Home arrow บทความวิทยาศาสตร์ arrow 10 เรื่องไม่ลับ(แต่เราไม่รู้) ของ "ดวงจันทร์"
  
เมนูอื่นๆ
Home บทความวิทยาศาสตร์ เซ็นสมุดเยี่ยม
10 เรื่องไม่ลับ(แต่เราไม่รู้) ของ "ดวงจันทร์" PDF พิมพ์

จันทร์เต็มดวงในคืน "ซูเปอร์มูน" โผล่เหนืออนุสรณ์สถานลินคอล์น สหรัฐฯ (NASA)

      เห็นกันอยู่แทบทุกคืน แต่นานๆ จะเกิดปรากฏการณ์แปลกๆ มาให้ชมสักที หลายคนเลยไม่ได้ใส่ใจ “ดวงจันทร์” ที่โคจรรอบโลกอยู่ทุกวัน พลอยทำให้พลาดข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับบริวารของโลกดวงนี้

โลกในช่วงแรมเมื่อมองจากดวงจันทร์ (นาซา)

ดวงจันทร์ (กลาง) และบางส่วนของโลกที่บันทึกจากหน้าต่างกระสวยอวกาศดิสคัฟเวอรี (NASA)


       
       ทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTV จึงคัด “10 เรื่องไม่ลับของดวงจันทร์” ที่หลายคนอาจยังไม่รู้ ซึ่งรวบรวมจากเว็บไซต์ข่าวอวกาศ “
สเปซด็อทคอม” อโดย โจ ราโอ (Joe Rao) วิทยากรประจำท้องฟ้าจำลองไฮเดน (Hayden Planetarium) ในนิวยอร์ก สหรัฐฯ และ “ไลฟ์ไซน์ด็อทคอม” มานำเสนอ
       
       1.ดวงจันทร์ไม่ได้กลม
       
       หากเราออกไปยืนมองดวงจันทร์จากบนโลก จะได้เห็นด้านสั้นที่สุดชี้ตรงมาหาเรา และศูนย์กลางมวลของดวงจันทร์ ไม่ได้อยู่ตรงเส้นศูนย์กลางทางภูมิศาสตร์ของดวงจันทร์ แต่อยู่ห่างออกจากเส้นสมมติดังกล่าวออกมา 2 กิโลเมตร
       
       2.เราได้เห็นดวงจันทร์มากกว่าครึ่งดวง
       
       ตำราหลายๆ เล่มมักระบุว่า ดวงจันทร์จะหมุนเพียงด้านเดียวเข้าหาโลก ทำให้เราไม่ได้เห็นอีกครึ่งของดวงจันทร์ หากแต่ความจริง เราได้เห็นดวงจันทร์ทั้งหมด 59% ของพื้นที่ดวงจันทร์ทั้งหมดในวงโคจรรูปวงรี
       
       3.จันทร์ครึ่งดวงสว่างไม่ถึงครึ่งของเต็มดวง
       
       ดวงจันทร์ช่วงขึ้น 7 ค่ำ (first quarter moon) และแรม 7 ค่ำ (last quarter moon) ที่เห็นครึ่งดวงนั้น ไม่ได้สว่างเท่ากับครึ่งหนึ่งของช่วงจันทร์เต็มดวง
       
       ทว่าหากผิวดวงจันทร์เกลี้ยงเกลาเหมือนลูกบิลเลียด ความสว่างของพื้นผิวดวงจันทร์ทั้งหมดจะเท่ากัน แต่ดวงจันทร์ที่เป็นบริวารของโลกนี้มีพื้นผิวที่ขรุขระมาก ทั้งภูเขา หินก้อนใหญ่ กรวดก้อนเล็กและฝุ่นดวงจันทร์ ซึ่งทำให้เกิดเงามากมายบนดวงจันทร์ ดังนั้น ความสว่างในช่วงดังกล่าวของดวงจันทร์จึงเหลือแค่ 1 ใน 11 ของความสว่างเมื่อจันทร์เต็มดวง
       
       4. แสงจันทร์เกือบเต็มดวงยังไม่ถึงครึ่งของจันทร์เพ็ญ
       
       ช่วงที่ดวงจันทร์ปรากฏเกือบจะเต็มดวง 95% มีความสว่างเพียงแค่ครึ่งของจันทร์เต็มดวง แม้ว่าจะดูสว่างเหมือนกำลังเต็มดวง แต่มีค่าความสว่างเพียง 0.7 ขณะที่จันทร์เต็มดวงสว่างประมาณ -12 (ยิ่งเลขน้อยแปลว่ายิ่งสว่างมาก) ซึ่งจะเห็นว่าแม้จะเกือบเต็มดวงแต่ความสว่างยังห่างไกลจันทร์เต็มดวง
       
       5. จันทร์ 3 แสนดวงถึงสว่างได้เท่าดวงอาทิตย์
       
       จันทร์เต็มดวงมีความสว่าง -12.7 ขณะที่ดวงอาทิตย์มีความสว่างอยู่ที่ -26.7 ซึ่งสัดส่วนความสว่างของดวงอาทิตย์ต่อดวงจันทร์เป็น 398,110 ต่อ 1 นั่นหมายความว่า เราต้องใช้จันทร์เต็มดวงเกือบ 4 แสนดวงเพื่อให้ได้ความสว่างเท่าดวงอาทิตย์เพียงดวงเดียว
       
       แต่ถึงเราจะแปะจันทร์เต็มดวงให้ทั่วท้องฟ้า (ทั้งครึ่งบนที่เรามองเห็นกับอีกครึ่งท้องฟ้าซีกล่างที่เรามองไม่เห็น) ก็มีเพื้นที่ให้แค่ดวงจันทร์ได้เพียง 206,264 ดวง ยังขาดอีก 191,836 เราจึงจะได้ความสว่างเทียบเท่าดวงอาทิตย์
       
       6. ดาวโลก-ดวงจันทร์แหว่งกันกลับข้าง
       
       เมื่ออยู่บนดวงจันทร์ในคืนเดือนมืด เราจะเห็นโลก “เต็มดวง” แต่เมื่อจันทร์อยู่ในช่วงข้างขึ้น ซึ่งเราจะเห็นจันทร์แหว่งซีกซ้าย ในทางตรงกันข้ามเราจะเห็นโลกในช่วงแรมแหว่งครึ่งดวงทางขวา
       
       ทว่า เมื่อจันทร์อยู่ในช่วงข้างแรมจะเห็นจันทร์แหว่งด้านขวา แต่เราจะเห็นโลกในช่วงขึ้น ซึ่งปรากฎโลกแหว่งทางซ้าย และเราจะเห็นโลกจากบนดวงจันทร์ ในตำแหน่งเดียวกับที่เห็นดวงจันทร์บนโลก
       
       อย่างไรก็ดี โลกไม่มีวันลับขอบฟ้าที่ดวงจันทร์ โดยจะอยู่ในตำแหน่งเดิมเสมอเมื่อมองจากดาวบริวารเพียงหนึ่งเดียวนี้
       
       7. แสงสีเลือดหมูจากอุปราคาบนโลก
       
       ถ้าเราอยู่บนดวงจันทร์แล้วเห็นโลกบังดวงอาทิตย์ทั้งดวง เราจะได้เห็นวงแหวนแคบๆ สีเลือดหมูรอบโลกดวงมืดๆ ซึ่งเกิดจากแสงดวงอาทิตย์ผ่านชั้นบรรยากาศของโลกเรา โดยสีที่เห็นนั้น เกิดจากการผสมผสานระหว่างแสงยามอาทิตย์ขึ้นและลับขอบฟ้า เช่นเดียวกันกับที่เราเห็นดวงอาทิตย์เป็นสีเลือด เมื่อเกิดจันทรุปราคาเต็มดวง
       
       8. อุณหภูมิสูง-ต่ำบนดวงจันทร์ต่างกันสุดขั้ว
       
       อ้างจากข้อมูลบนเว็บไซต์ขององค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) อุณหภูมิที่เส้นศูนย์สูตรของดวงจันทร์ตอนกลางคืนต่ำถึง -173 องศาเซลเซียส และสูงถึง 127 องศาเซลเซียสในตอนกลางวัน ส่วนในหลุมลึกใกล้ๆ ขั้วดวงจันทร์ มีอุณหภูมิเกือบถึง -240 องศาเซลเซียส
       
       นอกจากนี้ระหว่างเกิดอุปราคา ที่ดวงจันทร์เข้าสู่เงาของโลก อุณหภูมิพื้นผิวของดวงจันทร์จะลดลงฮวบไป 300 องศาเซลเซียสในเวลาไม่ถึง 90 นาทีเลยทีเดียว

ปรากฏการณ์ "แสงโลก" (Earthshine) ที่ตกบนดวงจันทร์ขณะเกิดจันทรุปราคา (พรชัย อมรศรีจิรทร)


       
       9.ดวงจันทร์ก็มี “โซนแบ่งเวลา”
       
       ไม่ใช่แค่โลกเราที่มี “เขตเวลา” (Time Zone) แต่บนดวงจันทร์ก็มี เมื่อปี 1970 เคนเนธ แอล แฟรงกลิน (Kenneth L. Franklin) หัวหน้านักดาราศาสตร์ของท้องฟ้าจำลองไฮเดน ในนิวยอร์ก ได้รับการร้องขอจากบริษัทนาฬิกาให้ออกแบบนาฬิกาสำหรับใช้บนดวงจันทร์ โดยสามารถวัดเวลาแบบ “ลูเนชัน” (Lunations) ซึ่งเป็นคาบเวลาที่ดวงจันทร์โคจรรอบโลก (ลูเนชันละ 29.530589 วันบนโลก)
       
       ทั้งนี้ เส้นแบ่งเวลาหรือเส้นแวงบนดวงจันทร์นั้น มีความกว้าง 12 องศา (ขณะที่เส้นแวงโลกกว้าง 15 องศา) และเขตเวลาบนดวงจันทร์ล้วนมีชื่อเฉพาะ เช่น เขตเวลาโคเปอร์นิแคน (Copernican time), เขตเวลา 36 องศาตะวันออก (36-degree East Zone time) เป็นต้น ส่วนชั่วโมงบนดวงจันทร์มีชื่อเรียกว่า “ลูนาวร์” (Lunour)
       
       10. บริวารหนึ่งเดียวกำลังลอยห่างไปเรื่อยๆ

ดวงจันทร์บริวารของโลกกำลังเคลื่อนที่ออกห่างไปเรื่อยๆ (สเปซด็อทคอม/NOAO/AURA/NSF)


       
       แม้ว่าเราจะแหงนฟ้าเห็นดวงจันทร์กันอยู่ทุกคืน แต่รู้ไหมว่าดาวบริวารดวงเดียวของโลกกำลังเคลื่อนห่างเราไปเรื่อยๆ ซึ่งทุกๆ ปีดวงจันทร์จะขโมยพลังงานในรูปของการหมุนจากโลก (rotational energy) และใช้ขับเคลื่อนตัวเองให้ห่างออกไป 4 เซนติเมตร
       
       ไลฟ์ไซน์ระบุข้อมูลจากนักวิทยาศาสตร์ว่า เมื่อ 4.6 พันล้านปีก่อน ที่ดวงจันทร์ก่อตัวขึ้น มีระยะห่างจากโลกเพียง 22,530 กิโลเมตร แต่ตอนนี้อยู่ห่างออกไปแล้ว 450,000 กิโลเมตร

รู้ไหมว่า … นับเดือนดวงจันทร์มีตั้ง 4 แบบ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

ดวงจันทร์ขณะผ่านหน้าดวงอาทิตย์ บันทึกโดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศโซลาร์ไดนามิกส์ (NASA)

       แม้ปฏิทินหลักของมนุษย์โลกส่วนใหญ่ จะยึดถือตามแบบ “สุริยคติ” ที่นับเดือนตามตำแหน่งของดวงอาทิตย์ แต่เราก็จะยังพอคุ้นเคยกับการนับวันแบบ “ข้างขึ้น-ข้างแรม” โดยอาศัยช่วงที่ดวงจันทร์มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบ “จันทรคติ”
       
       ที่จริงแล้ว ผู้คนตั้งแต่สมัยโบราณมีการนับเดือนแบบ “จันทรคติ” ถึง 4 แบบด้วยกัน
       
       1. เดือนจุดใกล้ (Anomalistic) เป็นการนับระยะเวลาที่ดวงจันทร์โคจรรอบโลก โดยใช้จุดที่ดวงจันทร์อยู่ใกล้โลกมากที่สุด (perigee) ไปถึงช่วงที่ดวงจันทร์อยู่ใกล้โลกมาที่สุดครั้งถัดไป ซึ่งมีระยะเวลา 27 วัน 13 ชั่วโมง 18 นาที และ 37.4 วินาที
       
       2. เดือนราหู (Nodical) เป็นระยะเวลาที่ดวงจันทร์ใช้ในการเคลื่อนที่จากโหนด (node) หรือจุดที่มีการตัดของวงโคจรหนึ่งไปยังอีกวงโคจรหนึ่ง กลับมายังโหนดเดิม ซึ่งมีระยะเวลา 27 วัน 5 ชั่วโมง 5 นาที และ 35.9 วินาที
       
       3. เดือนดาราคติ (Sidereal) เป็นระยะเวลาที่ดวงจันทร์ใช้โคจรรอบโลก โดยอาศัยดวงดาวประจำที่เป็นจุดอ้างอิง ซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 27 วัน 7 ชั่วโมง 43 นาที และ 11.5 วินาที
       
       4. เดือนดิถี (Synodical) เป็นการนับวันโดยอาศัยดวงอาทิตย์เป็นจุดอ้างอิง คือระหว่างที่ดวงจันทร์ค่อยๆ เปลี่ยนจากเดือนมืดกลับสู่เดือนมืดอีกครั้ง ซึ่งมีระยะเวลา 29 วัน 12 ชั่วโมง 44 นาที 2.7 วินาที ซึ่งเป็นรูปแบบที่เราคุ้นเคยว่า เดือนจันทรคติ.

5 เมษายน 54 ASTV
Views: 2030

ความคิดเห็นแรก

Only registered users can write comments.
Please login or register.

Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6
AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com
All right reserved

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ขณะนี้มี 33 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 11725811  คน
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ฟิสิกส์ 1 (ภาคกลศาสตร์)
ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)
ฟิสิกส์ 2
กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์
เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์ 2 (บรรยาย)
ฟิสิกส์พิศวง
สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์
วีดีโอการเรียนการสอน
แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF
หน้าแรกในอดีต

ทั่วไป
การทดลองเสมือน
บทความพิเศษ
ตารางธาตุ(ไทย1)
พจนานุกรมฟิสิกส์
ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์
ธรรมชาติมหัศจรรย์
สูตรพื้นฐานฟิสิกส์
การทดลองมหัศจรรย์
กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์

บททดสอบ
แบบฝึกหัดกลาง
แบบฝึกหัดโลหะวิทยา
แบบทดสอบ
ความรู้รอบตัวทั่วไป
อะไรเอ่ย ?
ทดสอบ(เกมเศรษฐี)
คดีปริศนา
ข้อสอบเอนทรานซ์
เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
แบบฝึกหัดออนไลน์

สรรหามาฝาก
คำศัพท์ประจำสัปดาห์
ความรู้รอบตัว
การประดิษฐ์แของโลก
ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ
นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง
สุดยอดสิ่งประดิษฐ์
การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

การเรียนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
การวัด
เวกเตอร์
การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ
การเคลื่อนที่บนระนาบ
กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
การประยุกต์กฎของนิวตัน
งานและพลังงาน
การดลและโมเมนตัม
การหมุน
สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
การเคลื่อนที่แบบคาบ
ความยืดหยุ่น
กลศาสตร์ของไหล
กลไกการถ่ายโอนความร้อน
เทอร์โมไดนามิก
คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
คลื่น
การสั่น และคลื่นเสียง
ไฟฟ้าสถิต
สนามไฟฟ้า
ความกว้างของสายฟ้า
ตัวเก็บประจุ
ศักย์ไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้า
สนามแม่เหล็ก
การเหนี่ยวนำ
ไฟฟ้ากระแสสลับ
ทรานซิสเตอร์
สนามแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงและการมองเห็น
ทฤษฎีสัมพัทธภาพ
กลศาสตร์ควอนตัม
โครงสร้างของอะตอม
นิวเคลียร์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!