Home arrow บทความทั่วไป arrow ย้อนรอย...ยูโร 1960-2008
Home    Contacts



ย้อนรอย...ยูโร 1960-2008 PDF พิมพ์

Pic_260687


ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ทำการแข่งขันกันมา 13 ครั้งแล้ว โดยครั้งแรกเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 1960 โดยประเทศฝรั่งเศสรับเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ซึ่งในรอบสุดท้ายจะมีเพียง 4 ทีม หลังจากเล่นรอบคัดเลือกจนถึงรอบ 8 ทีมในระบบเหย้าเยือน และระบบนี้ใช้กันมาจนถึงปี 1976 ที่ยูโกสลาเวียเป็นเจ้าภาพ จากนั้นในปี 1980 ที่อิตาลีเป็นเจ้าภาพ เพิ่มทีมในรอบสุดท้ายเป็น 8 ทีมครั้งแรก จนถึงปี 1996 ที่อังกฤษเป็นเจ้าภาพ ได้เพิ่มรอบสุดท้ายให้มี 16 ทีมจนถึงปัจจุบัน...




ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2008

การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2008 หรือรู้จักกันในชื่อของยูโร 2008 เป็นการแข่งขันครั้งที่ 13 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-29 มิถุนายน โดยการแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่มีเจ้าภาพร่วม ถัดจากยูโร 2000 ซึ่งมีเบลเยียมและฮอลแลนด์เป็นเจ้าภาพร่วม ซึ่งในครั้งนี้มีทีมเข้าแข่งขันทั้งหมด 16 ทีม โดยออสเตรียและสวิตเซอร์แลนด์ได้สิทธิ์เข้ารอบอัตโนมัติในฐานะเจ้าภาพ ซึ่งทั้ง 2 ชาติ ใช้ 4 เมืองใหญ่เป็นเจ้าภาพจัด ท่ามกลางแฟนบอลแน่นสนามทุกนัด และกระทิงดุ สเปน สามารถคว้าแชมป์สมัยที่ 2 ได้สำเร็จ หลังจากเฉือนชนะเยอรมัน 1-0 ในนัดชิงชนะเลิศ

เจ้าภาพ : ออสเตรียและสวิตเซอร์แลนด์

แชมป์ : สเปน (นัดชิงชนะเลิศ ชนะเยอรมัน 1-0)

ดาวซัลโวสูงสุด : ดาบิด บีญา (สเปน) 4 ประตู

นักเตะยอดเยี่ยม : ซาบี้ เฮอร์นันเดซ (สเปน)

11 นักเตะยอดเยี่ยม : อิเคร์ กาซิยาส, คาร์เลส ปูโยล, คาร์ลอส มาร์เชนา, ฟิลิปป์ ลาห์ม, ยูริ เซียร์คอฟ, มาร์กอส เซนนา, ลูกา โมดริช, ซาบี้ เฮอร์นันเดซ, ฮามิต อัลตินท็อป, อังเดร อาร์ชาวิน, ดาบิด บีญา


ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2004

การแข่งขันยูโร 2004 มีโปรตุเกสรับเป็นเจ้าภาพจัด ถือเป็นครั้งแรกของประเทศทางแถบยุโรปใต้แห่งนี้ โดยจัดระหว่างวันที่ 12 มิถุนายน ถึง 4 กรกฎาคม ถือเป็นการแข่งขันครั้งที่ 12 มี 16 ทีมเข้าร่วมการแข่งขัน ใช้ 10 สนาม จาก 9 เมือง เป็นสังเวียนแข้ง และโปรตุเกสอาศัยความได้เปรียบที่เล่นในบ้าน สามารถทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ ก่อนจะพ่ายทีมม้ามืดอย่างกรีซไปเหลือเชื่อ 0-1

เจ้าภาพ : โปรตุเกส

แชมป์ : กรีซ (นัดชิงชนะเลิศ ชนะโปรตุเกส 1-0)

ดาวซัลโวสูงสุด : มิลาน บารอส (เช็ก) 5 ประตู

นักเตะยอดเยี่ยม : ธีโอโดรอส ซาโกราคิส (กรีซ)

11 นักเตะยอดเยี่ยม : ปีเตอร์ เช็ก, ทรายานอส เดลลาส, ริคาร์โด คาร์วัลโญ, จิออร์คัส ไซตาริดิส, จิอันลูกา ซัมบรอตตา, มานิเช, พาเวล เนดเวด, ธีโอโดรอส ซาโกราคิส, มิลาน บารอส, คริสเตียโน โรนัลโด, เวย์น รูนีย์



ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2000

ศึกยูโร 2000 ถือเป็นครั้งแรกที่มีเจ้าภาพจัดร่วมกัน 2 ประเทศ คือ เบลเยียมและฮอลแลนด์ โดยแข่งกันระหว่างวันที่ 10 มิถุนายน ถึง 2 กรกฎาคม เป็นครั้งที่ 11 มี 16 ทีมร่วมฟาดแข้ง มีทั้งหมด 8 เมืองที่ใช้เป็นสังเวียนลูกหนัง แต่เจ้าภาพทั้ง 2 ชาติ ไม่สามารถผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้ โดยแชมป์ตกเป็นของทีมตราไก่ ฝรั่งเศส ที่เฉือนชนะอิตาลี 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ รับแชมป์สมัยที่ 2 ไปครอง

เจ้าภาพ : เบลเยียมและฮอลแลนด์

แชมป์ : ฝรั่งเศส (นัดชิงชนะเลิศ ชนะอิตาลี 2-1)

ดาวซัลโวสูงสุด : ซาโว มิโลเซวิช (ยูโกสลาเวีย) แพทริค ไคลเวิร์ต (ฮอลแลนด์) 5 ประตู

นักเตะยอดเยี่ยม : ซีเนอดีน ซีดาน (ฝรั่งเศส)

11 นักเตะยอดเยี่ยม : ฟรานเชสโก ตอลโด, โลรองต์ บลองก์, ฟาบิโอ คันนาวาโร, เปาโล มัลดินี, ลิลิยง ตูราม, ปาทริค วิเอรา, ซีเนอดีน ซีดาน, หลุยส์ ฟิโก, เอ๊ดการ์ ดาวิดส์, แพทริค ไคลเวิร์ต, ฟรานเชสโก ต็อตติ



ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 1996

ในครั้งที่ 10 อังกฤษรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพครั้งแรก และเป็นครั้งแรกที่ใช้ชื่อเรียกว่า "ยูโร" แทนคำว่า "ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป" ครั้งนี้ใช้ 8 สนาม ใน 8 เมือง เป็นสังเวียนฟาดแข้ง โดยแข่งระหว่างวันที่ 8-30 มิถุนายน มี 16 ทีมร่วมชิงชัยเป็นครั้งแรก และแชมป์ตกเป็นของขุนพลอินทรีเหล็ก เยอรมัน หลังจากเฉือนชนะทีมเช็ก 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ซึ่งใช้กฎยิงประตูโกลเดน โกล์ เป็นครั้งแรกด้วย ทำให้เยอรมันกลายเป็นทีมแรกที่ได้แชมป์ 3 สมัย โดย 2 สมัยก่อนหน้านี้เป็นแชมป์ในนามของทีมเยอรมันตะวันตก

เจ้าภาพ : อังกฤษ

แชมป์ : เยอรมัน (นัดชิงชนะเลิศ ชนะเช็ก 2-1)

ดาวซัลโวสูงสุด : อลัน เชียเรอร์ (อังกฤษ) 5 ประตู

นักเตะยอดเยี่ยม : มัทธีอัส ซามเมอร์ (ฝรั่งเศส)

11 นักเตะยอดเยี่ยม : อันเดรียส์ ค็อปเค, โลรองต์ บลองก์, มาร์แซล เดอไซญี, มัทธีอัส ซามเมอร์, เปาโล มัลดินี, พอล แกสคอยน์, คาเรล โพบอร์สกี้, ดีเตอร์ ไอลท์ส, อลัน เชียเรอร์, ฮริสโต สตอยช์คอฟ, ดาวอร์ ซูเคอร์


ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 1992

ประเทศสวีเดน ถูกเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในครั้งที่ 9 ใช้ 4 สนาม ใน 4 เมือง มี 8 ชาติร่วมชิงชัย ระหว่างวันที่ 10-26 มิถุนายน ซึ่งในครั้งนี้ได้เกิดเรื่องเหลือเชื่อขึ้น เมื่อแข้งโคนม เดนมาร์ก กลายเป็นทีมม้ามืดที่ผงาดคว้าแชมป์ได้เป็นสมัยแรก หลังจากพิชิตทีมเต็งจ๋า เยอรมัน 2-0 ในนัดชิงชนะเลิศ สร้างความฮือฮาไปทั่วโลกเลยทีเดียว

เจ้าภาพ : สวีเดน

แชมป์ : เดนมาร์ก (นัดชิงชนะเลิศ ชนะเยอรมัน 2-0)

ดาวซัลโวสูงสุด : เฮนริค ลาร์เซน (เดนมาร์ก) โทมัส โบรลิน (สวีเดน) เดนนิส เบิร์กแคมป์ (ฮอลแลนด์) คาร์ลไอน์ซ รีดเล (เยอรมัน) 3 ประตู

นักเตะยอดเยี่ยม : ปีเตอร์ ชไมเคิล (เดนมาร์ก)

11 นักเตะยอดเยี่ยม : ปีเตอร์ ชไมเคิล, โชเซแล็ง อองโกลมา, โลรองต์ บลองก์, เยอร์เกน โคห์เลอร์, อันเดรียส์ เบรห์เม, รุด กุลลิท, สเตฟาน เอฟเฟนแบร์ก, โธมัส เฮสเลอร์, ไบรอัน เลาดรุป, เดนนิส เบิร์กแคมป์, มาร์โก ฟาน บาสเทน


ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 1988

การแข่งขันในครั้งที่ 8 มีเยอรมันตะวันตกเป็นเจ้าภาพ ใช้ 8 เมือง 8 สนาม เป็นสังเวียนแข้ง โดยมีทีมร่วมฟาดแข้ง 8 ทีม แข่งระหว่างวันที่ 10-25 มิถุนายน ซึ่งในครั้งนี้ขุนพลอินทรีเหล็กถือว่าเสียหน้าใหญ่หลวง เพราะพ่ายทีมอัศวินสีส้ม ฮอลแลนด์ ในนัดรองชนะเลิศ ขณะที่แข้งดัตช์ได้แชมป์เป็นสมัยแรกหลังจากชนะโซเวียต 2-0 ในนัดชิงฯ

เจ้าภาพ : เยอรมันตะวันตก

แชมป์ : ฮอลแลนด์ (นัดชิงชนะเลิศ ชนะโซเวียต 2-0)

ดาวซัลโวสูงสุด : มาร์โก ฟาน บาสเทน (ฮอลแลนด์) 5 ประตู

นักเตะยอดเยี่ยม :
มาร์โก ฟาน บาสเทน (ฮอลแลนด์)

11 นักเตะยอดเยี่ยม : ฮันส์ ฟาน บรอยเคเลน, จูเซ็ปเป แบร์โกมี, โรนัลด์ คูมัน, แฟรงค์ ไรจ์การ์ด, เปาโล มัลดินี, จูเซ็ปเป จิอันนินี, โลธาร์ มัทเธอุส, แยน วูเตอร์ส, รุด กุลลิท, จิอันลูกา วิอัลลี, มาร์โก ฟาน บาสเทน




ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 1984

การแข่งขันในครั้งที่ 7 มีขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 12-27 มิถุนายน มี 8 ชาติร่วมแข่งขัน ใช้ 7 เมือง 7 สนาม รองรับการแข่งขันทั้ง 15 นัด และขุนพลทีมตราไก่ ฝรั่งเศส สามารถคว้าแชมป์สมัยแรกในถิ่นตัวเองได้สำเร็จ หลังจากเอาชนะสเปน 2-0 ในนัดชิงชนะเลิศ

เจ้าภาพ : ฝรั่งเศส

แชมป์ : ฝรั่งเศส (นัดชิงชนะเลิศ ชนะสเปน 2-0)

ดาวซัลโวสูงสุด : มิเชล พลาตินี (ฝรั่งเศส) 9 ประตู

นักเตะยอดเยี่ยม : มิเชล พลาตินี (ฝรั่งเศส)

11 นักเตะยอดเยี่ยม : ฮาราลด์ ชูมัคเกอร์, เจา ปินโต, คาร์ลไฮน์ซ ฟอสเตอร์, มอร์เทน โอลเซน, อันเดรียส์ เบรห์เม, เฟอร์นันโด ชาลานา, อแล็ง ชีแรสส์, ฌอง ติกานา, แฟรงค์ อาร์เนเซน, มิเชล พลาตินี, รูดี้ โฟลเลอร์

ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 1980

ในครั้งที่ 6 อิตาลี ถูกเลือกเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ระหว่างวันที่ 11-22 มิถุนายน เป็นครั้งแรกที่มี 8 ทีมเข้าร่วมการแข่งขัน ใช้สังเวียนแข้งใน 4 เมือง 4 สนาม โดยแชมป์ตกเป็นของพลพรรคอินทรีเหล็ก เยอรมันตะวันตก คว้าแชมป์สมัยที่ 2 เป็นทีมแรก หลังจากเอาชนะทีมเบลเยียมในนัดชิงชนะเลิศ 2-1

เจ้าภาพ : อิตาลี

แชมป์ : เยอรมันตะวันตก (นัดชิงชนะเลิศ ชนะเบลเยียม 2-1)

ดาวซัลโวสูงสุด : เคลาส์ อัลลอฟส์ (เยอรมันตะวันตก) 3 ประตู

นักเตะยอดเยี่ยม : ฮอร์สท์ ฮรูเบช (เยอรมันตะวันตก)

11 นักเตะยอดเยี่ยม : ดิโน ซอฟฟ์, เคลาดิโอ เจนติเล, กาเอตาโน สคิเรอา, คาร์ลไฮน์ซ ฟอสเตอร์, ฮันส์-ปีเตอร์ บรีเกล, มาร์โก ทาร์เดลลี, แยน คูเลมองส์, แบร์นด์ ชูสเตอร์, ฮันซี มุลเลอร์, คาร์ล-ไฮน์ซ รุมเมนิกเก, ฮอร์สท์ ฮรูเบช


ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 1976

ประเทศยูโกสลาเวีย รับเป็นเจ้าภาพในครั้งที่ 5 แข่งระหว่างวันที่ 16-20 มิถุนายน จัดใน 2 เมือง 2 สนาม โดยก่อนหน้านี้ ทั้ง 4 ทีม ที่ร่วมแข่งในรอบสุดท้าย คือ เชโกสโลวาเกีย, เยอรมันตะวันตก, ฮอลแลนด์ และยูโกสลาเวีย ต้องลงแข่งในรอบคัดเลือก จากนั้นเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้ายแบบเหย้าเยือน จนเหลือ 4 ทีม มาแข่งในรอบรองชนะเลิศ และเป็นทีมเชโกสโลวาเกียที่คว้าแชมป์ไปครองเป็นสมัยแรกด้วยการชนะดวลจุดโทษเยอรมันตะวันตก 5-3 หลังจากเสมอ 2-2 ในเวลา 120 นาที

เจ้าภาพ : ยูโกสลาเวีย

แชมป์ : เชโกสโลวาเกีย (นัดชิงชนะเลิศ ชนะจุดโทษ เยอรมันตะวันตก 5-3)

ดาวซัลโวสูงสุด : ดีเตอร์ มุลเลอร์ (เยอรมันตะวันตก) 4 ประตู

นักเตะยอดเยี่ยม : อันโตนิน พาเนนกา (เชโกสโลวาเกีย)

11 นักเตะยอดเยี่ยม : อิโว วิคเตอร์, แยน พิวาร์นิค, รุด โครล, ยาโรสลาฟ พอลลัค, แอนตัน ออนดรุส, ฟรานซ์ เบ็คเคนเบาเออร์, ไรเนอร์ บอนโฮฟ, ซเดเน็ค เนโฮดา, ดีเตอร์ มุลเลอร์, อันโตนิน พาเนนกา, ดราแกน ซายิช


ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 1972

ประเทศเบลเยียมเป็นเจ้าภาพในครั้งที่ 4 แข่งระหว่างวันที่ 14-18 มิถุนายน จัดใน 3 เมือง 4 สนาม มี 4 ทีมที่ผ่านเข้ามาเล่นในรอบสุดท้าย คือ เยอรมันตะวันตก, โซเวียต, ฮังการี และเบลเยียม ซึ่งฝ่าด่านในรอบคัดเลือกมาได้ จากนั้นต้องเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้าย แบบเหย้าเยือน จนเหลือ 4 ทีมมาแข่งในรอบรองชนะเลิศ และเป็นทีมเยอรมันตะวันตกที่คว้าแชมป์เป็นสมัยแรกด้วยการชนะโซเวียต 3-0

เจ้าภาพ : เบลเยียม

แชมป์ : เยอรมันตะวันตก (นัดชิงชนะเลิศ ชนะโซเวียต 3-0)

ดาวซัลโวสูงสุด : แกร์ด มุลเลอร์ (เยอรมันตะวันตก) 4 ประตู

นักเตะยอดเยี่ยม : แกร์ด มุลเลอร์ (เยอรมันตะวันตก)

11 นักเตะยอดเยี่ยม : เอฟเกนี รูดาคอฟ, เรวาซ ซ็อดซูอัชวิลี, ฟรานซ์ เบ็คเคนเบาเออร์, พอล ไบรท์เนอร์, เมอร์ตัซ เคิร์ทซิลาวา, อูลี เฮอเนส, กุนเทอร์ เน็ตเซอร์, แฮร์เบิร์ต วิมเมอร์, ราอูล แลมเบิร์ต, จุปป์ ไฮน์เกส, แกร์ด มุลเลอร์


ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 1968

ประเทศอิตาลีเป็นเจ้าภาพในครั้งที่ 3 แข่งระหว่างวันที่ 5-10 มิถุนายน จัดใน 3 เมือง 3 สนาม มี 4 ทีมที่ผ่านเข้ามาเล่นในรอบสุดท้าย คือ อิตาลี, โซเวียต, อังกฤษ และยูโกสลาเวียซึ่งผ่านรอบคัดเลือกมาได้ ก่อนจะเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้าย แบบเหย้าเยือน จนเหลือ 4 ทีม มาแข่งในรอบรองชนะเลิศ และเป็นทีมอิตาลีที่คว้าแชมป์เป็นสมัยแรกด้วยการชนะยูโกสลาเวีย 2-0

เจ้าภาพ : อิตาลี

แชมป์ : อิตาลี (นัดชิงชนะเลิศ ชนะยูโกสลาเวีย 2-0)

ดาวซัลโวสูงสุด : ดราแกน ซายิช (ยูโกสลาเวีย) 2 ประตู

นักเตะยอดเยี่ยม : ดิโน ซอฟฟ์ (อิตาลี)

11 นักเตะยอดเยี่ยม : ดิโน ซอฟฟ์, เมียร์ซาด ฟัซลากิช, จิอาซินโต ฟัคเคตติ, อัลเบิร์ต เชสเตอร์เนฟ, บ็อบบี้ มัวร์, อิวิกา โอซิม, ซานโดร มัซโซลา, อังเจโล โดเมงจินี, เจฟฟ์ เฮิร์สท์, ลุยจิ ริวา, ดราแกน ซายิช


ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 1964

ประเทศสเปนเป็นเจ้าภาพในครั้งที่ 2 แข่งระหว่างวันที่ 17-21 มิถุนายน จัดใน 2 เมือง 2 สนาม มี 4 ทีมที่ผ่านเข้ามาเล่นในรอบสุดท้าย คือ สเปน, โซเวียต, ฮังการี และเดนมาร์ก ซึ่งผ่านรอบคัดเลือกมาได้ ก่อนจะเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้าย แบบเหย้าเยือน จนเหลือ 4 ทีม มาแข่งในรอบรองชนะเลิศ และเป็นทีมสเปนที่คว้าแชมป์เป็นสมัยแรก ด้วยการชนะโซเวียต 2-1

เจ้าภาพ : สเปน

แชมป์ : สเปน (นัดชิงชนะเลิศ ชนะโซเวียต 2-1)

ดาวซัลโวสูงสุด : เฟเรนซ์ เบเน, เดซโซ โนวัค (ฮังการี) เฮซุส มาเรีย เปเรดา (สเปน) 2 ประตู

นักเตะยอดเยี่ยม : หลุยส์ ซัวเรซ (สเปน)

11 นักเตะยอดเยี่ยม : เลฟ ยาชิน, เฟลิเซียโน ริบิญา, เดซโซ โนวัค, อิกนาซิโอ โซโก, เฟอร์นันโด โอลิเบญา, อามันซิโอ อมาโร, เฟเรนซ์ เบเน, วาเลนติน อิวานอฟ, เฮซุส มาเรีย เปเรดา, หลุยส์ ซัวเรซ, โฟลเรียน อัลเบิร์ต


ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 1960

ประเทศฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพประเดิมในครั้งแรก โดยแข่งระหว่างวันที่ 6-10 กรกฎาคม จัดใน 2 เมือง 2 สนาม มี 4 ทีม ที่ผ่านเข้ามาเล่นในรอบสุดท้าย คือ ฝรั่งเศส, โซเวียต, ยูโกสลาเวีย และเชโกสโลวาเกีย ที่สามารถผ่านรอบคัดเลือกมาได้ ก่อนจะเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้าย แบบเหย้าเยือน จนเหลือ 4 ทีมมาแข่งในรอบรองชนะเลิศ และเป็นทีมโซเวียตที่คว้าแชมป์เป็นสมัยแรก ด้วยการชนะยูโกสลาเวีย 2-1 หลังต่อเวลาพิเศษ 120 นาที

เจ้าภาพ : ฝรั่งเศส

แชมป์ : โซเวียต (นัดชิงชนะเลิศ ชนะยูโกสลาเวีย 2-1)

ดาวซัลโวสูงสุด : วาเลนติน อิวานอฟ, วิคเตอร์ โพเนเดลนิค (โซเวียต) มิลาน กาลิช, ดราซาน เยอร์โควิช (ยูโกสลาเวีย) ฟรองซัวส์ อุตต์ (ฝรั่งเศส) 2 ประตู

นักเตะยอดเยี่ยม : วิคเตอร์ โพเนเดลนิค (โซเวียต)

11 นักเตะยอดเยี่ยม : เลฟ ยาชิน, วลาดิเมียร์ เยอร์โควิช, ราดิสลาฟ โนวัค, อิกอร์ เน็ตโต, โจเซฟ มาโซปุสต์, วาเลนติน อิวานอฟ, สลาวา เมเตรเวลี, วิคเตอร์ โพเนเดลนิค, ดราโกสลาฟ เซกูลารัช, บอริโวจ์ คอสติช


 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 43196632
ขณะนี้มี 2 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!