RmutPhysics.com
สิงหาคม 12, 2022, 06:57:34 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เครื่องมือวัดทางไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์  (อ่าน 5703 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: ตุลาคม 26, 2010, 09:42:47 am »

คลิกครับ

http://www.rmutphysics.com/charud/virtualexperiment/labphysics2/meter/index.html
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 26, 2010, 09:43:36 am »

คลิกครับ

http://pansak.50megs.com/Measu01/sheet01.html
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2010, 10:39:33 am »

ใบความรู้ที่ 1

โครงสร้างมิเตอร์ไฟตรง

โดย พันธ์ศักดิ์ พุฒิมานิตพงศ์
โทร 08-6820-4498
E_mail: pansakput@yahoo.com

1.1 โครงสร้างเบื้องต้นของมิเตอร์ชนิดเข็มชี้

          มิเตอร์ (Meter) ถือเป็นเครื่องมือวัดไฟฟ้าแบบพื้นฐานที่ถูกสร้างขึ้นมาใช้งานอย่างแพร่หลายทั่วไป มิเตอร์ ชนิดนี้จะมีส่วนแสดงผลอยู่ในรูปของเข็มชี้บ่ายเบนไป เรียกส่วนนี้ว่าส่วนเคลื่อนไหวของมิเตอร์  (Meter Movement)   ซึ่งจะเป็นชนิดมิเตอร์กระแสไฟตรง  (Direct – Current Meters)
          เข็มชี้ของมิเตอร์ (Pointer) ที่บ่ายเบนไปได้อาศัยหลักการหมุนตัวของขดลวดเคลื่อนที่ (Moving Coil) ถูกวาง อยู่ในสนามแม่เหล็ก (Magnetic Field) ของแม่เหล็กถาวร (Permanent Magnet) ในขณะที่มีกระแสไฟตรงไหลผ่าน ขดลวดเคลื่อนที่ มิเตอร์ชนิดนี้เรียกว่า มิเตอร์ชนิดขดลวดเคลื่อนที่ (Moving Coil Type Meter) มิเตอร์ชนิดนี้เป็น มิเตอร์ใช้วัดไฟกระแสตรง (DC) เมื่อมีไฟกระแสตรงไหลผ่านมิเตอร์ มิเตอร์จึงสามารถ บ่ายเบนไปแสดงค่าการวัด ออกมาได้
          มิเตอร์ชนิดขดลวดเคลื่อนที่ เป็นการนำเอาหลักการทำงานของสนามแม่เหล็กถาวรและสนามแม่เหล็กไฟฟ้า มาทำงานร่วมกัน โดยอาศัยการผลักกันของสนามแม่เหล็กทั้งสอง ทำให้เกิดการบ่ายเบนไปของเข็มชี้มิเตอร์ โครงสร้าง ของมิเตอร์เบื้องต้นประกอบด้วยแม่เหล็กถาวรขั้วเหนือ (N) และขั้วใต้ (S) วางไว้ใกล้กัน ระหว่างกลางของขั้วแม่เหล็ก ทั้งสองมีขดลวดเคลื่อนที่พันอยู่บนแกนวางอยู่ ต่อปลายของขดลวดเคลื่อนที่ออกมาภายนอก ใช้เป็นจุดต่อจ่ายแรงดัน และกระแส แกนขดลวดเคลื่อนที่วางอยู่บนเดือยแหลม ทำให้ขดลวดเคลื่อนที่สามารถหมุนเคลื่อนที่รอบตัวเองได้ อย่างอิสระ
          เมื่อจ่ายกระแสให้ไหลผ่านขดลวดเคลื่อนที่ ส่งผลให้ขดลวดเคลื่อนที่เกิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้าขึ้นมา ขั้วของ สนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกิด ขึ้นอยู่กับลักษณะการพันขดลวดเคลื่อนที่ โดยจะต้องพันขดลวดเคลื่อนที่ให้ได้ขั้วของ สนามแม่เหล็กไฟฟ้าออกมา เหมือนกับขั้วของแม่เหล็กถาวรที่วางอยู่ใกล้ๆ เป็นผลให้สนามแม่เหล็กทั้งสองเกิดการ ผลักกันขึ้น
          ทิศทางการบ่ายเบนของแม่เหล็กไฟฟ้า  หาได้จากกฎมือซ้ายของเฟรมมิ่ง  ซึ่งกล่าวไว้ดังนี้  ให้กางนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ และนิ้วกลาง ของมือซ้ายออก โดยให้นิ้วทั้งสามตั้งฉากซึ่งกันและกัน นิ้วหัวแม่มือจะชี้ไปในทิศทางการเคลื่อนที่ของ แม่เหล็กไฟฟ้า นิ้วชี้จะชี้ไปในทิศทางการเคลื่อนที่ของเส้นแรงแม่เหล็ก นิ้วกลางจะชี้ไปในทิศทางการเคลื่อนที่ของ กระแสอิเล็กตรอน เมื่อใช้นิ้วทั้งสามวางในทิศทางที่ถูกต้อง จะสามารถหาทิศทางการเคลื่อนที่ของแม่เหล็กไฟฟ้าได้ กฎมือซ้ายของเฟรมมิ่ง แสดงดังรูปที่1.1


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2010, 10:39:46 am »

การบ่ายเบนไปของแม่เหล็กไฟฟ้าดังกล่าวจะมากหรือน้อย  ขึ้นอยู่กับอำนาจแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกิดขึ้น อำนาจ แม่เหล็กไฟฟ้าเกิดขึ้นน้อยเกิดการบ่ายเบนน้อย อำนาจแม่เหล็กไฟฟ้าเกิดขึ้นมากเกิดการบ่ายเบนมาก อำนาจแม่เหล็ก ดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับปริมาณกระแสที่ไหลผ่านเข้าไปในขดลวดของสนามแม่เหล็กไฟฟ้า กระแสไหลมากอำนาจ แม่เหล็กไฟฟ้าเกิดมาก แม่เหล็กไฟฟ้าบ่ายเบนไปมาก กระแสไหลน้อยอำนาจแม่เหล็กไฟฟ้าเกิดน้อย แม่เหล็กไฟฟ้าบ่ายเบนไปน้อย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2010, 10:40:18 am »

1.2 ส่วนประกอบของดาร์สันวาล์มิเตอร์

           มิเตอร์ชนิดขดลวดเคลื่อนที่ที่สร้างมาใช้งาน เป็นมิเตอร์ชนิดใช้วัดไฟฟ้ากระแสตรง มีชื่อเรียกเฉพาะว่า ดาร์สันวาล์มิเตอร์ (D’Arsonval Meter) คือ การที่มิเตอร์จะสามารถทำงานได้ แรงดันและกระแสที่ป้อนให้ขดลวด เคลื่อนที่ต้องเป็นไฟกระแสตรง (DC) เท่านั้น และต้องจ่ายขั้วแรงดันให้มิเตอร์ ถูกต้องตามขั้วที่กำหนดไว้ โครงสร้าง และส่วนประกอบของดาร์สันวาล์มิเตอร์ แสดงดังรูปที่1.2



รูปที่1.2 โครงสร้างและส่วนประกอบของดาร์สันวาล์มิเตอร์
         จากรูปที่1.2 แสดงโครงสร้างและส่วนประกอบของดาร์สันวาล์มิเตอร์ ส่วนประกอบที่สำคัญมีดังนี้
          1. แม่เหล็กถาวรรูปเกือกม้า (Horseshoe Magnet) เป็นแม่เหล็กถาวรมีความเข้มสนามแม่เหล็กสูงอยู่ที่ ปลายทั้งสองของเกือกม้า มีเส้นแรงแม่เหล็กเคลื่อนที่จากขั้วเหนือ (N) ไปขั้วใต้ (S)
          2. เข็มชี้ เป็นเข็มชี้ของมิเตอร์ ชี้ค่าที่วัดได้บนสเกลหน้าปัด   แสดงค่าการวัดปริมาณไฟฟ้าออกมา
          3. ตำแหน่งปรับค่าศูนย์ (Zero Position Control) เป็นตำแหน่งปรับหมุนซ้าย-ขวาได้ โดยหมุนที่สกรูหน้าปัด มิเตอร์ ปรับเพื่อเลื่อนตำแหน่งเข็มชี้ให้บ่ายเบนไปด้านซ้ายมือหรือด้านขวามือ ทำให้เข็มชี้ชี้ที่ตำแหน่งเลขศูนย์ (0) พอดี ช่วยให้มิเตอร์วัดค่าออกมาได้ถูกต้อง
          4. สปริง (Spring) เป็นขดลวดสปริง   ขดเป็นวงกลมวนออกหลายวงซ้อนกัน    คล้ายก้นหอย  ทำหน้าที่เป็นตัว บังคับการเคลื่อนที่ของขดลวดเคลื่อนที่และเข็มชี้ให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง  สปริงจะถูกยึดติดร่วมกับขดลวดเคลื่อนที่ และเดือยแหลม 2 ตำแหน่งบนและล่าง
          5. ส่วนถ่วงน้ำหนัก (Counter Weight) เป็นตุ้มน้ำหนักมี 3 ด้านรวมกับเข็มชี้เป็น 4 ด้าน เพื่อถ่วงน้ำหนัก เข็มชี้ให้เกิดความสมดุลของน้ำหนักที่ตกบนขดลวดเคลื่อนที่
          6. ปลายขั้วเหล็กเกือกม้า (Pole Shoe) เป็นเหล็กต่อเชื่อมกับตอนปลายแม่เหล็กเกือกม้า เพื่อส่ง สนามแม่เหล็กของแม่เหล็กถาวรให้เข้าใกล้ขดลวดเคลื่อนที่ และบังคับทิศทางของสนามแม่เหล็กให้อยู่ในตำแหน่ง ที่ต้องการ
          7. ขดลวดเคลื่อนที่ เป็นขดลวดที่ถูกพันอยู่บนกรอบอะลูมิเนียมสี่เหลี่ยม ยึดติดร่วมกับเดือยแหลม สปริงและ เข็มชี้ เป็นส่วนเคลื่อนที่ของมิเตอร์ ซึ่งจะถูกเรียกว่าอาร์เมเจอร์ (Armature)
          8. เดือยและรองเดือย (Pivot and Bearing) เป็นส่วนตอนปลายของขดลวดเคลื่อนที่ ทำหน้าที่เป็นส่วนรองรับ จุดหมุนของขดลวดเคลื่อนที่ ทำให้ขดลวดเคลื่อนที่สามารถบ่ายเบนไปได้อย่างอิสระ

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2010, 10:40:56 am »

1.3 อาร์เมเจอร์ชนิดห้อยแขวนด้วยแถบตึง

           อาร์เมเจอร์ของดาร์สันวาล์มิเตอร์  ชนิดห้อยแขวนด้วยแถบตึง  (Taut – Band Suspension) หรือเรียกสั้นๆ ว่าชนิดห้อยแขวน (Suspension Type) เป็นการพัฒนามิเตอร์ชนิดเข็มชี้ให้มีความทันสมัยและทนทาน แข็งแรงยิ่งขึ้น เพราะด้วยส่วนอาร์เมเจอร์ของดาร์สันวาล์มิเตอร์ชนิดเดือยและรองเดือยมีความบอบบาง ชำรุดเสียหายได้ง่าย เมื่อถูก กระทบกระเทือนแรงๆ เช่น ถูกกระแทก หรือตกหล่น มีผลต่อส่วนเดือยและรองเดือยเกิดการคดงอหรือแตกหัก ส่งผล ต่อมิเตอร์ชำรุดเสียหาย หรือเกิดความคลาดเคลื่อน วัดปริมาณไฟฟ้าออกมาผิดพลาด มิเตอร์ชนิดห้อยแขวนนี้ ได้เปลี่ยนส่วนของเดือยและรองเดือยมาเป็นแถบตึงแทน ช่วยในการยึดส่วนอาร์เมเจอร์ ทำให้เกิดการยืดหยุ่นในส่วน อาร์เมเจอร์มากขึ้น และสามารถรับแรงกระทบกระแทกได้ดีขึ้น โครงสร้างของอาร์เมเจอร์ชนิดห้อยแขวนด้วยแถบถึง แสดงดังรูปที่1.3



รูปที่1.3 โครงสร้างของอาร์เมเจอร์ชนิดห้อยแขวนด้วยแถบตึง
          จากรูปที่1.3 แสดงโครงสร้างของอาร์เมเจอร์ชนิดห้อยแขวนด้วยแถบตึง ส่วนประกอบต่างๆ คล้ายกับมิเตอร์ ชนิดเดือยและรองเดือย คือ มีแม่เหล็กถาวร มีขดลวดเคลื่อนที่ มีแกนเหล็กทรงกระบอก มีเข็มชี้ เช่นเดียวกัน ในส่วนที่ แตกต่างกันออกไปคือ ไม่มีสปริง ไม่มีเดือยและรองเดือย ใช้แถบตึงและแหวนสปริงยึดอาร์เมเจอร์แทน
          อาร์เมเจอร์จะถูกยึดให้ลอยอยู่ในสนามแม่เหล็กถาวร โดยใช้แถบตึงหรือแถบโลหะแบน (Ribbon) ยึดส่วน บนล่างของอาร์เมเจอร์ และมีท่อทรงกระบอกเป็นตัวช่วยบังคับการสั่นคลอนของส่วนอาร์เมเจอร์  พร้อมกับช่วยรองรับ การสั่นสะเทือนแรงๆ  เช่น  การตกหล่น  หรือถูกกระทบกระแทกแรงๆ เป็นการช่วยป้องกันการชำรุดเสียหายของ ส่วนอาร์เมเจอร์ได้
          การทำงานของมิเตอร์ชนิดนี้อธิบายได้ดังนี้ เมื่อมีกระแสไฟตรงจ่ายเข้ามาที่ขดลวดเคลื่อนที่ ทำให้ขดลวด เคลื่อนที่เกิดอำนาจแม่เหล็กไฟฟ้าขึ้น มีขั้วแม่เหล็กเหมือนกับขั้วแม่เหล็กถาวรที่วางอยู่ใกล้ๆ เกิดแรงผลักดัน ซึ่งกันและกัน ขดลวดเคลื่อนที่และเข็มชี้บ่ายเบนไป ขณะที่ขดลวดเคลื่อนที่บ่ายเบนไป แถบตึงจะเกิดการบิดตัวไป ตามการบ่ายเบนของขดลวดเคลื่อนที่ ถ้าจ่ายกระแสให้น้อย ขดลวดเคลื่อนที่บ่ายเบนไปน้อย แถบตึงบิดตัวไปน้อย ถ้าจ่ายกระแสให้มากขดลวดเคลื่อนที่บ่ายเบนไปมาก แถบตึงบิดตัวไปมาก
          เมื่องดจ่ายกระแสไฟตรงให้ขดลวดเคลื่อนที่ ขดลวดเคลื่อนที่หมดอำนาจแม่เหล็ก ไม่มีการผลักดันกัน ระหว่างสนามแม่เหล็กถาวร กับสนามแม่เหล็กไฟฟ้า แถบตึงเกิดการบิดตัวกลับเข้าสู่สภาพปกติ ขดลวดเคลื่อนที่ และเข็มชี้จะเคลื่อนกลับเข้าสู่ตำแหน่งปกติ


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2010, 10:41:16 am »

1.3.1 ข้อดีของมิเตอร์ชนิดห้อยแขวนด้วยแถบตึง

          1. มีความทนทานมากขึ้นต่อการกระทบกระเทือนแรงๆ
          2. ไม่เกิดแรงเสียดทานเหมือนแบบเดือยและรองเดือย
          3. ใช้วัดค่าได้ดีในที่ที่มีการสั่นสะเทือน โดยเกิดความผิดพลาดต่ำ
          4. นำไปใช้สร้างเป็นเครื่องมือวัดชนิดพกติดตัวได้
          5. นำไปสร้างใช้งานได้ดีกับเครื่องมือวัดชนิดความเที่ยงตรงสูง
          6. นำไปใช้งานร่วมกับเครื่องมือวัดชนิดอื่นๆ ได้

            1.3.2 ข้อเสียของมิเตอร์ชนิดห้อยแขวนด้วยแถบตึง

          1. โครงสร้างมีความสลับซับซ้อนมากกว่าแบบเดือยและรองเดือย
          2. ต้นทุนการผลิตสูงทำให้มีราคาแพงมากกว่าแบบเดือยและรองเดือย
          3. ไม่สามารถสร้างได้กับมิเตอร์ชนิดอาร์เมเจอร์มีน้ำหนักมากๆ

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2010, 10:41:36 am »

1.4 สาเหตุความผิดพลาดในการใช้มิเตอร์

          ความผิดพลาดในการใช้มิเตอร์ เกิดขึ้นได้จากสาเหตุหลายประการ ดังนั้นการใช้มิเตอร์ด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงความผิดพลาดต่างๆ แล้ว ย่อมทำให้มิเตอร์เกิดความผิดพลาดน้อยลง และช่วยยืดอายุการใช้งานมิเตอร์ ได้มากขึ้น สาเหตุคามผิดพลาดเกิดได้ดังนี้
          1. การเสียดสีของส่วนเคลื่อนไหว มิเตอร์ชนิดเดือยและรองเดือย มีส่วนเสียดสีกันของเดือยและรองเดือย รวมถึงการชำรุดของส่วนเดือยและรองเดือย ทำให้การบ่ายเบนไปของส่วนอาร์เมเจอร์ผิดพลาดไปได้
          2. การเสื่อมอายุ ส่วนประกอบของมิเตอร์เมื่อใช้งานไปนานๆ ย่อมเกิดการสึกหรอหรือเสื่อมโทรมตามอายุ ไปด้วย ทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้นได้
          3. ความร้อนในตัวมิเตอร์ เมื่อมีกระแสไหลผ่านมิเตอร์ในระยะแรก อุณหภูมิของส่วนต่างๆ ในมิเตอร์ จะเพิ่มขึ้น ทำให้ค่าการวัดที่แสดงออกมาเปลี่ยนแปลงไป เข็มชี้ของมิเตอร์ไม่คงที่ ต้องรอชั่วขณะหนึ่ง  เพื่อให้ อุณหภูมิภายในมิเตอร์ปรับตัวจนคงที่ก่อน  ค่าการวัดที่ได้จึงมีความถูกต้องมากขึ้น ช่วยลดความผิดพลาดลง
          4. สนามแม่เหล็กภายนอก เมื่อนำมิเตอร์ไปวัดปริมาณไฟฟ้าใกล้สายไฟฟ้าที่มีกระแสไหลสูง  หรือใกล้กับ สนามแม่เหล็กแรงๆ  สนามแม่เหล็กและสนามไฟฟ้าดังกล่าวจะมีผลต่อสภาวะการบ่ายเบนของเข็มมิเตอร์เปลี่ยนแปลง ไปจากค่าปกติ
          5. อุณหภูมิบริเวณโดยรอบมิเตอร์ มาตรฐานของมิเตอร์ในการปรับแต่งสเกลและการแสดงค่า มักกำหนดค่า ในห้องทดลองที่มีอุณหภูมิคงที่ หากนำมิเตอร์ไปใช้งานในบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงมากหรือต่ำมากกว่าค่าอุณหภูมิปกติ ที่กำหนดไว้ ก็ย่อมมีผลต่อการแสดงค่าที่ผิดพลาดออกมาได้
          6. เข็มชี้เคลื่อนจากศูนย์ ปกติของมิเตอร์ขณะไม่ได้ใช้งาน เข็มชี้ของมิเตอร์มักชี้ค่าที่เลขศูนย์เสมอ เมื่อมี การใช้งานไปนานวันอาจมีผลให้อุปกรณ์ส่วนประกอบเสื่อมลงตามไปด้วย เช่น สปริงบังคับในส่วนเคลื่อนไหวอาจ เกิดการล้าขึ้นได้ ทำให้เข็มชี้เคลื่อนจากศูนย์ ดังนั้นก่อนการใช้มิเตอร์ต้องหมั่นตรวจสอบตำแหน่งเข็มชี้ให้อยู่ที่ เลขศูนย์เสมอ หากเกิดคลาดเคลื่อนไปต้องทำการปรับแต่งสกรูที่หน้าปัดมิเตอร์ก่อนการใช้งาน
          7. การเปลี่ยนแปลงของปริมาณไฟฟ้า ปริมาณไฟฟ้าที่วัดออกมาเป็นแรงดัน กระแส ความต้านทาน และกำลังไฟฟ้า หากขณะทำการวัดปริมาณไฟฟ้ามีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การแสดงค่าของมิเตอร์ย่อมเปลี่ยนแปลง การอ่านค่าที่ถูกต้องทำได้ลำบาก
          8. ลักษณะการใช้งาน ขณะใช้มิเตอร์วัดปริมาณไฟฟ้า ต้องจัดวางมิเตอร์ให้อยู่ในตำแหน่งที่แน่นอนมั่นคง ไม่เกิดการเอียงหรือตะแคง ไม่เกิดการสั่นคลอนหรือเคลื่อนไหว เพราะสิ่งเหล่านี้มีผลต่อการวัดค่าที่ผิดพลาดได้
          9. ตัวผู้วัด  การใช้งาน การวัดค่า การอ่านค่า เป็นส่วนสำคัญมาก หากผู้วัดไม่มีความชำนาญหรือขาดความระมัดระวังที่ดีพอ ทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้นได้เสมอ


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2010, 10:47:05 am »

บทเรียนออนไลน์ วิชาเครื่องมือวัดทางไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ คลิกครับ

http://www.nsru.ac.th/learning2009/learningw16.html

http://www.kruchanpen.com/WEB/index.html

http://silp.elec-cm.com/measure/measure.htm

http://www.neutron.rmutphysics.com/teaching-glossary/index.php?option=com_content&task=view&id=1577&Itemid=6
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2010, 09:23:07 am »

หน่วยที่ 1
    เครื่องมือวัดไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
    เรื่อง มาตรฐานการวัด

 หัวข้อเรื่อง
                -  มาตรฐานการวัด   

  เนื้อหาสาระ
                -  มาตรฐานสากล
                -  มาตรฐานขั้นที่หนึ่ง
                -  มาตรฐานขั้นที่สอง
                -  มาตรฐานใช้งาน
 
บทนำ

      การวัดคือการคำนวณค่าปริมาณที่ไม่ทราบค่าว่ามีปริมาณที่กำหนดคงที่เท่าใดมีปริมาณที่กำหนดคงที่นี้เรียกว่าหน่วย(unit)
ฉะนั้นการวัดจึงต้องมีระบบหน่วยวัดที่ถูกต้องเชื่อถือได้ และใช้สะดวก ดังนั้นเพื่อให้เป็นสากลทั่วโลกหน่วยวัดจึงต้องใช้ค่าเหมือนกัน
ซึ่งจำเป็นต้องมีคำจำกัดความที่ชัดเจนเกี่ยวกับหน่อยวัดและวิธีคำนวณปรับเทียบกับระบบวัดลักษณะนี้เรียกว่า มาตรฐาน (standard) ในการใช้งานประจำวัน   การวัดด้วยเครื่องวัดจะต้องนำค่าวัดมาปรับเที่ยบกับมาตฐานที่ใช้อ้างอิงภาย
ในท้องถิ่นซึ่งเที่ยบเท่ากับการนำมาปรับเที่ยบกับมาตรฐานที่สูงขึ้นและสูงขึ้น.......ดังนี้เรื่อยไปเพื่อให้การปรับเทียบ
ตรงตามมาตรฐานระดับประเทศซึ่งกำหนดคุณสมบัติเฉพาะที่ตกลงกันเป็นสากล การปรับเทียบ (calibration)
คือการตรวจสอบระบบวัดให้ตรงกับมาตรฐานเมื่อระบบอยู่ในสภาพที่สอดคล้องกับสภาพที่กำหนดไว้ในมาตรฐาน
               สำหรับหน่วยวัดพื้นฐานและหน่วยวัดอนุพันธ์ จะมีความแตกต่างกันตามมาตรฐานของการวัด
แบ่งตามหน้าที่การทำงาน และการประยุกต์ใช้งานได้ดังนี้
                   
                1) มาตรฐานสากล (INTERNATIONAL   STANDARDS)
               2) มาตรฐานเบื้องต้น (PRIMARY  STANDARDS)
               3) มาตรฐานชั้นที่สอง (SECONDARY  STANDARDS)
               4) มาตรฐานการใช้งาน (WORKING  STANDARDS)

      1) มาตรฐานสากล    คือมาตรฐานที่เป็นข้อตกลงของนานาชาติกำหนดหน่วยการวัดที่แน่นอนขึ้นมาแทน
เพื่อให้มีความเที่ยงตรงสูง สำหรับการใช้งานทางเทคโนโลยีด้านการผลิดและการวัด มาตรฐานสากลนี้จะถูกตรวจ
เช็คและทดสอบค่าอย่างสม่ำเสมอ โดยการวัดแบบสมบูรร์ในเทอมของหน่วยพื้นฐาน มาตรฐานสากลนี้จะถูกเก็บ
รักษามาตรฐานไว้ที่สำนักงานมาตฐานน้ำหนักและการวัดนานาชาติ (INTERNATIONAL BUREAU OF
WEIGHTS AND MEASURES) และไม่ใช่เป็นสิ่งที่งายที่จะใช้เครื่องมือวัดในการวัด เพื่อความมุ่งหมาย
ในการเปรียบเทียบค่าและปรับแต่งค่า

      2) มาตรฐานเบื้องต้น   เป็นมาตรฐานที่ดูแลเกี่ยวกับมาตรฐานนานาชาติที่ใช้ในห้องปฎิบัติการ ในส่วนที่มี
ความแตกต่างกันทั่วโลก การควบคุมดูแลมาตรฐานเบื้องต้นนี้ ถูกดูแลโดยสำนักงานมาตรฐานนานาชาติหรือ NBS
(NATIONAL BUREAU OF STANDARDS) ตั้งอยู่ที่วอชิงตันในทวีปอเมริการเหนือ อีกแห่งหนึ่งคือ
ห้องปฎิบัติการทางฟิสิกส์นานาชาติหรือ NPL (NATIONAL PHYSICAL LABORATORY) ในอังกฤษ
เวลส์ และสกอตแลนด์และแห่งที่เก่าแก่ที่สุดในโลกคือที่ ฟิสิกคอลลิซ เทคนิสเซ ริซแซนตอล (PHYSIKALISCH
TECHNISCHE REICHSANSTALT) ในเยอรมัน มาตรฐานเบื้องต้นใช้แทนหน่วยพื้นฐานและบางส่วน
ในหน่วยทางเครื่องกล และหน่วยทาางไฟฟ้า ขึ้นอยู่กับการปรับแต่งโดยเครื่องมือวัดแบบสัมบูรณ์ในห้องปฏิบัติการ
นานาชาติ ผลของการวัดจะถูกเปรียบเทียบอีกครั้งกับค่าต่าง ๆ นำไปใช้ในการเปรียบเทียบกับคาต่าง ๆ ทั่วโลก
มาตรฐานเบื้องต้นนี้จะใช้ในห้องปฏิบิตการเท่านั้ ไม่นำไปใช้ภายนอก ค่ามาตรฐานต่าง ๆ ของมาตรฐานเบื้องต้นนี้
จะใช้ในการตรวจสอบและปรับแต่งมาตรฐานขั้นที่สองต่อไป

       3) มาตรฐานขั้นที่สอง   ก็คือมาตรฐานที่ใช้มาตรฐานเบื้องต้นเป็นตัวอ้างอิง ใช้วานของเครื่องมือวัดในห้องปฎิบัติ
การทางอุตสาหกรรม มาตรฐานขั้นที่สองนี้ ถูกดูแลโดยห้องปฎิบัติการของโรงงานอุตสาหกรรมแต่ละแห่ง และมีการตรวจสอบ
อีกครั้งกับมาตรฐานอ้างอิงในพื้นที่นั้น ๆ และต้องรับผิดชอบในการดูแลรักษาและการปรับแต่งมาตรฐานขั้นที่สองในห้องปฎิบัติ
การอุตสาหกรรมของตัวเอง มาตรฐานขั้นที่สองนี้ ถือว่ามาตรฐานเบื้องต้น ดังนั้นมาตรฐานที่ใช้ในอุตสาหกรรมนี้ จะต้อง
ได้รับการรับรองค่าการวัดจากมาตรฐานเบื้องต้น

    4) มาตฐานการใช้งาน   เป็นมาตฐษนของเครื่องมือต่าง ๆ ที่ใช้สำหรับการวัดในห้องปฏิบัติในการ ใช้ในการตรวจสอบ
และปรับแต่งทั่วไปของเครื่องมือวัดในห้องปฏิบัติการสำหรับความเที่ยงตรงและคุณสมบัติ หรือใหช้เปรียบเทียบเครื่องมือวัด
ในห้องปฎิบัติการสำหรับความเที่ยงตรงและคุณสมบัติ หรือใช้ตัวต้านทานมาตรฐานในแผนกควบคุมคุณภาพเพื่อตรวจสอบสินค้า
และตรวจสอบสินค้า และตรวจสอบเครื่องมือวัดว่ายังอยู่ในความเที่ยงตรง และถูกต้องหรือไม่   

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2010, 09:23:30 am »

หน่วยวัด
              ปี ค.ศ. 1960 การประชุม The 11th Conf'erence G'ene'rale des Poids et Mesures
ได้ยอมรับระบบ Systeme Innernationnal d' Unite's ให้เป็นระบบหน่วยวัดสากล ระบบนี้เรยกว่าระบบ SI
ในการประชุดครั้ง ต่อมาได้มีการปรับแต่งระบบจนปัจจุบันนี้มีหน่วยวัดพื้นฐาน 7 ประเภท คือ วัดมาลเป็นกิโลกรัม
วัดความยาวเป็นเมตร นับเวลาเป็นวินาที วัดกระแสเป็นแอมแปร์ วัดอุณหภูมิเป็นองศาเคลวิน วัดความเข็มแสงสว่าง
เป็นแคนเดลา และวัดปริมาณสสารเป็นโมล จากหน่วยวัดพื้นฐานเหล่านี้ทำให้ได้หน่วยอนุพันธ์อื่น ๆ แต่เดิมหน่วย
วัดยึดตามมาตรฐานวัสดุ เช่นหน่วยวัดความยาวยึดตามความยาวมาตฐานของโลหะที่เทียบกับมาตรฐานความยาวอึ่น ๆ
ทแต่เดิมหน่วยวัดยึดตามมาตรฐานวัสดุ เช่น หน่วยวัดความยาวยึดตามความยาวมาตรฐานของโลหะที่เที่ยบกับ
มาตรฐานความยาวอื่น ๆ ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ปึจจุบันนี้หน่วยวัดยึดตามลักษณธทางกายภาพมากกว่า
ยึดตามมาตรฐานวัสดุ ยกเว้นหน่วย วัดมวลเท่านั้น อย่างเช่นปัจจุบันนี้ความยาวยึดตามระยะการเดินทางของแสงในช่วง
เวลาหนึ่ง การยึดหน่วยวัดตามลักษณะทางกายภาพทำให้ห้องปฏิบัติการทุกแห่งทั่วดลกคิดหน่วยวัดได้โดยไม่จำเป็นต้อง
ปรับเที่ยบกับมาตรฐานอื่นใดอีก คำจำกัดความของหน่วยวัดพื้นฐานมีดังนี้

      1. มวล (mass) กิโลกรัม (kg) ได้รับการกำหนดตามมวลของกระบอกอัลลอย (แพลทินัม 90% - เออริเดียม 10 %)
ที่มีความสูงและเส้นผ่านศูนย์กลางเท่ากัน โดยยึดตามมาตรฐานน้ำหนักและการวัดของ INternational Bureau of weights
and Messures ที่เมืองเซิฟเรส ประเทศฝรั่งเศส หลายประเทศยึดตามมาตรฐานนี้
      2. ความยาว (Ingth) เมตร (m) กำหนดเป็นความยาวของเส้นทางเดินทางของแสงในสุญญากาศระหว่างช่วงเวลา 1/299
792 458 ต่อหนึ่งวินาที
      3. เวลา (Time) วินาที (s) กำหนดช่วงเวลาเป็น 9 192 631 770 ช่วงของกากรแกว่งรังสีที่เปล่งจาก caesium -133 atom
ภายใต้สภาพที่กำหนดไว้อย่างเที่ยงตรงของเรโซแนนซ์
      4. กระแส (current) แอมแปร์ (A) กำหนดเป็นกระแสคงที่ ซึ่งถ้าคงสภาพอยู่ในตัวนำเส้นตรงสองเส้นขนานกันมีความยาวอนันต์
และพื้นที่หน้าตัดวงเล็กมีความยาวหนึ่งเมตรยื่นเข้าไปในสุญญากาศ เมื่อกระแสอยุ่ระหว่างตัวนำเหล่านี้จะสร้างแรงเท่ากับ 2 x 10 -7
นิวตันต่อความยาวหนึ่งเมตร
     5. อุณหภูมิ (temperature) เคลวิน (K) กำหนดเป็นอุณหภูมิขณะที่น้ำธรรมดา ไอน้ำ และน้ำแข็ง อยู่ในสภาพสมดุลกัน
(equilibrium) (เรียกว่าจุดสามสถานะหรือ triple point ) เท่ากับ 273.16 K
     6. ความเข็มของแสงสว่าง (Iuminous intensity) แคนเดลา (cd) กำหนดเป็นความเข็มแสงสว่างในทิศทางที่กำหนดน
จากแหล่งที่กำหนดซึ่งงจะเปล่งรัสสีความถี่ขาวดำ (monochromatic radiation of frequency) 540 x 10 12 Hz
และมีความเข็มของรัสสี 1/683 วัตต์ต่อหนึ่งหน่วยสเตเรเดียน (หน่วยวัดมุมตัน)
     7. ปริมาณสาร (amount of substance) โมล (mol) กำหนดเป็นปริมาณสสารที่ประกอบด้วยธาตุแท้พื้นฐานจำวนมาก
เท่ากับที่มีอะตอมในไอโซโทปคาร์บอน -12 จำนวน 0.012 kg

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #11 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2010, 09:23:51 am »

นอกจากนี้ยังมีหน่วยวัดเสริมอีก 2 ประเภทคือ
         
          1. มุมระนาบ (;lane angle) เรเดียน (red) คือมุมระนาบระหว่างเส้นรัศมีวงกลมสองเส้นซึ่งตัดเส้นรอบวงออกเป็นเส้น
โค้งที่มีความยาวเท่ากับรัศมี
          2. มุมตัน (solid andgle) สเตเรเดียน (sr) คือมุมตันนของทรงกรวยซึ่งมีจุดยอดอยู่กึ่งกลางทรงกลม และมุมตันของกรวย
จะตัดพื้นที่ผิวทรงกลมให้เท่ากับสี่เหลี่ยมจัตุรัสของเส้นรัศมี

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #12 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2010, 09:24:28 am »

หน่วยอนุพันธ์อื่น ๆ ได้มาจากหน่วยวัดพื้นฐาน ตารางที่ 1 คือรายชื่อหน่วยวัดที่ใช้กันทั่วไปและความสัมพันธ์ระหว่างวัดพื้นฐาน


* t1.jpg (31.97 KB, 567x405 - ดู 2185 ครั้ง.)

* t2.jpg (29.58 KB, 567x427 - ดู 2546 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #13 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2010, 09:26:10 am »

มาตรฐานทางไฟฟ้า (Electrical Standard)


หน่วยวัดไฟฟ้าพื้นฐานคือแอมแปร์ที่กำหนดในลักษณะของแรง (force) ระหว่าง
ตัวนำกระแสงสองตัว อาจใช้ดุลกระแสเพื่อพิจารณาหน่วยวัดนี้ รูปที่ 5.1 เป็นภาพคร่าวๆ
ของหลักการนี้ซึ่งเป็นการวัดแรงระหว่างขดลวดนำกระแส ตามหลักการแล้วการวัดทางไฟฟ้า
ทั้งอ้างอิงถึงเครื่องมือนี้ แต่ทว่าในทางปฎิบัติ เครื่องมือนี้ยังไม่คอ่ยเหมาะสมนักเพื่อความสะดวก
ในการปรับเทียบจำเป็นต้องใช้มาตรฐานซึ่งเก็บเอาไว้และเพียงแค่ "ดึงออกจากลิ้นชัก" มาใช้เมื่อต้องการเท่านั้นเอง ดังนั้น ในทางปฎบัติ ห้องปฎิบัติการระดังประเทศทั้งหมดจะยึดตามมาตรฐานวัสดุ
มาตรฐานประเภทนี้มักเป็นเซลล์มาตรฐาน ตัวต้านทานมาตรฐานและตัวเก็บประจุมาตรฐาน
ตามธรรมดาแล้วมักเรียกสิ่งเหล่านี้ว่าเป็นมาตรฐานปฐมภูมิ (prinmary standards)
และเป็นมาตรฐานที่ใช้ในการให้บริการปรับเทียบระดับประเทศ มาตรฐานวัสดุเหล่านี้ได้รับการตรวจ
ตราเพื่อให้มั่นใจในเสถียรภาพของค่าเมื่อเที่ยบกับมาตรฐานอ้างอิง (reference standards)
เช่น ดุลกระแส ระบบข้อตอโจเซฟสัน ตัวเหนี่ยวนำร่วมแคมป์เบล และตัวเก็บประจุที่คำนวณค่าได้


* 01.gif (89.47 KB, 489x365 - ดู 1974 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #14 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2010, 09:27:02 am »

เซลล์ปรอท - แคดเมียมเวสตัน (Weston mercury - cadmiumcells)
ถูกนำมาใช้เป็นมาตรฐานปฐมภูมิระดับประเทศของแรงดันไฟฟ้ารูปที่ 5.2 แสดงรูปแบบพื้นฐานของ
เชลล์ประเภทนี้ ค่าระบุ e.m.f. จากเซลล์ประเภทนี้เท่ากับ 1.01865 V ที่ 20° C อาจทำการเปรียบเทียบระหว่างเซลล์เพื่อให้ได้ค่าความเที่ยงตรงสูง และแสดงว่ามีระดับเสถียรภาพซึ่งกันสูงตามลำดับบางส่วนใน 10^7
ต่อปี ปัจจุบันนี้นิยมใช้ผลโจเซฟสัน (Josphon effect) กันอย่างแพร่หลายในการตรวจวัดค่าแรงดันสัมบูรณ์
เมื่อฉนวนชั้นบางระหว่างตัวนำยิ่งยวดสองตัวเปิดรับคลื่นไมโครเวฟ เมื่อนั้นความสัมพันธ์ของเรงดัง - กระแสที่
 รอยต่อจะแสดงขั้นต่าง ๆ ซึ่งแต่ละขั้นแรงดันจะมีขนาด hf/2e เมื่อ h  เป็นค่าคงที่ของพลังค์, f   เป็นความถี่
ของไมโครเวฟและ e เป็นประจุบนอิเล็กตรอน (ดูรูปที่ 5.3) การเปรียบเทียบแรงดันรอยต่อกับเซลล์
มาตรฐานทำให้เซลล์มาตรฐานสามารถรักษาค่าสัมบูรณ์ได้ด้วยความถูกต้องประมาณ 3 ส่วนใน 10^8

 


* 0.gif (80.04 KB, 469x364 - ดู 1948 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #15 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2010, 09:27:31 am »

ตัวต้านทานมาตรฐาน (standard resistors) ใช้เป็นมาตรฐานปฐมภูมิระดับชาติสำหรับความต้านทาน
การเลือกวัสุดที่ใช้เป็นเส้นลวดและวิธีการติดเส้นลวดและวิธีการติดเส้นลวดจะต้องเลือกอย่างพิถีพิถัน
เป็นพิเศษเพื่อให้แน่ใจในเสถียรภาพตัวต้านทานจะถูกแช่ในน้ำมัน ตัวต้านทางประเภทนี้จะมีเสถียรภาพ
ของลำดับ 1 ส่วนใน 10 7 ต่อปี ค่าสัมบูรณ์ของตัวต้านานมาตรฐานจะถูกตรวจวัดโดยเหนี่ยวนำร่วมแคมป์เบล
(Campbell mutual inductor) ตัวเหนี่ยวนำมีความเหนี่ยวนำร่วมซึ่งคำนวณค่าจากการวัดทางเรขาคณิต
กับขดลวดเหนี่ยวนำ อาจใช้บริดจ์เพื่อพิจารณาค่าความต้านทานของตัวต้านทานมาตรฐานที่เป็นความเหนี่ยว
นำร่วม หรืออาจใช้บริดจ์อีกประเภทหนึ่งในการพิจารณาค่าความต้านทานของตัวต้านทานมาตรฐานในแง่ความจุ
ของตัวต้านทานมาตรฐานในแง่ความจุของตัวเก็บประจุมาตรฐาน
   ตัวเก็บประจุมาตรฐาน (standard capacitors) เป็นมาตรฐานปฐมภูมิที่สร้างจากมัลติเพลตวางสลับกันซึ่งแขวน
ติดอยู่ในไดอิเล็กตริกแก๊สส่วนตัวเก็บประจุเงิน - ไมก้ามักใช้เป็นมาตรฐานทุติยภูมิ มาตรฐานปฐมภูมิถูกตรวจวัด
ด้วยตัวเก็บประจุที่คำนวณค่าได้ (calculable capacitor) ซึ่งเป็นตัวเก็บประจุแบบพิเศษสำหรับใชคำนวณค่า
ความจุให้มีความถูกต้องสัมบูรณ์ของบางส่วนใน 10 7


* 03.gif (81.96 KB, 462x377 - ดู 1953 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #16 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2010, 09:27:51 am »

บทสรุป
       มาตรฐานของการวัดจะใช้หน่วยทางฟิสิส์เป็นตัวกำหนดมาตรฐาน จะบอกหน่วยออกมาเป็นระบบ SI ระบบอังกฤษ ฯลฯ
หน่วยวัดพื้นฐานและหน่วยวัดอนุพันธ์ มีความแตกต่างกันตามมาตรฐานของการวัด ตามหน้าที่การทำงาน และการประยุกต์ใช้งาน
แบ่งได้เป็นมาตรฐานสากล มาตรฐานเบื้องต้น มาตรฐานขั้นที่สอง และมาตรฐานการใช้งาน
      มาตรฐานสากล เป็นมาตรฐานโดยการตกลงของนานาชาติ การเก็บรักษามาตรฐานเก็บไว้ที่สำนักงานมาตฐานน้ำหนักและ
การวัดนานาชาติ
      มาตรฐานเบื้องต้น   เป็นมาตรฐานของการวัดในระบบต่ง ๆ ทั่วโลก ให้สามารถใช้งานร่วมกันได้  ถูกดูแลโดยสำนักงาน
มาตรฐานนานาชาติ (NBS) อีกแห่งหนึ่งที่ห้องปฎิบัติการทางฟิสิกส์นานาชาติ (NPL) และแห่งที่เก่าแก่ที่สุดคือ ฟิสิกคอสลิซ
เทคนิสเซ ริซ แซนตอลมาตรฐานนี้ใช้แต่เฉพาะในห้องปฎิบัติการเท่านั้น ไม่นำไปใช้ภายนอก
      มาตรฐานขั้นที่สอง  เป็นมาตรฐานที่ใช้มาตรฐานเบื้องต้นเป็นตัวอ้างอิง และถูกนำไปใช้งานในห้องปฎิบิตการของโรงงาน
อุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่ใช้การตรวจวัดค่าต่าง ๆ และต้องตรวจสอบมาตฐานกับมาตรฐานเบื้องต้นเสมอ ๆ
      มาตรฐานการใช้งาน  เป็นมาตรฐานของเครื่องมือต่าง ๆ ที่ใช้สำหรับการวัดในห้องปฎิบัติการ เพื่อใช้ตรวจสอบและปรับแต่ง
ทั่วไป สำหรับความเที่ยงตรง และเปรียบเที่ยบค่า
      มาตรฐานทางไฟฟ้า  แบ่งได้เป็นมาตรฐานแอมแปณ์ ซึ่งใช้เป็นแอมแปร์สมบูรณ์ ใช้เป็นหน่วยพื้นฐานของการะแสไฟฟ้าในระบบ SI มาตรฐานความต้านทาน ถูกสร้างขึ้นมาให้มีมาตรฐานคงที่ที่ความต้านทาน 1 โอห์ม และปรรับเปลี่ยนค่าไปเป็นจำนวน 10 เท่า
เช่น 10 โอห์ม 100 โอห์ม 1 K โอห์ม ฯลฯ ซึ่งมีค่าผิดพลาดน้อยมากไม่ถึง±0.01 % แรงดันไฟฟ้ามาตรฐาน ที่นิยม
ใช้คือเวสตันเซล แบ่งได้เป็น 2 ชนิดคือ เซลอิ่มตัว และเซลไม่อิ่มตัว
      เซลล์อิ่มตัวจะต้องควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ในการใช้งาน แรงดันไฟฟ้ามีค่า 1.01858 โวลต์ ที่ 20° C เซลล์อิ่มตัวนี้ไม่เหมาะในการทำงานทั่วไป เพราะเซลล์ชนิดนี้มีความไวต่ออุณหภูมิ
      เซลล์ไม่อิ่มตัว เหมาะในการนำไปใช้งานในห้องปฎิบัติการทั่วไป เพราะไม่ต้องควบคุมอุณหภูมิ แรงดันไฟฟ้ามีค่า
1.0180 V ถึง 1.0200 V ที่อุณหภูมิ 10° C ถึง 40° C       
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #17 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2011, 10:35:21 pm »

ไฟล์ การใช้เครื่องวัดทางไฟฟ้า คลิกที่ไฟล์เพื่อดาวน์โหลด

* การใช้เครื่องวัดทางไฟฟ้า.pdf (175.67 KB - ดาวน์โหลด 8831 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #18 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2011, 10:58:25 pm »

รวมมิตรเวปเครื่องมือวัดทางไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์

http://web.ruammid.com/go.php?url=http://www.exclusivebb.com/otherwebsite/robotswu/board/index.php?topic=177.0

http://www.rmutphysics.com/charud/scibook/electric4/bottee5.htm


บทเรียนออนไลน์ เครื่องมือวัดไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

http://www.nsru.ac.th/learning2009/learningw16.html

http://www.kruchanpen.com/WEB/unit1/unit1_1.html

http://pansak.50megs.com/Measu01/sheet01.html
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.231 วินาที กับ 22 คำสั่ง