Biorubber PDF พิมพ์
   ปัจจุบัน มีการนำพลาสติกย่อยสลายได้มาใช้งานทางการแพทย์เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งนี้เนื่องจากประโยชน์หลาย ๆ ประการ ตัวอย่างเช่น ในกรณีของไหมเย็บแผลหรือแผ่นดามกระดูกต่าง ๆ เครื่องมือแพทย์ที่สามารถย่อยสลายตัวเองได้ ภายหลังจาก การทำหน้าที่ ตามที่ได้รับการออกแบบเสร็จสิ้นแล้วนั้น จะทำให้แพทย์ไม่ต้องผ่าตัด เป็นครั้งที่สอง เพื่อนำเครื่องมือแพทย์ ที่ใช้งานในการรักษาแล้ว ออกจากร่างกายผู้ป่วย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อตัวผู้ป่วยและแพทย์ คือ ผู้ป่วยไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ไม่ต้องเจ็บตัวจากการผ่าตัดเพิ่มขึ้น ไม่ต้องเสี่ยงกับการผ่าตัดเพิ่มเติมและไม่ต้องเสียเวลา ในขณะเดียวกันแพทย์ ไม่ต้องเสียเวลา ในการรักษาผู้ป่วยคนอื่นเพื่อทำการผ่าตัดนำเครื่องมือแพทย์ออก นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ในการนำไปใช้งาน ผลิตเป็น อุปกรณ์ปลดปล่อยยา (drug delivery system) และวัสดุโครงร่างรองรับเซลล์สำหรับงานทางวิศวกรรมเนื้อเยื่ออีกด้วย
   โดยทั่วไป พลาสติกที่ได้รับการพัฒนา และนำไปผลิต เป็นผลิตภัณฑ์ทางการค้านั้น มักอยู่ในกลุ่มของโพลิเอสเทอร์ ทั้งประเภท โฮโมโพลิเมอร์ และโคโพลิเมอร์ของแลกไทด์ และไกลโคไลด์ โพลิคาโปรแลกโตน (poly-e-caprolactone) โพลิไดออกซาโนน (polydioxanone) โพลิอะมิโนแอซิด (polyamino acid) โพลิแอนไฮไดร์ด (polyanhydrides) และโพลิออร์โทเอสเทอร์ (polyorthoesters) ถึงแม้จะมีการใช้งานเป็นจำนวนมาก แต่ปัจจุบัน ยังไม่มีพลาสติกย่อยสลายทางการแพทย์ ที่มีสมบัติคล้ายยาง ที่สามารถ ดึงยืดออกได้ยาว และคืนตัวกลับมาได้เมื่อปล่อยแรงออก ซึ่งเป็นสมบัติของเนื้อเยื่อหลายประเภทในร่างกายมนุษย์ได้ เช่น ถุงลมในปอดซึ่งสามารถขยายตัวได้กว่า 7 เท่าเมื่อเราหายใจเข้า และสามารถคืนรูปร่างกลับมาได้เมื่อเราหายใจออก เป็นต้น
 โพลิเมอร์ย่อยสลายชนิดใหม่ ถูกพัฒนาขึ้นโดยกลุ่มวิจัย นำโดย ศาสตราจารย์ โรเบิร์ต แลงเกอร์ แห่งสถาบันเทคโนโลยีแห่งแมสซาชูเซต สำหรับการใช้งานทางการแพทย์ โดยโพลิเมอร์นี้ถูกเรียกว่า ไบโอรับเบอร์ (Biorubber) จะมีลักษณะคล้ายยาง สามารถที่จะ ถูกดัดโค้งงอไปมาได้มากครั้ง และยังกลับมาสู่สภาพเริ่มต้นได้ โพลิเมอร์นี้ สังเคราะห์ขึ้น มาจากกลีเซอรอล (glycerol) ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายใช้ในการสร้างไขมัน และกรดเซบาซิก (sebacic acid) ซึ่งจะช่วยเมตาโบไลซ์กรดไขมันบางประเภท ข้อดีของโพลิเมอร์นี้คือ มีความแข็งแรงและยืดหยุ่น สามารถย่อยสลายตัวได้ และราคาไม่แพง นอกจากนี้ โครงสร้างโมเลกุลและส่วนผสมทางเคมี ของโพลิเมอร์นี้ สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงได้ เพื่อที่จะควบคุมสมบัติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มหรือลดอัตราการสลายตัว ความแข็งแรง การตอบสนองต่อเซลล์ เป็นต้น โดยทั่วไปแล้ว โพลิเมอร์นี้จะมีลักษณะคล้ายเส้นเอ็น หรือหลอดเลือดของมนุษย์ จากการทดลองฝังชิ้นวัสดุประเภทใหม่นี้ในหนู พบว่า โพลิเมอร์ชนิดใหม่นี้ สามารถเข้ากับสภาพทางชีววิทยา ในหนูได้เป็นอย่างดี ไม่ก่อให้เกิดการเติบโต fibrous capsule มาปกคลุมวัสดุเหมือนวัสดุอื่นบางประเภท และสามารถที่จะสลายตัวได้เมื่อเวลาผ่านไป 2 เดือน

       ด้วยลักษณะพิเศษของไบโอรับเบอร์นี้ คาดว่าจะสามารถนำไปใช้เป็น วัสดุโครงร่าง สำหรับ รองรับเซลล์ สำหรับการใช้งานทาง วิศวกรรมเนื้อเยื่อ เพื่อสร้างเนื้อเยื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเยื่อของหัวใจ หลอดเลือด กระดูกอ่อน กระดูก หรือแม้แต่อวัยวะ สำหรับ การปลูกถ่ายในอนาคต นอกจากนี้ ยังอาจจะนำไปใช้เป็นวัสดุ ในการปลดปล่อยยา เมื่อตัวมัน เกิดการสลายตัวได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม อาจจะเร็วเกินไป ที่จะกล่าวถึงความสำเร็จ และ ประโยชน์ของไบโอรับเบอร์นี้ เนื่องจากยังต้องมีการทดสอบ ในระยะเวลานาน เพื่อยืนยันถึง ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยในการใช้งานทางคลินิก แต่ทางผู้พัฒนากล่าวว่า ทั้งกลีเซอรอลและกรดเซบาซิก ล้วนแล้วแต่เป็นวัสดุที่ได้รับอณุญาต ให้มีการใช้งาน ทางการแพทย์ โดยองค์การอาหารและยา สหรัฐอเมริกาอยู่แล้ว และจากการทดสอบ ในสัตว์ทดลอง ก็พบว่ามีความปลอดภัยในการใช้งาน ทางการแพทย์ และเข้ากับสภาพภายใน ร่างกาย เป็นอย่างดี ดังนั้นจึงไม่น่าจะมีปัญหาแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม นักวิจัยบางคน ให้ความเห็นว่า ถึงแม้ว่ากลีเซอรอลและกรดเซบาซิกจะปลอดภัย แต่การนำสาร ทั้งสองประเภทมารวมกันนั้น ย่อมอาจทำให้เกิดปฏิกิริยา การตอบสนองที่แตกต่าง จากการใช้วัสดุแต่ละตัวแยกกัน ซึ่งเราคงจะต้องรอดูกันต่อไป กับผลลัพธ์ของอีกหนึ่ง นวัตกรรมใหม่ แห่งวัสดุประเภทนี้
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 43502519
ขณะนี้มี 5 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!