RmutPhysics.com
สิงหาคม 14, 2022, 10:56:15 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: วัตต์มิเตอร์  (อ่าน 3137 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2011, 10:18:09 pm »

ที่มา  http://www.rmutphysics.com/charud/virtualexperiment/labphysics2/meter/wattmeter.html


บทนำ
        กำลังไฟฟ้า  (Electric Power)  เป็นกำลังที่เกิดขึ้นจากการใช้ไฟฟ้า หาได้จากการใช้พลังงานไฟฟ้า มีหน่วยเป็นจูล (J) ทำให้อิเล็กตรอนเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ในหนึ่งหน่วยเวลาเป็นวินาที (S) กำลังไฟฟ้าใช้อักษรย่อ P มีหน่วยเป็นวัตต์ (W) ความสัมพันธ์ของกำลังไฟฟ้าเขียนเป็นสมการได้ดังนี้

                               กำลังไฟฟ้า = พลังงานไฟฟ้า/เวลา
หรือ
                                       P = W / t
เมื่อ
                        P = กำลังไฟฟ้า      หน่วยวัตต์ (W)
                       W = พลังงานไฟฟ้า   หน่วยจูล (J)
                       t  = เวลา            หน่วยวินาที (s)

        เนื่องจากพลังงานไฟฟ้าเกิดขึ้นได้จากการจ่ายแรงดันไฟฟ้า (E) มีหน่วยเป็นโวลต์ (V) ทำให้เกิด กระแสไฟฟ้า (I) ไหลมีหน่วยเป็นแอมแปร์ (A) ในหนึ่งหน่วยเวลาเป็นวินาที (s) เขียนเป็นสมการได้ดังนี้

                                    W = Elt

          แทนค่าสมการที่ 7.2 ด้วยสมการที่ 7.3 ได้เป็น

                              P = Elt / t  =  EI       

                        P = กำลังไฟฟ้า      หน่วยวัตต์ (W)
                        E = แรงดันไฟฟ้า     หน่วยโวลต์ (V)
                        I = กระแสไฟฟ้า     หน่วยแอมแปร์ (A)

        สรุปได้ว่ากำลังไฟฟ้าเป็นวัตต์ (W) คืออัตราของงานที่ถูกกระทำในวงจร ซึ่งเกิดกระแสไฟฟ้า ไหลเป็นแอมแปร์ เมื่อมีแรงดันไฟฟ้าถูกจ่ายให้วงจรเป็นโวลต์ (v) นั้นคือกำลังไฟฟ้าสามารถหาค่าได้ จากการคำรวณในรูปแรงดันไฟฟ้ากับกระแสไฟฟ้า
        เมื่อต้องการหาค่ากำลังไฟฟ้าของอุปกรณ์ตัวใดหรือวงจรไฟฟ้าใด ๆ ก็สามารถทำได้โดยจ่าย แรงดันไฟฟ้าให้อุปกรณ์หรือวงจรไฟฟ้านั้น นำแอมมิเตอร์และโวลต์มิเตอร์ทำการวัดกระแสไฟฟ้าและ แรงดันไฟฟ้าออกมา นำค่าที่ได้ไปคำนวณหาค่ากำลังไฟฟ้าออกมาด้วยสมการ ลักษณะการต่อวัดเพื่อ หาค่ากำลังไฟฟ้า แสดงดังรูปที่ 1




* 01.jpg (63.73 KB, 480x265 - ดู 1122 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2011, 10:18:44 pm »

การหาค่ากำลังไฟฟ้าของอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือวงจรไฟฟ้าด้วยวิธีการคำนวณดังกล่าวแม้ว่าสามารถทำได้ ก็จริง แต่เกิดความยุ่งยากในการหาค่ามาก เพราะต้องวัดหาค่าทั้งแรงดันไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้า นำค่าทั้งสอง มาคำนวณด้วยสูตรหาค่ากำลังไฟฟ้า หากต้องการทราบค่ากำลังไฟฟ้าหลาย ๆ ค่าหรือหลาย ๆ ตำแหน่ง ก็ต้องวัด ค่าทั้งแรงดันไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้าหลายครั้งพร้อมกับการนำค่าเหล่านั้นมาคำนวณหาค่ากำลังไฟฟ้าหลายครั้ง เกิดความยุ่งยาก ต้องใช้เวลามากและอาจเกิดความผิดพลาดขึ้นได้ง่าย 
     
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2011, 10:20:11 pm »

โครงสร้างของวัตต์มิเตอร์


จากความยุ่งยากในการวัดค่าและคำนวณค่าด้วยสูตรหาค่ากำลังไฟฟ้าดังกล่าวมาแล้วจึงได้มีการดัด แปลงมิเตอร์ให้สามารถวัดค่ากำลังไฟฟ้าออกมาได้โดยตรง เรียกมิเตอร์นี้ว่า วัตต์มิเตอร์ (Wattmeter) โดย การ สร้างรวมเอาโวลต์มิเตอร์และแอมมิเตอร์ไว้ในตัวเดียวกันโครงสร้างของวัตต์มิเตอร์ใช้หลักการทำงานของ อิเล็กโทรไดนาโมมิเตอร์ (Electrodynamometer)แสดงดังรูปที่ 2

จากรูปที่ 2 เป็นโครงสร้างของวัตต์มิเตอร์ แบบอิเล็กโทรไดนาโมมิเตอร์ส่วนประกอบของโครงสร้าง
ประกอบด้วยขดลวด 3 ขด ขดลวด 2 ขดใหญ่ที่วางขนานกัน เป็นขดลวดคงที่ (Fixed Coil) หรือขดลวดกระแส
(Current Coil) ส่วนตอนกลางของขดลวดคงที่มีขดลวดอีกหนึ่งขดวางอยู่ในส่วนวงกลมที่ว่างเป็นขดลวดเคลื่อน
ที่ได้ (Moving Coil) หรือขดลวดแรงดัน (Voltage Coil) ขดลวดเคลื่อนที่นี้ถูกยึดติดกับแกนร่วมกับเข็มชี้และ
สปริงก้นหอย


* 02-2.jpg (107.56 KB, 450x480 - ดู 1246 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2011, 10:21:32 pm »

ขดลวดคงที่หรือขดลวดกระแสนั้นทั้งสองขดถูกต่ออันดับกัน และต่อออกมาเพื่อวัดค่ากระแสของวงจร
ส่วนขดลวดเคลื่อนที่หรือขดลวดแรงดันถูกต่ออันดับกับตัวต้านทาน ทำหน้าที่จำกัดกระแสผ่านขดลวด และต่อออก
มาเพื่อวัดค่าแรงดันของวงจร ขั้วต่อของวัตต์มิเตอร์แบบอิเล็กโทรไดนาโมมิเตอร์ แสดงดังรูปที่ 3

จากรูปที่ 3 เป็นขั้วต่อใช้งานของวัตต์มิเตอร์แบบอิเล็กโทรไดนาโมมิเตอร์มีทั้งหมด 4 ขั้วต่อ แบ่งเป็น 2 ชุด ชุดละ 2 ขั้วต่อ ชุดแรก (ขั้ว A, ) ต่อวัดกระแสที่ไหลผ่านวงจรวัดค่าชุดสอง (ขั้ว V, ) ต่อวัด แรงดันที่จ่ายให้วงจรวัดค่า
           วัตต์มิเตอร์แบบอิเล็กโทรไดนาโมมิเตอร์นี้สามารถนำไปวัดกำลังไฟฟ้าได้ทั้งกำลังไฟฟ้าของวงจร
ไฟกระแสตรง (DC) และกำลังไฟฟ้าของวงจรไฟกระแสสลับ (AC) เพราะขดลวดทั้งขดคงที่และขดเคลื่อนที่ สามารถรับแรงดันและกระแสได้ทั้งไฟกระแสตรง (DC) และไฟกระแสสลับ (AC) ช่วยให้เกิดความสะดวกใน การ ใช้งานและลดความยุ่งยากในการวัดค่าลงได้


* 03-2.jpg (51.37 KB, 480x277 - ดู 1447 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2011, 10:22:52 pm »

การต่อใช้งานวัตต์มิเตอร์

         การนำวัตต์มิเตอร์แบบอิเล็กโทรไดนาโมมิเตอร์ไปต่อใช้งาน ต้องต่อวงจรทั้งขดลวดคงที่ ขั้ว A และขดลวด เคลื่อนที่ ขั้ว V เข้าด้วยกัน นำไปต่อกับภาระที่ต้องการวัดค่า และต่อเข้าแหล่งจ่ายแรงดันของวงจรเป็นการต่อใช้งาน วัตต์มิเตอร์แบบอิเล็กโทรไดนาโมมิเตอร์ โดยการนำขั้ว ของขดลวดคงที่กับขดลวดเคลื่อนที่ต่อเข้าด้วยกัน นำไปต่อ เข้าแหล่งจ่ายแรงดันขั้วหนึ่ง ขั้ว A ของขดลวดคงที่ต่อเข้าที่ภาระที่ต้องการวัดกำลังไฟฟ้า และขั้ว V ของขดลวด เคลื่อนที่ต่อกับภาระอีกขั้วหนึ่ง นำไปต่อเข้าแหล่งจ่ายแรงดันขั้วที่เหลือ ลักษณะการต่อวงจรโดยสมบูรณ์แสดงดังรูป

เมื่อจ่ายแรงดันเข้าวงจรทั้งขดลวดคงที่หรือขดลวดกระแส และขดลวดเคลื่อนที่หรือขดลวดแรงดัน เกิด สนามแม่เหล็กไฟฟ้าขึ้นมามีขั้วสนามแม่เหล็กไฟฟ้าของขดลวดคงที่และขดลวดเคลื่อนที่ด้านที่วางอยู่ใกล้กันมี ขั้วเหมือนกัน เกิดแรงผลักดันกันของสนามแม่เหล็กไฟฟ้าทั้งสองทำให้ขดลวดเคลื่อนที่บ่ายเบนไป ชี้ค่ากำลัง
ไฟฟ้าออกมาการที่ขดลวดเคลื่อนที่เกิดการบ่ายเบนไปมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับภาระที่นำมาต่อวงจรและแรงดันที่ ป้อนให้วงจร คือขึ้นอยู่กับแรงดันและกระแสที่จ่ายผ่านเข้าวัตต์มิเตอร์



* 04-1.jpg (57.43 KB, 480x291 - ดู 1143 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2011, 10:24:39 pm »

การวัดและการอ่านค่ากำลังไฟฟ้า

         การต่อใช้งานวัตต์มิเตอร์ ต้องระมัดระวังในการต่อโดยต้องไม่ให้กระแสผ่านเข้าขดลวดคงที่หรือขดลวด กระแสมากเกิน กว่าพิกัดของวิตต์มิเตอร์ที่บอกไว้ และต้องไม่ให้แรงดันที่ป้อนเข้าขดลวดเคลื่อนที่ หรือขดลวด แรงดันเกินกว่าพิกัดของวัตต์มิเตอร์ที่บอกไว้ ดังนั้นก่อนการต่อวัตต์มิเตอร์เข้าวงจร จึงควรตรวจสอบทั้ง แรงดัน และกระแสของวงจรก่อนเสมอ เพื่อป้องกันการชำรุดเสียหายของวัตต์มิเตอร์ วัตต์มิเตอร์ที่ถูกสร้างขึ้นมา ใช้งาน จริงและสัญลักษณ์ แสดงดังรูป


จากรูปแสดงรูปร่างของวัตต์มิเตอร์ที่สร้างขึ้นมาใช้งานจริง เป็นวัตต์มิเตอร์ชนิดเฟสเดียว ถูกสร้างขึ้น มาให้ สามารถวัดแรงดันและวัดกระแสได้ 2 ย่าน คือ วัดกระแสได้ 0.2A และ 1A วัดแรงดันได้ 120V และ 240V อีกแบบ หนึ่งวัดกระแสได้ 1A และ 5A วัดแรงดันได้ 120V และ 240V
        การอ่านค่ากำลังไฟฟ้าจากวัตต์มิเตอร์ที่ถูกต้อง โดยต้องอ่านค่าจากหน้าปัดสเกลในตำแหน่งที่เข็มมิเตอร์ชี้ค่า นำมาคูณร่วมกับค่าตัวคูณในตารางที่แนบติดมากับตัววัตต์มิเตอร์ ซึ่งขึ้นอยู่กับค่าแรงดันและ ค่ากระแสของขั้วที่ต่อวัด จากวัตต์มิเตอร์ ค่าที่คำนวณได้จึงจะเป็นค่ากำลังไฟฟ้าที่วัดได้จริงจากอุปกรณ์หรือวงจรที่ทำการวัดตารางแสดงค่าตั้ง
วัดและค่าคูณของ วัตต์มิเตอร์แสดงไว้ในตารางด้านล่าง


* 05-2.jpg (20.62 KB, 480x173 - ดู 1145 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2011, 10:26:54 pm »

ค่าคูณของ วัตต์มิเตอร์แสดงไว้ในตารางนี้

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2011, 10:28:08 pm »

วาร์มิเตอร์

           กำลังไฟฟ้าที่วัดออกมาจากอุปกรณ์และวงจรที่ใช้กับสัญญาณไฟกระแสสลับมีด้วยกัน 3 ลักษณะคือ กำลังไฟฟ้าจริง กำลังไฟฟ้าตอบสนอง และกำลังไฟฟ้าปรากฏ ความสัมพันธ์ของกำลังไฟฟ้าทั้ง 3 ลักษณะเขียน ออกมาเป็นรูปได้ดังรูป


* 07-1.jpg (35.13 KB, 480x261 - ดู 1211 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2011, 10:28:55 pm »

จากรูปแสดงกำลังไฟฟ้าลักษณะต่างๆ เกิดขึ้นในตำแหน่งที่วัดออกมาได้ต่างกัน จึงเรียกค่า กำลัง ไฟฟ้าที่ปรากฏขึ้นมาแตกต่างกัน กำลังไฟฟ้าแต่ละแบบเกิดขึ้นได้กับอุปกรณ์ในวงจรต่างชนิดกัน กำลังไฟฟ้าจริงเกิด ขึ้นได้กับอุปกรณ์จำพวกตัวต้านทานบริสุทธิ์ กำลังไฟฟ้าตอบสนอง เกิดขึ้นได้กับอุปกรณ์จำพวกตัวเหนี่ยวนำ และ ตัวเก็บประจุ และกำลังไฟฟ้าปรากฏเกิดขึ้นได้กับอุปกรณ์จำพวก อิมพิแดนซ์ต่าง ๆ ความสัมพันธ์ของกำลังไฟฟ้าทั้ง 3 ค่าเขียนออกมา ในรูปเวคเตอร์ของสมการและหน่วยได้ดังรูป
                   


* 08-1.jpg (52.08 KB, 480x224 - ดู 1034 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2011, 10:29:54 pm »

จากรูป เป็นความสัมพันธ์ของกำลังไฟฟ้าทั้ง 3 ค่าในรูปเวกเตอร์ กำลังไฟฟ้า จริงเป็นกำลังไฟฟ้าที่ สามารถวัดออกมาได้จริงด้วยวัตต์มิเตอร์ เกิดจากแรงดันและกระแสที่มีทิศทางเดียวกันเกิดจากการคูณกัน ของ แรงดันและส่วนประกอบของกระแส หน่วยของกำลังไฟฟ้านี้เป็นวัตต์ ส่วนกำลังไฟฟ้าตอบสนอง เกิดจากการคูณกัน ของแรงดันและส่วนประกอบของกระแสที่ตอบสนองมีมุมต่างไป 90 ํ หน่วยของกำลังไฟฟ้านี้เป็น วาร์ Var กำลัง ไฟฟ้าตอบสนองนี้เป็นวัตต์มิเตอร์ไม่สามารถวัดค่าออกมาได้ จังต้องใช้วาร์มิเตอร์ วัดค่าแทนและกำลังไฟฟ้า ปรากฏเกิดจากการคูณกันของแรงดันและกระแสค่จริงในวงจรในรูป EI หน่วยของกำลังไฟฟ้านี้เป็นโวลต์- แอมแปร์
(VA) วัดค่าออกมาได้ด้วยเอซีโวลต์มิเตอร์ และเอซีแอมมิเตอร์นำมาคูณกันโดยตรง รูปร่างของวาร์มิเตอร์แสดง
ดังรูป
                             


             จากรูปเป็นเมกวาร์มิเตอร์ คือวาร์มิเตอร์ที่วัดค่าออกมาได้เป็นเมกวาร์ สเกลของวาร์มิเตอร์แบ่งเป็น
2 ด้าน สเกลด้านซ้ายมือบอกสภาวะการนำหน้า (lead) ของกำลังไฟฟ้าตอบสนอง คือกระแสนำแรงดัน เป็นการ แสดงสภาวะเป็นตัวเก็บประจุ (C) ส่วนสเกลด้านขวามือบอกสภาวะการล้าหลัง (lag) ของกำลังไฟฟ้าตอบสนอง คือกระแสล้าหลังแรงดัน เป็นการแสดงสภาวะเป็นตัวเหนี่ยวนำ (L)



* 06-1.jpg (142.42 KB, 480x462 - ดู 1059 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2011, 10:30:29 pm »

บทสรุป

        กำลังไฟฟ้าสามารถหาได้ 3 วิธีการคือใช้การวัดแรงดันและกระแสในวงจรนำมาคำนวณโดยใช้สูตรคำนวณ กำลังไฟฟ้า    อีกวิธีหนึ่งใช้วัตต์มิเตอร์ ต่อวัดกำลังไฟฟ้าในวงจรโดยตรง   ช่วยลดความยุ่งยากในการวัดค่าลงได้ วัตต์มิเตอร์ที่สร้างขึ้นมาใช้งานใช้หลักการของอิเล็กโทรไดนาโมมิเตอร์ มีขั้วต่อวัด 4 ขั้ว ขั้ววัด 2 ขั้วแรก เป็นของ ขดลวดกระแส ขั้ววัดอีก 2 ขั้วที่เหลือเป็นของขดลวดเคลื่อนที่หรือขดลวดแรงดัน การบ่ายเบนของเข็มชี้ขึ้นอยู่กับภาระ ที่ต่อวงจรและแรงดันที่ป้อนให้วงจร
        การต่อใช้งานวัตต์มิเตอร์ ต้องระวังในเรื่องการต่อวัด ไม่ให้กระแสผ่านเข้าขดลวดคงที่หรือขดลวดกระแสมาก
เกินกว่าพิกัดของวัตต์มิเตอร์ที่บอกไว้และต้องไม่ให้แรงดัน ที่ป้อนเข้าขดลวดเคลื่อนที่หรือขดลวดแรงดันเกินกว่าพิกัด ของวัตต์มิเตอร์ที่บอกไว้ ดังนั้นก่อนต่อวัตต์มิเตอร์เข้าวงจรจึงควรตรวจสอบทั้งแรงดันและกระแสของวงจรก่อนเสมอ เพื่อป้องกันการชำรุดเสียหายของวัตต์มิเตอร์
        วาร์มิเตอร์คือวัตต์มิเตอร์แบบหนึ่งใช้วัดค่ากำลังไฟฟ้าของวงจรไฟกระแสสลับ แต่แตกต่างจาก วัตต์มิเตอร์ ธรรมดาตรงที่กำลังไฟฟ้าที่วัดออกมาได้ เป็นกำลังไฟฟ้าที่เกิดจากวงจรที่มีส่วนประกอบของค่าความเหนี่ยวนำหรือ ค่าความจุ มีกระแสที่เกิดขึ้นใช้ในการหาค่ามีมุมต่างไป 90 ํ หน่วยที่วัดได้เป็นวาร์ (Var)
         
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.179 วินาที กับ 22 คำสั่ง