Home arrow ข่าววิทย์ arrow นักวิจัยไทยพบ'งูเขียวหางไหม้ภูเก็ต'พันธุ์ใหม่ของโลก
Home    Contacts



นักวิจัยไทยพบ'งูเขียวหางไหม้ภูเก็ต'พันธุ์ใหม่ของโลก PDF พิมพ์

วันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ.2554

Pic_225496

อฮา ! นักวิจัยไทยใช้เวลากว่า 2 ปี ค้นพบงูเขียวหางไหม้สายพันธุ์ใหม่ของโลก ตั้งชื่อ "งูเขียวหางไหม้ภูเก็ต" ตามแหล่งค้นพบในป่าดิบชื้นในภูเก็ต เผยได้รับการรับรองในวารสารดังของโลกแล้ว นำมาเปิดตัวครั้งแรกในงานวันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ สวนสัตว์โคราช...

นายกีรติ กันยา รักษาการหัวหน้างานสัตว์เลื้อยคลาน สวนสัตว์นครราชสีมา เปิดเผย การค้นพบงูเขียวหางไหม้พันธุ์ใหม่ของโลก ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานวันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ ประจำปี 2554 ที่สวนสัตว์นครราชสีมา ว่า ได้ใช้ชื่องูที่ค้นพบใหม่นี้ว่า งูเขียวหางไหม้ภูเก็ต ตามแหล่งที่ค้นพบ และได้รับการตีพิมพ์รับรองโดยวารสารนานาชาติรัสเซียล เจอร์นัล ออฟเฮอร์ปิโตโลจี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยการค้นพบเกิดขึ้นจากการทีมงานวิจัยและตรวจสอบสภาพป่า ที่มีการรวมตัวกันระหว่างตนเองและผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลื้อยคลานและคุ้มครองสัตว์ป่า หลังได้พบเห็นงูชนิดนี้จากภาพถ่ายของสมาชิกชมรมรักสัตว์เลื้อยคลานผ่านทางเว็บไซต์ ไฮไฟว์ ที่นำมาโพสต์มีการระบุแหล่งที่พบในป่าดิบชื้นแห่งหนึ่งในเกาะภูเก็ต จึงเดินทางไปสำรวจใช้เวลากว่า 2 ปี กระทั่งพบในป่าดิบชื้นแห่งหนึ่งซึ่งไม่ขอเปิดเผยสถานที่ เนื่องจากหวั่นว่าจะมีคนไปล่าหาเพื่อนำมาจำหน่าย

 


อย่างไรก็ตาม เมื่อนำมาเทียบเคียงสายพันธุ์พบว่า ไม่เคยมีการค้นพบมาก่อนซึ่งมีความแตกต่างจากงูเขียวหางไหม้ทั่วไป มีลวดลายที่เด่นชัด และเป็นระเบียบกว่างูเขียวหางไหม้ทั่วไป อีกทั้งจำนวนเกล็ดจะมากและถี่กว่า โดยงูเขียวหางไหม้ภูเก็ตตัวผู้จะมีลายที่ชัดเจนและเป็นระเบียบมากกว่าตัวเมีย และมีจุดขาวอมฟ้าตามแนวกลางหลัง ส่วนเพศเมียมีลายพาดกลางหลัง มีแถบสีน้ำตาลแดงและเส้นสีขาวคาดจากส่วนท้ายของหัวทั้ง 2 เพศ บนหัวมักมีสีแดงเลือดนกแต้ม โดยเฉพาะเพศผู้ เส้นข้างขอบท้องเป็นเส้นสีขาวหรือเขียวอ่อนอยู่ด้านบน และสีแดงด้านล่างจากคอถึงแนวทวารร่วม หางมีแถบสีน้ำตาลแดงคาดเป็นบั้งและไม่มีเส้นขอบหางตามยาว ใต้หางมีจุดประสีแดงและสีขาวขนสีเขียว และเพศเมียจะมีสีเขียวอ่อนประกายส่วนเพศผู้จะมีสีเขียวเข้มกว่า เป็นงูพิษอ่อนอันตรายความรุนแรงของพิษคล้ายกันกับงูเขียวหางไหม้ทั่วไป

 


สำหรับงูเขียวหางไหม้ชนิดนี้น่าจะมีถิ่นกำเนินอยู่ในป่าดิบชื้นตามเกาะต่างๆ ทั่วไป ในฝั่งทะเลอันดามัน มักอาศัยบนต้นไม้สูงแล้วซุ่มลงหากินในระดับต่ำใกล้พื้น อาหารหลักได้แก่ จิ้งจก และหนูขนาดเล็ก มีนิสัยค่อนข้างดุ สามารถทำตัวเองให้แบนลงเพื่อเพิ่มแรงเกาะกิ่งไม้ได้ มีการสืบพันธุ์โดยการออกลูกเป็นตัว ตั้งท้องประมาณ 3 เดือน ออกลูกครั้งละ 8-10 ตัว ตัวเต็มวัยจะมีความยาวประมาณ 1 ฟุต ซึ่งการค้นพบครั้งนี้เป็นการยืนยันได้ว่าป่าในพื้นที่ของประเทศไทยยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ และมีความหลากหลายทางชีวภาพแฝงอยู่ ดังนั้นเราควรที่จะอนุรักษ์รักษาป่าไม้ให้มีความสมบูรณ์ต่อไป เพื่อที่จะเป็นแหล่งให้กำเนิดชีวิตของสัตว์ต่างๆ

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 42932932
ขณะนี้มี 5 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!