RmutPhysics.com
มกราคม 19, 2021, 12:09:38 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 2 [3] 4 5
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: การทดลองเสมือนเรื่อง Photoelectric effect  (อ่าน 15790 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
pollavat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


ดูรายละเอียด
« ตอบ #60 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2011, 09:27:46 am »

นายพลวัฒน์ คำกุณา  คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตหสาหการ-การจัดการ sec04  รหัสประจำตัว115330441219-6
เรียนกับอาจารย์  จรัส  บุณยธรรมมา
เข้ามาตอบกระทู้เมื่อ วันที่ 2  เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ 2554  เวลา 09:27 น. สถานที่ หอพักZoom
มีความคิดเห็นว่า:
ค.ศ.1887 เฮิร์ต (Hertz) ได้ทดลองฉายรังสีอุลตราไวโอเล็ตไปกระทบบนผิวโลหะ พบว่าอิเล็กตรอนอิสระที่โลหะนั้นเรียกอิเล็กตรอนนี้ว่า โฟโตอิเล็กตรอน เมื่อเฮิร์ตเปลี่ยนความถี่ของแสงที่ฉายตกกระทบบนโลหะพบว่า เมื่อลดความถี่ของรังสีให้น้อยลงถึงค่าหนึ่งซึ่งพอดีที่จะทำให้อิเล็กตรอนในอะตอมหลุดเป็นอิสระได้ ถ้าความถี่น้อยกว่าค่าค่านี้จะไม่เกิดโฟโตอิเล็กตรอนขึ้น ความถี่นี้เรียกว่า ความถี่ขีดเริ่ม (threshold frequency) เมื่อเพิ่มความถี่ให้สูงขึ้นพบว่าโฟโตอิเล็กตรอนจะมีพลังงานมากขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
siwasit ridmahan
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 112


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #61 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2011, 01:32:08 pm »

นาย สิวะสิทธิ์ ฤทธิ์มะหันต์
นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขา วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ
รหัส 115340441244-3  เลขที่ 33 sec.17
เรียนกับ อาจารย์จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 13.32 น. ณ หอพัก

ปรากฏการณ์ที่แสงความถี่สูงๆเมื่อฉายไปยังโลหะ ทำให้โลหะสูญเสียประจุเรียกว่า photoelectric effect.
ปรากฏการณ์ นี้จะเกิดขึ้นกับโลหะหลายชนิดถ้าความยาวคลื่นของแสงไม่มากเกินไป สำหรับโลหะแต่ละชนิดจะมีขีดจำกัดของความยาวคลื่นของแสงที่จะไม่ทำให้เกิด ปรากฏการณ์นี้ได้เลยไม่ว่าแสงจะมีความเข้มสูงสักเท่าไรก็ตาม ปรากฏการณ์นี้สร้างความฉงนให้กับนักวิทยาศาสตร์อยู่ระยะหนึ่ง
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เป็นผู้อธิบายได้เมื่อปี 1905 โดยอธิบายว่า : แสงประกอบด้วยอนุภาคที่เรียกว่าโฟตอน (photons) พลังงานของโฟตอนมีค่าเป็นสัดส่วนโดยตรงความถี่ของแสง ในการทำให้อีเล็กตรอนหลุดจากผิวโลหะต้องใช้พลังงานจำนวนหนึ่งซึ่งขึ้นกับ ชนิดของโลหะ เรียกว่าฟังก์ชันงาน (work function) ถ้าพลังงานของโฟตอนมากกว่านี้ก็จะสามารถทำให้อีเล็กตรอนหลุดจากผิวโลหะได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Kitti_CVE2
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 117


ดูรายละเอียด
« ตอบ #62 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2011, 04:04:57 pm »

กระผม นาย กิตติ จิตนันทกุล นักศึกษาคณะ
วิศวกรรมโยธา sec 17 เลขที่ 8 รหัสประจำตัว 115340411113-6
เรียนกับอาจารย์  จรัส  บุญยธรรมา
 ตอบเมื่อวันที่ 02/02/54 เวลา 16.03 น. ณ.ที่ทำงาน

ปรากฏการณ์ที่แสงความถี่สูงๆเมื่อฉายไปยังโลหะ ทำให้โลหะสูญเสียประจุเรียกว่า photoelectric effect.
ปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับโลหะหลายชนิดถ้าความยาวคลื่นของแสงไม่มากเกินไป สำหรับโลหะแต่ละชนิดจะมีขีดจำกัดของความยาวคลื่นของแสงที่จะไม่ทำให้เกิดปรากฏการณ์นี้ได้เลยไม่ว่าแสงจะมีความเข้มสูงสักเท่าไรก็ตาม ปรากฏการณ์นี้สร้างความฉงนให้กับนักวิทยาศาสตร์อยู่ระยะหนึ่ง
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เป็นผู้อธิบายได้เมื่อปี 1905 โดยอธิบายว่า : แสงประกอบด้วยอนุภาคที่เรียกว่าโฟตอน (photons) พลังงานของโฟตอนมีค่าเป็นสัดส่วนโดยตรงความถี่ของแสง ในการทำให้อีเล็กตรอนหลุดจากผิวโลหะต้องใช้พลังงานจำนวนหนึ่งซึ่งขึ้นกับชนิดของโลหะ เรียกว่าฟังก์ชันงาน (work function) ถ้าพลังงานของโฟตอนมากกว่านี้ก็จะสามารถทำให้อีเล็กตรอนหลุดจากผิวโลหะได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Sirilak
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 114


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #63 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2011, 05:44:56 pm »

นางสาวสิริลักษณ์ ศัพสุข sec.02 รหัส115210417064-0
เรียนกับ อ.จรัส บุณยธรรมา วันที่2 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา17.44น.

สรุป : ปรากฏการณ์ที่แสงความถี่สูงๆเมื่อฉายไปยังโลหะ ทำให้โลหะสูญเสียประจุเรียกว่า photoelectric effect.
ปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับโลหะหลายชนิดถ้าความยาวคลื่นของแสงไม่มากเกินไป สำหรับโลหะแต่ละชนิดจะมีขีดจำกัดของความยาวคลื่นของแสงที่จะไม่ทำให้เกิดปรากฏการณ์นี้ได้เลยไม่ว่าแสงจะมีความเข้มสูงสักเท่าไรก็ตาม ปรากฏการณ์นี้สร้างความฉงนให้กับนักวิทยาศาสตร์อยู่ระยะหนึ่ง
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เป็นผู้อธิบายได้เมื่อปี 1905 โดยอธิบายว่า : แสงประกอบด้วยอนุภาคที่เรียกว่าโฟตอน (photons) พลังงานของโฟตอนมีค่าเป็นสัดส่วนโดยตรงความถี่ของแสง ในการทำให้อีเล็กตรอนหลุดจากผิวโลหะต้องใช้พลังงานจำนวนหนึ่งซึ่งขึ้นกับชนิดของโลหะ เรียกว่าฟังก์ชันงาน (work function) ถ้าพลังงานของโฟตอนมากกว่านี้ก็จะสามารถทำให้อีเล็กตรอนหลุดจากผิวโลหะได้
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
attakron006@hotmail.com
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 110


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #64 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2011, 09:10:13 pm »

กระผม นาย อรรถกร   จิตรชื่น นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาตร์ สาขา อุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) SEC.17 รหัสประจำตัว 115340441217-9 เลขที่ 22 เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 02 เดือน กุมภาพันธ์  พศ.2554 เวลา    21.10น.  สถานที่ บ้านฟ้ารังสิต
การทดลองเสมือนเรื่อง Photoelectric effect
                        ค.ศ.1887 เฮิร์ต (Hertz) ได้ทดลองฉายรังสีอุลตราไวโอเล็ตไปกระทบบนผิวโลหะ พบว่าอิเล็กตรอนอิสระที่โลหะนั้นเรียกอิเล็กตรอนนี้ว่า โฟโตอิเล็กตรอน เมื่อเฮิร์ตเปลี่ยนความถี่ของแสงที่ฉายตกกระทบบนดลหะพบว่า เมื่อลดความถี่ของรังสีให้น้อยลงถึงค่าหนึ่งซึ่งพอดีที่จะทำให้อิเล็กตรอนในอะตอมหลุดเป็นอิสระได้ ถ้าความถี่น้อยกว่าค่าค่านี้จะไม่เกิดโฟโตอิเล็กตรอนขึ้น ความถี่นี้เรียกว่า ความถี่ขีดเริ่ม (threshold frequency) เมื่อเพิ่มความถี่ให้สูงขึ้นพบว่าโฟโตอิเล็กตรอนจะมีพลังงานมากขึ้น

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Nitikanss
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 119


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #65 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2011, 09:57:01 pm »

นางสาวนิติการณ์ รัตนบุรี  เลขที่ 71 รหัส 115310903052-4 sec 02 วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 21.57 น. ณ Banoffee
เฮิร์ตได้ทดลองฉายรังสีอุลตร้าไวโอเล็ตไปกระทบบนผิวโลหะพบว่าเกดรังสีอิเล็กตรอนอิสระที่โลหะนั้นเรียกอิเล็กตรอนนี้ว่าโฟโตอิเล็กตรอน เมื่อเปลี่ยนความถี่ของแสงที่ฉายพบว่าเมื่อลดความถี่ของรังสีให้น้อยลงจะทำให้อิเล็กตรอนในอะตอมหลุดเป็นอิสระได้ เมื่อเพิ่มความถี่ให้สูงขึ้นพบว่าโฟโตอิเล็กตรอนจะมีพลังงานมากขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sodiss
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 110


ดูรายละเอียด
« ตอบ #66 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2011, 10:27:23 pm »

นายธรรมนันท์   เหมือนทิพย์  รหัส115210441248-9 sec.02 เลขที่ 27 วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ วันที่ 2/02/54 เวลา 22.27. น. ที่ หอบ้านดวงพร 
 มีความคิดเห็นว่า
วัตถุทุกชนิดจะแผ่รังสีความร้อนที่ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของผิววัตถุnรังสีความร้อนที่เปล่งออกมาจากวัตถุจะมีทุกความยาวคลื่น โดยจะเป็นรังสีใต้แดง (infrared) เมื่อมีอุณหภูมิต่ำ nเมื่อมีอุณหภูมิสูงขึ้นจะกลายเป็นรังสีสีแดงและสีขาวในที่สุด nปัญหาของกลศาสตร์แบบฉบับคือไม่สามารถอธิบายถึงการกระจายของรังสีที่แผ่จากวัตถุได้ nวัตถุที่สามารถแผ่หรือดูดกลืนรังสีความร้อนได้ทุกความยาวคลื่นจะมีชื่อเรียกว่า วัตถุดำ (blackbody)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
kodchaporn
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 128


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #67 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2011, 11:01:16 pm »

น.ส กชพร  เพ็งคำเส็ง นศ.วิศวกรรมเกษตร-สาขาอาหาร sec02 เลขที่29
รหัส 115210417059-0
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
ตอบกระทู้วันที่วันที่ 2 ก.พ. 2554 เวลา 23.01 น.   สถานที่ บ้าน
สรุปได้ว่า...   

  ปรากฏการณ์ที่แสงความถี่สูงๆเมื่อฉายไปยังโลหะ ทำให้โลหะสูญเสียประจุเรียกว่า photoelectric effect.
ปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับโลหะหลายชนิดถ้าความยาวคลื่นของแสงไม่มากเกินไป สำหรับโลหะแต่ละชนิดจะมีขีดจำกัดของความยาวคลื่นของแสงที่จะไม่ทำให้เกิดปรากฏการณ์นี้ได้เลยไม่ว่าแสงจะมีความเข้มสูงสักเท่าไรก็ตาม ปรากฏการณ์นี้สร้างความฉงนให้กับนักวิทยาศาสตร์อยู่ระยะหนึ่ง
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เป็นผู้อธิบายได้เมื่อปี 1905 โดยอธิบายว่า : แสงประกอบด้วยอนุภาคที่เรียกว่าโฟตอน (photons) พลังงานของโฟตอนมีค่าเป็นสัดส่วนโดยตรงความถี่ของแสง ในการทำให้อีเล็กตรอนหลุดจากผิวโลหะต้องใช้พลังงานจำนวนหนึ่งซึ่งขึ้นกับชนิดของโลหะ เรียกว่าฟังก์ชันงาน (work function) ถ้าพลังงานของโฟตอนมากกว่านี้ก็จะสามารถทำให้อีเล็กตรอนหลุดจากผิวโลหะได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 07, 2011, 03:48:29 pm โดย kodchaporn » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
suradet phetcharat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 109


ดูรายละเอียด
« ตอบ #68 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2011, 10:36:40 am »

นายสุรเดช  เพ็ชรรัตน์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา CVE2 Sec17 เลขที่ 9 รหัส 115340411115-1
ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  3 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา  10.37 น.Office สำนักงานบริษัทไทยวัฒน์   
ปรากฏการณ์ที่แสงความถี่สูงๆเมื่อฉายไปยังโลหะ ทำให้โลหะสูญเสียประจุเรียกว่า photoelectric effect.
ปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับโลหะหลายชนิดถ้าความยาวคลื่นของแสงไม่มากเกินไป สำหรับโลหะแต่ละชนิดจะมีขีดจำกัดของความยาวคลื่นของแสงที่จะไม่ทำให้เกิดปรากฏการณ์นี้ได้เลยไม่ว่าแสงจะมีความเข้มสูงสักเท่าไรก็ตาม ปรากฏการณ์นี้สร้างความฉงนให้กับนักวิทยาศาสตร์อยู่ระยะหนึ่ง
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เป็นผู้อธิบายได้เมื่อปี 1905 โดยอธิบายว่า : แสงประกอบด้วยอนุภาคที่เรียกว่าโฟตอน (photons) พลังงานของโฟตอนมีค่าเป็นสัดส่วนโดยตรงความถี่ของแสง ในการทำให้อีเล็กตรอนหลุดจากผิวโลหะต้องใช้พลังงานจำนวนหนึ่งซึ่งขึ้นกับชนิดของโลหะ เรียกว่าฟังก์ชันงาน (work function) ถ้าพลังงานของโฟตอนมากกว่านี้ก็จะสามารถทำให้อีเล็กตรอนหลุดจากผิวโลหะได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Jantira
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด
« ตอบ #69 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2011, 01:33:32 pm »

นางสาวจันทิรา รัตนพันธุ์ sec.2 เลขที่64 รหัสนักศึกษา 115310903042-5 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาสถิติ วันที่3/02/54 เวลา13.32น.  ณbanoffee
สรุป
วัตถุทุกชนิดจะแผ่รังสีความร้อนที่ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของผิววัตถุnรังสีความร้อนที่เปล่งออกมาจากวัตถุจะมีทุกความยาวคลื่น โดยจะเป็นรังสีใต้แดง (infrared) เมื่อมีอุณหภูมิต่ำ nเมื่อมีอุณหภูมิสูงขึ้นจะกลายเป็นรังสีสีแดงและสีขาวในที่สุด nปัญหาของกลศาสตร์แบบฉบับคือไม่สามารถอธิบายถึงการกระจายของรังสีที่แผ่จากวัตถุได้ nวัตถุที่สามารถแผ่หรือดูดกลืนรังสีความร้อนได้ทุกความยาวคลื่นจะมีชื่อเรียกว่า วัตถุดำ (blackbody)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
namtan
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #70 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2011, 03:28:03 pm »

ดิฉัน นางสาวณัชชา ธิติบุญจันทร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอาหาร
sec02 รหัสประจำตัว115210417055-8 เลขที่ 27
เรียนกับอาจารย์จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 3 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2554 ที่หอพักโอนิน3 เวลา 15.28น.
ความรู้จากเนื้อหาที่ได้คือ ปรากฏการณ์ที่แสงความถี่สูงๆเมื่อฉายไปยังโลหะ ทำให้โลหะสูญเสียประจุเรียกว่า photoelectric effect.
ปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับโลหะหลายชนิดถ้าความยาวคลื่นของแสงไม่มากเกินไป สำหรับโลหะแต่ละชนิดจะมีขีดจำกัดของความยาวคลื่นของแสงที่จะไม่ทำให้เกิดปรากฏการณ์นี้ได้เลยไม่ว่าแสงจะมีความเข้มสูงสักเท่าไรก็ตาม ปรากฏการณ์นี้สร้างความฉงนให้กับนักวิทยาศาสตร์อยู่ระยะหนึ่ง
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เป็นผู้อธิบายได้เมื่อปี 1905 โดยอธิบายว่า : แสงประกอบด้วยอนุภาคที่เรียกว่าโฟตอน (photons) พลังงานของโฟตอนมีค่าเป็นสัดส่วนโดยตรงความถี่ของแสง ในการทำให้อีเล็กตรอนหลุดจากผิวโลหะต้องใช้พลังงานจำนวนหนึ่งซึ่งขึ้นกับชนิดของโลหะ เรียกว่าฟังก์ชันงาน (work function) ถ้าพลังงานของโฟตอนมากกว่านี้ก็จะสามารถทำให้อีเล็กตรอนหลุดจากผิวโลหะได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
รัฐพล เกตุอู่ทอง
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 116


ดูรายละเอียด
« ตอบ #71 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2011, 08:01:54 pm »

กระผม นายรัฐพล  เกตุอู่ทอง นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาตร์ สาขา อุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) SEC.17 รหัสประจำตัว 115340441229-4 เลขที่ 26 เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 03 เดือน กุมภาพันธุ์ พศ.2554 เวลา 20.01 น.  สถานที่ หอพักเฉลิมพล

สรุปว่า
ปรากฎการณ์โฟโตอิเล็กตรอน ค.ศ.1887 เฮิร์ซได้ทดลองฉายรังสีอุลตราไวโอเลตไปกระทบบนผิวโลหะ พบว่าเกิดอิเล็กตรอนอิสระที่โลหะนั้น เรียกอิเล็กตรอนนี้ว่า โฟโตอิเล็กตรอน เมื่อเฮีร์ซเปลี่ยนความถี่ของแสงที่ฉายตกกระทบบนโลหะพบว่าเมื่อลดความถี่ของรังสีให้น้อยลงถึงค่าๆหนึ่งซึ่งพอดีที่จะทำให้อิเล็กตรอนในอะตอมหลุดเป็นอิสระได้ ถ้าความถี่น้อยกว่าค่าค่านี้จะไม่เกิดโฟโตอิเล็กตรอนขึ้น ความถี่นี้เรียกว่า ความถี่ขีดเริ่ม
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
LeeOa IE'53 SEC.17
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 118


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #72 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2011, 09:00:02 pm »

กระผม นาย สุธี  มีอำมาตย์ นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาตร์ สาขา อุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) เลขที่ 15 SEC.17 รหัสประจำตัว 115340441205-4
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 3 กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2554 เวลา 9:00 PM.  สถานที่บ้านพักที่วังน้อย
มีความเห็นว่า
วัตถุทุกชนิดจะแผ่รังสีความร้อนที่ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของผิววัตถุnรังสีความร้อนที่เปล่งออกมาจากวัตถุจะมีทุกความยาวคลื่น โดยจะเป็นรังสีใต้แดง (infrared) เมื่อมีอุณหภูมิต่ำ nเมื่อมีอุณหภูมิสูงขึ้นจะกลายเป็นรังสีสีแดงและสีขาวในที่สุด nปัญหาของกลศาสตร์แบบฉบับคือไม่สามารถอธิบายถึงการกระจายของรังสีที่แผ่จากวัตถุได้ nวัตถุที่สามารถแผ่หรือดูดกลืนรังสีความร้อนได้ทุกความยาวคลื่นจะมีชื่อเรียกว่า วัตถุดำ (blackbody)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
aomme
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #73 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2011, 09:53:46 pm »

น.ส ศรัญญา   เพชรแก้ว  เลขที่ 45 sec 02 รหัส 115310903022-7  สาขา สถิติประยุกต์  วัน 03/02/54  เวลา 21.52 สถานที่ บ้าน   
    ปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับโลหะหลายชนิดถ้าความยาวคลื่นของแสงไม่มากเกินไป สำหรับโลหะแต่ละชนิดจะมีขีดจำกัดของความยาวคลื่นของแสงที่จะไม่ทำให้เกิดปรากฏการณ์นี้ได้เลยไม่ว่าแสงจะมีความเข้มสูงสักเท่าไรก็ตาม ปรากฏการณ์นี้สร้างความฉงนให้กับนักวิทยาศาสตร์อยู่ระยะหนึ่ง
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เป็นผู้อธิบายได้เมื่อปี 1905 โดยอธิบายว่า : แสงประกอบด้วยอนุภาคที่เรียกว่าโฟตอน (photons) พลังงานของโฟตอนมีค่าเป็นสัดส่วนโดยตรงความถี่ของแสง ในการทำให้อีเล็กตรอนหลุดจากผิวโลหะต้องใช้พลังงานจำนวนหนึ่งซึ่งขึ้นกับชนิดของโลหะ เรียกว่าฟังก์ชันงาน (work function) ถ้าพลังงานของโฟตอนมากกว่านี้ก็จะสามารถทำให้อีเล็กตรอนหลุดจากผิวโลหะได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
tanongsak wachacama
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #74 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2011, 10:04:38 pm »

กระผมนายทนงศักดิ์ เวชกามา นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา รหัส 115330411016-2 กลุ่ม 53341cve  sec04 อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จรัส บุณยธรรมา
ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 03/02/2554 เวลา22.05 น. ที่spcondo
ได้มีข้อคิดเห็นดังนี้
    ปรากฎการณ์โฟโตอิเล็กตรอน ค.ศ.1887 เฮิร์ซได้ทดลองฉายรังสีอุลตราไวโอเลตไปกระทบบนผิวดลหะ พบว่าเกิดอิเล็กตรอนอิสระที่โลหะนั้น เรียกอิเล็กตรอนนี้ว่า โฟโตอิเล็กตรอน เมื่อเฮร์เปลี่ยนความถี่ของแสงที่ฉายตกกระทบบนโลหะพบว่ เมื่อลดความถี่ของรังสีให้น้อยลงถึงค่าๆหึ่งซึ่งพอดีที่จะทำให้อิเล็กตรอนในอะตอมหลุดเป็นอิสระได้ ถ้าความถี่น้อยกว่าค่าค่านี้จะไม่เกิดโฟโตอิเล็กตรอนขึ้น ความถี่นี้เรียกว่า ความถี่ขีดเริ่ม
   โดยค่าของกรแสที่ได้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเข้มของแสงแต่ขึ้นอยู่กับค่าของ Voltage
   
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Narumol
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 103


ดูรายละเอียด
« ตอบ #75 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2011, 11:15:00 pm »

น.ส.นฤมล กำลังฟู รหัสนักศึกษา 115210417031-9 No.26 Sec.02
วัตถุทุกชนิดจะแผ่รังสีความร้อนที่ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของผิววัตถุnรังสี ความร้อนที่เปล่งออกมาจากวัตถุจะมีทุกความยาวคลื่น โดยจะเป็นรังสีใต้แดง (infrared) เมื่อมีอุณหภูมิต่ำ nเมื่อมีอุณหภูมิสูงขึ้นจะกลายเป็นรังสีสีแดงและสีขาวในที่สุด nปัญหาของกลศาสตร์แบบฉบับคือไม่สามารถอธิบายถึงการกระจายของรังสีที่แผ่จาก วัตถุได้ nวัตถุที่สามารถแผ่หรือดูดกลืนรังสีความร้อนได้ทุกความยาวคลื่นจะมีชื่อ เรียกว่า วัตถุดำ (blackbody)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
narongdach
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #76 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2011, 07:55:57 am »

นายณรงค์เดช เพ็งแจ่ม คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17   รหัสประจำตัว115340441220-3
ตอบกระทู้วันที่ 4/02/54  เวลา 7.54 น. สถานที่ อพาร์ทเม้นต์ เอกภาคย์ เมืองเอก
ปรากฎการณ์โฟโตอิเล็กตรอน ค.ศ.1887 เฮิร์ซได้ทดลองฉายรังสีอุลตราไวโอเลตไปกระทบบนผิวโลหะ พบว่าเกิดอิเล็กตรอนอิสระที่โลหะนั้น เรียกอิเล็กตรอนนี้ว่า โฟโตอิเล็กตรอน เมื่อเฮร์เปลี่ยนความถี่ของแสงที่ฉายตกกระทบบนโลหะพบว่ เมื่อลดความถี่ของรังสีให้น้อยลงถึงค่าๆหึ่งซึ่งพอดีที่จะทำให้อิเล็กตรอนในอะตอมหลุดเป็นอิสระได้ ถ้าความถี่น้อยกว่าค่าค่านี้จะไม่เกิดโฟโตอิเล็กตรอนขึ้น ความถี่นี้เรียกว่า ความถี่ขีดเริ่ม
   โดยค่าของกรแสที่ได้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเข้มของแสงแต่ขึ้นอยู่กับค่าของ Voltage
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
wuttipong
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


ดูรายละเอียด
« ตอบ #77 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2011, 05:45:20 pm »

ผมนายวุฒิพงษ์ สุขะ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ วิศวกรรมโยธา รหัส 115330411029-5 Sec.04 เลขที่ 23 ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 04/02/2554 เวลา17:42 น. ที่หอพัก FourB5
สรุปได้ว่า
วัตถุทุกชนิดจะแผ่รังสีความร้อนที่ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของผิววัตถุnรังสีความร้อนที่เปล่งออกมาจากวัตถุจะมีทุกความยาวคลื่น โดยจะเป็นรังสีใต้แดง (infrared) เมื่อมีอุณหภูมิต่ำ nเมื่อมีอุณหภูมิสูงขึ้นจะกลายเป็นรังสีสีแดงและสีขาวในที่สุด nปัญหาของกลศาสตร์แบบฉบับคือไม่สามารถอธิบายถึงการกระจายของรังสีที่แผ่จากวัตถุได้ nวัตถุที่สามารถแผ่หรือดูดกลืนรังสีความร้อนได้ทุกความยาวคลื่นจะมีชื่อเรียกว่า วัตถุดำ (blackbody)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Kamphon
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 112


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #78 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2011, 05:46:47 pm »

นายกัมพล  มิ่งฉาย นักศึกษาคณะวิศวกรรมอุตสาหการ
เรียนกับผศ.จรัส  บุณยธรรมา  ตอบวันที่ 4-2-2011 เวลา 17.46 น. ที่ตึกวิทยบริการ
ปรากฎการณ์โฟโตอิเล็กตรอน ค.ศ.1887 เฮิร์ซได้ทดลองฉายรังสีอุลตราไวโอเลตไปกระทบบนผิวโลหะ
พบว่าเกิดอิเล็กตรอนอิสระที่โลหะนั้น เรียกอิเล็กตรอนนี้ว่า โฟโตอิเล็กตรอน เมื่อเฮร์เปลี่ยนความถี่ของแสงที่ฉายตกกระทบบนโลหะพบว่า
เมื่อลดความถี่ของรังสีให้น้อยลงถึงค่าๆหึ่งซึ่งพอดีที่จะทำให้อิเล็กตรอนในอะตอมหลุดเป็นอิสระได้
ถ้าความถี่น้อยกว่าค่าค่านี้จะไม่เกิดโฟโตอิเล็กตรอนขึ้น ความถี่นี้เรียกว่า ความถี่ขีดเริ่มโดยค่าของกรแสที่ได้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเข้มของแสงแต่ขึ้นอยู่กับค่าของ Voltage
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sangtawee
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 115


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #79 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2011, 11:45:18 pm »

กระผมนายแสงทวี พรมบุตร นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ วิศวกรรมโยธา รหัส 115330411035-2 Sec.04 เลขที่ 29 ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 04/02/2554 เวลา23:45 น. สถานที่หอพัก FourB5
มีความเห็นว่า
ปรากฎการณ์โฟโตอิเล็กตรอน ค.ศ.1887 เฮิร์ซได้ทดลองฉายรังสีอุลตราไวโอเลตไปกระทบบนผิวโลหะ พบว่าเกิดอิเล็กตรอนอิสระที่โลหะนั้น เรียกอิเล็กตรอนนี้ว่า โฟโตอิเล็กตรอน เมื่อเฮีร์ซเปลี่ยนความถี่ของแสงที่ฉายตกกระทบบนโลหะพบว่าเมื่อลดความถี่ของรังสีให้น้อยลงถึงค่าๆหนึ่งซึ่งพอดีที่จะทำให้อิเล็กตรอนในอะตอมหลุดเป็นอิสระได้ ถ้าความถี่น้อยกว่าค่าค่านี้จะไม่เกิดโฟโตอิเล็กตรอนขึ้น ความถี่นี้เรียกว่า ความถี่ขีดเริ่ม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Suphakorn
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 154


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #80 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2011, 01:01:29 am »

กระผมนาย สุภากร  หงษ์โต นศ.คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ รหัสนักศึกษา 115330441211-3  Sec.04
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา ตอบกระทู้วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2554  เวลา 01.01 น. ที่หอพัก gooddream
มีความคิดเห็นว่า
วัตถุทุกชนิดจะแผ่รังสีความร้อนที่ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของผิววัตถุnรังสีความร้อนที่เปล่งออกมาจากวัตถุจะมีทุกความยาวคลื่น โดยจะเป็นรังสีใต้แดง (infrared) เมื่อมีอุณหภูมิต่ำ nเมื่อมีอุณหภูมิสูงขึ้นจะกลายเป็นรังสีสีแดงและสีขาวในที่สุด nปัญหาของกลศาสตร์แบบฉบับคือไม่สามารถอธิบายถึงการกระจายของรังสีที่แผ่จากวัตถุได้ nวัตถุที่สามารถแผ่หรือดูดกลืนรังสีความร้อนได้ทุกความยาวคลื่นจะมีชื่อเรียกว่า วัตถุดำ (blackbody) 
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
tum moment
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 125


tum-ce@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #81 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2011, 01:39:22 am »

 Coolนายกิติศักดิ์ รัตนมณี นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา 53341CVE  sec.4 รหัสประจำตัว 115330411027-9
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา วันที่ 5 กุมภาพันธ์ พศ.2554  ที่หอพักมณีโชติ เวลา 01.40น. 
    ปรากฎการณ์โฟโตอิเล็กตรอน ค.ศ.1887 เฮิร์ซได้ทดลองฉายรังสีอุลตราไวโอเลตไปกระทบบนผิวโลหะ
พบว่าเกิดอิเล็กตรอนอิสระที่โลหะนั้น เรียกอิเล็กตรอนนี้ว่า โฟโตอิเล็กตรอน เมื่อเฮีร์ซเปลี่ยนความถี่ของ
แสงที่ฉายตกกระทบบนโลหะพบว่าเมื่อลดความถี่ของรังสีให้น้อยลงถึงค่าๆหนึ่งซึ่งพอดีที่จะทำให้อิเล็กตรอน
ในอะตอมหลุดเป็นอิสระได้ ถ้าความถี่น้อยกว่าค่าค่านี้จะไม่เกิดโฟโตอิเล็กตรอนขึ้น ความถี่นี้เรียกว่า ความถี่ขีดเริ่ม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
iinuyashaa
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #82 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2011, 07:41:06 am »

นางสาววิภวานี  แสงทอง  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาเคมี  sec  02  รหัส 115210902118-6  เข้ามาตอบกระทู้วันที่  5/2/2554  ที่บ้าน  เวลา 7:41 น.

สรุปได้ว่า

ปรากฏการณ์ที่แสงความถี่สูงๆเมื่อฉายไปยังโลหะ ทำให้โลหะสูญเสียประจุเรียกว่า photoelectric effect.
ปรากฏการณ์ นี้จะเกิดขึ้นกับโลหะหลายชนิดถ้าความยาวคลื่นของแสงไม่มากเกินไป สำหรับโลหะแต่ละชนิดจะมีขีดจำกัดของความยาวคลื่นของแสงที่จะไม่ทำให้เกิด ปรากฏการณ์นี้ได้เลยไม่ว่าแสงจะมีความเข้มสูงสักเท่าไรก็ตาม ปรากฏการณ์นี้สร้างความฉงนให้กับนักวิทยาศาสตร์อยู่ระยะหนึ่ง
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เป็นผู้อธิบายได้เมื่อปี 1905 โดยอธิบายว่า : แสงประกอบด้วยอนุภาคที่เรียกว่าโฟตอน (photons) พลังงานของโฟตอนมีค่าเป็นสัดส่วนโดยตรงความถี่ของแสง ในการทำให้อีเล็กตรอนหลุดจากผิวโลหะต้องใช้พลังงานจำนวนหนึ่งซึ่งขึ้นกับ ชนิดของโลหะ เรียกว่าฟังก์ชันงาน (work function) ถ้าพลังงานของโฟตอนมากกว่านี้ก็จะสามารถทำให้อีเล็กตรอนหลุดจากผิวโลหะได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
mukkie
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 127


ดูรายละเอียด
« ตอบ #83 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2011, 01:54:54 pm »

นางสาว ปาณิศา ไพรสยม sec.2 เลขที่73 รหัสนักศึกษา 115310903054-0 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาสถิติ ตอบกระทู้วันที่5ก.พ.54 เวลา13.54น. ที่บ้านตัวเอง
เฮิร์ซได้ทดลองฉายรังสีอุลตราไวโอเลตไปกระทบบนผิวโลหะ พบว่าเกิดอิเล็กตรอนอิสระที่โลหะนั้น เรียกอิเล็กตรอนนี้ว่า โฟโตอิเล็กตรอน เมื่อเฮิร์ซเปลี่ยนความถี่ของแสงที่ฉายตกกระทบบนโลหะพบว่า เมื่อลดความถี่ของรังสีให้น้อยลงถึงค่าค่าหนึ่งซึ่งพอดีที่จะทำให้อิเล็กตรอนในอะตอมหลุดเป็นอิสระได้ ถ้าความถี่น้อยกว่าค่าค่านี้จะไม่เกิดโฟโตอิเล็กตรอนขึ้น ความถี่นี้เรียกว่า ความถี่ขีดเริ่ม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
amnuay cve2
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 115


ดูรายละเอียด
« ตอบ #84 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2011, 02:04:23 pm »

   Smiley กระผมนาย อำนวย เกิดโภคา นักศึกษาคณะวิศวกรรมโยธา SEC 17 เลขที่ 10 รหัส 115340411116-9 อาจารย์ผู้สอน ผศ. จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่5/2/2554 ที่บ้าน เวลา 14.04 น. Cheesy
  ปรากฏการณ์ที่แสงความถี่สูงๆเมื่อฉายไปยังโลหะ ทำให้โลหะสูญเสียประจุเรียกว่า photoelectric effect.
   ปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับโลหะหลายชนิดถ้าความยาวคลื่นของแสงไม่มากเกินไป สำหรับโลหะแต่ละชนิดจะมีขีดจำกัดของความยาวคลื่นของแสงที่จะไม่ทำให้เกิดปรากฏการณ์นี้ได้เลยไม่ว่าแสงจะมีความเข้มสูงสักเท่าไรก็ตาม ปรากฏการณ์นี้สร้างความฉงนให้กับนักวิทยาศาสตร์อยู่ระยะหนึ่ง
   อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เป็นผู้อธิบายได้เมื่อปี 1905 โดยอธิบายว่า : แสงประกอบด้วยอนุภาคที่เรียกว่าโฟตอน (photons) พลังงานของโฟตอนมีค่าเป็นสัดส่วนโดยตรงความถี่ของแสง ในการทำให้อีเล็กตรอนหลุดจากผิวโลหะต้องใช้พลังงานจำนวนหนึ่งซึ่งขึ้นกับชนิดของโลหะ เรียกว่าฟังก์ชันงาน (work function) ถ้าพลังงานของโฟตอนมากกว่านี้ก็จะสามารถทำให้อีเล็กตรอนหลุดจากผิวโลหะได้

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
thabthong
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 102


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #85 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2011, 03:33:09 pm »

กระผมนาย รัตชานนท์ ทับทอง นศ.คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ รหัสนักศึกษา 115330441203-0  Sec.04
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา ตอบกระทู้วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2554  เวลา 15.32 น. ที่วิทยะ
สรุป
วัตถุทุกชนิดจะแผ่รังสีความร้อนที่ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของผิววัตถุnรังสีความร้อนที่เปล่งออกมาจากวัตถุจะมีทุกความยาวคลื่น โดยจะเป็นรังสีใต้แดง (infrared) เมื่อมีอุณหภูมิต่ำ nเมื่อมีอุณหภูมิสูงขึ้นจะกลายเป็นรังสีสีแดงและสีขาวในที่สุด nปัญหาของกลศาสตร์แบบฉบับคือไม่สามารถอธิบายถึงการกระจายของรังสีที่แผ่จากวัตถุได้ nวัตถุที่สามารถแผ่หรือดูดกลืนรังสีความร้อนได้ทุกความยาวคลื่นจะมีชื่อเรียกว่า วัตถุดำ (blackbody)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Kotchapan
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 129


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #86 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2011, 05:05:08 pm »

นาย คชพันธ์ พงษ์ไพร นศ.คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา รหัสนักศึกษา 115330411048-5 เลขที่ 41 Sec.04
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา วันที่ 05/02/2554 สถานที่ กิตติพงษ์แมนชั่น เวลา  17.00 น.
สรุปจากการทดลอง
ปรากฎการณ์โฟโตอิเล็กตริก เกิดจากเมื่อแสงที่มีความยาวคลื่นสั้นหรือความถี่สูง ตกกระทบผิวโลหะ จะทำให้อนุภาคที่มีประจุไฟฟ้า หลุดออกจากโลหะได้ ปรากฎการณ์นี้มีชื่อเรียกว่า ปรากฎการณืโฟโตอิเล็กตริก เนื่องจากเป็นการที่เกี่ยวกับแสงและไฟฟ้า
สมการโฟโตอิเล็กตริกของไอน์สไตน์เขียนได้ดังนี้
hf=W+K
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
rungarun
อภิมหาเทพ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 86


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #87 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2011, 07:20:21 pm »

นายรุ่งอรุณ  แย้มประดิษฐ์  รหัส 1153404412468  เลขที่ 36   sec 17 คณะวิศวะกรรมศาสตร์อุตสาหการ-การจัดการ  วันที5กุมภาพันธ์ 2554  เวลา19.20

วัตถุทุกชนิดจะแผ่รังสีความร้อนที่ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของผิววัตถุnรังสีความร้อนที่เปล่งออกมาจากวัตถุจะมีทุกความยาวคลื่น โดยจะเป็นรังสีใต้แดง (infrared) เมื่อมีอุณหภูมิต่ำ nเมื่อมีอุณหภูมิสูงขึ้นจะกลายเป็นรังสีสีแดงและสีขาวในที่สุด nปัญหาของกลศาสตร์แบบฉบับคือไม่สามารถอธิบายถึงการกระจายของรังสีที่แผ่จากวัตถุได้ nวัตถุที่สามารถแผ่หรือดูดกลืนรังสีความร้อนได้ทุกความยาวคลื่นจะมีชื่อเรียกว่า วัตถุดำ (blackbody)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
surachet
อภิมหาเทพ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 89


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #88 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2011, 07:41:47 pm »

นายสุรเชฐ กัญจนชุมาบุรพ  คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตหสาหการ-การจัดการ sec04  รหัสประจำตัว115330441219-6
เรียนกับอาจารย์  จรัส  บุณยธรรมมา
เข้ามาตอบกระทู้เมื่อ วันที่ 5  เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ 2554  เวลา 19.40 น. สถานที่ บ้าน
มีความคิดเห็นว่า:
ค.ศ.1887 เฮิร์ต (Hertz) ได้ทดลองฉายรังสีอุลตราไวโอเล็ตไปกระทบบนผิวโลหะ พบว่าอิเล็กตรอนอิสระที่โลหะนั้นเรียกอิเล็กตรอนนี้ว่า โฟโตอิเล็กตรอน เมื่อเฮิร์ตเปลี่ยนความถี่ของแสงที่ฉายตกกระทบบนโลหะพบว่า เมื่อลดความถี่ของรังสีให้น้อยลงถึงค่าหนึ่งซึ่งพอดีที่จะทำให้อิเล็กตรอนในอะตอมหลุดเป็นอิสระได้ ถ้าความถี่น้อยกว่าค่าค่านี้จะไม่เกิดโฟโตอิเล็กตรอนขึ้น ความถี่นี้เรียกว่า ความถี่ขีดเริ่ม (threshold frequency) เมื่อเพิ่มความถี่ให้สูงขึ้นพบว่าโฟโตอิเล็กตรอนจะมีพลังงานมากขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
m_japakiya
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 110


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #89 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2011, 10:15:06 pm »

นาย มูฮำหมัดนาวี จะปะกียา  เลขที่ 2 sec 17 รหัส  115340411104-5  คณะวิศวกรรมศาสตร์  ภาควิชา วิศวกรรมโยธา   ณ บ้าน จรัญสนิทวงศ์  05-02-54  เวลา  22.14 น.
เรียนกับอาจารย์ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
วัตถุทุกชนิดจะแผ่รังสีความร้อนที่ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของผิววัตถุnรังสีความร้อนที่เปล่งออกมาจากวัตถุจะมีทุกความยาวคลื่น โดยจะเป็นรังสีใต้แดง (infrared) เมื่อมีอุณหภูมิต่ำ nเมื่อมีอุณหภูมิสูงขึ้นจะกลายเป็นรังสีสีแดงและสีขาวในที่สุด nปัญหาของกลศาสตร์แบบฉบับคือไม่สามารถอธิบายถึงการกระจายของรังสีที่แผ่จากวัตถุได้ nวัตถุที่สามารถแผ่หรือดูดกลืนรังสีความร้อนได้ทุกความยาวคลื่นจะมีชื่อเรียกว่า วัตถุดำ (blackbody)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4 5
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.542 วินาที กับ 21 คำสั่ง