.ศ.1809 - 1882 ) PDF พิมพ์

ชาลส์ โรเบิร์ต ดาร์วิน

    ชาลส์ โรเบิร์ต ดาร์วิน ( Charles Robert Dawin : ค.ศ.1809 - 1882 ) เป็นนักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษผุ้ตั้งทฤษฎีวิวัฒนาการ จากแนวความคิดที่ว่าการพัฒนาการของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดเป็นกระบวนการที่เกิดอย่างช้าๆซึ่งเรียกว่า"การคัดเลือกโดยธรรมชาติ" (Natural Sellection) การศึกษาของเขานั้นได้รับอิทธิพลมาจากวิทยาศาสตร์ที่ว่าด้วยชีวิต (Life Science) และวิทยาศาสตร์ที่ว่าด้วยการเกิดโลก (Earth Science)ดาร์วินเกิด ที่เมืองชรูเบอรี (Shrewbury) ชรอปไชร์ (Shropshire) ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1908 เขาเป็นบุตรคนที่ 5 จากบุตร 6 คน ของ รอเบิร์ต วอริง ดาร์วิน (Robert Waring Dawin) มารดาชื่อ ซูซานนาห์ เวดจ์จูด (Susannah Wedgwood) ครอบครัวของเขาจัดเป็นครอบ ครัวที่มั่งคั่ง เขามีลุงชื่อ โจเชียห์ เวดจ์จูด (Josiah Wedgwood) เป็นเจ้าของกิจการเครื่องเคลือบ และปู่ของเขา อีรัสมัส ดาร์วิน (Erasmus Darwin) นั้นเป็นทั้งนักปราชญ์และนักฟิสิกส์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในศตวรรษที่ 18

    ดาร์วินจบจากโรงเรียนในเมืองชรูเบอรีด้วยผลการเรียนทีไม่ค่อยดี แต่บิดาก็ยังส่งไปเรียนวิชาแพทย์ต่อที่มหาวิทยาลัยเอดินเบิร์ก ( Edinburg University) ในสกอตแลนด์ ในปีค.ศ .1827 เนื่องจากต้องการให้เจริญรอยตามตนเอง แต่ในที่สุดดาร์วินก็ต้องออกจากมหาวิทยาลัยเนื่องจากไม่ชอบเรียน วิชาแพทย์ ทว่าเขากลับชอบธรรมชาคิและการเก็บสะสมสิ่งต่างๆจากธรรมชาติ เช่น สัตว์เล็กๆ แมลง ใบไม้ เป็นต้น

    หลังจากนั้นบิดาก็ส่งดาร์วินไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ( Cambridge ) เพื่อเตรียมตัวเป็นนักบวชในศาสนาคริสต์ ณ ที่นี้เองที่เขาได้พบ บุคคล 2 คน ซึ่งเป็นแม่แบบในการทำงานของเขา คือ อาดัม เซดจ์วิช (adam Sedgwich) และจอร์น สตีเวน เฮนสโลว์ (John Steven Henslow) นักธรรมชาติวิทยาเฮนสโลว์ เป็นผู้สอนให้ดาร์วินหัดสังเกตความพิเศษของธรรมชาติ และเก็บสะสมตัวอย่างเอาไว้ นอกจากนั้นทั้งสองยังพาดาร์วินออกไป สำรวจธรรมชาติตามสถานที่ต่างๆในชนบทอยู่เสมอ

    หลังจบการศึกษาจากมหาวิยาลัยเคมบริดจ์ ในปีค.ศ .1831 เขาได้เดินทางไปกับเรือสำรวมของอังกฤษ ชื่อ เอช เอ็ม เอส บีเกิล (HMS Beagle) โดยการแนะนำของเฮนสโลว์ ในการนี้ลุงของเขาเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ การเดินทางครั้งนี้เป็นการเดินทางเพื่อสำรวจธรรมชาติรอบโลก ทั้งยังเป็นการสำรวจ ชายฝั่งและท้องทะเลที่ยังไม่เคยมีใครเคยสำรวจมาก่อน การเดินทางไปกับเรือบีเกิลในฐานะนักธรรมชาติวิทยาของดาร์วิน ทำให้เขาได้มีโอกาสเห็นข้อมูลที่แตก- ต่างกันของธรรมชาติ ทั้งบนพื้นแผ่นดินใหญ่และตามเกาะต่างๆตลอดทางที่เขาได้ผ่านและขึ้นไปสัมผัส

    ขณะนั้นนักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่มีความเชื่อทฤษฎีของ เซอร์ ชาลส์ ไลเอลล์ (Sir Charles Lyell) ซึ่งกล่าวว่า"โลกเป็นผู้ให้กำเนิดสิ่งมีชีวิต และสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดจะมีการเกิดและพัฒนาเป็นอิสระไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกัน " ในการเดินทางออกสำรวจธรรมชาติทำให้ดาร์วินได้พบกับหลายสิ่งหลายอย่าง ซึ่งบางอย่างตรงตามสมมติฐานของไลเอลล์ แต่บางอย่างเขาก็เชื่อตามสมมติฐานของเขา สิ่งใดที่เขาเชื่อแตกต่างไปจากไลเอลล์เขาก็บันทึกเอาไว้ เช่น เขาพบว่า ซากสิ่งมีชีวิตที่สูญพันธุ์แล้วบางอย่างจะมีความคล้ายคลึงกับสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่งที่ยังดำรงเผ่าพันธุ์อยู่ในพื้นที่เดียวกัน และที่หมู่เกาะกาลาปากอส (Gala- pagos Island) เขาก็พบสิ่งที่ยืนยันสมมติฐานเบื่องต้น คือ เขาพบ เต่า นก mockingbird และนก Finch ซึ่งมีรูปร่างแตกต่งกันออกไป แต่พบว่า มันมีความสัมพันธ์กันบางอย่าง ทั้งๆที่มันมีโครงสร้างแฃะนิสัยการกินที่แตกต่างกัน

    เมื่อสิ้นสุดการเดินทางในปีค.ศ.1836 เขาได้ใช้เวลาอยู่กับการแยกแยะจดหมวดหมู่ตัวอย่างที่เขาเก็บสะสมไว้ระหว่างการเดินทางสำรวจ ปลายปี ค.ศ.1836 เขาก็ได้ตีพิมพ์หนังสือบันทึกการท่องเที่ยวสำรวจรอบโลกของเขาชื่อ "Naturalist's Voyage Around The World"

    ต่อมาเมื่อเขาได้อ่านหนังสือของนักเศรษฐศาสตร์ชาวอังกฤษชื่อ ทอมัส รอเบิร์ต มัลทัส เรื่อง "An Essay on the Principle of Population" ที่กล่าวถึงประชากรว่าอยู่ในภาวะสมดุลได้อย่างไร ก็ทำให้เขาสนใจวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ในที่สุดเขาก็ตั้งทฤษฎีใหม่ที่กล่าวว่า "การคัด เลือกโดยธรรมชาติก่อให้เกิดวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต" โดยให้ชื่อว่า " ทฤษฎีว่าด้วยการคัดเลือกโดยธรรมชาติ ( Theory of Natural Selection)"

    ดาร์วินได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกของ Royal Society ในปีค.ศ.1839 อันเป็นปีที่เขาแต่งงานกับเอมมา เวดจ์วูด ( Emma Wedgwood) และย้ายครอบครัวไปอยู่ในหมู่บ้านดาว(Down) ซึ่งเป็นหมู่บ้านชนบทเล็กๆ และมีบุตรธิดา 10 คน แต่เสียชีวิตตั้งแต่วัยทารก 3 คน

    เมื่อดาร์วินย้ายไปอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ เขาก็ทุ่มเทในการค้นคว้าเกี่ยวกับแนวความคิดของเขาเป็นเวลา 20 ปี โดยไม่เคยนำไปเผยแพร่ที่ใดเลย จนกระทั่งในปีค.ศ.1858 ผลงานของเขาก็ถูกเผยแพร่โดยนักธรรมชาติวิทยาชื่อ อัลเฟรด รัสเซล วอลเลซ (Alfred Russel Wallace) แต่ยังไม่มี ผู้สนใจมากนัก ดาร์วินจึงคิดค้นทฤษฎีเพิ่มเติม

    ในปีค.ศ.1859ดาร์วินได้พิมพ์หนังสือของเขาโดยใช้ชื่อว่า การเกิดสปีชีส์ ( The Origin of Species ) หนังสือเล่มนี้ทำให้นักวิทยา - ศาสตร์จำนวนมากมีความสนใจและยอมรับควมาคิดของดาร์วิน แต่ประชาชนส่วนใหญ่กลับไม่เห็นด้วย จึงได้มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางและเกิดความ ขัดแย้งกันเป็นอย่างมาก จนเมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี ทฤษฎีนี้ก็ได้แพร่หลายและแทรกซึมเขาไปในแนวความคิดของผู้คน ดาร์วินได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิก ของ French Acadamy of science อันทรงเกียรติในปีค.ศ.1878

    ดาร์วินยังคงต้นคว้าและสร้างผลงานออกมาเรื่อยๆจนในปี ค.ศ.1882 สุขภาพของเขาแย่ลงและในที่สุดก็ถึงแก่กรรมในวันที่ 19 เมษายน ค.ศ.1882 ในบ้านอันสงบสุข ศพของดาร์วินถูกนำไปฝังไว้ที่โบสถ์เวสมินสเตอร์ (Westminster) ซึ่งถือเป็นการให้เกียรติอย่างสูงแก่เขา


ที่มา:วารสารแม็ค ม.ต้น ฉบับ3 ปีที่ 18 กรกฎาคม 2541
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 42920545

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!