Home arrow บทความวิทยาศาสตร์ arrow บทความรวมวิทยาศาสตร์ของผู้จัดการออนไลน์ กันยายน 54
  
เมนูอื่นๆ
Home บทความวิทยาศาสตร์ เซ็นสมุดเยี่ยม
บทความรวมวิทยาศาสตร์ของผู้จัดการออนไลน์ กันยายน 54 PDF พิมพ์

สารบัญ

เนื่อเรื่อง

หน้า
ประวัติอาชีพแม่นม 1
ปส.เปิดประตูสู่ความร่วมมือกำกับ “นิวเคลียร์” ในอาเซียน 2
“จูโน” ส่งภาพแรก “โลก-ดวงจันทร์” ตอกย้ำความต่ำต้อยในเอกภพ 3
รัสเซียพบสาเหตุส่งจรวดไปสถานีอวกาศล้มเหลว 4
ชมสารพัดงานวิจัยไทยขึ้นห้างใน Thailand Research Expo 5
ชม หน่วยบินผาดโผน “ปาอี” ฉลองเปิดฐานทัพฟ้าฉังชุน 6
เด็กออสซีทึ่งใช้กาบกล้วยแยก “น้ำมัน” จาก “น้ำแดง” ได้ 7
นักบินอวกาศญี่ปุ่นทวีตภาพ “ตาลัส” ขณะถล่มบ้านเกิด 8
10 ทฤษฎีจับผิด “อะพอลโล” ลงจอดดวงจันทร์ 9
เติมสีสันให้เส้นไหมด้วย “แบคทีเรีย” 10
แพทย์รามาวิจัยหาเหตุปัญญาอ่อนหลายชั่วรุ่นคว้าทุนลอรีอัล 11

ชมภาพใหม่จากนาซาโชว์ร่องรอย “อะพอลโล” บนดวงจันทร์คมชัดกว่าเดิม

12
อัศวประวัติ 13
ผลัก “ไฟไนต์เอลิเมนต์” ซอฟท์แวร์ออกแบบยานอวกาศสู่วงการเฟอร์นิเจอร์ 14
สำรวจผลงานบ่มเพาะ “นักประดิษฐ์รุ่นใหม่” 15
จนแต่ใฝ่รู้ผลัก “ดร.อาดา โยนาธ” สู่นักวิทย์โนเบล 16
นาซาส่งยานแฝดมุ่งหน้าทำแผนที่แรงโน้มถ่วงดวงจันทร์ 17
ชี้เทรนด์โลกอนาคต “อาหาร” และ “ยา” แยกกันไม่ออก 18
เหตุจากมะพร้าวแพง “กรมวิทย์” ทำถ้วยดินเผารองน้ำยางพาราแทนกะลา 19
เครื่องจับเท็จแค่อ่านสีหน้าก็บอกได้ใครโกหก 20
René Thom บิดาของทฤษฎีความวิบัติ 21
ลูกเรือสถานีอวกาศนั่ง “โซยุซ” กลับโลกปลอดภัย 22
วิธีวางกระสอบทรายให้ถูกต้องป้องกันแนวกั้นพังระหว่างน้ำท่วม 23
ปฐมบท “มหัศจรรย์ภาพถ่ายดาราศาสตร์” 24
สถาบันมาตรวิทยาแจงบทบาทรักษามาตรฐานวัด “แผ่นดินไหว” 25
ท้าทฤษฎี “ไอน์สไตน์” ผลทดลองที่ “เซิร์น” พบนิวทริโนไวกว่าแสง 26
Marie Curie นักเคมีสตรีแห่งปีเคมีสากล 2011 27
กว่าจะมีบ้านหลังแรก “นก” ต้องเรียนรู้ศิลปะสร้างรังก่อน 28
เหล่านักพยากรณ์วันสิ้นโลกคว้า “อิกโนเบล 2011” สาขาคณิต 29
จีนเตรียมส่งโมดูลแรกสร้าง “สถานีอวกาศ” ของตัวเอง 30


วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2554

ประวัติอาชีพแม่นม

สถานที่เลี้ยงเด็กในฝรั่งเศสเมื่อกลางคริสตศตวรรษที่ 18

น้ำนมเป็นสัญลักษณ์แสดงความอุดมสมบูรณ์ ความบริสุทธิ์ และความดี ครอบครัวที่ไม่มีนมให้ลูกบริโภคจึงแสดงถึงการมีความทุกข์และความลำบากยากไร้ คัมภีร์ไบเบิลกล่าวถึงแผ่นดินที่มีน้ำนมและน้ำผึ้ง ซึ่งหมายถึงดินแดนที่ได้รับพรประเสริฐจากพระเจ้าให้มีความอุดมสมบูรณ์ตลอดไป และนี่ก็คือสถานที่ที่ Moses ต้องการนำชาวอิสราเอลออกจากอียิปต์ไปอยู่และสร้างประเทศ เทพนิยายกรีกกล่าวถึงอาณาจักรแห่งกษัตริย์ Cronus ว่าร่ำรวยทองคำ และประชาชนต่างใช้ชีวิตอย่างสุขสบายด้วยการบริโภคน้ำนมและผลไม้โดยไม่ต้องทำงานใดๆ เมื่อทารก Hercules ประสูติ พระบิดา Zeus ทรงนำพระองค์ไปดื่มพระกษิรธารา (น้ำนม) จากเทพธิดา Juno ขณะนางบรรทมหลับ เหตุการณ์นี้ทำให้นางตกพระทัยตื่น และหยาดพระกษิรธาราจากพระถันได้กระเส็นกระสายเป็นทางช้างเผือก (Milky Way)

นักประวัติศาสตร์พบว่า ก่อนที่มนุษย์จะรู้จักทำเกษตรกรรม ทารกที่เพิ่งคลอดจากครรภ์ต้องดื่มนมแม่หรือนมสัตว์ ชาวสุเมเรียนเมื่อ 5,000 ปีก่อนนิยมเป็นแม่นม คือมีหน้าที่ดูแลทารกเกิดใหม่โดยการให้นมและร้องเพลงขับกล่อม ทั้ง Romulus และ Remus ซึ่งตำนานอ้างว่าคือผู้สร้างกรุงโรม ขณะเป็นทารกได้ดื่มนมสุนัขจิ้งจอก ชาวอียิปต์โบราณก็ตระหนักในความสำคัญของน้ำนม ดังปรากฏในภาพวาดเทพธิดา Isis กำลังให้นมทารก Horus ผู้ทรงเป็นฟาโรห์ในเวลาต่อมา และเวลาฟาโรห์มีรัชทายาองค์น้อย พระองค์จะทรงเลือกแม่นมจากบรรดานางสนมในวังมาให้การดูแลองค์รัชทายาท ดังนั้นแม่นมในสังคมอียิปต์โบราณจึงมีฐานะทางสังคมสูงมาก เพราะเป็นผู้ให้นมแก่รัชทายาท และลูกของแม่นมเองก็มีฐานะเกือบเทียบเท่าพระราชบุตร/บุตรีของกษัตริย์ด้วย เพราะได้ดื่มนมจากเต้าเดียวกัน

ภาพทารกเยซู กับนางมาเรีย ราวคริสตศตวรรษที่ 15 โดยจิตรกร Jean Fouquet



สาเหตุสำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้อาชีพแม่นมในอดีตรุ่งเรือง เพราะทุกคนมีความเชื่อว่าการให้ลูกดูดนมจากเต้าจะทำให้ร่างกายหญิงผู้นั้นทรุดโทรมจนไม่เป็นที่รักและที่ปรารถนาของสามี ด้วยเหตุนี้สังคมกรีกโบราณจึงจ้างทาสหญิงที่เรียกว่า duolo มาให้นมแก่บรรดาลูกๆ ของเจ้านายและบรรดาลูกของทาสหญิงคนอื่น เพื่อว่าทาสหญิงเหล่านั้นจะได้ตั้งครรภ์ในเวลาไม่นาน แล้วลูกที่เกิดมาก็จะเป็นทาสรับใช้เจ้านายต่อไป

ถึงปราชญ์ เช่น Aristotle, Pliny, Cicero และ Plutarch จะไม่เห็นด้วยและประณามประเพณีแม่นมว่าทำให้แม่-ลูกขาดความรักและความผูกพันกัน เพราะหน้าที่ธรรมชาติของมารดาคือต้องให้นมแก่ลูก แต่เหล่าสตรีชั้นสูงก็ไม่ปฏิบัติตามเพราะมีความเชื่อว่าครอบครัวที่มีแม่นมแสดงว่าครอบครัวนั้นร่ำรวย และสตรีคนใดให้ลูกดื่มนมตนเองแสดงว่าเธอยากจน

กรณีชาวตะวันออกกลางที่นับถือศาสนาอิสลาม เชื่อว่าทารก Mohammad ที่ได้กำพร้ามารดาตั้งแต่อายุยังน้อย จึงต้องอาศัยแม่นมเลี้ยง อย่างไรก็ตาม ทั้งคัมภีร์กุรอานและปราชญ์ Avicenna ต่างก็ให้ความสำคัญกับการดื่มนมแม่ โดยเฉพาะในช่วง 2 ปีแรกของชีวิต ยิ่งไปกว่านั้นกฎหมายอิสลามยังห้ามคนที่ดื่มนมจากเต้าเดียวกันแต่งงานกัน เพราะถือว่าคนทั้งสองมีแม่คนเดียวกัน

เมื่อความคิดของ Avicenna แพร่เข้าสู่ยุโรป ผู้คนได้พากันเชื่อความคิดนี้ ดังนั้นชาวยุโรปจึงได้วาดภาพพระนางมาเรียให้ทารกเยซูดูดนม เช่น ภาพ Madonna and Child with Angels โดย Jean Fouquet และภาพ Madonna del latte โดย Ambrogio Lorenzetti เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม บรรดากษัตริย์ยุโรปก็ยังทรงนิยมประเพณีการมีแม่นมต่อไป เพราะทรงรู้ดีว่าถ้ามเหสีไม่ให้รัชทายาทดื่มพระกษิรธารา พระนางจะทรงมีทายาทได้อีกในเร็ววัน และเมื่อกษัตริย์มีพระราชประสงค์จะมีผู้สืบราชบัลลังก์ ดังนั้นในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 12 ทารกในราชสำนักฝรั่งเศสทุกพระองค์จึงต้องดื่มนมของแม่นม (ยกเว้นพระนาง Marie Antoinette ที่ทรงให้โอรสดื่มนมพระมารดา) ไม่เพียงแต่ในราชสำนักเท่านั้นที่อาชีพแม่นมเจริญรุ่งเรือง ครอบครัวชาวฝรั่งเศสเมื่อ 400 ปีก่อน ถ้าเป็นครอบครัวที่มีฐานะก็นิยมจ้างนางพยาบาลมาดูแลสุขภาพ เมื่อครอบครัวมีสมาชิกใหม่ นายจ้างจึงได้เพิ่มหน้าที่ของนางพยาบาล คือนอกจากต้องเลี้ยงดูทารกแล้วยังต้องให้นมทารกด้วย และเมื่อจำนวนทารกเพิ่มตลอดเวลา ความต้องการนางพยาบาลจึงเพิ่มขึ้นด้วย จนนางพยาบาลประจำการมีจำนวนไม่เพียงพอ ดังนั้นชาวฝรั่งเศสจึงหันไปจ้างหญิงชาวนายากจนมาทำหน้าที่แม่นม แล้วเวลาแม่นมเหล่านี้มีลูกก็จ้างผู้หญิงที่ยากจนกว่ามาเลี้ยงดูลูกของตนอีกทอดหนึ่ง

ตามปรกติคนที่เป็นแม่นมจำเป็นมักมีฐานะยากจน ดังนั้นนางจึงรับเลี้ยงทารกหลายคนพร้อมกัน และเพราะบ้านที่นางใช้ประกอบอาชีพแม่นมตั้งอยู่ไกลจากบ้านของทารก ดังนั้นบิดามารดาของทารกจึงไม่ได้เห็นหน้าค่าตาลูกของตนบ่อย จนเมื่อเวลาผ่านไปนานๆ พ่อแม่อาจจำหน้าที่ลูกไม่ได้ ดังนั้นจึงมีข่าวการสับเปลี่ยนทารกในสถานรับเลี้ยงเด็กเนืองๆ และเมื่อพ่อแม่ไม่มีเวลามาสนใจดูแลลูก ความผูกพันทางจิตใจระหว่างบิดามารดากับลูกจึงมีน้อย ทำให้เวลาลูกเสียชีวิต บิดามารดาจึงถือโอกาสไม่ไปร่วมในพิธีศพของลูก

ในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 17 อาชีพแม่นมยังเป็นที่นิยม แม้ Benjamin Franklin รัฐบุรุษอเมริกันจะสนับสนุนให้ลูกดื่มนมแม่และให้แม่ทุกคนให้นมลูกด้วยตนเองก็ตาม ลุถึงคริสต์ศตวรรษที่ 18 สตรีฝรั่งเศสที่มีฐานะสูงได้เริ่มให้นมลูก และปราชญ์ Jean Jacques Rousseau ผู้เชื่อว่าครอบครัวมีความสำคัญยิ่งกว่ารัฐ ก็ได้สนับสนุนให้สตรีทุกคนที่มีลูกควรให้นมลูกเอง โดยอ้างถึง Marie Antoinette เป็นสตรีตัวอย่าง ตั้งแต่นั้นมารัชทายาทฝรั่งเศสทุกพระองค์ก็ทรงดื่มนมพระมารดา ส่วนในอังกฤษ Duchess of Devonshire ได้เริ่มประเพณีให้ลูกดื่มนมแม่ตามแนวปฏิบัติของ Marie Antoinette แต่วัฒนธรรมการให้ลูกดื่มนมแม่ก็ยังไม่แพร่หลาย เพราะหญิงชาวบ้านที่มีฐานะยากจนจำเป็นต้องไปทำงานนอกบ้านเพื่อหาเงิน ดังนั้นเมื่อนางมีลูกน้อย การดูแลให้นมจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ทำให้ต้องส่งลูกน้อยไปให้แม่นมประจำหมู่บ้านดูแลแทน เพราะแม่นมมีเด็กในความดูแลเป็นจำนวนมาก การดูแลจึงไม่ทั่วถึงและไม่มีคุณภาพ ด้วยเหตุนี้ทารกจึงเสียชีวิตมากมาย จนผู้คนในสมัยนั้นบางครั้งเรียกโรงเลี้ยงเด็กว่า โรงฆ่าเด็ก

หลังการปฏิวัติใหญ่ในฝรั่งเศส คณะปฏิวัติได้ออกแถลงการณ์ล้มเลิกระบบแม่นม โดยชี้ให้เห็นว่าแม่ที่ไม่ให้ลูกดูดนมแสดงว่าเป็นพวกศักดินาที่ประเทศไม่ต้องการ และการให้ลูกดื่มนมแม่แสดงความเป็นคนรักชาติและรักเสรีภาพ ตั้งแต่ พ.ศ. 2335 ที่เกิดสาธารณรัฐฝรั่งเศส ความนิยมให้ผู้หญิงมีสิทธิเสรีภาพมากขึ้น (feminism) ก็ได้กำหนดให้มารดาให้นมลูก เพราะเป็นสิทธิที่ผู้หญิงทุกคนควรทำ และไม่ควรให้แม่นมให้นมลูกแทน โดยการอ้างว่าเพื่อถนอมรูปทรงให้เป็นเครื่องเล่นทางเพศของผู้ชายอีกต่อไป

ในปี 2391 Honoré Daumier ได้วาดภาพ The Republic เป็นภาพผู้หญิงรูปร่างสูงใหญ่นั่งถือธงชาติ โดยมีทารกดูดนมนาง และมีเด็กอีกคนหนึ่งนั่งอ่านหนังสืออยู่แทบเท้า เปรียบให้เห็นว่ารัฐเป็นแม่ที่ดีที่ต้องให้อาหารและให้การศึกษาลูก

เมื่อเริ่มคริสต์ศตวรรษที่ 19 คุณค่าของการดื่มนมแม่เริ่มปรากฏว่าดีกว่าและมีประโยชน์กว่าการดื่มนมจากแม่นม

ความจริงประเด็นคุณและโทษของการให้ลูกดื่มนมแม่นมนั้นมีมากมาย ข้อดีคือทำให้แม่ไม่ชราก่อนวัยอันควร เพราะทรวดทรงจะไม่หย่อนยานทำให้สามีรักนานและไม่คิดมีภรรยาใหม่ การมีแม่นมหลังจากที่ให้กำเนิดลูกแล้ว สามีสามารถจะมีเพศสัมพันธ์กับภรรยาได้โดยไม่ต้องพะว้าพะวังว่าทารกจะรบกวน และการที่แม่ให้นมลูกจะทำให้แม่เป็นหมันชั่วคราว ดังนั้นการไม่ให้นมลูกจึงทำให้แม่สามารถมีลูกได้อีกหลังจากคลอดลูกแล้วไม่นาน และนั่นก็หมายความว่านางอาจจะมีลูกดก ในประเทศอังกฤษเมื่อ 300 ปีก่อนมักถือเป็นเรื่องปรกติที่ครอบครัวที่มั่งคั่งจะมีลูกตั้งแต่ 10-20 คน เมื่อมีลูกมากเช่นนี้ ครอบครัวก็จำเป็นต้องมีแม่นมหลายคนอย่างไม่มีทางเลี่ยง

ส่วนข้อเสียของการมีแม่นมคือ เมื่อมีลูกหลายคน แม่อาจเป็นโรคโลหิตจาง นอกจากนี้ครอบครัวที่มีทายาทหลายคนก็อาจมีปัญหาเรื่องลูกๆ แย่งชิงมรดกกัน การมีลูกหลายคนจะทำให้แม่กับลูกแต่ละคนมีความผูกพันกันน้อยจนทำให้เมื่อลูกเติบโตเป็นผู้ใหญ่ลูกอาจเป็นปัญหาของสังคมได้ ดังนั้นจิตวิทยาทุกวันนี้จึงสนับสนุนให้แม่ให้นมลูกเองว่าเป็นหน้าที่ที่แม่ควรกระทำและต้องกระทำ เพราะลูกจะได้มีความรู้สึกว่าตนเป็นที่รักของแม่อย่างเพียงพอที่จะทำให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ส่วนนักชีววิทยาก็มีความเห็นพ้องว่าการให้นมลูกเองเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถคุมกำเนิดของแม่ได้ เพื่อช่วยให้ครอบครัวมีจำนวนสมาชิกที่เหมาะสม และเมื่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมต่างก็เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมของมันเอง ดังนั้นคนซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดหนึ่งก็ควรทำเช่นเดียวกัน (Carl Linnaeus นักชีววิทยาชาวสวีเดนจึงได้เรียกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมว่า mammal โดยอิงคำว่า mammary gland ซึ่งแปลว่า ต่อมน้ำนม)

ณ วันนี้ ประเพณีแม่ให้นมลูกเองกำลังได้รับความนิยมในทุกสังคม แม่ในสังคมที่ล้าหลัง เช่นในบางพื้นที่ของจีนที่มักเชื่อว่าผู้หญิงเป็นแม่ใหม่ๆ หากได้สวมกำไลหยกจะทำให้ร่างกายมีน้ำนมอุดมสมบูรณ์เพียงพอสำหรับให้ลูกดื่ม สำหรับสตรีบางคนที่มีความสามารถจำกัดในการผลิตน้ำนมธรรมชาติเทคโนโลยีก็ได้เข้ามามีบทบาทในการแก้ปัญหานี้ โดยในปี 2428 นักวิทยาศาสตร์ได้ผลิตนมผงขึ้นเป็นครั้งแรกพร้อมขวดนมสำหรับให้ทารกใช้ดูด อีก 20 ปีต่อมา บริษัท Nestle ได้ผลิตนมผง Nestle ออกมาจนขายดีไปทั่วโลก ทั้งๆ ที่นมผงไม่มีส่วนผสมของน้ำนมแต่อย่างใด

ในปี 2500 โรงพยาบาลในอเมริกาและอังกฤษต่างก็นำผลิตภัณฑ์ของ Nestle ให้ทารกแรกคลอดดื่ม และเมื่อนมผงมีราคาถูก ดังนั้นผู้หญิงที่เป็นแม่ทุกระดับฐานะจึงมีทางเลือกให้ลูกดื่มนมแม่หรือนมผง แต่สำหรับผู้หญิงในประเทศยากจนซึ่งมีปัญหาน้ำที่ใช้ต้มนมผงมักเป็นน้ำสกปรก ดังนั้นในปีหนึ่งๆ จึงมีเหตุการณ์ทารกเสียชีวิตเพราะสาเหตุนี้นับล้านคน ด้วยเหตุนี้ในปี 2499 สมาคม La Leche League จึงริเริ่มโครงการให้แม่ให้น้ำนมจากเต้าของตนเอง

ในปี 2524 องค์การอนามัยโลกและองค์การยูนิเซฟ (UNICEF) ได้ลงมติให้มีกฎหมายควบคุมการขายนมผง

ในปี 2532 รัฐบาลอังกฤษได้เริ่มโครงการรณรงค์ให้คนอังกฤษยอมรับว่านมแม่ดีที่สุด และให้ถือว่าการที่แม่ให้ลูกดูดนมในที่สาธารณะไม่เป็นเรื่องอุจาดลามกที่ผิดกฎหมายอีกต่อไป

ในปี 2546 ได้มีการสำรวจพบว่าร้อยละ 80 ของ แม่ในนอร์เวย์ให้นมลูกด้วยตนเอง โดยเฉพาะในระยะ 6 เดือนแรก ส่วนแม่อเมริกันและอังกฤษให้นมลูกเองคิดเป็นร้อยละ 32 และ 20 ตามลำดับ

ในปี 2550 ยูนิเซฟรายงานว่าทารกที่ไม่ได้ดื่มนมแม่เสียชีวิตมากถึง 1.5 ล้านคน

ทุกวันนี้ปัญหาเรื่องนมแม่และนมผงยังมีต่อไปแต่จะเป็นไปในทิศทางใดขึ้นกับสภาพสังคมและสุขภาพของแม่เอง ถึงกระนั้นเราก็มั่นใจได้ว่านมผงเข้ามาทำหน้าที่แทนแม่นมจนทำให้ ณ วันนี้ อาชีพแม่นมได้สูญพันธุ์ไปแล้ว

หมายเหตุ: อ่านความเป็นมาของเรื่องนี้ได้จากหนังสือ Mother Nature: A History of Mothers, Infants, and Natural Selection โดย Sarah Hrdy จัดพิมพ์โดย Pantheon, New York ในปี ค.ศ. 1999 ความหนา 745 หน้า ราคา 35 ดอลลาร์ (ISBN 0-679-44265-0)

สุทัศน์ ยกส้าน เมธีวิจัยอาวุโส สกว.



< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ขณะนี้มี 8 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 11836777  คน
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ฟิสิกส์ 1 (ภาคกลศาสตร์)
ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)
ฟิสิกส์ 2
กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์
เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์ 2 (บรรยาย)
ฟิสิกส์พิศวง
สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์
วีดีโอการเรียนการสอน
แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF
หน้าแรกในอดีต

ทั่วไป
การทดลองเสมือน
บทความพิเศษ
ตารางธาตุ(ไทย1)
พจนานุกรมฟิสิกส์
ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์
ธรรมชาติมหัศจรรย์
สูตรพื้นฐานฟิสิกส์
การทดลองมหัศจรรย์
กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์

บททดสอบ
แบบฝึกหัดกลาง
แบบฝึกหัดโลหะวิทยา
แบบทดสอบ
ความรู้รอบตัวทั่วไป
อะไรเอ่ย ?
ทดสอบ(เกมเศรษฐี)
คดีปริศนา
ข้อสอบเอนทรานซ์
เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
แบบฝึกหัดออนไลน์

สรรหามาฝาก
คำศัพท์ประจำสัปดาห์
ความรู้รอบตัว
การประดิษฐ์แของโลก
ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ
นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง
สุดยอดสิ่งประดิษฐ์
การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

การเรียนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
การวัด
เวกเตอร์
การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ
การเคลื่อนที่บนระนาบ
กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
การประยุกต์กฎของนิวตัน
งานและพลังงาน
การดลและโมเมนตัม
การหมุน
สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
การเคลื่อนที่แบบคาบ
ความยืดหยุ่น
กลศาสตร์ของไหล
กลไกการถ่ายโอนความร้อน
เทอร์โมไดนามิก
คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
คลื่น
การสั่น และคลื่นเสียง
ไฟฟ้าสถิต
สนามไฟฟ้า
ความกว้างของสายฟ้า
ตัวเก็บประจุ
ศักย์ไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้า
สนามแม่เหล็ก
การเหนี่ยวนำ
ไฟฟ้ากระแสสลับ
ทรานซิสเตอร์
สนามแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงและการมองเห็น
ทฤษฎีสัมพัทธภาพ
กลศาสตร์ควอนตัม
โครงสร้างของอะตอม
นิวเคลียร์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!