RmutPhysics.com
สิงหาคม 16, 2022, 08:31:45 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
  หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
  แสดงกระทู้
หน้า: [1] 2 3 ... 5
1  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: การทดลองเสมือน เรื่อง Frank-hertz เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2011, 03:39:30 pm
กระผมนายชัยวัฒน์ คำพันเกิด คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์เครื่องกล รหัส 115011113029-2 sec.02 เลขที่ 3 ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 8/02/2554 เวลา 15.37 น. ที่หอพักโอนิน5
สรุปได้ว่า
ความเร็วของอิเล็กตรอนหลังจากถูกปล่อยออกมาจาก F และเคลื่อนที่มาถึง G คือ
                                          1/2mv^2 = eV๐
     เมื่อมีค่าเพิ่มขึ้นความเร็วของอิเล็กตรอนมากขึ้นด้วย ในขณะที่อิเล็กตรอนเคลื่อนที่จาก F ไปยัง P จะมีการชนกับอะตอมของธาตุที่อยู่ในสภาพเป็นไอ ซึ่งบรรจุไว้ในหลอดทดลอง ถ้าความเร็วของอิเล็กตรอนต่ำ การชนกันจะไม่สามารถกระตุ้นอะตอมได้ และอิเล็กตรอนเพียงแต่เปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่เท่านั้น ด้วยเหตุนี้อิเล็กตรอนที่เคลื่อนที่มาถึง G จึงมีพลังงานเหลือมากพอที่จะผ่านศักย์หน่วง Vr ไปยัง P ได้ เมื่อ V๐  เพิ่มขึ้น อิเล็กตรอนจะเคลื่อนที่ไปถึง P ได้มากขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มกระแส Ip  และต่อมาเพื่อเพิ่ม V๐  จนกระทั่งถึงค่าหนึ่ง อิเล็กตรอนมีพลังงานมากพอที่จะชนกับอะตอมแล้วอะตอมถูกกระตุ้นในกรณีนี้อิเล็กตรอนจะสูญเสียพลังงานเกือบทั้งหมด เมื่ออิเล็กตรอนเหล่านี้เคลื่อนที่ไปถึง G แล้วจะไม่มีพลังงานพอที่จะผ่านศักย์หน่วง Vr ดังนั้นกระแสจะลดลงอย่างรวดเร็ว และต่อมาเมื่อ V๐  เพิ่มขึ้นอีก กระแส Ip จะเพิ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

2  ฟิสิกส์ 2 / นิวเคลียร์ / Re: ทดสอบออนไลน์เรื่องระเบิดนิวเคลียร์ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2011, 03:16:38 pm
กระผมนายชัยวัฒน์ คำพันเกิด คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์เครื่องกล รหัส 115011113029-2 sec.02 เลขที่ 3 ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 8/02/2554 เวลา 15.15 น. ที่หอพักโอนิน5
      ทำการทดสอบเรื่อง นิวเคลียร์
      เลือกทำ 5 ข้อ ได้ 1 ข้อ
3  ฟิสิกส์ 2 / นิวเคลียร์ / Re: หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ฟิสิกส์นิวเคลียร์ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2011, 03:09:23 pm
กระผมนายชัยวัฒน์ คำพันเกิด คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์เครื่องกล รหัส 115011113029-2 sec.02 เลขที่ 3 ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 8/02/2554 เวลา 15.07 น. ที่หอพักโอนิน5
สรุปได้ว่า
     สารกัมมันตภาพรังสี คือ ธาตุที่สามารถให้พลังงานออกมาในรูปของอนุภาค ได้แก่ แอลฟา บีตา หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เช่น รังสีแกมมา เกิดจากการที่มีนิวเคลียสของธาตุเหล่านี้อยู่ในสภาวะไม่เสถียรนิวเคลียส เหล่านี้จะปลดปล่อยพลังงานออกมาจนกระทั่งนิวเคลียสเหล่านี้อยู่ในสภาวะเสถียร
     ชนิดของรังสีมี 3 ชนิดคือ
     1.รังสีแอลฟา ประจุไฟฟ้าเป็นบวก
     2.รังสีแกมมา ประจุไฟฟ้าเป็นกลาง
     3.รังสีบีตา ประจุไฟฟ้าเป็นลบ
     องค์ประกอบของนิวเคลียส ประกอบด้วยอนุภาคโปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอน
4  ฟิสิกส์ 2 / นิวเคลียร์ / Re: หญิงเหล็กกับเรเดียม เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2011, 02:56:27 pm
กระผมนายชัยวัฒน์ คำพันเกิด คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์เครื่องกล รหัส 115011113029-2 เลขที่ 3 sec.02 ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 8/02/2554 เวลา 14.54 น. ที่หอพักโอนิน5
สรุปได้ว่า
   มารี สโกล์ดอฟสกา เกิดในบ้านเลขที่ 16 ถนนเฟรตา กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ อาคารหลังนี้ ได้รับการบูรณะเพื่อทำเป็นพิพิธภัณฑ์ แสดงผลงานและชีวิตของมารี กูรี มารี กูรี เป็นหนึ่งในคณะผู้บุกเบิกในการวิจัยเรื่องกัมมันตภาพรังสีเธอเป็นผู้ค้นพบเรเดียม ซึ่งเปล่งกัมมันตภาพรังสีออกมาโดยธรรมชาติในขณะที่อะตอมแตกตัว เธอศึกษาค้นคว้าวิจัยในยุคที่ยังไม่มีใครรู้จักมหันตภัยของกัมมันตภาพรังสี ต้องดิ้นรนทำงานด้วยความขาดไร้ไม่ว่าจะเป็นเงินทุนสนับสนุน หรือการยอมรับนับถือจากสังคมรอบด้าน ทำงานหนักสายตัวแทบขาดทั้งๆที่ป่วยไข้ในระดับที่ไม่มีมนุษย์คนไหนทานทนได้ และต้องฝืนกระแสความเชื่อประจำยุคนั้นที่ว่า ผู้หญิงไม่มีทางเป็นนักวิทยาศาสตร์ได้  ในท้ายที่สุด มารีกูรี ก็ประกาศศักดิ์ศรีนักวิทยาศาสตร์ให้ผู้คนประจักษ์กันทั่วโล
5  ฟิสิกส์ 2 / นิวเคลียร์ / Re: นิวเคลียร์และการใช้ประโยชน์ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2011, 02:38:36 pm
กระผมนายชัยวัฒน์ คำพันเกิด คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์เครื่องกล รหัส 115011113029-2 sec.02 เลขที่ 3 ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 8/02/2554 เวลา 14.37 น. ที่หอพักโอนิน5
สรุปได้ว่า
      ประโยชน์ของพลังงานนิวเคลียร์ในกิจการต่างๆ
      1. กิจการอุตสาหกรรม
      การใช้วัสดุกัมมันตรังสี และเทคนิคทางรังสีในทางอุตสาหกรรม ซึ่งเรียกว่า เทคนิคเชิงนิวเคลียร์
      2. ด้านการแพทย์และอนามัย
      เวชศาสตร์นิวเคลียร์ (Nuclear medicine) คือการนำเอาสารรังสีหรือ รังสีมาใช้ในการตรวจ การรักษา และด้านการค้นคว้าศึกษาการทำงานของระบบอวัยวะในร่างกายเพื่อช่วยในการตรวจวิเคราะห์หรือรักษาโรค บรรเทาความทุกข์ทรมานของผู้ป่วย และย่นระยะเวลาการรักษาในโรงพยาบาล
      3. ด้านการเกษตร ชีววิทยา และอาหาร
ประเทศไทยมีการเกษตรเป็นอาชีพหลักของประชากร โครงการใช้นิวเคลียร์เทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมกิจการเกษตร เป็นต้นว่าการเพิ่มผลผลิตและเพิ่มคุณภาพ ของผลิตผลซึ่งกำลังแพร่ขยายออกไปสู่ชนบทมากขึ้น
6  ฟิสิกส์ 2 / นิวเคลียร์ / Re: โครงการแมนแฮตตัน เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2011, 01:55:52 pm
กระผมนายชัยวัฒน์ คำพันเกิด คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์เครื่องกล รหัส 115011113029-2 sec.02 เลขที่ 3 ได้เข้าตอบกระทู้วันที่ 8/02/2554 เวลา 13.54 น. ที่หอพักโอนิน5
สรุปได้ว่า
     ในปี ค.ศ. 1932 เจมส์ แชดวิก นักฟิสิกส์แห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ได้พบว่า ในนิวเคลียสของอะตอมนั้น ไม่ได้มีแต่เพียงอนุภาคโปรตอนซึ่งมีประจุบวกเท่านั้น แต่นิวเคลียสยังประกอบด้วยอนุภาคอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งมีสถานะเป็นกลางทางไฟฟ้า คือไม่มีประจุ แชดวิกเรียกอนุภาคที่ค้นพบใหม่นี้ว่า นิวตรอน ซึ่งมีความหมายตามรากศัพท์ว่า เป็นกลาง การค้นพบนิวตรอนนี้ทำให้เกิดความก้าวหน้าขึ้นในวงการฟิสิกส์ด้านอะตอมเป็นอย่างมาก เพราะทำให้ปัญหาที่เคยเป็นปริศนาหลายเรื่องได้รับการแก้ไขให้กระจ่าง
 
 
7  ฟิสิกส์ 2 / นิวเคลียร์ / Re: การทดลองเสมือนเรื่อง ไอโซโทป เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2011, 01:36:01 pm
กระผมนายชัยวัฒน์ คำพันเกิด คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์เครื่องกล รหัส 115011113029-2 sec.02 เลขที่ 3 ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 8/02/2554 เวลา 13.35 น. ที่หอพักโอนิน5
สรุปได้ว่า
     ไอโซโทปคืออะตอมของธาตุเดียวกันมีจำนวนโปรตอนเท่ากันแต่มีจำนวนนิวตรอนต่างกัน  ธาตุไฮโดรเจนมีสามชนิด  
     -ไฮโดรเจนชนิดที่หนึ่ง ไม่มีนิวตรอนอยู่ในบริเวณนิวเคลียสเลย  เราเรียกไฮโดรเจนชนิดนี้ว่าไฮโดรเจนธรรมดา  
     -ไฮโดรเจนชนิดที่สอง มีนิวตรอนอยู่ในนิวเคลียสหนึ่งนิวตรอน  เรียกว่าไฮโดรเจนหนักหรือดิวทีเรียม  
     -ไฮโดรเจนชนิดที่สาม มีนิวตรอนอยู่ในนิวเคลียสสองนิวตรอน  เรียกชื่อว่า Trituum ดิวทีเรียมและทริเซียมเป็นไอโซโทปของไฮโดรเจน

  
8  ฟิสิกส์ 2 / นิวเคลียร์ / Re: การทดลองเสมือน เรื่องการหาอนุกรมการสลายตัวของธาตุกัมมันตรังสี เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2011, 01:18:43 pm
กระผมนายชัยวัฒน์ คำพันเกิด คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์เครื่องกล รหัส 115011113029-2 sec.02 เลขที่ 3 ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 8/02/2554 เวลา 13.17 น. ที่หอพักโอนิน5
สรุปได้ว่า
     จาการทดลอง เมื่อเลือกTh232 จะเห็นว่าแท่งกราฟสีแดงจะลดลงอย่างลวดเร็วและแท่งกราฟPb208จะพุ่งสูงขึนและtimestep 1.39 เมื่อเลือก u238 จะเห็นว่ามีตัวธาตุเพิ่มขึ้น u234 Th230 Ra226 Pb210 Pb206 กราฟจะพุ่งขึ้นทางด้าน pb210 ตามลำดับ และจะค่อยๆลดลงแต่แท่งกราฟจะไม่สูงขึ้นจนสุด แต่ธาตุ Pb206 จะไม่ลง เมื่อเลือกPu2411 จะเห็นว่ามีธาตุ Pu241 Am241 Np237 U233 Th229 เมือกดปุ่ม Animate จะเห็นว่ามีการพุ่งขึ้นของกราฟทั้งหมดโดยเรียงตามลำดับ จากนั้นจะค่อยลดลงตามลำดับ
9  ฟิสิกส์ 2 / โครงสร้างของอะตอม / Re: ทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2011, 01:00:27 pm
กระผมนายชัยวัฒน์ คำพันเกิด คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์เครื่องกล รหัส 115011113029-2 เลขที่ 3 sec.02 ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 8/02/2554 เวลา 13.00 น. ที่หอพักโอนิน5
      เลือกทำ 5 ข้อ ทำได้ 1 ข้อ
10  ฟิสิกส์ 2 / โครงสร้างของอะตอม / Re: แบบจำลองอะตอม เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2011, 12:55:25 pm
กระผมนายชัยวัฒน์ คำพันเกิด คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์เครื่องกล รหัส 115011113029-2 sec.02 เลขที่ 3 ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 8/02/2554 เวลา 12.54 น. ที่หอพักโอนิน5
สรุปได้ว่า
หลักการของทอมสันคือ
1. อะตอมเป็นรูปทรงกลม ประกอบด้วยเนื้ออะตอมเป็นประจุบวกและมีอิเล็กตรอนเป็นประจุลบ กระจายอย่างสม่ำเสมอโดยปริมาณของประจุลบและบวกจะเท่ากัน
2. ทอมสันได้เสนอวิธีการจัดเรียงอะตอมให้มีความเสถียรมากที่สุด
หลักการทดลองของรัทเธอร์ฟอร์ด
1.อนุภาคแอลฟาทั้งหมดเบนไปจากแนวเดิมเป็นมุมใดๆ
2. อนุภาคแอลฟาทั้งหมดเบนไปจากแนวเดิมทุกทิศทางเท่ากัน
3. อนุภาคแอลฟาทั้งหมดเบนไปจากแนวเดิมเป็นมุมใดๆทั้งที่ส่วนใหญ่ผ่านเป็นแนวตรง
 
11  ฟิสิกส์ 2 / โครงสร้างของอะตอม / Re: การทดลองเสมือน เรื่อง การจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอม เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2011, 12:43:44 pm
กระผมนายชัยวัฒน์ คำพันเกิด คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์เครื่องกล รหัส 115011113029-2 เลขที่ 3 sec.02 ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 8/02/2554 เวลา 12.41 น. ที่หอพักโอนิน5
สรปได้ว่า
ใช้ หลักอาฟบาว (Aufbau principle) ในจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอม ซึ่งสรุปได้ดังนี้
    1.ใช้หลักของเพาลี ในการบรรจุอิเล็กตรอน คือ ในแต่ละออร์บิทัลจะบรรจุอิเล็กตรอนได้อย่างมากที่สุด 2 ตัว (มีสปินต่างกัน) ใช้เครื่องหมาย  แทนอิเล็กตรอนที่มีสปินขึ้น (spin up)
    2.บรรจุอิเล็กตรอนในออร์บิทัลที่มีระดับพลังงานต่ำสุดที่ยังว่างก่อน (เรียงลำดับออร์บิทัลตามลูกศรในรูป) จนครบจำนวนอิเล็กตรอนทั้งหมดในอะตอมนั้น การจัดเรียงอิเล็กตรอนแบบนี้จะทำให้อะตอมมีสถานะเสถียรที่สุดเพราะพลังงานรวมทั้งหมดของอะตอมมีค่าต่ำสุด
    3.การบรรจุอิเล็กตรอนในออร์บิทัลที่มีระดับพลังงานเท่ากันเช่นออร์บิทัล d จะใช้ กฎของฮุนด์ (Hund's rule) คือ"การบรรจุอิเล็กตรอนในออร์บิทัลที่มีระดับพลังงานเท่ากัน จะบรรจุในลักษณะที่ทำให้มีอิเล็กตรอนเดี่ยวมากที่สุด"
    4.การบรรจุอิเล็กตรอนที่ทุกๆออร์บิทัล มีระดับพลังงานเป็น degenerate (ระดับพลังงานเท่ากัน) ทุกออร์บิทัลอาจมีอิเล็กตรอนอยู่เต็ม (2 อิเล็กตรอนต่อ 1 ออร์บิทัล) หรือมีอิเล็กตรอนอยู่เพียงครึ่งเดียว (1 อิเล็กตรอนต่อ 1 ออร์บิทัล)
12  ฟิสิกส์ 2 / โครงสร้างของอะตอม / Re: การทดลองเสมือนเรื่อง โครงสร้างอะตอม เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2011, 12:25:07 pm
กระผมนายชัยวัฒน์ คำพันเกิด คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์เครื่องกล รหัส 115011113029-2 sec.02  เลขที่ 3 ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 8/02/2554 เวลา 12.24 น. ที่หอพักโอนิน5
สรุปได้ว่า
          หลักการของบอห์ร ที่สะท้อนมโนภาพนี้อย่างชัดเจนคือ ทฤษฎีความคล้องจอง (Correspondence Theory) และการเติมเต็ม (Principle of Complementarity) ซึ่งทั้งคู่เน้นความคล้ายกันแม้จะอยู่ใต้ความแตกต่างกัน นีลส์ บอห์ร เข้าใจมโนภาพของความกำกวม ณ ระดับลึกซึ้งที่สุด และงานของเขานี้ได้ค้นหาทางแก้ไขความกำกวมนี้ไปสู่ความกลมกลืนกันได้อย่างยิ่งใหญ่จากวัยเด็กที่ดูเหมือนบอห์รจะมีบุคลิกภาพขัดแย้งกับความเป็นอัจฉริยะของตนเอง ภาพวัยรุ่นตัวใหญ่ ขี้อาย ใส่เสื้อลงแป้งแข็ง แก้มย้อย ริมฝีปากหนา ท่าทางออกจะซุ่มซ่าม ไม่ได้บ่งบอกถึงความฉลาดเฉลียว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามันสมองของเขาจะถูกเก็บกัก การเติบโตพร้อมกับน้องชายที่ดูจะมีอะไรดีกว่าเขาทั้งหมดไม่ได้สร้างปมในใจเขาเลยสักนิด กลับผลักดันให้เขาสร้างผลงานอันยิ่งใหญ่เสียอีก การถูกเลี้ยงดูในครอบครัวของนักการศึกษามีส่วนให้บอห์รคิดเป็นอย่างมาก
13  ฟิสิกส์ 2 / โครงสร้างของอะตอม / Re: Niels Bohr เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2011, 12:06:20 pm
กระผมนายชัยวัฒน์ คำพันเกิด คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์เครื่องกล รหัส 115011113029-2 sec.02 เลขที่ 3 ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 8/02/2554 เวลา 12.04 น. ที่หอพักโอนิน5
สรุปได้ว่า
     โบร์ ได้เริ่มการศึกษาค้นคว้าครั้งแรกในปี ค.ศ. 1907 เกี่ยวกับเรื่องราวความดึงของผิวน้ำ และจากผลงานชิ้นนี้ โบว์ได้รับรางวัลผลงานเหรียญทองจากสมาคมวิทยายศาสตร์แห่งชาติเดนมาร์ก ต่อมาปีค.ศ. 1911 เกี่ยวกับเรื่องของอิเล็กตรอนของโลหะ เพื่อจัดทำวิทยานิพนธ์สำหรับปริญญาเอก ซึ่งเขาก็ประสบความสำเร็จสมดังใจ หลังจากรับปริญญาแล้วได้เดินทางไปประเทศอังกฤษ และพบกับเซอร์โจเซฟ จอห์น ทอมป์สัน ทั้งสองได้ร่วมทำการทดลองค้นคว้า ในห้องทดลองคาเวนดิช ม.เคมบริดจ์ และต่อมาได้ค้นคว้าร่วมกับ เออร์เนสรัทเธอร์ ฟอร์ด ม. แมนเชสเตอร์ ในเรื่ององค์ประกอบของอะตอม และตารางธาตุทั้งหมด
14  ฟิสิกส์ 2 / โครงสร้างของอะตอม / Re: เลเซอร์ลำแสงที่มีระเบียบ Laser ฟิสิกส์ 2000 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2011, 11:47:46 am
กระผมนายชัยวัฒน์ คำพันเกิด คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์เครื่องกล รหัส 115011113029-2 เลขที่ 3 sec.02 ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 8/02/2554  เวลา 11.45 น. ที่หอพักโอนิน5
สรุปได้ว่า
      แสงเลเซอร์ เป็นแสงที่มีระเบียบสูง และเป็นแสงอาพันธ์ นักวิทยาศาสตร์ทราบกันดีอยู่แล้วว่า แสงเป็นได้ทั้งอนุภาคกับคลื่น หรือเป็นได้ทั้งสองอย่างพร้อมๆกัน ถ้าเราสมมติว่าแสงเป็นอนุภาคเล็กๆ ลำแสงเลเซอร์ ก็คือลำของอนุภาคขนาดจิ๋วที่พุ่งไปข้างหน้าอย่างมีระเบียบ หรือถ้าเราสมมติให้แสงเป็นคลื่น ลำแสงเลเซอร์ก็คือ ลูกคลื่นที่มีความคลื่นเท่ากันทุกลูกคลื่น เมื่อโฟตอนเข้าชนกับอะตอม จะทำให้อะตอมอยู่ในสถานะถูกกระตุ้น ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น และเมื่อมันถูกพุ่งชนอีกครั้ง อะตอมจะปลดปล่อยโฟตอนใหม่ออกมา มีลักษณะเหมือนกับโฟตอนที่พุ่งเข้าชน และมีสีเดียวกัน ถ้ามีพลังงานมากพอจะพุ่งออกมาในทิศทางเดียวกัน เราเรียกกระบวนการนี้ว่า การปล่อยโฟตอนแบบกระตุ้น (Stimulated  emission)
15  ฟิสิกส์ 2 / โครงสร้างของอะตอม / Re: วีดีโอเรื่อง ต้นกำเนิดของแสงเลเซอร์ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2011, 11:26:31 am
กระผมชัยวัฒน์ คำพันเกิด คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์เครื่องกล รหัส 115011113029-2 เลขที่ 3 sec.02 ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 8/02/2554 เวลา 11.24 น.  ที่หอพักโอนิน5
มีความเห็น               
      แสงเลเซอร์เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความยาวคลื่นใดความยาวคลื่นหนึ่งในแถบสเปกตรัมของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งอาจอยู่ในช่วงระหว่างรังสีอินฟาเรดถึงรังสีอุลตร้าไวโอแลตรวมตลอดความยาวคลื่นของแสงที่มองเห็น สารที่นำไปใช้ผลิตแสงเลเซอร์มี 4 ประภทคือ เลเซอร์แก๊ส เลเซอร์ของเหลว เลเซอร์ของแข็ง เลเซอร์ไดโอด
16  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: วีดีโอ เรื่อง ฟิสิกส์ควอนตัม เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2011, 09:34:36 pm
กระผมนายชัยวัฒน์ คำพันเกิด คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์เครื่องกล รหัส 115011113029-2 sec.02  เลขที่ 3 ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 7/02/2554  เวลา 21.32 น. ที่หอพักโอนิน5
สรุปได้ว่า
        นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน ชื่อว่า แม็กฟลักช์ เรียกกฎใหม่นี้ว่า ทฤษฎีควอนตัม มันคือการค้นพบที่สำคัญทฤษฎีนี้เกิดในปี 1900 เพราะว่าเกิดการทำงานด้านฟิสิกส์มาก มีการค้นพบปรากฎการณ์ใหม่ที่ละเมิดกฎของนิวตัน ตัวอย่างเช่น มาตาม กิวรี ปรับปรุงสิ่งที่เรียกว่า เรเดียม เรเดียมมีคุณสมบัติพิเศษในการเรืองแสง อนุภาคเกิดขึ้นจากความว่างเปล่า เพราะว่าพลังงานเกิดขึ้นจากความว่างเปล่า ในปี 1900 คนคิดว่าสามารถตัดพลังงานไฟฟ้าได้ไม่รู้จบ แม็กฟลังก์บอกว่าพลังงานเกิดขึ้นเป็นกลุ่ม เรียกว่า ควอนตัม แสงมาจากกลุ่มก้อน สสารมีคุณสมบัติเหมือนคลื่น
        ควอนตัมเป็นก้าวเล็กที่สุดเกิดขึ้นในธรรมชาติ แต่กลับเป็นก้าวที่มีความยิ่งใหญ่ในด้านความคิดของมนุษย์เรา ทรัพย์อะตอมมิคอะตอมหรืออนุภาคต่าง ๆ ในอะตอม เช่น อิเล็คตรอนจะเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่ง สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในโลกธรรมดา แต่กลับเป็นเรื่องปรกติของอะตอมในโลกของทรัพย์อะตอมมิคอะตอมและส่วนประกอบอื่น ๆ เป็นไปตามกฏที่แตกต่างของกฏของสารขนาดใหญ่โดยสิ้นเชิง
17  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: แผ่นใสเรื่อง ทฤษฎีควอนตัม เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2011, 09:17:33 pm
กระผมนายชัยวัฒน์ คำพันเกิด คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์เครื่องกล รหัส 115011113029-2 sec.02 เลขที่ 3 ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 7/02/2554 เวลา 21.15 น. ที่หอพักโอนิน5
สรุปได้ว่า
    Max Planck  ศึกษารังสีที่ปล่อยจากของแข็งที่ร้อน พบว่า  อะตอม /โมเลกุลจะคาย/ดูดกลืนพลังงานเพียงบางค่าเท่านั้น พลังงานน้อยที่สุดที่อะตอม; โมเลกุลคาย; ดูดกลืน ในรูปของรังสีแม่เหล็กไฟฟ้า เรียกว่า ควอนตัม ( Quantum )ตามทฤษฎีควอนตัมของพลังค์ อะตอมดูดกลืนพลังงานเท่ากับผลคูณของเลข   
จำนวนเต็มบางค่ากับ hu (hu , 2 hu, 3 hu,... )
 แบบจำลองของโบร์  (Bohr  Model)  ตั้งสมมติฐานเพื่ออธิบายไฮโดรเจนอะตอม โดยสรุปว่า
1. e- ในไฮโดรเจนอะตอมเคลื่อนที่เป็นวงกลมรอบนิวเคลียส e- ในอะตอมไม่สามารถมีพลังงานปริมาณใดๆ
   ได้ทุกค่าแต่จะอยู่ในวงโคจรที่มีรัศมีบางค่า ซึ่งสอดคล้องกับพลังงานบางค่าเท่านั้น
2. e- ในวงโคจรหนึ่งเมื่อดูดกลืน/คายพลังงานจะเปลี่ยนจากวงโคจรหนึ่งไปยังวงโคจรอื่น
   พลังงานที่ e- ดูดกลืน/คาย หาได้จาก Bohr equation = 1312.3 kJ/mol เป็นไปตามกฏ
18  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: การเคลื่อนย้ายมนุษย์ (Teleportation) เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2011, 09:00:28 pm
กระผมนายชัยวัฒน์ คำพันเกิด คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์เครื่องกล รหัส 115011113029-2 เลขที่ 3 sec.02 ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 7/02/2554 เวลา 21.00 น. ที่หอพักโอนิน5
สรุปได้ว่า
      มนุษย์ปกติที่มีรูปร่างพอดี  ประกอบด้วยอะตอมทั้งหมดประมาณ  1028  อะตอม   คือมี เลข  0  อยู่หลังเลข 1  จำนวน  28  ตัว   เครื่องจะต้องอ่านข้อมูลของอะตอมทุกๆตำแหน่ง  และส่งข้อมูลไปยังที่ใหม่  เพื่อให้อะตอมในที่ใหม่จัดเรียงตัวกันตามข้อมูลนี้  กลายเป็นคนเดิม  โดยที่คนเดิมในตำแหน่งเริ่มต้นหายไป  (ถ้าไม่หายยุ่งแน่ กลายเป็นสองคน)
      ความคิดเหล่านี้ดูคล้ายความฝัน   ซึ่งเมื่อก่อนไม่เคยมีใครคิดว่าจะส่งเอกสารด้วยเครื่อง แฟกซ์ได้    ไม่เคยมีใครคิดว่า เราจะก็อปปี้เอกสารต้นฉบับ ได้เหมือนกับต้นฉบับทุกประการ  ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นเรื่องธรรมดาไป 
      จากนี้จนถึงอนาคตอันไกลโพ้น   เราคงต้องไปอาศัยอยู่ ณ ดาวดวงอื่น ดังนั้นการเคลื่อนที่แบบเดิมที่ใช้เวลานาน คงยกเลิกไป และ การเคลื่อนที่แบบเทเลพอเทชั่น จะเป็นทางเลือกหนึ่ง ที่พวกเราต้องพัฒนาขึ้นให้ได้
19  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: การทดลองเสมือนเรื่อง ปรากฎการณ์คอมป์ตัน เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2011, 08:46:09 pm
กระผมนายชัยวัฒน์ คำพันเกิด คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์เครื่องกล รหัส 115011113029-2 sec.02 เลขที่ 3 ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 7/02/2554 เวลา 20.44 น. ที่หอพักโอนิน5
สรุปได้ว่า
     ปรากฎการณ์คอมป์ตัน (The compton effect)
     E  =   พลังงานจลน์รวมเริ่มต้นของโฟตอนก่อนชน  หน่วยเป็น  Kev
     E'  =   พลังงานจลน์ของโฟตอน ที่กระเจิง  หน่วยเป็น  Kev
     h  =   6.62  x  10-34    จูล.วินาที
     c  =   3  x 108   เมตร/วินาที่
     Theta  =   มุมที่โฟตอนกระเจิง
     ปรากฏการณ์คอมป์ตันเป็นหลักฐานชัดเจนที่แสดงให้เห็นธรรมชาติของคลื่นแม่ ไฟฟ้าว่า มีลักษณะเป็นอนุภาค ทั้งนี้คอมป์ตัน(A.H. Compton) ได้ศึกษาการกระเจิงของรังสีเอกซ์ โดยรังสีเอกซ์ทำอันตรกิริยากับอนุภาคเป้าแล้วเกิดการเบนของรังสีเอกซ์ หรือบางกรณีนอกจากการเบนรังสีแล้วความยาวคลื่นยังเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมด้วย กระบวนการนี้เรียนว่า การจระเจิง(scattering)
20  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: แมกซ์ แพลงค : Max Planck เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2011, 08:23:57 pm
กระผมนายชัยวัฒน์ คำพันเกิด คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์เครื่องกล รหัส 115011113029-2 sec.02 เลขที่ 3 ได้เข้ามาตอบเมื่อวันที่ 7/02/2554  เวลา 20.22 น. ที่หอะักโอนิน5
สรุปได้ว่า 
     ในปี ค.ศ.1900 แพลงคได้ทำการค้นคว้าเกี่ยวกับเทอร์โมไดนามิค (Thermo dynamic) ซึ่งเป็นผลงานที่ทำให้เขาได้รับมอบปริญญาเอก ต่อจากนั้นเขาได้ทำการค้นคว้าเกี่ยวกับการแผ่รังสีของวัตถุ แพลงคพบว่าเมื่อวัตถุมีอุณหภูมิสูงขึ้นมักจะเปลี่ยนสี เช่น เมื่อโลหะได้รับความร้อนจะเปลี่ยนเป็นสีแดง เพราะฉะนั้นเมื่อวัตถุถูกทำให้ร้อนขึ้นย่อมแผ่รังสีความร้อนออกไป แพลงคได้ทำการทดลองต่อไป เพื่อค้นหาลักษณะของรังสีที่แผ่ออกมา แพลงคพบว่ารังสีจะแผ่ออกมาเป็นระยะ ๆ และเป็นอนุภาคเล็ก ๆ ที่เรียกว่า ควอนตัม ไม่ได้ปล่อยออกมาเรื่อย ๆ ตลอดเวลาเขาได้ตั้งชื่อทฤษฎีนี้ว่า ทฤษฎีควอนตัม เขาได้นำผลงานเกี่ยวกับทฤษฎีควอนตัมเสนอต่อสมาคมฟิสิกส์แห่งเบอร์ลิน เมื่อทฤษฎีของเขาเผยแพร่ออกไปแล้ว แต่ก็ไม่เป็นที่ยอมรับกันเท่าไรนัก
21  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: การทดลองเสมือน ฟิสิกส์ 2000 เรื่อง พฤติกรรมประหลาดทางควอนตัม เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2011, 08:00:05 pm
กระผมนายชัยวัฒน์ คำพันเกิด คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์เครื่องกล รหัส 115011113029-2 เลขที่ 3 sec.02 ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 7/02/2554 เวลา 19.58 น. ที่หอพักโอนิน5
สรุปได้ว่า
     เรื่องพฤติกรรมประหลาดของควอนตัม
     วัตถุที่มีขนาดเล็กมากๆ จนถึงระดับโมเลกุล และอะตอม  มันมีพฤติกรรมที่ไม่เหมือนกับวัตถุทีมีขนาดใหญ่ทั่วไป และเรียกมันว่า ควอนตัมสามารถรวมคลื่น 2  กระบวนให้มีแอมพลิจูดเพิ่มขึ้นได้ ถ้ายอดคลื่นของกระบวนหนึ่งรวมกับยอดคลื่นของอีกกระบวนหนึ่ง  หรือท้องคลื่นกระบวนหนึ่งรวมกับท้องคลื่นของอีกกระบวนหนึ่งก็ได้
     เรื่องทดลองช่องแคบคู่
     คลื่นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงกว่าคลื่นน้ำมากเราจึงไม่เห็นการกระเพื่อมขึ้นลงเหมือนกับคลื่นน้ำ แต่จะเห็นเป็นริ้วรอยมืดและสว่าง ซึ่งก็คือการแทรกสอดแบบเสริมและหักล้างไปปรากฏบนฉากแทน
     เรื่องแทรกสอดของอนุภาค
     ถ้าปืนกลส่ายไปมา  ลูกกระสุนก็วิ่งผ่านช่องแคบกระจายออกเป็น 2  บริเวณ กระสุนที่วิ่งเข้าไปในช่องที่หนึ่ง ไปชนกับกระสุนที่วิ่งเข้ามาที่ช่องสอง   และทำให้กระสุนกระเด็นออกไป  เกิดเป็นช่องว่างขึ้น  กำแพงบริเวณนั้นก็ไม่มีรอยกระสุน
22  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: เออร์วิน ชโรดิงเจอร์ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2011, 07:44:47 pm
กระผมชัยวัฒน์ คำพันเกิด คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์เครื่องกล รหัส 115011113029-2 sec.02 เลขที่ 3 ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 7/02/2554 เวลา 19.40 น. ที่หอพักโอนิน5
สรุปได้ว่า           
     สมการของนิวตันและสมการคลื่นของชโรดิงเจอร์ เป็นเครื่องมือที่นักศึกษาฟิสิกส์ทั่วโลก ต้องใช้ในการศึกษาสภาพการเคลื่อนที่ของวัตถุหรืออนุภาคที่มีแรงมาเกี่ยวข้องด้วย แต่ต่างกันตรงที่สมการของนิวตัน (ที่รู้จักกันดีในรูปของ F=ma) เป็นสมการที่ใช้สำหรับการเคลื่อนที่ของวัตถุขนาดใหญ่ และเกี่ยวข้องกับความเร็วไม่สูงมาก (เมื่อเปรียบเทียบกับความเร็วแสง) ซึ่งมักจะเรียกรวมๆ เป็นปัญหาการเคลื่อนที่ของวัตถุในระดับของฟิสิกส์ยุคเก่า หรือ Classical Physics ส่วนสมการคลื่นของชโรดิงเจอร์ เป็นสมการที่ใช้สำหรับการแก้ปัญหาเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของวัตถุในระดับควอนตัม หรือ Quantum Mechanics เช่น ระดับอิเล็กตรอนในอะตอม หรือการเคลื่อนที่ของอนุภาคองค์ประกอบพื้นฐานของวัตถุในจักรวาล
23  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: การทดลองเสมือนเรื่อง การแผ่รังสีของวัตถุดำ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2011, 07:27:45 pm
กระผมนายชัยวัฒน์ คำพันเกิด คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์เครื่องกล รหัส 115011113029-2 sec.02 เลขที่ 3 ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 7/02/2554 เวลา 19.25 น. ที่หอพักโอนิน5
สรุปได้ว่า
     กฎของสตีฟาน พลังงานต่อหน่วยหน่วยปริมาตรของทุกๆความถี่ที่แผ่ออกมาวัตถุดำ จะแปรผกผันตรงกับกำลังสี่ของอุณหภูมิ
                         u = eซิกม่าร์T^4
     เมื่อซิกม่าร์ คือ ค่าคงที่ของสตีฟาน = 5.67x10^-18 (v/m^2 k^4)
     e คือ ความสามารถในการแผ่รังสี ถ้าเป็นวัตถุดำจะมีค่าเท่ากับ 1
     กฎ ของวีน วัตถุทุกชิ้นที่มีอุณหภูมิสูงกว่าองศาสมบูรณ์จะมีการแผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ออกมาเสมอ เมื่อวัตถุมีอุณหภูมิต่ำรังสีส่วนใหญ่ที่แผ่ออกมามีความถี่ อยู่ในย่านที่มนุษย์มองไม่เห็น
24  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: การทดลองเสมือนเรื่อง Photoelectric effect เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2011, 07:07:34 pm
กระผมนายชัยวัฒน์ คำพันเกิด คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์เครื่องกล รหัส 115011113029-2 เลขที่ 3 sec.02 ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 7/02/2554 เวลา 19.05 น. ที่หอพักโอนิน5
สรุปได้ว่า
     ปรากฏการณ์ที่แสงความถี่สูงๆเมื่อฉายไปยังโลหะ ทำให้โลหะสูญเสียประจุเรียกว่า photoelectric effect. ปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับโลหะหลายชนิดถ้าความยาวคลื่นของแสงไม่มากเกินไป สำหรับโลหะแต่ละชนิดจะมีขีดจำกัดของความยาวคลื่นของแสงที่จะไม่ทำให้เกิดปรากฏการณ์นี้ได้เลยไม่ว่าแสงจะมีความเข้มสูงสักเท่าไรก็ตาม ปรากฏการณ์นี้สร้างความฉงนให้กับนักวิทยาศาสตร์อยู่ระยะหนึ่ง
     อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เป็นผู้อธิบายได้เมื่อปี 1905 โดยอธิบายว่า : แสงประกอบด้วยอนุภาคที่เรียกว่าโฟตอน (photons) พลังงานของโฟตอนมีค่าเป็นสัดส่วนโดยตรงความถี่ของแสง ในการทำให้อีเล็กตรอนหลุดจากผิวโลหะต้องใช้พลังงานจำนวนหนึ่งซึ่งขึ้นกับชนิดของโลหะ เรียกว่าฟังก์ชันงาน (work function) ถ้าพลังงานของโฟตอนมากกว่านี้ก็จะสามารถทำให้อีเล็กตรอนหลุดจากผิวโลหะได้
25  ฟิสิกส์ 2 / กลศาสตร์ควอนตัม / Re: เวิร์นเนอร์ ไฮเซนเบิร์ก (Werner Heisenberg) เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2011, 06:52:29 pm
กระผมนายชัยวัฒน์ คำัพันเกิด คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์เครื่องกล รหัส 115011113029-2 sec.02 เลขที่ 3 ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 7/02/2554 เวลา 18.50 น.ที่หอพักโอนิน5
สรุปได้ว่า
     ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกว่า เยอรมนีเป็นประ เทศที่มีนักฟิสิกส์ชั้นยอดระดับโลก มากที่สุดในโลก ไม่ว่าจะเป็น อัลเบิร์ต ไอน์-สไตน์ เอนริโด เฟอร์มี ผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างปฏิกิริยานิวเคลียสแบบฟิชชัน ปีเตอร์ ดีบาย ( Peter Debye ) นักฟิสิกส์ชาวเนเธอร์แลนด์ แต่ดำรงตำแหน่งสำคัญเป็นผู้อำนวยการสถาบันไกเซอร์ วิลเฮล์ม ในกรุงเบอร์ลิน ทว่า เมื่อนาซีเรืองอำนาจ จนกระทั่งการระเบิดของสงครามโลกครั้งที่สอง นักฟิสิกส์สำคัญเหล่านี้ก็พากันหนีหรืออพยพออกไปจากประเทศเยอรมนี
     เวิร์นเนอร์ ไฮเซนเบิร์ก เป็นนักฟิสิกส์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของวงการฟิสิกส์โลก เขาได้รับรางวัลโนเบล สายฟิสิกส์ ประจำปี ค.ศ.1932 ขณะมีอายุเพียง 31 ปี เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาทฤษฎีควอนตัม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "The Uncertainty Principle" หรือ หลักความไม่แน่นอน ซึ่งเป็นหลักการสำคัญหลักการหนึ่งของทฤษฎีควอนตัม และเป็นส่วนที่ทำให้ไอน์สไตน์ ไม่สู้จะสบายใจ เพราะไอน์สไตน์ไม่ชอบความไม่แน่นอน และเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับการรวมแรงพื้นฐาน 4 ชนิด เข้าด้วยกัน
26  ฟิสิกส์ 2 / ทฤษฎีสัมพัทธภาพ / Re: ฟิสิกส์ของกาลเวลา เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2011, 08:50:16 pm
กระผมนายชัยวัฒน์ คำพันเกิด คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์เครื่องกล รหัส 115011113029-2 sec.02 เลขที่ 3 ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 2/02/2554 เวลา 20.47 น. ที่หอพักโอนิน5
มีความเห็นในกระทู้ว่า
เวลาตามแนวคิดของนิวตัน
  -เวลาของนิวตันแยกจากตำแหน่งเสมือนหนึ่งทางรถไฟทอดยาวถึงอนันต์ทั้งสองทิศทาง
เวลาตามแนวคิดของไอน์สไตน์
  -สิ่งที่ใช้ลำดับเหตุการณ์ วัดได้โดยนาฬิกา
ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ
  -ระยะทางและเวลามีค่าสัมพัทธ์คือเปลี่ยนแปลงได้ตามความเร็วของแสงได้คงที่
ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป 
  -รวมมิติของเวลาเข้ากับมิติของตำแหน่งเป็นตำแหน่ง-เวลา
  -รวมความโน้มถ่วงเข้ามา
ข้อแตกต่างเรื่องความโน้มถ่วง
  -นิวตัน แรงดึงดูของวัตถุที่ส่งมากระทำซึ่งกันและกัน
  -ไอน์สไตน์ การกระจายของสสารและพลังงาน ทำให้ตำแหน่ง-เวลา โค้งหรือบิดงอ
27  ฟิสิกส์ 2 / ทฤษฎีสัมพัทธภาพ / Re: วีดีโอทฤษฎีสัมพัทธภาพ 1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2011, 07:07:52 pm
กระผมนายชัยวัฒน์ คำันเกิด คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์เครื่องกล รหัส 115011113029-2 เลขที่ 3 sec.02 ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 2/02/2554 เวลา 19.06 น. ที่หอพักโอนิน5
สรุปได้ว่า
     ทฤษฎีสัมพัทธภาพ ของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เป็นกลุ่มของทฤษฎีทางฟิสิกส์ 2 ทฤษฎี คือ ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษและทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป
     ทฤษฎีทั้งสองนี้ถือกำเนิดขึ้นเพื่อใช้อธิบายข้อเท็จจริงที่ว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านั้นไม่ได้ประพฤติตนตามกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัวคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่โดยไม่ขึ้นกับการเคลื่อนที่ของผู้สังเกต แนวคิดหลักของทั้ง 2 ทฤษฎีนี้ คือ แม้ผู้สังเกตสองคนที่กำลังเคลื่อนที่สัมพัทธ์กันนั้นอาจจะตรวจวัดการเปลี่ยนแปลงของเวลาและตำแหน่งได้ต่างกันสำหรับเหตุการณ์หนึ่งๆ แต่ทั้งสองจะยังคงสังเกตเห็นเนื้อหาของกฎทางฟิสิกส์ที่เหมือนกัน
28  ฟิสิกส์ 2 / ทฤษฎีสัมพัทธภาพ / Re: ไอน์สไตน์อธิบายความสัมพันธ์ของมวลกับพลังงาน เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2011, 06:56:55 pm
กระผมนายชัยวัฒน์ คำพันเกิด คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์เครื่องกล รหัส 115011113029-2 sec.02 เลขที่ 3 ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 2/02/2554 เวลา 18.56 น. ที่หอพักโอนิน5
สรุปได้ว่า
      เป็นไปตามทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ ที่มวลและพลังงานทั้งคู่อยู่ในสิ่งเดียวกัน แต่แสดงออกแตกต่างกันออกไป นับเป็นแนวคิดที่ไม่คุ้นเคยสำหรับสติปัญญาในระดับธรรมดา ยิ่งกว่านั้นสมการ อี เท่ากับเอ็มซียกกำลังสอง ในพลังงานนั้นทำให้เท่ากับมวล แล้วคูณด้วยความเร็วแสงยกกำลังสอง แสดงให้เห็นถึงมวลจำนวนเล็กๆ อาจจะเปลี่ยนเป็นพลังงานมหาศาลได้ หรือในทางกลับกันพลังงานมหาศาลก็เปลี่ยนเป็นมวลเพียงเล็กน้อยได้เช่นกัน มวลและพลังงานมีความสมมูล (มีค่าเท่ากัน) ตามสูตรที่อ้างถึงก่อนหน้านี้ ซึ่งค็อกครอฟท์กับวอลตันเคยทำการทดลองเร่งอนุภาคไว้เมื่อปี 1932
29  ฟิสิกส์ 2 / ทฤษฎีสัมพัทธภาพ / Re: ชีวิตการทำงานของไอน์สไตน์ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2011, 06:50:02 pm
กระผมนายชัยวัฒน์ คำพันเกิด คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์เครื่องกล รหัส 115011113029-2 sec.02 เลขที่ 3 ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 2/02/2554 เวลา 18.49 น. ที่หอพักโอนิน5
สรุปได้ว่า
     ในช่วงศตวรรษที่ 19-20 ไอน์สไตน์ถือว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด และอาจกล่าวได้ว่า เขาคือผู้ยุติสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยระเบิดปรมาณูอันทรงอานุภาพแห่งการทำลายล้าง เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดขึ้น ไอน์สไตน์ ได้ส่งจดหมายฉบับหนึ่งถึงประธานาธิบดีแฟรงคลิน ดี. รูสเวลท์ (Franklin Delano Roosevelt) เกี่ยวกับคุณประโยชน์ของ แร่ยูเรเนียมที่สามารถนำมาสร้างลูกระเบิดพลังงานการทำลายสร้างรุนแรง เพื่อบังคับให้ญี่ปุ่นประกาศแพ้สงคราม และนำสันติภาพ มาสู่โลกอีกครั้งหนึ่ง ฝ่ายสัมพันธมิตรจึงตกลงทิ้งระเบิดปรมาณูลูกแรกของโลกลงที่เมืองฮิโรชิมา (Hiroshima) ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งส่งผลให้คนเสียชีวิตทันทีกว่า 60,000 คน และเสียชีวิตภายหลังอีกกว่า 100,000 คน
30  ฟิสิกส์ 2 / ทฤษฎีสัมพัทธภาพ / Re: การทดลองของ (Michelson-Morley Experiment) เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2011, 06:31:22 pm
กระผมนายชัยวัฒน์ คำพันเกิด คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์เครื่องกล รหัส 115011113029-2 sec.02 เลขที่ 3 ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 2/02/2554 เวลา 18.30 น. ที่หอพักโอนิน5
สรุปได้ว่า
     ลำแสงที่สะท้อนจากกระจก  M1   ผ่านกระจกแยก  BS  และทะลุผ่านไปยังฉาก  S   ส่วนลำแสงที่สะท้อนจากกระจก   M2   ไปที่กระจกแยก BS  และสะท้อนไปที่ฉาก  S   เกิดการแทรกสอดเป็นริ้วรอยมืดสว่างบนฉาก  S     เลนส์  DL  ช่วยขยายริ้วรอยแทรกสอดให้มีขนาดใหญ่
      เนื่องจากเป็นเครื่องมือวัดละเอียด   อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในระดับ  จึงจะเกิดริ้วรอยแทรกสอดดังรูปได้   ถ้าคุณจับโต๊ะ  จะทำให้โต๊ะเกิดการสั่นสะเทือน  แม้เพียงเล็กน้อยโดยคุณไม่สามารถสังเกตเห็น  ริ้วรอยแทรกสอดจะสั่นสะเทือนให้เห็นอย่างชัดเจน   ดังนั้นเครื่องมือนี้จึงมีความไวมากในการวัดความสั่นสะเทือน
      สิ่งที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มีหลายอย่างดังเช่น   รถวิ่งผ่าน   คนเดินผ่าน   จานตกแตก  หรือแม้แต่ลิฟท์ในตึกที่เคลื่อนที่ขึ้นและลง  อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้ทั้งสิ้น
หน้า: [1] 2 3 ... 5
Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.333 วินาที กับ 20 คำสั่ง