Home arrow บทความทั้งหมด arrow หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ arrow สตีเฟ่น ฮอว์กิ้น อัจฉริยะพิการ ผู้ถอดรหัสจักรวาล
Home    Contacts



สตีเฟ่น ฮอว์กิ้น อัจฉริยะพิการ ผู้ถอดรหัสจักรวาล PDF พิมพ์

หน้า 179

ซิงกูลาริตี้ (singularity)

บริเวณซึ่งกฎทางฟิสิกส์ (ที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน) ไม่สามารถใช้งานได้ มักจะคิดกันว่าซิงกูลาริตี้มีลักษณะเป็นจุด (มี 0 มิติ) แต่โนหลักการแล้ว ซิงกูลาริตี้อาจมีลักษณะเป็นเส้น (มี 1 มิติ) หรือแผ่น (มี 2 มิติ) ก็ได้ ตัวอย่างเช่น ในกรณีของหลุมดำแบบหมุน (spinning black hole)  หากวิเคราะห์โดยใช้ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป จะพบว่ามวลสารทั้งหมดจะถูกอิทธิพลของแรงโน้มถ่วงดึงดูดเข้าสู่จุดศูนย์กลางเกิดเป็นซิงกูลาริตี้ที่มีลักษณะเป็นจุด และมีความหนาแน่นของสสารพลังงานเป็นอนันต์

ในกรณีของหลุมดำแบบที่ง่ายที่สุด (คือไม่หมุนและไม่มีประจุ) หรือที่เรียกว่า หลุมดำแบบชวาร์ซซิลด์ (Schwarzachild black hole) หากวิเคราะห์โดยใช้ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป จะพบว่ามวลสารทั้งหมดจะถูกอิทธิพลของแรงโน้มถ่วงดึงดูดเข้าสู่จุดศูนย์กลางเกิดเป็นซิงกูลาริตี้ที่มีลักษณะเป็นจุด และมีความหนาแน่นของสสารพลังเป็นอนันต์ ในกรณีเช่นนี้ ซิงกูลาริตี้ จึงหมายถึงจุดที่มีความหนาแน่น (ของสสาร- พลังงาน) เป็นอนันต์ ทำให้มีความโค้งของอวกาศสูงเป็นอนันต์ตามไปด้วย

หากมองว่า การขยายตัวของเอกภพเป็นภาพย้อนเวลากลับของการยุบตัวของสสารเนื่องจากแรงโน้มถ่วง (จนเกิดเป็นหลุมดำ) ก็ย่อมหมายความว่า เอกภพมีจุดกำเนิดมาจากซิงกูลาริตี้ ซึ่งเรียกว่า ซิงกูลาริตี้ของบิ๊กแบง (Big Bang singularity)

น่ารู้ด้วยว่า นักวิชาการไทยบางท่านเรียกซิงกูลาริตี้ว่า  พินทุซึ่งมีความหมายว่า จุด โดยอาจเรียก บิ๊กแบง (Big Bang) ว่า มหากัมปนาทของพินทุ’  เป็นต้น อย่างไรก็ดี การเรียกเช่นนี้ทำให้ความหมายที่แท้จริงของซิงกูลาริตี้หายไป

หน้า 75-84,102,114



 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 48358696

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!