Home arrow บทความทั้งหมด arrow หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ arrow สตีเฟ่น ฮอว์กิ้น อัจฉริยะพิการ ผู้ถอดรหัสจักรวาล
Home    Contacts



สตีเฟ่น ฮอว์กิ้น อัจฉริยะพิการ ผู้ถอดรหัสจักรวาล PDF พิมพ์

หน้า 180

ทฤษณีบิ๊กแบง  (The Big Bang Theory)

แนวคิดซึ่งกล่าวว่า เอกภพเกิดจากการขยายตัวของสภาวะเริ่มต้นซึ่งมีขนาดเล็ก มีอุณหภูมิสูงจัด และอัดแน่นไปด้วยพลังงานรังสี บางครั้งเรียกว่า แบบจำลองบิ๊กแบงของเอกภพ (the Big Bang model of the Universe)

             สภาวะเริ่มต้นซึ่งมีขนาดเล็กนี้ อาจเรียกแบบง่าย ๆ ว่า ลูกไฟ(fireball) แต่อาจเรียกให้รัดกุมขึ้นว่า ซิงกูลาริตี้ของบิ๊กแบง (Big Bang singularity)

คำว่า Big Bang (การระเบิดฟังใหญ่) เป็นคำที่นักดาราศาสตร์ชื่อ เฟรีด ฮอยล์ (Fred Hoyle) ใช้เรียกทฤษฎีนี้ในลักษณะเย้ยหยัน คล้าย ๆ กับว่าจากเดิมที่ไม่มีอะไร จู่ ๆ เอกภพก็โผล่ตูมออกมา

หน้า 49-51,68,74,82-85,101,148-162

 

ทฤษฎีสถานะคงตัว (steady state theory)

แนวคิดซึ่งเสนอว่า ในขณะที่เอกภพกำลังขยายตัวออกไปและทำให้กาแล็กซี่ต่าง ๆ เคลื่อนที่ห่างจากกันไปเรื่อย ๆ นี้ ก็จะมีการสร้างกาแล็กซี่ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อเติมเต็มที่ว่างที่เกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้ลักษณะของเอกภพสอดคล้องกับหลักจักรวาลแบบสมบูรณ์ (perfect cosmological principle) ที่ว่า เอกภพจะดูเหมือนกันทุกหนทุกแห่งไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนในเอกภพและไม่ว่าในเวลาใด ๆ

แนวคิดนี้บางครั้งถือว่าเป็นเพียง สมมติฐานสถานะคงตัว (steady state hypothesis)

และได้รับการเสนอโดย เฮอร์มันน์ บอนดี, โทมัส โกลด์ และเฟร็ด ฮอยล์ ในราวทศวรรษที่ 1940 แต่ในปัจจุบันถือว่าเป็นแนวความคิดที่แพ้ทฤษฎีบิ๊กแบง เนื่องจากไม่สอดคล้องกับผลการสังเกตการณ์

หน้า 102

ทฤษฎีสัมพัทธภาพ (relativity theory)

แนวคิดในวิชาฟิสิกส์ที่ว่า ผลของการวัดค่าของปริมาณทางกายภาพต่าง ๆ อาจเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นกับสภาพการเคลื่อนที่ของผู้สังเกต ในวิชาฟิสิกส์ยุคเก่า  เชื่อกันว่าผู้สังเกตทุกคนไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในเอกภพจะวัดระยะทางและช่วงเวลาได้ค่าเหมือนกัน อย่างไรก็ดี ทฤษฎีสัมพัทธภาพบอกว่าความเชื่อดังกล่าวนี้ไม่ถูกต้อง และผลของการวัดปริมาณต่าง ๆ จะขึ้นอยู่กับการเคลื่อนที่สัมพัทธ์ระหว่างผู้สังเกตกับสิ่งที่ถูกสังเกต

ทฤษฎีสัมพัทธภาพเสนอโดยอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ และมี  2 ภาค ได้แก่ ทฤษฏีสัมพัทธภาพพิเศษ (special relativity)  และทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป (general relativity)

ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ (เสนอในปี ค.ศ. 1905) พัฒนาขึ้นจากสมมติฐาน 2 ข้อได้แก่ หนึ่ง กฏทางฟิสิกส์มีรูปแบบเดียวกันในทุกกรอบอ้างอิงเฉื่อย (inertial frame of reference) และ สอง อัตราเร็วของแสงมีค่าคงที่เสมอสำหรับผู้สังเกตทุกคน (กรอบอ้างอิงเฉื่อยคือ กรอบอ้างอิงที่กฏการเคลื่อนที่ของนิวตันใช้งานได้อย่างถูกต้อง)

ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป (เสนอในปี ค.ศ.1916) ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่ออธิบายความโน้มถ่วง และใช้ได้กับกรอบอ้างอิงที่มีความเร่ง ทั้งสองทฤษฎีนี้นับเป็นเสาหลักที่สำคัญในประวัติศาสตร์การพัฒนาฟิสิกส์ยุคใหม่

หน้า 9-11,13,28,160



 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 48355494

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!