Home arrow บุุคคลที่มีชื่อเสียง arrow นายสมัคร สุนทรเวช
Home    Contacts



นายสมัคร สุนทรเวช PDF พิมพ์
 

        นายสมัคร สุนทรเวช (13 มิถุนายน 2478 - ) หัวหน้าพรรคพลังประชาชน อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ก่อตั้งพรรคประชากรไทย เกิดที่กรุงเทพมหานคร เป็นนักการเมืองเก่าแก่ ที่มีเสียงพูด และลีลาการพูดเป็นเอกลักษณ์ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญมามากมาย เช่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (2 สมัย) มีชื่อเรียกจากสื่อมวลชนทั่วไปว่า "น้าหมัก" " ออหมัก " หรือ "ชมพู่ " (มาจากลักษณะจมูกของนายสมัคร) เป็นต้น

        นายสมัครเริ่มทำงานหลังจบนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ เป็นสื่อมวลชนสายการเมือง โดยเขียนบทความ และความคิดเห็น ทางการเมืองแบบไม่ประจำใน หนังสือพิมพ์สยามรัฐ, สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ และชาวกรุง ตั้งแต่ พ.ศ. 2500 จนถึง 2516 เขียนบทความ การเมืองในหนังสือพิมพ์ประชาไทย ตั้งแต่ พ.ศ. 2517 จนถึง 2520 และเขียนบทความในคอลัมน์ประจำ "มุมน้ำเงิน" หนังสือพิมพ์เดลิมิเร่อร์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2521 จนถึง 2537

        นายสมัครข้ามจากการเป็นสื่ออย่างเดียว มาเริ่มต้นชีวิตการเมืองโดยเข้าเป็นสมาชิก พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่ปี 2511 ลงสมัครตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนขึ้นถึงระดับชาติ จนมามีบทบาทโดดเด่นช่วงปี 2519 จากการจัดรายการสถานีวิทยุยานเกราะ ที่มีเนื้อหาโจมตีบทบาทของ ขบวนการนักศึกษาในสมัยนั้น พร้อมทั้งปลุกระดมมวลชนให้เกลียดชังขบวนการนักศึกษา และ เป็นศูนย์กลางประสานงาน ถ่ายทอดกำหนดการ และคำสั่งเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้านนักศึกษาใน เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519

        เมื่อสิ้นสุดเหตุการณ์ ในปี พ.ศ. 2519 นายสมัครได้เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่ออายุเพียง 41 ปี พร้อมๆ กับการลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ และในปี พ.ศ. 2522 ได้ก่อตั้ง พรรคประชากรไทย และดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรค มีฐานคะแนนเสียงหลักในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะในเขตที่มีหน่วยทหารตั้งอยู่หนาแน่น

        ความคิดและบทบาทของนายสมัคร มักสร้างกระแสมวลชน ทั้งสนับสนุนและคัดค้าน ได้อย่าง กว้างขวางร้อนแรง ไม่ว่าจะเป็น เหตุการณ์ 6 ตุลา, พฤษภาทมิฬ, ไอเดียหนุนกระทงโฟม, ไล่มาจนถึง การกล่าวโจมตี ประธานองคมนตรี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ทางรายการโทรทัศน์ เมื่อต้นปี พ.ศ. 2549

ประวัติการศึกษา

  • ก่อนประถม โรงเรียนสตรีบางขุนพรหม
  • ประถม โรงเรียนเทเวศน์ศึกษา
  • มัธยม โรงเรียนเซนต์คาเบรียล
  • อาชีวะ โรงเรียนอัสสัมชัญพาณิชย์
  • อุดมศึกษา นิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • ศึกษาเพิ่มเติม
    • ประกาศนียบัตรวิชามัคคุเทศก์ (คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
    • Dip. in Accounting and Business Administration จาก Bryant & Stratton College สหรัฐอเมริกา

ประวัติการทำงาน

  • พ.ศ. 2496 : เจ้าหน้าที่สอนเครื่องลงบัญชีไฟฟ้า National Cash Registered Co.,Ltd. (พ.ศ. 2496-2497)
  • พ.ศ. 2497 : เสมียนแผนกรถยนต์ และภายหลังดำรงตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าแผนกเครื่องอะไหล่ Barrow Brown Co.,Ltd. (พ.ศ. 2497-2502)
  • พ.ศ. 2502 : ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกเครื่องอะไหล่ Loxley Bangkok Co.,Ltd. (พ.ศ. 2502-2504)
  • พ.ศ. 2504 : Free Lance Guide, World Travel Service Co.,Ltd. (พ.ศ. 2504-2506)
  • พ.ศ. 2507 : ผู้จัดการแผนกเครื่องอะไหล่ บริษัทเอื้อวิทยาพาณิชย์ จำกัด (พ.ศ. 2507-2509)
  • พ.ศ. 2510 : Dietary Aid, Fox Rever Rehabilitation Hospital, Chicago U.S.A. (พ.ศ. 2510-2511)
  • พ.ศ. 2512 : ผู้จัดการแผนกเครื่องอะไหล่ บริษัท เอื้อวิทยาพาณิชย์ จำกัด (พ.ศ. 2512-2513)
  • พ.ศ. 2513 : ผู้บริหารฝ่ายขาย John Deere Thailand Co.,Ltd. (พ.ศ. 2513-2514)
  • พ.ศ. 2514 : เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอล ประจำประเทศไทย (พ.ศ. 2514-2516)
  • พ.ศ. 2516 : ลาออกจากงานประจำและทำงานการเมืองอย่างเดียวเรื่อยมา เนื่องจากภรรยามีรายได้มั่นคงพอที่จะดูแลครอบครัวแล้ว

ประวัติทางการเมือง
นายสมัครเริ่มต้นชีวิตการเมืองโดยสมัครเข้าเป็นสมาชิก พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อปี พ.ศ. 2511 เริ่มลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สมาชิกสภาเทศบาลกรุงเทพมหานคร ในปี พ.ศ. 2514 และลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2518 ในชีวิตการเมืองเคยดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง

ตลอดเวลาที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายสมัครได้รับการแต่งตั้งเป็น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีในหลายกระทรวง ได้แก่

  • รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาล ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช 2 (15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 – 13 มีนาคม พ.ศ. 2518)
  • รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาล ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช 3 (20 เมษายน พ.ศ.2519 - 23 กันยายน พ.ศ. 2519)
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาล นายธานินทร์ กรัยวิเชียร (8 ตุลาคม พ.ศ. 2519 - 19 ตุลาคม พ.ศ. 2520)
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ 2 (30 เมษายน พ.ศ. 2526 - 5 สิงหาคม พ.ศ. 2529)
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ (9 ธันวาคม พ.ศ. 2533 - 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534)
  • รองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.สุจินดา คราประยูร (7 เมษายน พ.ศ. 2535 - 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2535)
  • รองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล นายบรรหาร ศิลปอาชา (13 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 - 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539)
  • รองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ (25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 - 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540)

สรุปประวัติทางการเมืองได้ดังนี้

  • พ.ศ. 2511 : เข้าเป็นสมาชิก พรรคประชาธิปัตย์ (พ.ศ. 2511 - 2519)
  • พ.ศ. 2514 : สมาชิกสภาเทศบาลนครกรุงเทพมหานคร (ได้รับเลือกตั้ง เมื่อ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2514)
  • พ.ศ. 2516 : สมาชิกสมัชชาแห่งชาติ (ได้รับแต่งตั้งเมื่อ 10 ธ.ค.16) และ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (ได้รับแต่งตั้งเมื่อ 23 ธ.ค.16)
  • พ.ศ. 2518 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (ม.ค. 2518)
    • พ.ศ. 2518 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • พ.ศ. 2519 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (เม.ย. 2519)
    • พ.ศ. 2519 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
    • พ.ศ. 2519 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (พ.ศ. 2519 - 2520)
  • พ.ศ. 2522 : ก่อตั้งพรรคประชากรไทย และดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค
    • สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (เม.ย. 2522)
    • ประธานคณะกรรมาธิการการคลัง และสถาบันการเงิน (พ.ศ. 2523 - 2526)
  • พ.ศ. 2526 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (เม.ย. 2526)
    • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (พ.ศ. 2526 - 2529)
  • พ.ศ. 2529 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (ก.ค. 2529)
    • ประธานคณะกรรมาธิการการปกครอง (พ.ศ. 2529 - 2531)
  • พ.ศ. 2531 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (ก.ค. 2531)
    • ประธานคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ (พ.ศ. 2531 - 2533)
  • พ.ศ. 2533 : รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (พ.ศ. 2533 - 2534)
  • พ.ศ. 2535 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (มี.ค. 2535)(ก.ย. 2535)
    • ประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคม (พ.ศ. 2535 - 2538)
  • พ.ศ. 2538 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (ก.ค. 2538)
  • พ.ศ. 2539 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (พ.ย. 2539)
  • พ.ศ. 2543 : ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (พ.ศ. 2543 - 2547)
  • พ.ศ. 2550 : รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชาชน
  • พ.ศ. 2551 : นายกรัฐมนตรี

การดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

นายสมัคร สุนทรเวช ได้รับเลือกเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จากการเลือกตั้ง พ.ศ. 2543 ด้วยคะแนนเสียง 1,016,096 คะแนน ซึ่งเป็นคะแนนเสียงมากที่สุด นับตั้งแต่มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยผู้ได้คะแนนอันดับ 2 คือ นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ผู้สมัครจากพรรคไทยรักไทย ไดัรับคะแนนเสียงเพียง 521,184 คะแนน

นายสมัคร ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระหว่างปี พ.ศ. 2543-2547 นับเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนที่ 13 และเป็นคนที่ 5 ที่มาจากการเลือกตั้ง ในระหว่างการดำรงตำแหน่ง นายสมัคร ไม่มีผลงานเข้าตาชาวกรุงเทพมหานครมากนัก ผลงานที่พออ้างอิงได้ มีเพียงเรื่องเล็กน้อย เช่นเรื่องการปรับปรุงและสร้างที่จอดรถใต้ดินบริเวณหน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เป็นต้น อีกเรื่องที่อาจมีผู้จดจำได้คือ การจัดรายการ "ชิมไปบ่นไป" รายการอาหารที่ออกอากาศทางโทรทัศน์ทุกสัปดาห์

ขณะที่มีสิ่งที่นายสมัครประกาศจะทำแล้วไม่สามารถทำได้หลายประการ เช่น โครงการแฟลตข้าวโพดที่ประสบปัญหาต้องล้มเลิกไป หรือโครงการสร้างที่จอดรถใต้ดินใต้สนามหลวงที่นายสมัครไม่สามารถทำให้คณะกรรมการเกาะรัตนโกสินทร์เห็นชอบได้ หรือแม้แต่การปรับภูมิทัศน์บริเวณท่าเตียน ที่นายสมัครต้องการให้วัดแจ้งและวัดโพธิ์สามารถมองเห็นกันได้ก็ทำไม่สำเร็จ และที่สำคัญที่สุดคือโครงการส่วนต่อขยายเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอสไปยังลำลูกกา สมุทรสาครและสมุทรปราการ ก็ติดปัญหาจนไม่สามารถดำเนินการได้

ในส่วนของงานป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานครก็ไม่มีความคืบหน้า เขื่อนป้องกันน้ำท่วมริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาความยาวโครงการ 80 กิโลเมตร ที่เริ่มการก่อสร้างมาตั้งแต่สมัย ดร.พิจิตต รัตตกุล ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนก่อนจนแล้วเสร็จไปกว่าครึ่งความยาวโครงการ กลับไม่มีความคืบหน้าเพิ่มเติมใดๆ ในสมัยที่นายสมัครเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

นอกจากนี้เมื่อนายสมัครพ้นตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแล้ว ยังถูกขุดคุ้ยเรื่องราวการทุจริต กรณีจัดซื้อรถดับเพลิง และเรือดับเพลิง ที่ยังถูกดำเนินการตรวจสอบอยู่ในปัจจุบันอีกด้วย


การเลือกตั้งวุฒิสภา 2549

หลังพ้นตำแหน่ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เมื่อครบวาระ 4 ปี นายสมัครตัดสินใจไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมัยที่ 2 แต่เบนเข็มมาลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร ในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ปี พ.ศ. 2549

ผลการนับคะแนน นายสมัคร สุนทรเวช ได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ด้วยคะแนนเสียง เป็นอันดับสองของประเทศ รองจาก ร.ต.อ.นิติภูมิ นวรัตน์ ที่ได้คะแนนเสียงเป็นอันดับที่ 1 แต่ ร.ต.อ.นิติภูมิ ยังไม่ทันได้รับการรับรองตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา จาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง เนื่องจากมีผู้ร้องเรียน เรื่องการไปขึ้นเวทีปราศัยของ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่อาจถือได้ว่าเป็นการ "หาเสียง" และขัดต่อกฎหมายเลือกตั้ง ก่อนที่จะมีการชี้ขาดเรื่องดังกล่าว การเลือกตั้งวุฒิสภา พ.ศ. 2549 ก็ได้ถูกยกเลิก เนื่องจากเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน พ.ศ. 2549 ทำให้นายสมัครต้องพ้นจากตำแหน่ง โดยไม่มีโอกาสได้ปฏิบัติหน้าที่ใดๆ ในฐานะสมาชิกวุฒิสภา


รายการสนทนาปัญหาบ้านเมือง

นายสมัคร ร่วมจัดรายการ สนทนาปัญหาบ้านเมือง ทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม MV1 ([1]) ซึ่งถูกโจมตีโดยฝ่ายตรงข้ามว่าเป็นสื่อที่เข้าข้าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรและหลังจากที่มีการปฏิวัติโดยคณะปฏิรูปฯ นายสมัคร สุนทรเวช ได้ยกเลิกการกล่าวโจมตีฝ่ายที่ต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ และสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม MV1 ก็ได้ปิดตัวไป

ก่อนหน้านั้น นายสมัครได้จัดรายการร่วมกับนายดุสิต ศิริวรรณ ที่ช่อง 9 เวลา 11.00 เป็นประจำทุกวันจันทร์ - ศุกร์ ระยะเวลา 30 นาที ซึ่งนายสมัครได้กล่าวว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ "เลือกข้างใช่ไหม" จนก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และไม่พอใจของหลายฝ่าย น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ กล่าวว่า พล.อ.เปรม เป็นที่เคารพของหลายฝ่าย และเป็นถึงประธานองคมนตรี ทำให้นายสมัครต้องยุติรายการดังกล่าวทางช่อง 9 ไป


ต้องคำพิพากษาให้จำคุก คดีหมิ่นประมาท

นายสมัคร สุนทรเวช และนายดุสิต ศิริวรรณ ซึ่งร่วมกันจัดรายการโทรทัศน์ "เช้าวันนี้ที่ช่อง 5" ทางช่อง 5 และ "สมัคร-ดุสิต คิดตามวัน" ทางช่อง 9 ถูกนายสามารถ ราชพลสิทธิ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในขณะนั้น เป็นโจทก์ยื่นฟ้องเป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาท โดยการโฆษณา โดยทั้งสองกล่าวหาว่านายสามารถทุจริตในโครงการจัดซื้อจัดจ้างของกรุงเทพมหานครในรายการโทรทัศน์

ศาลมีคำวินิจฉัยว่า การกระทำของทั้งคู่เป็นการหมิ่นประมาทใส่ความโจทก์ให้ได้รับความเสียหาย ถูกดูหมิ่นเกลียดชังจริง ทั้งนี้นายสมัครได้เคยกระทำผิดฐานหมิ่นประมาทมาแล้วหลายครั้ง โดยศาลปรานีให้รอการลงโทษไว้เพื่อให้ปรับตัวเป็นคนดี แต่นายสมัครกลับกระทำผิดซ้ำในความผิดเดิมอีก ศาลมีคำสั่งจำคุกนายสมัคร สุนทรเวช และนายดุสิต ศิริวรรณ รวม 4 กระทง ๆ ละ 6 เดือน รวมจำคุกคนละ 24 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ขณะนี้คดีกำลังอยู่ระหว่างการอุทธรณ์


การวิวาทะกับสื่อ

นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนักการเมืองที่รู้กันเป็นอย่างดีว่า มีวาจาที่เผ็ดร้อน และมักชอบมีวิวาทะกับสื่อมวลชนเสมอ ๆ เช่น ให้นักข่าวหุบปาก เป็นต้น ในการเลือกตั้งในปลายปี พ.ศ. 2550 นายสมัครได้มีวิวาทะกับสื่ออีกหลายครั้ง เช่น เมื่อนักข่าวถามถึงปัญหาภายในพรรคของนายสมัคร นายสมัครตอบว่าเป็นเรื่องส่วนตัวที่ไม่สามารถบอกได้ แต่นักข่าวกลับถามซ้ำหลายครั้ง นายสมัครจึงถามย้อนว่า "เมื่อคืนไปเสพเมถุนกับใครมาหรือเปล่า" เพื่อแสดงให้เห็นว่าการถามคำถามเช่นนี้เป็นการละเมิดสิทธิส่วนตัว, กล่าวว่า"สื่อดัดจริต รวมทั้งกล่าวว่ารัฐธรรมมนูญฉบับปี พ.ศ. 2550 "เฮงซวย"


เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับ

  • พ.ศ. 2517 ตริตาภรณ์มงกุฏไทย
  • พ.ศ. 2518 ตริตาภรณ์ช้างเผือก
  • พ.ศ. 2519 ทวีติยาภรณ์มงกุฏไทย
  • พ.ศ. 2520 รัตนาภรณ์ (ชั้นที่ ๒ )
  • พ.ศ. 2522 ประถมาภรณ์มงกุฏไทย
  • พ.ศ. 2524 ประถมาภรณ์ช้างเผือก
  • พ.ศ. 2526 มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก
  • พ.ศ. 2527 ทุติยจุลจอมเกล้า
  • พ.ศ. 2527 มหาวชิรมงกุฏ
  • พ.ศ. 2539 ปฐมดิเรกคุณาภรณ์
  • พ.ศ. 2545 ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ

งานอื่นๆ

  • สมัคร สุนทรเวชเขียนบทความ และความคิดเห็นทางการบ้านการเมืองแบบไม่ประจำใน สยามรัฐ, สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ และชาวกรุง ตั้งแต่ พ.ศ. 2500 ถึง 2516
  • เขียนบทความการเมืองในหนังสือพิมพ์ประชาไทย (พ.ศ. 2517 - พ.ศ. 2520)
  • เขียนบทความในคอลัมน์ประจำ (มุมน้ำเงิน) หนังสือพิมพ์เดลิมิเร่อร์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2521 จนถึง พ.ศ. 2537
  • ผู้ดำเนินรายการ ชิมไปบ่นไป
  • ผู้ดำเนินรายการ เช้าวันนี้..ที่เมืองไทย ทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง5

อ้างอิง http://th.wikipedia.org/

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 44679519
ขณะนี้มี 1 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!