Home arrow บทความวิทยาศาสตร์ arrow ดูตาเปล่า"ดาวอังคารสีส้มอมชมพู"โคจรใกล้โลก โผล่กลางกลุ่มดาวสิงโต
  
เมนูอื่นๆ
Home บทความวิทยาศาสตร์ เซ็นสมุดเยี่ยม
ดูตาเปล่า"ดาวอังคารสีส้มอมชมพู"โคจรใกล้โลก โผล่กลางกลุ่มดาวสิงโต PDF พิมพ์

วันศุกร์ที่ 2 มีนาคม 2555

ทางทิศตะวันออก 3-6 มี.ค.นี้ เผยเป็นดาวที่มีแสงน้อย พื้นผิวสะท้อนแสงอาทิตย์ไม่ดี การจะมองเห็นจึงต้องอาศัยช่วงโคจรตรงข้ามดวงอาทิตย์หรือมาใกล้โลก ราว 2 ปีครั้งเท่านั้น

วันนี้ (2 มี.ค.) รายงานข่าวจากสมาคมดาราศาสตร์ไทยแจ้งว่า ปรากฏการณ์ดาวอังคารใกล้โลก ประมาณ 0.67 หน่วยดาราศาสตร์ (เอยู) แต่ละหน่วยมีค่า 149.6 ล้านกิโลเมตร หรือห่างราว 100 ล้าน กม. จะเกิดขึ้นอีกครั้ง คืนวันที่ 5-6 มี.ค.55 สามารถชมได้ตั้งแต่วันที่ 3 มี.ค. และสมาคมจะตั้งกล้องโทรทรรศน์ให้ชมช่วงค่ำ พร้อมกับจัดบรรยายความรู้เกี่ยวกับดาวดวงนี้ ในวันที่ 3 มี.ค.เวลา 16.00 น.โดยนายอารี สวัสดี นายกสมาคม ที่ที่ทำการสมาคม ชั้น 1 อาคารศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ถนนสุขุมวิท เอกมัย

น.ส.ประพีร์ วิราพร เลขาธิการสมาคม กล่าวว่าครั้งนี้ดาวอังคารโคจรในกลุ่มดาวจักรราศีสิงห์ ในทางดาราศาสตร์ไม่มีความหมายถึงผลกระทบใดต่อโลก การเข้าใกล้โลก เป็นเพราะดาวอังคาร ซึ่งอยู่ลำดับที่ 4 โคจรรอบดวงอาทิตย์อยู่ในทิศทางตรงข้าม จึงทำให้เห็นได้ชัดเป็นสีแดงด้วยตาเปล่า ตั้งแต่วันที่ 2-3 มี.ค.โดยดูได้ทางทิศตะวันออกหลังดวงอาทิตย์ตก ในระดับ 30 องศา แต่การตั้งกล้องโทรทรรศน์เพื่อให้ผู้สนใจทางดาราศาสตร์ได้ชมขั้วน้ำแข็งของดาวอังคาร ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูหนาว

เลขาธิการสมาคมดาราศาสตร์ไทยกล่าวว่า การที่สมาคมให้ความสนใจกับดาวอังคาร เพราะเป็นดาวที่มีลักษณะคล้ายโลก มีแกนเอียง 24 องศา และฤดูกาลคล้ายกัน ขั้วน้ำแข็งที่เห็นจะอยู่ทางเหนือ โดยน้ำแข็งบนดาวอังคารมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือน้ำแข็งแห้ง มีน้ำในสัดส่วนน้อยกว่า ซึ่งองค์การอวกาศสหรัฐหรือนาซา ได้ติดตามสำรวจมาอย่างต่อเนื่องโดยไม่ละทิ้งแม้แต่โครงการเดียวเพราะถือเป็นแหล่งใหม่ที่ต้องค้นหา ทั้งมีแผนจะส่งมนุษย์ลงไปเก็บตัวอย่างหินในอนาคตอันใกล้หลังจากส่งหุ่นยนต์ติดกล้องลงไปสำรวจมาแล้ว และที่ผ่านมาเมื่อพบร่องหลุมต่างๆ ก็ให้ข้อมูลกับประเทศต่างๆ พร้อมกับขอให้ทุกประเทศตั้งชื่อหลุมที่พบ โดยไทยได้ใช้ชื่ออำเภอต่างๆ ตั้งให้กับหลุมนั้นๆกว่า 10 จุด เช่น จัตุรัส มาจากอ.จตุรัส จ.ชัยภูมิ

นายวรเชษฐ์ บุญปลอด กรรมการวิชาการ สมาคมดาราศาสตร์ไทย เขียนรายงานบนเว็บไซต์สมาคม

(http://thaiastro.nectec.or.th/skyevnt/planets/2012mars.html) ว่า ดาวอังคาร มีสีส้มอมชมพู จึงได้รับฉายา “ดาวเคราะห์สีแดง” หรือ “ดาวแดง” ไม่กะพริบแสงหรือกะพริบน้อย ๆ เป็นดาวที่มีแสงน้อย พื้นผิวสะท้อนแสงอาทิตย์ได้ไม่ดี การจะมองเห็นจึงต้องอาศัยช่วงโคจรตรงข้ามดวงอาทิตย์หรือมาใกล้โลก ราว 2 ปีครั้ง และคราวนี้ โคจรในกลุ่มดาวสิงโต มีดาวหัวใจสิงห์หรือดาวเรกูลัส (Regulus) เป็นดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุด ดาวอังคารอยู่ห่างไปทางทิศตะวันออกของดาวหัวใจสิงห์

3-6 มี.ค.ชวนชม “ดาวอังคาร” ใกล้โลกและสว่างกว่าปกติ

ดาวอังคารในตำแหน่ง ตรงข้ามดวงอาทิตย์ ในช่วง ปี 2003 -2018 ซึ่งดาวอังคารเข้าใกล้โลกที่สุดผ่านไปเมื่อปี ค.ศ.2003(ภาพโดย Bob King: astrobob.areavoices.com)

สดร./สมาคมดาราศาสตร์ไทย - 3-6 มี.ค.ชวนชมปรากฏการณ์ดาวอังคารใกล้โลกและอยู่ตรงข้ามดวงอาทิตย์ ทำให้เห็นดาวแดงได้สว่างสดใสและชัดเจนกว่าปกติ

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สดร.แจ้งว่าในช่วงคืนวันที่ 5 มี.ค. ถึงเช้าวันที่ 6 มี.ค.55 นี้ ดาวอังคารจะมีขนาดใหญ่ส่องประกายสีส้มแดงบนท้องฟ้าและสว่างมากกว่าปกติ เนื่องจากดาวอังคารและโลกจะเข้าใกล้กันมากที่สุดในรอบ 26 เดือน โดยประชาชนทั่วไปที่สนใจสามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า

ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เผยว่า ดาวอังคารจะโคจรมาใกล้โลกทุก ๆ ประมาณ 2 ปี ซึ่งจะเป็นช่วงที่ดาวอังคารจะมีคาบการโคจรเข้ามาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ (opposition) โดยเป็นตำแหน่งที่ดาวอังคาร โลก และดวงอาทิตย์ เรียงอยู่ในเส้นตรงเดียวกันโดยมีโลกอยู่ตรงกลาง และในวันที่ 3 มี.ค.55 ดาวอังคารจะโคจรเข้ามาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ แล้วเข้าใกล้โลกที่สุดในวันที่ 5 มี.ค.55 ที่ระยะห่าง 100 ล้านกิโลเมตร

ปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นผลให้เราสามารถสังเกตเห็นดาวอังคารสว่างมากกว่าปกติ โดยจะสว่างกว่าในช่วงที่สว่างน้อยที่สุดประมาณ 17 เท่า และจะปรากฏบนท้องฟ้าตลอดทั้งคืน ซึ่งในค่ำคืนวันที่ 5 มี.ค.ดาวอังคารจะขึ้นเวลา 18:16 น. ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และตกในเวลา 06:41 น. ของวันที่ 6 มี.ค. ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ปรากฏบนท้องฟ้าใกล้กลุ่มดาวสิงโต

“ปกติแล้วเราจะมองเห็นดาวอังคารส่องประกายสีส้มแดงบนท้องฟ้า เนื่องจากพื้นผิวของดาวอังคารมีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นเหล็กออกไซด์ เราจึงมักเรียกฉายาของดาวอังคารว่า “ดาวเคราะห์สีแดง” ครั้งล่าสุดที่ดาวอังคารโคจรมาใกล้โลก เมื่อวันที่ 28 ม.ค.53 และจะเกิดขึ้นในครั้งต่อไปในวันที่ 14 เม.ย.57” ดร.ศรัณย์กล่าว

ทางด้าน
สมาคมดาราศาสตร์ไทยระบุว่า ช่วงปลายเดือน ก.พ.-ต้น มี.ค.นี้ ดาวอังคารส่องสว่างเป็นสีส้มอมชมพูในท้องฟ้าทิศตะวันออก โดยตอนนี้ดาวอังคารอยู่ในกลุ่มดาวสิงโต ซึ่งในกลุ่มดาวสิงโตมีดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุดคือดาวหัวใจสิงห์หรือดาวเรกูลัส (Regulus) โดยดาวอังคารอยู่ห่างจากดาวหัวใจสิงห์ไปทางทิศตะวันออก ขณะขึ้นจากขอบฟ้าทิศตะวันออกดาวอังคารจะอยู่ต่ำกว่าดาวหัวใจสิงห์ แต่เมื่อเช้ามืดดาวอังคารย้ายไปอยู่ทิศตะวันตกแล้วจะอยู่สูงกว่า

การที่เราเห็นดาวอังคารสว่างตลอดทั้งคืนนี้ทางสมาคมดาราศาสตร์ฯ อธิบายว่าเพราะดาวอังคารอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์หรือทำมุม 180 องศากับดวงอาทิตย์ เมื่อสังเกตจากโลก และยังอยู่ใกล้โลกที่สุดในรอบ 2 ปี ซึ่งปกติดาวอังคารจะมีขนาดเล็กและไม่ค่อยสว่างเมื่อเทียบกับดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ที่เห็นได้ด้วยตาเปล่าอีก 4 ดวง อีกทั้งผิวดาวอังคารยังสะท้อนแสงอาทิตย์ได้ไม่ดี

ช่วงเวลาที่สังเกตดาวอังคารด้วยกล้องโทรทรรศน์ได้ดีที่สุดคือช่วงที่ดาวอังคารอยู่บริเวณจุดตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ แต่เนื่องจากดาวอังคารมีวงโคจรเป็นวงรีทำให้มีช่วงที่ดาวอังคารอยู่ตรงข้ามดวงอาทิตย์แต่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดและอยู่ตรงข้ามดวงอาทิตย์แต่อยู่ไกลดวงอาทิตย์มากที่สุด

ส่วนเหตุผลที่ปรากฏการณ์ดาวอังคารอยู่ตรงข้ามดวงอาทิตย์เกิดขึ้นไม่พร้อมปรากฏการณ์ดาวอังคารอยู่ใกล้โลกนั้นทางสมาคมอธิบายว่า เพราะวงโคจรของดาวอังคารและโลกไม่เป็นวงกลม แต่การสังเกตดังกล่าวในช่วงเวลานี้อาจไม่เห็นความแตกต่างมากนัก และเมื่อผ่านช่วงนี้ไปแล้วความสว่างของดาวอังคารจะลดลงเรื่อยๆ

พร้อมกันนี้สมาคมดาราศาสตร์ไทยได้จัดกิจกรรมรับปรากฏการณ์ดาวอังคารใกล้โลกในวันที่ 3 มี.ค.55 ณ สมาคมดาราศาสตร์ไทย ชั้น 1 อาคารศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา พร้อมบรรยายพิเศษโดย นายอารี สวัสดี นายมสมาคมดาราศาสตร์ไทยในเรื่อง “ดาวอังคารใกล้โลก” พร้อมตั้งกล้องโทรทรรศน์ดูดาวอังคารและดาวเคราะห์อื่นๆ ตั้งแต่เวลา 16.00 น. สนใจร่วมกิจกรรมสมาคมดาราศาสตร์ไทย โทร. 0-2381-7409

ในวันที่ 5 มี.ค.55ดาวอังคารจะปรากฏบนทท้องฟ้าตลอดทั้งคืน ผู้ที่สนใจการดูดาวและศึกษาดาราศาสตร์จะมีโอกาสในเฝ้าสังเกตการณ์ตั้งแต่หัวค่ำ จนถึงรุ่งสางของวันถัดไป


Views: 1616

ความคิดเห็นแรก

Only registered users can write comments.
Please login or register.

Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6
AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com
All right reserved

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ขณะนี้มี 18 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 10705972  คน
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ฟิสิกส์ 1 (ภาคกลศาสตร์)
ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)
ฟิสิกส์ 2
กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์
เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์ 2 (บรรยาย)
ฟิสิกส์พิศวง
สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์
วีดีโอการเรียนการสอน
แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF
หน้าแรกในอดีต

ทั่วไป
การทดลองเสมือน
บทความพิเศษ
ตารางธาตุ(ไทย1)
พจนานุกรมฟิสิกส์
ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์
ธรรมชาติมหัศจรรย์
สูตรพื้นฐานฟิสิกส์
การทดลองมหัศจรรย์
กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์

บททดสอบ
แบบฝึกหัดกลาง
แบบฝึกหัดโลหะวิทยา
แบบทดสอบ
ความรู้รอบตัวทั่วไป
อะไรเอ่ย ?
ทดสอบ(เกมเศรษฐี)
คดีปริศนา
ข้อสอบเอนทรานซ์
เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
แบบฝึกหัดออนไลน์

สรรหามาฝาก
คำศัพท์ประจำสัปดาห์
ความรู้รอบตัว
การประดิษฐ์แของโลก
ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ
นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง
สุดยอดสิ่งประดิษฐ์
การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

การเรียนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
การวัด
เวกเตอร์
การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ
การเคลื่อนที่บนระนาบ
กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
การประยุกต์กฎของนิวตัน
งานและพลังงาน
การดลและโมเมนตัม
การหมุน
สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
การเคลื่อนที่แบบคาบ
ความยืดหยุ่น
กลศาสตร์ของไหล
กลไกการถ่ายโอนความร้อน
เทอร์โมไดนามิก
คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
คลื่น
การสั่น และคลื่นเสียง
ไฟฟ้าสถิต
สนามไฟฟ้า
ความกว้างของสายฟ้า
ตัวเก็บประจุ
ศักย์ไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้า
สนามแม่เหล็ก
การเหนี่ยวนำ
ไฟฟ้ากระแสสลับ
ทรานซิสเตอร์
สนามแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงและการมองเห็น
ทฤษฎีสัมพัทธภาพ
กลศาสตร์ควอนตัม
โครงสร้างของอะตอม
นิวเคลียร์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!