Home arrow บทความวิทยาศาสตร์ arrow ฟิสิกส์เบื้องหลังรูปปั้นอียิปต์ขยับ
  
เมนูอื่นๆ
Home บทความวิทยาศาสตร์ เซ็นสมุดเยี่ยม
ฟิสิกส์เบื้องหลังรูปปั้นอียิปต์ขยับ PDF พิมพ์

ผู้จัดการออนไลน์



 
คลิกครับ
 บรรยายความคิดเห็นผ่านทาง Facebook


รูปปั้นอียิปต์โบราณในพิพิธภัณฑ์แมนเชสเตอร์ขยับได้

บ้างว่าเป็นอาถรรพ์ บ้างว่าด้วยแรงสั่นสะเทือนจากการเดินชมของนักท่องเที่ยวทำให้รูปปั้นอียิปต์โบราณในพิพิธภัณฑ์อังกฤษขยับได้ แต่มีคำอธิบายชัดๆ ทางฟิสิกส์ถึงปรากฏการณ์ดังกล่าว

เป็นที่ฮือฮาไม่น้อยสำหรับคลิปรูปปั้นอียิปต์โบราณของชายชื่อว่า "เนบ-เซนู" (Neb-Sanu) อายุราว 4,000 ปี ที่สูงประมาณ 10 นิ้ว ขยับเองได้อย่างช้าๆ ภายในพิพิธภัณฑ์แมนเชสเตอร์ (Manchester Museum) ของอังกฤษ

หากไม่ใช่การโฆษณาแบบบอกต่อ (viral ad) ดิอินเตอร์เนชันนัลบิซิเนสไทม์รายงานว่า การสั่นสะเทือนเป็นอีกคำอธิบายถึงปรากฏการณ์ดังกล่าว โดยสิ่งที่ผู้ได้เห็นคลิปดังกล่าวน่าจะสังเกตได้คือรูปปั้นจะขยับเฉพาะเมื่อมีคนเดินผ่านเท่านั้น

แรงสั่นสะเทือนเกิดได้เมื่อมีการสัญจรด้วยเท้าผ่าไปมา ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่เสมอในพิพิธภัณฑ์ทั่วไป อ้างตามรายงานดังกล่าวแรงสั่นสะเทือนจะยิ่งมากขึ้นหากพื้นห้องทำด้วยไม้เช่นเดียวกับห้องจัดแสดงรูปปั้นอียิปต์โบราณดังกล่าว และวัตถุที่วางบนหิ้งกระจกอย่างรูปปั้นเนบเซนูก็ขยับได้เป็นระยะทางสั้นๆ

http://youtu.be/AbXEHu27qUI

เดวิด ธิคเกตต์ (David Thickett) นักอนุรักษ์ประจำพิพิธภัณฑ์บริติช (British Museum) ได้สืบค้นเรื่องความเสียหายต่อวัตถุในพิพิธภัณฑ์อันเนื่องจากการสั่นสะเทือน จากรายงานทางวิชาการที่นำเสนอเมื่อปี 2002 ภายในการประชุมคณะกรรมการนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ ในกรุงริโอเดอจาเนโร บราซิล

จากการสืบค้นข้อมูลดังกล่าวธิคเกตต์ระบุว่า หลายห้องจัดแสดงของพิพิธภัณฑ์บริติชมีข้อมูลบันทึกระดับการสั่นสะเทือนพื้นหลังไม่ว่าตำแหน่งใดก็ตามอยู่ระหว่าง 0.006-0.15 แรงจี (g-force)* ซึ่งการที่วัตถุขยับได้นี้การสั่นสะเทือนต้องเอาชนะความเสียดทานที่อยู่ระหว่างฐานวัตถุกับหิ้งวางวัตถุนั้นได้

"ความเสียดทานขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัย ได้แก่ น้ำหนักของวัตถุ พื้นที่สัมผัสระหว่างวัตถุหรือตัวพยุงวัตถุนั้นกับหิ้งวางวัตถุนั้น และตัวหิ้งกับวัตถุนั้นหรือวัสดุพยุงวัตถุ" ธิคเกตต์กล่าว

ทั้งนี้ ภายในพิพิธภัณฑ์บริติชนั้นความสั่นสะเทือนโดยรอบได้คลายกระเบื้องของวัตถุจำลองศิลปะแอซเทค (Aztec) และยังปลิดรูปแกะสลักเสือดาวจากงาช้างแอฟริกันให้หลุดจากผนังที่ยึดวัตถุดังกล่าวไว้

ธิคเกตต์ยังพบตัวอย่างวัตถุบนหิ้งกระจกขยับได้ด้วยความสั่นสะเทือนระดับต่ำกว่า 0.02 แรงจี หรือรูปปั้นทองแดง 1 ปอนด์ขยับขณะที่รูปแกะสลักหนัก 0.7 ปอนด์ที่อยู่ใกล้เคียง ยังอยู่นิ่งบนชั้นแก้ว

หนึ่งในแนวทางแก้ไขกรณีวัตถุขยับคือใส่ขี้ผึ้งเล็กน้อยที่ฐานของวัตถุ แต่นักอนุรักษ์วัตถุต้องตระหนักด้วยว่าขี้ผึ้งนั้นอาจสร้างความเสียหายแก่วัตถุจำลองที่แตกหักได้

การทดลองของมิค

http://youtu.be/mRnoDb8tmkM


นอกจากนี้ยังมีผู้ใช้ชื่อว่า "มิค" (Mick) ได้เผยการทดลองส่วนตัวลงเว็บไซต์ Metabunk.or เพื่อแสดงให้เห็นว่า วัตถุสามารถขยับไปรอบๆ ได้เนื่องจากความสั่นสะเทือน โดยใช้โต๊ะกระจกทดลองแทนหิ้งกระจกของพิพิธภัณฑ์ และใช้ขวดบรรจุเกลือกระเทียมวางบนแท่งไม้เพื่อแทนวัตถุในพิพิธภัณฑ์ ผลคือการสั่นสะเทือนบนโต๊ะเพียงพอที่จะทำให้วัตถุหมุนไปรอบๆ

อย่างไรก็ดี มีคำถามอีกว่าทำไมรูปปั้นเพิ่งมาขยับในตอนนี้ ทำไมไม่มีใครสังเกตเห็นการขยับดังกล่าวมาก่อน ซึ่งคำอธิบายหนึ่งคือรูปปั้นเนบ-นาซูเพิ่งจะถูกย้านที่ใหม่มาอยู่ที่ส่วนจัดแสดงโลกโบราณที่เพิ่งเปิดเมื่อ ต.ค.ปีที่ผ่านมา

ขณะที่มิคเขียนเสริมอีกว่า การทดลองของเขานั้นแสดงการเคลื่อนไหวที่ขึ้นอยู่สภาพแวดล้อม ซึ่งเป็นไปได้ว่าที่เพิ่งเห็นการขยับนั้นเพราะบางอย่างน่าจะมีการเปลี่ยนแปลง เพียงแค่ความชั้นของหิ้งวางที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ตำแหน่งของรูปปั้นบนหิ้ง หรือแม้แต่ตำแหน่งของวัตถุอื่นๆ ก็ส่งผลต่อการสั่นสะเทือนได้ หรือแม้แต่โครงสร้างของตึกที่เพี้ยนไปเล็กน้อยก็ส่งผลได้
 


การทดลองเพื่ออธิบายการขยับของรูปปั้นอียิปต์โบราณของมิค


ส่วนรูปปั้นอื่นๆ ไม่ขยับนั้นได้รับคำอธิบายว่า เป็นเพราะลักษณะเฉพาะตัวของรูปปั้นอื่นๆ ที่สั้นกว่า ทำให้จุดศูนย์ถ่วงอยู่ต่ำกว่า และยังทำจากวัสดุที่แตกต่างจากรูปปั้นเนบ-เซนู ซึ่งมิคเชื่อว่ารูปปั้นอียิปต์โบราณนี้หมุนรอบจุดที่ฐานวาง และหมุนแค่ 180 องศา เพราะหิ้งเอียงลงไปด้านหน้าส่วนจัดแสดง ซึ่งรูปปั้นจะหมุนไปถึงจุดที่จุดศูนย์ถ่วงต่ำสุด จึงหยุดหมุน

หมายเหตุ
* แรงจีเป็นการวัดการรับรู้ถึงอัตราเร่งจากน้ำหนัก ไม่ใช่แรงแต่เป็นแรงต่อหน่วยมวล หรือ น้ำหนักต่อหน่วยมวล เนื่องจากแรงที่รับรู้ได้คือน้ำหนัก

 

ไขปริศนา "คำสาปฟาโรห์"

วันดีคืนดี แคมป์เบล ไพรซ์ ภัณฑารักษ์ของพิพิธภัณฑ์แมนเชสเตอร์ ในเมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ พบว่า รูปปั้น เน็บ-เซนู ที่ตั้งแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ ก็เริ่มเคลื่อนที่ด้วยตัวเอง เคลื่อนที่ด้วยการหมุนตัวมันเอง 180 องศา ทั้งๆ ที่มันถูกจัดวางอยู่บนชั้นกระจก ในตู้จัดแสดง ที่มีกุญแจคล้องเรียบร้อย และมีเพียงตัวเขาเองเท่านั้นที่มีกุญแจเปิดได้

รูปปั้น เน็บ-เซนู ที่เคยหันหน้าออกทางด้านหน้าตู้ให้กับผู้ชม กลายเป็นหันด้านหลังให้กับผู้ชม ราวกับต้องการแสดงให้เห็นจารึกด้านหลัง ที่ขอให้มีการบวงสรวง บัดพลี ที่ประกอบด้วย ขนมปัง เบียร์ วัวŽ และ เป็ดไก่Ž ให้ผู้ที่เดินทางมาเยือนพิพิธภัณฑ์ยังไงยังงั้น

แรกๆ ไพรซ์ไม่คิดอะไรมากมาย ไขกุญแจเปิดตู้แล้วก็หันด้านหน้ารูปปั้น เน็บ-เซนู กลับไปเหมือนเดิม แต่พอวันรุ่งขึ้นมันก็หันหลังกลับไปใหม่ คราวนี้ไพรซ์อดรนทนไม่ได้ ก็เลยติดตั้งกล้องวิดีโอที่บันทึกภาพการเคลื่อนไหวทีละเล็กทีละน้อยเอาไว้ เพื่อนำมาเปิดดูว่าจริงๆ แล้ว รูปปั้น เน็บ-เซนู เคลื่อนไหวเองหรือไม่ แล้วก็ได้ผลจริงๆ

นั่นคือ แคมป์เบล ไพรซ์ เห็นกับตาว่า ตัวรูปปั้น เน็บ-เซนูค่อยๆ เคลื่อนที่เองในลักษณะทวนเข็มนาฬิกาจนในที่สุดก็หันหน้าเข้าผนัง หันด้านหลังออกให้กับผู้ชมด้วยตัวเองจริงๆ ที่น่าสนใจก็คือ มันค่อยๆ หมุนในตอนกลางวัน พอถึงกลางคืนก็หยุดนิ่งอยู่กับที่เหมือนรูปปั้นธรรมดาๆ ทั่วไป

รูปปั้นดังกล่าวสูงราว 25 เซนติเมตร พิพิธภัณฑ์ได้มาในปี 1933 เป็นรูปปั้นที่เชื่อกันว่าจัดทำขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1800 หรือเมื่อราว 213 ปีก่อน จะค่อยๆ หมุนตัวไปเรื่อย กลางคืนหยุดหมุน สุดท้ายเมื่อหันหลังให้ก็จะหยุดอยู่อย่างนั้น จนกว่าภัณฑารักษ์จะจับหันกลับไปอีกครั้ง

เจอเข้าไม้นี้ ไพรซ์ก็งงเป็นไก่ตาแตก พยายามขอให้หลายๆ คนช่วยให้คำอธิบายที่สมเหตุสมผลให้หน่อย โดยไม่เชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอิทธิฤทธิ์ของคำสาปฟาโรห์ แต่ก็มองหาเหตุผลที่เป็นวิทยาศาสตร์ไม่ออกจริงๆ ว่ามันเป็นไปได้อย่างไร

ไบรอัน ค็อกซ์ นักฟิสิกส์ ชาวอังกฤษ บอกกับไพรซ์ ว่า เชื่อว่าน่าจะเกิดขึ้นจากการ สั่นสะเทือนŽ

เบาๆ ที่เกิดจากการเดินของผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ ทำให้ฐานของรูปปั้นที่ทำด้วยหินทรายอายุกว่าสองร้อยปี ซึ่งไม่ได้แนบสนิทอยู่กับพื้นกระจกที่เป็นชั้นวางอยู่ก่อนแล้วค่อยๆ ขยับหมุนไปตามแรงสั่นสะเทือนดังกล่าว

คำอธิบายนี้ดูมีเหตุมีผลดี แต่ไม่สามารถไขข้อข้องใจของ ไพรซ์ ที่เกิดขึ้นตามมา 2 อย่างได้ คำถามแรกก็คือ แล้วทำไมเมื่อก่อนไม่หมุน กลับมาหมุนเอาในเวลานี้? เพราะรูปปั้นที่ว่านี้ก็วางอยู่บนชั้นวางกระจกตั้งแต่ที่พิพิธภัณฑ์ได้รับมาจนกระทั่งถึงบัดนี้ ซึ่งเป็นระยะเวลาร่วมๆ 80 ปีแล้ว

คำถามที่สองก็คือ ถ้าเป็นเพราะแรงสั่นสะเทือนจริง ทำไมมันถึงหมุนเป็นวงกลม ทวนเข็มนาฬิกาอยู่อย่างนั้นทุกที แล้วอะไรทำให้มัน หยุดŽ?

พอล โดเฮอร์ตี้ นักวิทยาศาสตร์อาวุโสของสถาบัน เอ็กซ์โพลราทอเรียม ในนครซานฟรานซิสโก เชื่อในทำนองคล้ายๆ กันกับที่

ไบรอัน ค็อกซ์ อธิบายเอาไว้ เปรียบเทียบให้เห็นชัดเจนขึ้นว่า เป็นทำนองเดียวกันกับตอนที่เราใช้เครื่องปั่นบนเคาน์เตอร์ครัวแล้ว แก้วกาแฟที่อยู่ใกล้ๆ เกิดหมุนเคลื่อนตัวไปนั่นแหละ

ส่วนที่เมื่อหมุนจนครบ 180 องศาแล้วหยุดนิ่งนั้น โดเฮอร์ตี้ เชื่อว่าเป็นเพราะด้านหนึ่งของรูปปั้่นมีน้ำหนักกว่าอีกด้านหนึ่งอยู่เล็กน้อย แต่พอหมุนจนครบรอบวงแล้ว ฐานที่ไม่เรียบของรูปปั้นทำให้น้ำหนักที่ไม่เท่ากันดังกล่าวได้สมดุลพอดี รูปปั้นถึงได้หยุดนิ่งอยู่กับที่

แล้วที่มันเคลื่อนเฉพาะในตอนกลางวัน ก็เป็นเพราะแรงที่ทำให้ที่ชั้นกระจกที่วางสั่นสะเทือนนั้นเกิดขึ้นในตอนกลางวัน นอกจากผู้ชมแล้ว ยังมีรถราที่ถนนด้านนอกกับรถไฟที่ผ่านบริเวณนั้นในตอนกลางวันอีกด้วย

ที่แน่ๆ ก็คือ ไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติแต่อย่างใดทั้งสิ้น!

หน้า 9,มติชนรายวัน ฉบับวันพุธที่ 26 มิถุนายน 2556

รูปปั้นเคลื่อนที่

หักมุมพิศวง
ด๊อกเตอร์ บีเกิ้ล

 


ตํานานคำสาปอียิปต์เป็นที่รู้จักดี และยังมีผู้ที่เชื่อเรื่องทำนองนี้อยู่เรื่อยๆ ถึงแม้อาณาจักรอียิปต์โบราณได้ล่มสลายลงแล้วหลายร้อยปี

ล่าสุดมีกรณีฮือฮาที่พิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งในเมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ซึ่งได้จัดแสดงโบราณวัตถุจำนวนมากจากอารยธรรมอียิปต์โบราณ รวมทั้งรูปปั้นเทพโอไซริส เทพเจ้าแห่งยมโลกของชาวไอยคุปต์

รูปปั้นขนาด 10 นิ้ว ชิ้นนี้มักหันหน้าเป็นมุม 180 องศาอยู่เสมอ จนทำให้เจ้าหน้าที่ต้องหัวหมุน (ตามรูปปั้น) เพราะรูปปั้นอยู่ในตู้กระจก ไม่มีใครไปแตะต้อง ทุกเช้าๆ ต้องไปหมุนกลับมาอยู่ที่เดิม แต่พอตกค่ำ ก็เปลี่ยนที่ได้เองอีกแล้ว

จนกระทั่งติดตั้งกล้องวงจรปิด จึงได้เห็นภาพขณะรูปปั้นนี้หมุนตัวให้ดูต่อหน้าต่อตา กลายเป็นคลิปโด่งดัง เป็นที่ฮือฮา กันว่า ฤๅจะเป็นคำสาปเทพโอไซริสสำแดงให้ชาวผู้ดีประจักษ์

อย่างไรก็ตาม ไบรอัน คอกซ์ นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังของอังกฤษ เดินทางมาตรวจสอบและสรุปได้อย่างง่ายดายว่า รูปปั้นเคลื่อนที่เพราะแรงเสียดทานนั่นเอง

กล่าวคือ แท่นกระจกที่วางรูปปั้นอยู่มีลักษณะเอียงอยู่แล้ว และผู้คนที่เดินขวักไขว่รอบๆ ตู้กระจกตลอดวัน ก็ทำให้เกิดแรงสะเทือนเล็กๆ ค่อยๆ เลื่อนรูปปั้นโอไซริส

ภาพจากกล้องวงจรปิดก็ชี้ให้เห็นว่า รูปปั้นนี้เลื่อนเฉพาะตอนกลางวันที่พิพิธภัณฑ์เปิดเท่านั้น และไม่เขยื้อนเลยในตอนกลางคืน

สรุปก็คือไม่มีอะไรในกอไผ่ ชาวอังกฤษวางใจได้ว่าตนเองไม่ได้โดนเทพเจ้าอียิปต์ชาตินิยมลงทัณฑ์ เพราะเคยเหิมเกริมไปล่าอียิปต์เป็นเมืองขึ้น (ฮา)

แต่ที่ต้องพึงระลึกคือ แนวคิดที่ยังเชื่อว่ามีคำสาปหรืออาถรรพ์อยู่กับโบราณวัตถุอียิปต์เหล่านี้ เป็นการบิดเบือนความสำคัญของอารยธรรมอียิปต์

เราควรจะสนใจมัมมี่ พีระมิด หน้ากากทองคำตุตันคาเมน ฯลฯ ในฐานะเป็นผลงานศิลปะของมนุษย์สมัยก่อน และศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์เหล่านี้ เพื่อจะได้เป็นความรู้ว่าเขาสร้างกันอย่างไร มีความเป็นมาอย่างไร

แทนที่จะงมงายและทำให้ประวัติศาสตร์อียิปต์โบราณ กลายเป็นเรื่องผีสางไร้สาระไปเสีย


Views: 786

ความคิดเห็นแรก

Only registered users can write comments.
Please login or register.

Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6
AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com
All right reserved

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ขณะนี้มี 8 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 10864179  คน
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ฟิสิกส์ 1 (ภาคกลศาสตร์)
ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)
ฟิสิกส์ 2
กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์
เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์ 2 (บรรยาย)
ฟิสิกส์พิศวง
สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์
วีดีโอการเรียนการสอน
แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF
หน้าแรกในอดีต

ทั่วไป
การทดลองเสมือน
บทความพิเศษ
ตารางธาตุ(ไทย1)
พจนานุกรมฟิสิกส์
ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์
ธรรมชาติมหัศจรรย์
สูตรพื้นฐานฟิสิกส์
การทดลองมหัศจรรย์
กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์

บททดสอบ
แบบฝึกหัดกลาง
แบบฝึกหัดโลหะวิทยา
แบบทดสอบ
ความรู้รอบตัวทั่วไป
อะไรเอ่ย ?
ทดสอบ(เกมเศรษฐี)
คดีปริศนา
ข้อสอบเอนทรานซ์
เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
แบบฝึกหัดออนไลน์

สรรหามาฝาก
คำศัพท์ประจำสัปดาห์
ความรู้รอบตัว
การประดิษฐ์แของโลก
ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ
นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง
สุดยอดสิ่งประดิษฐ์
การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

การเรียนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
การวัด
เวกเตอร์
การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ
การเคลื่อนที่บนระนาบ
กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
การประยุกต์กฎของนิวตัน
งานและพลังงาน
การดลและโมเมนตัม
การหมุน
สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
การเคลื่อนที่แบบคาบ
ความยืดหยุ่น
กลศาสตร์ของไหล
กลไกการถ่ายโอนความร้อน
เทอร์โมไดนามิก
คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
คลื่น
การสั่น และคลื่นเสียง
ไฟฟ้าสถิต
สนามไฟฟ้า
ความกว้างของสายฟ้า
ตัวเก็บประจุ
ศักย์ไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้า
สนามแม่เหล็ก
การเหนี่ยวนำ
ไฟฟ้ากระแสสลับ
ทรานซิสเตอร์
สนามแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงและการมองเห็น
ทฤษฎีสัมพัทธภาพ
กลศาสตร์ควอนตัม
โครงสร้างของอะตอม
นิวเคลียร์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!