Home arrow บทความทั่วไป arrow บทความทั่วไป กุมภาพันธ์ 55
Home    Contacts



บทความทั่วไป กุมภาพันธ์ 55 PDF พิมพ์

หน้า 16

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

60 ปี การครองราชย์ ของ"ควีนเอลิซาเบธที่สอง"

Pic_237691

ปี2012 นับเป็นปี ทองของสหราชอาณาจักรอย่างแท้ จริง เพราะนอกจากอังกฤษจะเป็นเจ้าภาพ จัดการแข่งขันมหกรรม กีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ “ลอนดอน โอลิมปิก เกมส์ 2012” ระหว่าง วันที่ 27 ก.ค. ถึง 12 ส.ค. นี้ ประชาชนชาวอังกฤษยังได้ร่วมเฉลิมฉลองปีมหามงคลยิ่ง เนื่องในวโร- กาสครบรอบ 60 ปี การครองราชย์ของ “สมเด็จพระบรมราชินีเอลิซาเบธที่สองแห่งสหราชอาณาจักร” ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ตลอดปี 2012



ย้อนกลับไปเมื่อ 60 ปีก่อน ในยุคที่เพิ่งมีโทรทัศน์ขาวดำ และอังกฤษผ่านความบอบ ช้ำจากสงครามโลกครั้งที่สองมาเกือบทศวรรษ “เจ้าหญิงเอลิซาเบธ” ต้องเสด็จขึ้นเสวยราชย์แทนพระราชบิดา “พระเจ้าจอร์จที่หก” ซึ่งเสด็จสวรรคตอย่างฉับพลันด้วยพระหทัยวาย ในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 6 ก.พ.1952 ทันทีที่ทราบข่าวร้าย “เจ้าหญิงเอลิซาเบธ” และพระสวามี ทรงรีบบินกลับจากประเทศเคนยา เพื่อมาร่วมพระราชพิธีพระบรมศพ



ขณะนั้น “เจ้าหญิงเอลิซาเบธ” เพิ่งจะมีพระชนมายุเพียง 25 พรรษา และยังไม่ทรงฉายแววใดๆว่าจะเป็นพระประมุขที่ดีในอนาคต เพราะทรงเป็นเด็กสาวขี้อาย, กิริยามารยาทสุภาพเรียบร้อย, ไม่ใคร่ชอบออกงานสังคม และรักม้าเป็นชีวิตจิตใจ กระนั้น ก็ทรงถอดแบบพระนิสัยหลายอย่างมาจากพระราชบิดาผู้ทรงเป็นกษัตริย์ ไม่ว่าจะเป็นความเจ้าระเบียบ, ความช่างคิด และความรับผิดชอบต่อหน้าที่ อีกทั้งยังทรงเข้มแข็งอดทน และสุขุมเยือกเย็นเหมือนพระราชมารดาด้วย



เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.1953 พระราชพิธีบรมราชาภิเษกอย่างเป็นทางการ ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ภายในมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ และจากเจ้าหญิงน้อยที่ไม่ทรงประสีประสาอะไรเมื่อ 6 ทศวรรษก่อน กาลเวลาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า สมเด็จพระบรม ราชินีเอลิซาเบธที่สอง ทรงเป็นทรัพย์สินอันล้ำค่าของแผ่นดินอย่างแท้จริง และยังทรงเป็นศูนย์กลางดวงใจของประชาชนทั้งชาติ แม้จะทรงถูกท้าทายพระราชอำนาจครั้งแล้วครั้งเล่าจากฝ่ายรัฐบาล ซึ่งพยายามลดบทบาทความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมือง!!



ภายใต้รัชสมัยการปกครองของสมเด็จพระบรมราชินีเอลิซาเบธที่สอง มีนายกรัฐมนตรีเข้ามาบริหารประเทศและเก็บกระเป๋าออกจากบ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิ่ง ถึง 12 คนแล้ว ไล่ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีคนแรกคือ “เซอร์วินสตัน เชอร์ชิลล์” ซึ่งแก่พอจะเป็นคุณปู่ของควีนเอลิซาเบธที่สอง มาจนถึงนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน “เดวิด คาเมรอน” ที่ยังไม่เกิดด้วยซ้ำตอนที่องค์พระประมุข ของอังกฤษเสด็จขึ้นเสวยราชย์เมื่อ 6 ทศวรรษที่แล้ว

จนถึงขณะนี้สมเด็จพระบรมราชินีเอลิซาเบธที่สองทรงได้รับการบันทึกให้เป็นพระประมุขที่มีพระชนมายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์ราชวงศ์อังกฤษ โดยปัจจุบัน มีพระชนมายุ 85 พรรษา อีกทั้งยังทรงเป็นพระประมุขที่ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดของสหราชอาณาจักร เป็นรองก็แต่สมเด็จพระ นางเจ้าวิคตอเรีย ซึ่งปกครองประเทศ มายาวนานถึง 63 ปีเต็ม

นอกจากพระราชภารกิจหลัก ในฐานะองค์พระประมุขแห่งเครือจักรภพอังกฤษ, จอมทัพแห่งกองทัพสหราชอาณาจักร และประมุขสูงสุดแห่งคริสตจักรอังกฤษตลอด 6 ทศวรรษที่ผ่านมา สมเด็จพระบรม ราชินีเอลิซาเบธที่สองยังทรงแสดงบทบาทอย่างโดดเด่นในฐานะทูตสันถวไมตรีของเครือจักรภพอังกฤษและราชวงศ์วินด์เซอร์ พระองค์เสด็จฯเยือนประเทศต่างๆมาแล้วทั่วทุกมุมโลก โดยมีพระราชสวามี “เจ้าชายฟิลิป” ดยุคแห่งเอดินเบอระ ตามเสด็จเคียงข้างเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆให้ดำเนินไปอย่างราบรื่น ตลอดจนช่วยแบ่งเบาพระราชภารกิจอันหนักอึ้ง และในปัจจุบันควีนเอลิซาเบธที่สองทรงเป็นองค์ประธานองค์กรการกุศลมากกว่า 600 แห่ง



อย่างไรก็ดี เมื่อสถาบันพระมหากษัตริย์ของอังกฤษต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงของโลก ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ราชวงศ์อย่างเปิดเผยเป็นครั้งแรกในยุคทศวรรษ 1980 โดยสื่ออังกฤษต่างขุดคุ้ยนำเรื่องราวชีวิตส่วนพระองค์ของพระราชวงศ์วินด์เซอร์ออกมาตีแผ่ต่อสาธารณชนอย่างต่อเนื่อง พุ่งเป้าไปที่พระราชธิดา และพระราชโอรสทั้ง 3 พระองค์ของควีนเอลิซาเบธที่สองเป็นหลัก

ต่อมาในยุคทศวรรษ 1990 ความนิยมของสมเด็จพระบรมราชินีเอลิซาเบธที่สองดิ่งลงสู่จุดต่ำน่ากังวล โดยมีกระแสกดดันอย่างหนักจาก ฝ่ายต่อต้านราชวงศ์ ที่ทวงถามความเท่าเทียมกันทางสังคม ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ควีนเอลิซาเบธที่สองต้องทรงเปิดพระราชวังบั๊กกิ้งแฮมให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชมเป็นครั้งแรก และยังทรงถูกบีบให้จ่ายภาษีเงินได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ด้วย!! ขณะที่คะแนนนิยมขององค์พระประมุขอังกฤษตกต่ำถึงขีดสุด เมื่อทรงแสดงท่าทีเย็นชาต่อการสิ้นพระชนม์ของอดีตพระสุนิสาองค์โต “เจ้าหญิงไดอาน่า” สร้างความผิดหวังอย่างมากแก่ประชาชนทั่วโลก

หลังจากนั้นไม่นาน นิตยสารฟอร์บส์ก็ไขปริศนาคาใจประชาชนชาวอังกฤษให้ล่วงรู้ โดยนำตัวเลขพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ของสมเด็จ พระบรมราชินีเอลิซาเบธที่สองออกมาเปิดเผยต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก เมื่อปี 2010 โดยระบุว่า องค์พระประมุขแห่งอังกฤษทรงมีพระราชทรัพย์ ส่วนพระองค์ไม่ต่ำกว่า 450 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กระนั้น ทางพระราชวังบั๊กกิ้งแฮมได้ออกแถลงการณ์ยืนกรานว่า ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าความเป็นจริงหลายเท่าตัว

ในขณะที่สื่อแดนผู้ดียังคงจับจ้องนำเสนอข่าวพระราชวงศ์อังกฤษอย่างไม่หยุดยั้ง และหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ ความยิ่งใหญ่และโรแมนติกของพระราชพิธีเสกสมรสครั้งประวัติศาสตร์ ระหว่าง “เจ้าชายวิลเลี่ยม” พระโอรสองค์โตของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ กับหญิงสามัญชนผู้เลอโฉม “เคท มิดเดิลตัน” เมื่อปี 2011 กลับช่วยกอบกู้เรตติ้งความนิยมของสถาบันพระมหากษัตริย์อังกฤษให้ฟื้นคืนมาอีกครั้ง ท่ามกลางความชื่นชมของประชาชนทั่วทุกมุมโลก

เนื่องในวโรกาสครบรอบ 60 ปี แห่งการครองราชย์ สมเด็จพระบรม ราชินีเอลิซาเบธที่สองได้มีพระราชสาสน์ถึงประชาชน เมื่อเช้าวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา ใจความว่า “วันนี้ เป็นวันที่ข้าพเจ้าครองราชย์มาครบ 60 ปีเต็ม ข้าพเจ้าขอขอบคุณประชาชนทุกคนที่ให้การสนับสนุนและให้กำลังใจแก่ข้าพเจ้า และเจ้าชายฟิลิป ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สำหรับปีที่พิเศษยิ่งนี้ ข้าพเจ้าขออุทิศตนทำงานเพื่อประชาชนอีกครั้ง... ข้าพเจ้าหวังอย่างยิ่งว่า พวกเราจะได้ใช้โอกาสนี้ในการเฉลิมฉลองร่วมกัน และมุ่งไปสู่อนาคตด้วยกัน”.

ทีมข่าวสตรี



 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 43466866
ขณะนี้มี 2 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!