RmutPhysics.com
สิงหาคม 19, 2022, 09:51:42 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มหันตภัยน้ำดื่มหยอดเหรียญ น้ำระบบ R.O. ทำร่างกายพัง เสื่อมก่อนวัย จริงหรือไม่!!!  (อ่าน 3555 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2009, 01:37:45 pm »

มหันตภัยน้ำดื่มหยอดเหรียญ น้ำระบบ R.O. ทำร่างกายพัง เสื่อมก่อนวัย




หยิบข่าวเก่ามาเล่าใหม่  หนังสือพิมพ์บ้านเมือง 2545


เผยพิษร้ายสุดสุด สารพัดโรคถามหา โรคฟัน โรคกระดูกพรุน “นักเคมี” เตือนมหันตภัยน้ำหยอดเหรียญ Reverse osmosis ชี้มีภัยร้ายดึงเกลือแร่จำเป็นออกจากเซลล์ และอวัยวะต่างๆ ส่งผลทำร่างกายพัง เสี่ยงเกิดโรคร้ายนานาชนิด เตือนอย่าดื่มเป็นประจำ แนะทางแก้ไขด้วยการเติมเกลือแร่ลงในน้ำหยอดเหรียญ  รศ.ดร.พิชัย โตวิวิชญ์ กรรมการบริหารสมาคมเคมี อดีตหัวหน้าภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีเทคโนโลยีใหม่ผลิตน้ำบริสุทธิ์เรียกว่า Reverse osmosis หรือเรียกสั้นๆว่า น้ำ R.O. ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ใช้แผ่นกรองหรือเมมเบรนที่ไม่ให้เกลือแร่ผ่านทะลุ เหลือแต่น้ำบริสุทธิ์ที่ไม่มีเกลือแร่เท่านั้น น้ำ R.O. สามารถใช้เติมแบตเตอรี่รถยนต์ได้ หรือใช้ในห้องปฎิบัติการวิทยาศาสตร์ ใช้ผสมยาในอุตสาหกรรมผลิตยา ตลอดจนใช้สำหรับสกัดสารพิษออกจากร่างกายในระยะเวลาสั้นๆ แต่ไม่ควรใช้ดื่มเป็นประจำ เนื่องจากน้ำชนิดนี้มีฤทธิ์เป็นกรด มีความสามารถในการสกัดหรือกัดกร่อน หรือดูดดึงอย่างรุนแรง โดยเฉพาะการดูดดึงเกลือแร่ออกจากอาหารที่เราทาน หรืออวัยวะต่างๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นแคลเซียม แมกนีเซียมและแร่ธาตุอื่นๆ ซึ่งล้วนมีความสำคัญและมีความจำเป็นในการดำรงชีวิตของมนุษย์


กรรมการบริหารสมาคมเคมี กล่าวต่อว่า น้ำบริสุทธิ์ R.O. จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ อาการด่านแรกที่สัมผัสกับน้ำบริสุทธิ์ R.O. คือปัญหาโรคฟัน เนื่องจากน้ำสามารถไปกัดกร่อนและดูดดึงแร่ธาตุ ในปาก เช่น แคลเซียม ฟอสเฟต ผู้ที่ดื่มเป็นประจำจึงมีอาการเสียวฟัน และมีปัญหาเกี่ยวกับโรคฟันได้ และที่สำคัญน้ำบริสุทธิ์ R.O. จะสกัด และดูดดึงเกลือแร่ออกมาจากเซลล์ และอวัยวะของร่างกาย โดยเฉพาะแคลเซียม แมกนีเซียมและโปแตสเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่มีความสำคัญต่อการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ ก็จะทำให้เกิดโรคหัวใจ ทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ นอกจากนี้ เมื่อร่างกายสูญเสียแร่ธาตุ จากการสกัดดูดดึงของน้ำบริสุทธิ์ R.O. โอกาสที่จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆ ก็มีมากขึ้น อาทิ โรคกระดูกพรุน โรคปวดตามข้อ โรคคอหอยพอก โรคความดันโลหิตสูง โรคแก่ก่อนวัย    “อยากแนะนำให้ประชาชนดื่มน้ำทั่วไป ที่ไม่ใช่น้ำบริสุทธิ์ R.O. เลือกดื่มน้ำจากกระบวนการธรรมดา หรือนำน้ำประปามาต้มดื่มดีกว่า เพราะมีเกลือแร่อยู่บ้าง อย่างน้อยที่สุดน้ำประปาที่ไหลผ่านท่อประปาจะไม่สะอาดบริสุทธิ์ปราศจากสารปนเปื้อน  แต่ก็ไม่สกัดเกลือแร่ออกจากร่างกาย รศ.ดร.พิชัยกล่าว   น้ำดื่มที่เป็น R.O. ให้สังเกตที่ขวดจะระบุว่า ผลิตโดยผ่านกระบวนการ Reverse osmosis ซึ่งสามารถทดลองว่าเป็นน้ำบริสุทธิ์โดยนำเอาขั้วไฟฟ้ากระแสตรงจุ่มลงไปในน้ำ จะไม่มีปฏิกิริยาอะไรเกิดขึ้น เพราะน้ำบริสุทธิ์เป็น “ฉนวน” แต่ถ้ามีเกลือแร่เพียงเล็กน้อยก็สามารถเป็น “สื่อไฟฟ้า” ได้ ทำให้โมเลกุลของน้ำแตกตัวเป็นแก๊สไฮโดรเจน ที่ขั้วลบ ซึ่งมักจะทำด้วยอะลูมิเนียม ส่วนขั้วบวกมักจะทำด้วยเหล็ก จะมีสนิมเหล็กเกิดขึ้นเป็นตะกอนสีน้ำตาล อย่างไรก็ตาม ตะกอนสนิมเหล็กที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่เกิดจากความสกปรกของน้ำที่นำมาทดสอบ แต่เกิดจากการแตกตัวของโมเลกุลน้ำ  สำหรับวิธีแก้ปัญหา สำหรับผู้ที่ได้เสียเงินซื้อเครื่องผลิตน้ำดื่ม Reverse osmosis ที่มีราคาสูง 4-5 หมื่นบาทโดยประมาณ รศ.ดร.พิชัย กล่าวว่า อาจจะแก้ปัญหาโดยการเติมเกลือแร่ลงไปน้ำบริสุทธิ์ R.O. เช่นใส่เกลือแร่ลงในอิเล็กโตรไลท์ที่แพทย์มักจะให้ผู้ป่วยที่ท้องเสีย หรืออ่อนเพลีย จากการสูญเสียเกลือแร่ในร่างกายมากเกินไป วิธีนี้อาจจะนำมาใช้กับน้ำดื่มชนิดขวดใสที่มีจำหน่ายกันในท้องตลาด ด้วยการเติมเกลือแร่ก่อนดื่ม ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้วและรัฐบาลที่เป็นห่วงสุขภาพประชาชน จะบังคับให้เติมเกลือแร่ที่สำคัญลงในน้ำดื่มด้วย ส่วนการเลือกใช้ระบบกรองน้ำ แนะนำว่าไม่ควรใช้ระบบที่มีเรซินที่ใช้ขจัดความกระด้างของน้ำ เพราะจะดูดแร่ธาตุสำคัญในน้ำออกไปเช่น แคลเซียม แมกนีเซียม ประการสำคัญ น้ำประปาไม่ได้กระด้างถึงขนาดก่อให้เกิดโรคนิ่ว ในคนปกติ 

 เทคโนโลยีการทำน้ำให้สะอาด นอกจากจะมีเทคโนโลยีการกลั่นน้ำ และหรือระบบ Reverse osmosis เหมาะที่จะใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมผลิตเหล้าเบียร์  เหมาะที่จะเอามาใช้ในห้องแลบ เหมาะที่จะเอาใช้ผลิตน้ำกลั่นเติมแบตเตอรีรถยนต์แล้ว  เทคโนโลยีที่รองลงมาในกำจัดสิ่งปนเปื้อนออกจากน้ำประปาแต่ไม่จำกัดแร่ธาตุออกจากน้ำประปาคือ ระบบที่ใช้ไส้กรองที่เรียกว่า Activated carbon เป็นคาร์บอนที่มีราคาค่อนข้างสูงเพราะกระบวนการผลิตซับซ้อน  ในท้องตลาดมีหลายเกรดขึ้นอยู่กับความละเอียดของรูพรุนเพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวในการดูดจับสารปนเปื้อนในการอัดแท่งไส้คาร์บอน   ในโรงงาน อุตสาหกรรมอาหารก็มีใช้ ส่วนใหญ่จะใช้ในการผลิตน้ำใช้ทั่วไปในโรงงาน  โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องดื่ม  แต่ไส้กรองน้ำ Activated carbon มีข้อจำกัดคือไม่ได้ดักจับหรือฆ่าเชื้อโรคได้ จึงอาจต้องนำน้ำที่กรองได้ไปต้มเพื่อฆ่าเชื้อโรคต่อ เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำที่ดื่มปลอดภัย ดีต่อสุขภาพ  ซึ่งเทคโนโลยีการฆ่าเชื้อโรคที่ให้การยอมรับในวงกว้างคือ แสงอัลตราไวโอเลต  หรือแดดแรงๆบ้านเรานี่ล่ะ  แต่ประสิทธิภาพการฆ่าทำได้แค่ผิวน้ำไม่ลึกมาก เพราะไม่สามารถทะลุทะลวงผิวน้ำได้  เท่าที่เล่ามารู้สึกยุ่งยากจังเลยใช่ไหมคะในการทานน้ำดื่มที่ปลอดภัย   แต่ก็ควรใส่ใจนะคะเพื่อสุขภาพของคุณ และคนที่คุณรัก 

 คำเตือน หม้อกรองน้ำแร่ ที่ให้น้ำไหลผ่านแร่เงิน แร่อะไรเนี่ย อันตรายมากๆค่ะ อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาชวนเชื่อนะคะ ลองนึกสิคะ ว่าน้ำนิ่งๆอยู่ในหม้อกรอง ไม่มีการถ่ายเท น้ำจะเสียไหมคะ มีโอกาสเกิดตะไคร่น้ำขึ้นได้ ที่หินที่วางอยู่ในหม้อกรองได้ด้วย อาจได้ทานน้ำที่ผสมแร่เงินเกินอัตราโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์


ที่มา  http://www.oknation.net/blog/print.php?id=219162
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 11, 2009, 01:46:28 pm โดย สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2009, 01:49:19 pm »

นักเคมีแจงอันตราย "นำดื่มเอื้ออาทร" บริสุทธิ์เกินไปก่อโรคร้าย 7 ชนิด

โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์ 18 กรกฎาคม 2546 13:18 น.


      โครงการน้ำดื่มเอื้ออาทรส่อปัญหา นักวิชาการ ระบุน้ำบริสุทธิ์ต้นเหตุสารพัดโรคทั้งหัวใจ กระดูกพรุน โรคข้อเสื่อม และแก่ก่อนวัย แจงบริสุทธิ์จนไร้สารที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม หวั่นตายแบบผ่อนส่ง เร่งนำเสนอข้อมูล"นายกฯ" ก่อนดันตู้น้ำดื่มบริสุทธิ์ 5,000 ตู้กระจายทั่วประเทศ ด้านอย.โต้ อย่าตื่นตระหนก เพราะไม่มีหลักฐานยืนยันอันตรายจากน้ำบริสุทธิ์
     
      "การดื่มน้ำบริสุทธิ์จะฉุดให้อายุสั้น มีอันตรายทำให้ตายเร็ว"
     
      ข้อเท็จจริงหนึ่งที่กระแสสังคมขณะนี้กำลังสับสนต่อข้อมูลนี้ว่าเท็จ-จริงแค่ไหน ใช้ตรรกะทางวิทยาศาสตร์อะไรมาเป็นเครื่องบ่งชี้
     
      ดังนั้นกระแสความห่วงใยนี้ถูกปลุกขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ได้ผุดโครงการ "น้ำดื่มเอื้ออาทร" ระบุไว้ข้างตู้น้ำดื่มว่าเป็นน้ำดื่มบริสุทธิ์ และจะติดตั้งตู้ดังกล่าวนี้ 5,000 ตู้ กระจายทั่วประเทศในระยะเวลาต่อไป โดยใช้วิธีการผลิตในลักษณะ รีเวอร์ส ออสโมซิส หรือ RO (Reverse Osmosis)
     
      น้ำบริสุทธิ์ อันตรายจริงหรือไม่?
     
      พิชัย โตวิวิชญ์ รองประธานชมรมอยู่ 100 ปี ชีวีเป็นสุข อดีตหัวหน้าภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผย "ผู้จัดการรายสัปดาห์" ถึงการที่ต้องออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ เพราะต้องการให้ประชาชนในสังคมมีข้อมูลและข้อเท็จจริงในการตัดสินใจมากขึ้น และต้องการเตือนภัยต่อสังคม ในสิ่งที่อาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือพิษภัยที่ใกล้ตัว
     
      "ผมศึกษาเรื่องนี้มานาน และมีผลที่สามารถยืนยันทางวิทยาศาสตร์ "อนินทรีย์เคมีชีวภาพ"(Bio-inorganic chemistry) ระบุชัดว่า การดื่มน้ำบริสุทธิ์เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทำให้ร่างกายขาดเกลือแร่ธาตุที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต รวมถึงการทำงานของเอนไซม์ในร่างกาย การทำงานของกล้ามเนื้อและหัวใจที่ต้องการแร่ธาตุ โดยเฉพาะแคลเซียม และแมกนีเซียม"
     
      คุณสมบัติเฉพาะตัวของแร่ธาตุ แคลเซียม-แมกนีเซียม อาจารย์พิชัย ชี้แจงโดยเปรียบเทียบว่า "เหมือนกับเราหล่อเสาปูน ธาตุ 2 ตัวดังกล่าว ก็เปรียบเสมือนโครงสร้างเส้นเหล็กที่อยู่ภายใน ทำให้เสาต้นนั้นแข็งแกร่ง"
     
      7 โรคอันตราย:ดื่มน้ำบริสุทธิ์
     
      นอกจากนี้ น้ำบริสุทธิ์ที่ได้โดยผ่านกระบวนการ RO และการทำน้ำกระด้างให้เป็นน้ำอ่อนโดยใช้เรซิน ขจัดแร่ธาตุแคลเซียม-แมกนีเซียม ออกไป ยังทำให้เกิดโรคหัวใจได้ เพราะมีการยืนยันถึงความสัมพันธ์ระหว่างโรคหัวใจกับการดื่มน้ำอ่อนที่ปราศจาก2 ธาตุดังกล่าว ส่งผลให้ร่างกายขาดแร่ธาตุทั้งๆที่มีความต้องการ ไม่สามารถดูดซับ(absorption)ได้ แถมสกัด (extraction)เอาแร่ธาตุที่อยู่ในเซลและอวัยวะของร่างกาย ก่อนขับออกมากับปัสสาวะ ซึ่งมีการพิสูจน์แล้วว่า ผู้ที่ดื่มน้ำบริสุทธิ์เป็นประจำจะมีแร่ธาตุในปัสสาวะมากกว่าผู้ที่ดื่มน้ำธรรมดาทั่วไป ที่ไม่ใช่น้ำบริสุทธิ์
     
      จากการทดลอง 3,000 ตัวอย่าง จากผู้บริโภคน้ำบริสุทธิ์(ไร้แคลเซียม-แมกนีเซียม)เป็นเวลานาน ในการวิเคราะห์เลือดและปัสสาวะ จะมีอาการของโรคขาดแร่ธาตุหลายอย่าง แทบจะไม่มีข้อยกเว้น ได้แก่ โรคหัวใจ (Cardiovasculardisease) โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) โรคปวดตามข้อกระดูก(Osteoarthritis) โรคคอหอยพอก (Hypothyroidism) โรคความดันโลหิตสูง (High blood pressure) โรคเกี่ยวข้องกับเส้นโลหิต (Coronaryartery disease)และโรคแก่ก่อนวัย(Premature aging) เป็นต้น
     
      "มีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าหากในน้ำมีแต่แร่ธาตุแคลเซียมอย่างเดียวแล้ว ร่างกายจะไม่สามารถดูดซับธาตุไว้ได้ หากไม่มีแมกนีเซียมช่วย ขณะที่ปัจจุบันในตลาดมีแต่ฉลากที่ระบุถึงน้ำที่สูงด้วยแคลเซียม แต่ไม่มีแมกนีเซียม จากการสำรวจพบชัดเจนว่าแมกนีเซียมจะมีความสัมพันธ์กับโรคหัวใจ หรืออย่างสารคลอรีน ที่ใช้เพื่อฆ่าเชื้อโรคในน้ำ ก็เป็นต้นตอของสารก่อให้เกิดโรงมะเร็งด้วย" อ.พิชัย ระบุ
     
      นอกจากนี้ประเทศแถบตะวันออกกลาง ที่มีแหล่งน้ำเป็นทะเลมีความเค็มมาก การกลั่นเป็นหยดน้ำหรือวิธี RO มีการใช้กันมาก แต่เราจะเติมแร่ธาตุบางตัวเข้าไปในน้ำก่อนดื่มด้วย เพื่อให้ร่างกายรับสารครบถ้วน ประเทศที่พัฒนาแล้วเขาจะทำกัน
     
      ส่วนข้อสงสัยที่ว่า แล้วดื่มน้ำบริสุทธิ์เท่าไหร่จึงจะเกิดอาการหรือโรคดังที่ระบุถึง อ.พิชัย กล่าวว่า คงไม่สามารถระบุได้ แต่ต้องดื่มน้ำบริสุทธิ์เป็นนานปี ซึ่งถือเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้เกิดโรคข้างต้นได้ง่ายขึ้น เพราะในร่างกายของคนประกอบด้วยน้ำประมาณ 70% ของน้ำหนักตัว
     
      4 กรรมวิธีผลิตน้ำ
     
      ในตลาดน้ำดื่มทั่วไปที่จำหน่ายอยู่ตามท้องตลาด พบว่า แหล่งน้ำดิบส่วนใหญ่ที่นำมาผลิตน้ำดื่มมี 2 แหล่ง คือน้ำบาดาล และน้ำประปา ทั้งนี้ มีขั้นตอนการผลิตน้ำสะอาด 4 กรรมวิธี ได้แก่ 1.ผลิตผ่านกระบวนการทางเทคโนโลยีที่ทันสมัย ใช้เครื่องจักรและบรรจุใส่ขวดใสออกจำหน่าย เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ เช่น น้ำสิงห์ คริสตัล ฯลฯ
     
      2.การผลิตจากโรงงานเล็กๆ ห้องแถว ที่ไม่คำนึงถึงคุณภาพมากนัก น้ำผลิตจะผ่านเพียงขั้นตอนของการใช้สารเรซิน ที่จะสกัดสารบางตัวไว้ น้ำที่ได้จะขาดแร่ธาตุบางตัวที่จำเป็นของร่างกาย เช่นน้ำบรรจุขวดใส หรือขุ่นบางชนิด บางยี่ห้อแอบอ้างติดอย.ทั้งๆที่ยังไม่ผ่านการรับรอง หรือบางรายก็ระบุว่าอยู่ระหว่างยื่นขอ ถือเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ และมีการลักลอบขายจำหน่ายมากอยู่ในท้องตลาด
     
      3.การผลิตน้ำบริสุทธิ์ จะผลิตได้จากการกลั่นหลายๆครั้ง ปัจจุบันใช้เทคโนโลยีผลิต โดยใช้ระบบรีเวอร์ส ออสโมซิส หรือRO ซึ่งมีจำหน่ายอยู่ทั่วไปในตลาด รวมทั้งที่ตั้งไว้สำหรับหยอดเหรียญ และถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในโครงการน้ำเอื้ออาทรของรัฐบาล ที่จะกระจายอยู่ทั่วประเทศ 5,000 ตู้ ถือว่าเป็นอันตรายที่อาจจะเกิดความไม่รู้เท่าทัน เพราะน้ำบริสุทธิ์พวกนี้จะใช้กันในโรงงานอุตสาหกรรม หรือใช้เป็นน้ำกลั่นสำหรับบรรจุในแบตเตอรี่
     
      เนื่องจากน้ำบริสุทธิ์ที่ได้ มีฤทธิ์เป็นกรด pH ประมาณ 5.5 จากค่าเป็นกลางที่ pH 7.0
     
      4.ประเภทน้ำแร่ ที่นำมาจากแหล่งกำเนิดในพื้นที่ต่างๆตามธรรมชาติ 100% ไม่มีการแก้ไข แต่งเติมสารลงไป ถือว่าเป็นน้ำดื่มที่เหมาะสมมากที่สุด
     
      "ผมเชื่อว่า ในอนาคตอันใกล้จะมีผู้ประกอบการผลิตน้ำสุขภาพขึ้นมาจำหน่าย เช่น เติมเกลือแร่ หรือวิตามินลงไป เพื่อตอบสนองความต้องการของร่างกาย และเห็นว่าขณะนี้ประเทศไทยถึงเวลาแล้วต่อการพัฒนาคุณภาพน้ำถึงระดับนั้นำ อดีตหน.ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯกล่าว และกล่าวถึงชุดกรองน้ำดื่มเองตามบ้านเรือนทั่วไปนั้น จะมีกรรมวิธีผลิตน้ำดื่มได้แบบ ทั้ง แบบRO ,เรซิน และฟิลเตอร์(ใช้ผงถ่านกรองน้ำ)แบบสุดท้ายนี้ถือว่าดีที่สุด
     
      แนะทางออกแก้ปัญหาน้ำบริสุทธิ์
     
      อ.พิชัย ระบุว่า จะเร่งทำหนังสือและข้อเสนอแนะต่อนายกฯ ให้ทราบข้อเท็จจริงและหาทางแก้ไข เพื่อสุขภาพของประชาชน โดยเสนอแก้ไข 3 วิธี ได้แก้ ให้มีการเติมแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายลงไปในน้ำROบริสุทธิ์ ในปริมาณที่เหมาะสม แก้ไขกฎกระทรวงในเรื่องประกาศเกี่ยวกับน้ำดื่ม ให้ระบุแร่ธาตุที่มีในน้ำที่เหมาะสมหรือปริมาณขั้นต่ำอย่างชัดเจน เพื่อความปลอดภัยมากขึ้น และให้ความรู้และสร้างจิตสำนึกแก่ผู้ประกอบการ
     
      ทั้งนี้ ทางสมาคมเคมี ร่วมกับสถาบันพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)จัดประชุมสัมนา"ดื่มน้ำอย่างไรให้ปลอดภัย" วันที่ 30 ส.ค.นี้ ด้วย
     
      อย.แจงไม่อันตรายอย่ากังวล
     
      นพ.ศุภชัย คุณารัตนพฤกษ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) โครงการผลิตตู้น้ำRO การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.)ผู้รับผิดชอบ และจากที่อย. สุ่มเก็บตัวอย่างน้ำตรวจวิเคราะห์พบว่าได้คุณภาพน้ำดื่มตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข ในด้านคุณภาพมาตรฐาน ทั้งด้านเคมีและชีวภาพ
     
      "น้ำRO จัดเป็นน้ำดื่มที่ได้มาตรฐาน ไม่ควรวิตกกังวลถึงอันตราย น้ำประปา น้ำต้มสุก ดีที่สุด น้ำดื่มบรรจุขวดที่มีตรา อย.ถือว่าสะอาดรับประทานได้ การออกมาเตือนดังกล่าวเป็นความกังวลเชิงทฤษฎีมากกว่า โรคภัยไข้เจ็บที่ว่า ยังไม่มีหลักฐานมายืนยัน เกลือแร่ต่าง ๆ ร่างกายได้มาจากหลายแหล่ง ถ้ากินอย่างสมดุลไม่ต้องห่วง"
     
      อย่างไรก็ตาม อย.เห็นว่า ควรให้ความสำคัญกับภาชนะที่นำมารองน้ำหรือบรรจุน้ำ ต้องสะอาด มีฝาปิด เพื่อความปลอดภัย
     
      ให้ประชาชนตัดสิน
     
      อ.พิชัย กล่าวถึง ข้อมูลของทาง อย.ที่ระบุออกมานั้น เป็นการชี้แจงโดยยังไม่เห็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ และเข้าใจหน้าที่ที่อย.ต้องออกมาทำความเข้าใจต่อสาธารณชน แต่ขณะเดียวกันตนก็มีหน้าที่ในฐานะนักวิชาการที่ต้องการจะให้ข้อมูลต่อสาธารณชนเช่นกัน เพื่อเป็นการเตือนภัยใกล้ตัว
     
      "การให้ข้อมูลกับประชาชนเพื่อให้เกิดเข้าใจ และรู้เท่าทันสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจจะเป็นพิษภัยที่ใกล้ตัว ไม่ใช่อยากให้เกิดความสับสนในสังคม แต่เป็นเรื่องที่ประชาชนผู้บริโภคคงต้องพิจารณาและตัดสินใจด้วย" อ.พิชัย กล่าวทิ้งท้าย

ที่มา  http://www.siamensis.org/oldboard/1382.html
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.168 วินาที กับ 22 คำสั่ง