Home arrow บทความวิทยาศาสตร์ arrow "มาร์ติน ชาดท์" กับเทคโนโลยี"แอลซีดี"
  
เมนูอื่นๆ
Home บทความวิทยาศาสตร์ เซ็นสมุดเยี่ยม
"มาร์ติน ชาดท์" กับเทคโนโลยี"แอลซีดี" PDF พิมพ์
 


"แอลซีดี" เป็นคำย่อภาษาอังกฤษของคำว่า "ลิควิด คริสตอล ดิสเพลย์" ที่เรายอมรับมาใช้กันเป็นสากลในหลายๆ ภาษาหลังจากที่หน้าจอดิสเพลย์แบบแอลซีดีแพร่หลายกันทั่วโลก และเป็นเช่นเดียวกับอีกหลายๆ นวัตกรรมที่เราคุ้นเคยกันอยู่ในเวลานี้ นั่นคือเราไม่ค่อยได้รับรู้ที่มาที่ไปและผู้ที่เป็นต้นคิด และพัฒนามันขึ้นมา

ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ให้กำเนิด "แอลซีดี" ที่เราใช้กันหลากหลายในปัจจุบันตั้งแต่ใน นาฬิกาโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต เรื่อยไปจนถึง โน้ตบุ๊ก อี-บุ๊ก หน้าจอคอมพิวเตอร์และเครื่องรับโทรทัศน์ก็คือ มาร์ติน ชาดท์ นักฟิสิกส์ชาวสวิส ที่ทำงานอยู่กับบริษัท โรช ที่โด่งดังในทางด้านเวชภัณฑ์ของสวิตเซอร์แลนด์

มาร์ติน ชาดท์ ขณะนี้อายุ 74 ปี เพิ่งเข้ารับรางวัลเกียรติยศ "ไลฟ์ไทม์ อะชีฟเมนท์" จาก สำนักงานสิทธิบัตรแห่งสหภาพยุโรป ในคำประกาศเกียรติคุณตั้งข้อสังเกตเอาไว้ด้วยว่า ยอดขายอุปกรณ์ที่มีหน้าจอเป็นแอลซีดีเมื่อปี 2555 ที่ผ่านมาสูงถึง 120,000 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว

ดร.ชาดท์ ไม่ได้ค้นพบ "คริสตอลเหลว" ที่เป็นต้นตอของแอลซีดี จริงๆ แล้ว คริสตอล ที่มีสถานะกึ่งของแข็งกึ่งของเหลวนี้ ค้นพบโดยบังเอิญเมื่อปี 1888 โดยนักพฤกษศาสตร์รายหนึ่งซึ่งศึกษา "แครอต" แล้วนำมันมาสกัด พบว่าสารประกอบที่ได้น่าพิศวงตรงที่มีจุดหลอมเหลว 2 จุด ตอนแรกมันดูเหมือนเป็นของเหลวขุ่นข้นเหมือนน้ำนม แต่ในวินาทีต่อมามันกลับโปร่งแสง

ที่เป็นเช่นนั้นเพราะ "ลิควิ คริสตอล" แตกต่างจากสารส่วนใหญ่เนื่องจากมันสามารถคงสถานะอยู่ระหว่างของเหลวกับของแข็งได้

การค้นพบดังกล่าวนำไปสู่การทดลองของห้องปฏิบัติการของบริษัท อาร์ซีเอ ในรัฐนิวเจอร์ซี สหรัฐอเมริกา ในราวทศวรรษ 1960 ด้วยการนำเอาผลึกคริสตอลเหลวดังกล่าวมาใช้ในการกระจายแสง เมื่อผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไป มันจะแสดงผลออกมาให้เห็นบนหน้าต่างกระจก

แต่นักวิจัยของอาร์ซีเอค้นพบแล้วก็ทิ้งไว้อย่างนั้น ด้วยเหตุผล 2 อย่าง หนึ่งก็คือ การใช้คริสตอลเหลวเพื่อแสดงผลจำเป็นต้องผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไปตลอดเวลา ซึ่งทำให้สิ้นเปลืองพลังงานสูง แถมการที่ต้องผ่านกระแสเข้าไปตลอดเวลา ทำลายอายุการใช้งานของมันจนเหลือนิดเดียวอีกต่างหาก

ดร.มาร์ติน ชาดท์ กับโวลฟ์กัง เฮลฟริช นักฟิสิกส์เพื่อนร่วมงานที่โรช เชื่อว่ายังมีทางเลือกอื่นเพื่อนำเอาคริสตอลเหลวนี้มาใช้ประโยชน์ได้ ด้วยการทำให้มันกินพลังงานไฟฟ้าแต่น้อย แต่ในเวลาเดียวกันก็ทำให้ผลที่ได้มีค่าคอนทราสต์ (ความคมชัด) มากขึ้นกว่าเดิม

ดร.ชาดท์ ศึกษาคริสตอลเหลวลึกลงไปในระดับโมเลกุล แล้วก็ค้นพบว่า โมเลกุลของมันที่ขดเป็นเกลียวนั้น เมื่อถูกกระตุกด้วยกระแสไฟแม้เพียงเล็กน้อยให้หมุนไปด้านหนึ่งจะทำให้มันปิดกั้นแสง แต่ถ้าหมุนไปอีกด้านมันจะโปร่งใสปล่อยให้แสงผ่านไปได้ กระแสไฟที่ใช้ต่ำมากจนสามารถใช้แบตเตอรี่หรือถ่านไฟฉายทั่วไปก็ได้

ดร.ชาดท์ จดสิทธิบัตรเรื่องนี้และนำเสนอความสำเร็จเรื่องนี้ต่อ โรช ในปี 1970 แต่บริษัทกลับไม่สนใจด้วยเหตุที่ว่ามันไม่เห็นเกี่ยวกับธุรกิจเวชภัณฑ์ที่เป็นธุรกิจหลักของบริษัทแต่อย่างใด และสั่งระงับงานวิจัยไปโดยสิ้นเชิง

นี่ถ้าหาก "ไซโก้" บริษัทผู้ผลิตนาฬิกาชั้นนำจากญี่ปุ่น ไม่พบงานวิจัยและเล็งเห็นศักยภาพของมันจนติดต่อขอซื้อสิทธิบัตรดังกล่าว เป็นเหตุให้ โรช ได้เห็นศักยภาพของมัน โลกนี้ก็คงไม่มีแอลซีดีใช้งานกันอยู่ในปัจจุบัน

แทนที่จะขายสิทธิบัตรให้ไซโก้ โรชใช้การให้ไลเซนส์ อนุญาตให้นำไปพัฒนาต่อเป็นครั้งคราวแทน แล้วก็ดึง ดร.ชาดท์กลับมาทำวิจัยเรื่องนี้ใหม่อีกครั้ง ก่อนที่จะแตกบริษัทลูกออกมาชื่อ โรลิค ทำหน้าที่ค้นคว้าวิจัยเรื่องแอลซีดีโดยเฉพาะโดยมี ดร.ชาดท์ ทำหน้าที่เป็นซีอีโอ

ดร.ชาดท์พบในอีกไม่นานต่อมาว่า ถ้านำเอาคริสตอลเหลวมาเรียงเป็นชั้นๆ ให้อยู่ระหว่างผิวพลาสติก 2 แผ่นปิดทับด้วยโครงข่ายของอีเลคโทรดโปร่งแสง เมื่อผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไป คริสตอลเหลวภายในจะสามารถสร้าง "เม็ดสี" หรือ "พิกเซล" ที่เมื่อประกอบกันแล้วจะกลายเป็นรูปร่างอะไรก็ได้

การค้นพบที่ว่านี้ทำให้ มาร์ติน ชาดท์ ได้รับสมญานามในเวลาต่อมาว่า "บิดาแห่งพิกเซล"

และแอลซีดี วิวัฒนาการจนกลายมาเป็นเครื่องใช้ประจำวัน ประจำบ้านของเรามากมายเช่นในทุกวันนี้

หน้า 9,มติชนรายวัน ฉบับวันอังคารที่ 4 มิถุนายน 2556



จอ LCD ย่อมาจากคำว่า Liquid crystal display ภายในบรรจุสารที่เรียกว่า ผลึกเหลว คลิกครับ

LCD (Liquid crytal Display)

คลิกดูภาพเคลื่อนไหวค่ะ

LCD หรือ จอภาพผลึกเหลว (Liquid Crystal Display) ได้รับการคิดค้นขึ้นใน พ.ศ.2506 ทำงานโดยอาศัยวัสดุประเภทผลึกเหลว (Liquid Crystal) ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษในการจัดเรียงตัวกันเป็นชั้นๆ และสามารถบิดหรือเปลี่ยนทิศทางการเรียงตัวได้เมื่ออยู่ในสนามไฟฟ้า มาบรรจุระหว่างผิวกระจก โดยผิวกระจกด้านหนึ่งเคลือบวัสดุผลึกเหลวในแนวหนึ่ง และฝั่งตรงข้ามจะฝังด้วยผลึกเหลวให้โมเลกุลจัดเรียงตัวอีกแนวหนึ่งคืออยู่ในแนวตั้งฉากกับฝั่งตรงข้าม เจ้าผลึกเหลวที่บรรจุอยู่ระหว่างผิวกระจกทั้งสองจะพยายามจัดเรียงตัวให้สอดคล้องกับผิวกระจกทั้งสองด้าน โดยมันจัดเรียงตัวเป็นชั้นๆ ให้แต่ละชั้นค่อยๆ บิดไปจนชั้นสุดท้ายสามารถจัดตัวให้เข้ากับผิวกระจกได้พอดี ลองจินตนาการว่าถ้าเราเอาคน 20 คนมาเข้าแถวตอนเรียงหนึ่งให้คนหัวแถวห่างจากคนท้ายแถว 10 เมตร และกำหนดให้คนหัวแถวหันหน้าไปทางทิศเหนือ คนท้ายแถวหันไปทิศตะวันออก จากนั้นปล่อยให้อีก 18 คนมาเข้าแถวให้ได้ ผลที่ออกมาจะเป็นไปในลักษณะรูปตัว S ครึ่งตัว คลิกค่ะ



Views: 574

ความคิดเห็นแรก

Only registered users can write comments.
Please login or register.

Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6
AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com
All right reserved

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ขณะนี้มี 24 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 10864238  คน
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ฟิสิกส์ 1 (ภาคกลศาสตร์)
ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)
ฟิสิกส์ 2
กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์
เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์ 2 (บรรยาย)
ฟิสิกส์พิศวง
สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์
วีดีโอการเรียนการสอน
แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF
หน้าแรกในอดีต

ทั่วไป
การทดลองเสมือน
บทความพิเศษ
ตารางธาตุ(ไทย1)
พจนานุกรมฟิสิกส์
ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์
ธรรมชาติมหัศจรรย์
สูตรพื้นฐานฟิสิกส์
การทดลองมหัศจรรย์
กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์

บททดสอบ
แบบฝึกหัดกลาง
แบบฝึกหัดโลหะวิทยา
แบบทดสอบ
ความรู้รอบตัวทั่วไป
อะไรเอ่ย ?
ทดสอบ(เกมเศรษฐี)
คดีปริศนา
ข้อสอบเอนทรานซ์
เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
แบบฝึกหัดออนไลน์

สรรหามาฝาก
คำศัพท์ประจำสัปดาห์
ความรู้รอบตัว
การประดิษฐ์แของโลก
ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ
นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง
สุดยอดสิ่งประดิษฐ์
การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

การเรียนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
การวัด
เวกเตอร์
การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ
การเคลื่อนที่บนระนาบ
กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
การประยุกต์กฎของนิวตัน
งานและพลังงาน
การดลและโมเมนตัม
การหมุน
สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
การเคลื่อนที่แบบคาบ
ความยืดหยุ่น
กลศาสตร์ของไหล
กลไกการถ่ายโอนความร้อน
เทอร์โมไดนามิก
คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
คลื่น
การสั่น และคลื่นเสียง
ไฟฟ้าสถิต
สนามไฟฟ้า
ความกว้างของสายฟ้า
ตัวเก็บประจุ
ศักย์ไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้า
สนามแม่เหล็ก
การเหนี่ยวนำ
ไฟฟ้ากระแสสลับ
ทรานซิสเตอร์
สนามแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงและการมองเห็น
ทฤษฎีสัมพัทธภาพ
กลศาสตร์ควอนตัม
โครงสร้างของอะตอม
นิวเคลียร์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!