RmutPhysics.com
พฤษภาคม 24, 2022, 05:00:52 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
  หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
  แสดงกระทู้
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 52
61  หมวดหมู่ทั่วไป / เครื่องมือวัดไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ / Re: วัตต์มิเตอร์ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2011, 10:30:29 pm
บทสรุป

        กำลังไฟฟ้าสามารถหาได้ 3 วิธีการคือใช้การวัดแรงดันและกระแสในวงจรนำมาคำนวณโดยใช้สูตรคำนวณ กำลังไฟฟ้า    อีกวิธีหนึ่งใช้วัตต์มิเตอร์ ต่อวัดกำลังไฟฟ้าในวงจรโดยตรง   ช่วยลดความยุ่งยากในการวัดค่าลงได้ วัตต์มิเตอร์ที่สร้างขึ้นมาใช้งานใช้หลักการของอิเล็กโทรไดนาโมมิเตอร์ มีขั้วต่อวัด 4 ขั้ว ขั้ววัด 2 ขั้วแรก เป็นของ ขดลวดกระแส ขั้ววัดอีก 2 ขั้วที่เหลือเป็นของขดลวดเคลื่อนที่หรือขดลวดแรงดัน การบ่ายเบนของเข็มชี้ขึ้นอยู่กับภาระ ที่ต่อวงจรและแรงดันที่ป้อนให้วงจร
        การต่อใช้งานวัตต์มิเตอร์ ต้องระวังในเรื่องการต่อวัด ไม่ให้กระแสผ่านเข้าขดลวดคงที่หรือขดลวดกระแสมาก
เกินกว่าพิกัดของวัตต์มิเตอร์ที่บอกไว้และต้องไม่ให้แรงดัน ที่ป้อนเข้าขดลวดเคลื่อนที่หรือขดลวดแรงดันเกินกว่าพิกัด ของวัตต์มิเตอร์ที่บอกไว้ ดังนั้นก่อนต่อวัตต์มิเตอร์เข้าวงจรจึงควรตรวจสอบทั้งแรงดันและกระแสของวงจรก่อนเสมอ เพื่อป้องกันการชำรุดเสียหายของวัตต์มิเตอร์
        วาร์มิเตอร์คือวัตต์มิเตอร์แบบหนึ่งใช้วัดค่ากำลังไฟฟ้าของวงจรไฟกระแสสลับ แต่แตกต่างจาก วัตต์มิเตอร์ ธรรมดาตรงที่กำลังไฟฟ้าที่วัดออกมาได้ เป็นกำลังไฟฟ้าที่เกิดจากวงจรที่มีส่วนประกอบของค่าความเหนี่ยวนำหรือ ค่าความจุ มีกระแสที่เกิดขึ้นใช้ในการหาค่ามีมุมต่างไป 90 ํ หน่วยที่วัดได้เป็นวาร์ (Var)
         
62  หมวดหมู่ทั่วไป / เครื่องมือวัดไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ / Re: วัตต์มิเตอร์ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2011, 10:29:54 pm
จากรูป เป็นความสัมพันธ์ของกำลังไฟฟ้าทั้ง 3 ค่าในรูปเวกเตอร์ กำลังไฟฟ้า จริงเป็นกำลังไฟฟ้าที่ สามารถวัดออกมาได้จริงด้วยวัตต์มิเตอร์ เกิดจากแรงดันและกระแสที่มีทิศทางเดียวกันเกิดจากการคูณกัน ของ แรงดันและส่วนประกอบของกระแส หน่วยของกำลังไฟฟ้านี้เป็นวัตต์ ส่วนกำลังไฟฟ้าตอบสนอง เกิดจากการคูณกัน ของแรงดันและส่วนประกอบของกระแสที่ตอบสนองมีมุมต่างไป 90 ํ หน่วยของกำลังไฟฟ้านี้เป็น วาร์ Var กำลัง ไฟฟ้าตอบสนองนี้เป็นวัตต์มิเตอร์ไม่สามารถวัดค่าออกมาได้ จังต้องใช้วาร์มิเตอร์ วัดค่าแทนและกำลังไฟฟ้า ปรากฏเกิดจากการคูณกันของแรงดันและกระแสค่จริงในวงจรในรูป EI หน่วยของกำลังไฟฟ้านี้เป็นโวลต์- แอมแปร์
(VA) วัดค่าออกมาได้ด้วยเอซีโวลต์มิเตอร์ และเอซีแอมมิเตอร์นำมาคูณกันโดยตรง รูปร่างของวาร์มิเตอร์แสดง
ดังรูป
                             


             จากรูปเป็นเมกวาร์มิเตอร์ คือวาร์มิเตอร์ที่วัดค่าออกมาได้เป็นเมกวาร์ สเกลของวาร์มิเตอร์แบ่งเป็น
2 ด้าน สเกลด้านซ้ายมือบอกสภาวะการนำหน้า (lead) ของกำลังไฟฟ้าตอบสนอง คือกระแสนำแรงดัน เป็นการ แสดงสภาวะเป็นตัวเก็บประจุ (C) ส่วนสเกลด้านขวามือบอกสภาวะการล้าหลัง (lag) ของกำลังไฟฟ้าตอบสนอง คือกระแสล้าหลังแรงดัน เป็นการแสดงสภาวะเป็นตัวเหนี่ยวนำ (L)

63  หมวดหมู่ทั่วไป / เครื่องมือวัดไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ / Re: วัตต์มิเตอร์ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2011, 10:28:55 pm
จากรูปแสดงกำลังไฟฟ้าลักษณะต่างๆ เกิดขึ้นในตำแหน่งที่วัดออกมาได้ต่างกัน จึงเรียกค่า กำลัง ไฟฟ้าที่ปรากฏขึ้นมาแตกต่างกัน กำลังไฟฟ้าแต่ละแบบเกิดขึ้นได้กับอุปกรณ์ในวงจรต่างชนิดกัน กำลังไฟฟ้าจริงเกิด ขึ้นได้กับอุปกรณ์จำพวกตัวต้านทานบริสุทธิ์ กำลังไฟฟ้าตอบสนอง เกิดขึ้นได้กับอุปกรณ์จำพวกตัวเหนี่ยวนำ และ ตัวเก็บประจุ และกำลังไฟฟ้าปรากฏเกิดขึ้นได้กับอุปกรณ์จำพวก อิมพิแดนซ์ต่าง ๆ ความสัมพันธ์ของกำลังไฟฟ้าทั้ง 3 ค่าเขียนออกมา ในรูปเวคเตอร์ของสมการและหน่วยได้ดังรูป
                   
64  หมวดหมู่ทั่วไป / เครื่องมือวัดไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ / Re: วัตต์มิเตอร์ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2011, 10:28:08 pm
วาร์มิเตอร์

           กำลังไฟฟ้าที่วัดออกมาจากอุปกรณ์และวงจรที่ใช้กับสัญญาณไฟกระแสสลับมีด้วยกัน 3 ลักษณะคือ กำลังไฟฟ้าจริง กำลังไฟฟ้าตอบสนอง และกำลังไฟฟ้าปรากฏ ความสัมพันธ์ของกำลังไฟฟ้าทั้ง 3 ลักษณะเขียน ออกมาเป็นรูปได้ดังรูป
65  หมวดหมู่ทั่วไป / เครื่องมือวัดไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ / Re: วัตต์มิเตอร์ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2011, 10:26:54 pm
ค่าคูณของ วัตต์มิเตอร์แสดงไว้ในตารางนี้
66  หมวดหมู่ทั่วไป / เครื่องมือวัดไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ / Re: วัตต์มิเตอร์ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2011, 10:24:39 pm
การวัดและการอ่านค่ากำลังไฟฟ้า

         การต่อใช้งานวัตต์มิเตอร์ ต้องระมัดระวังในการต่อโดยต้องไม่ให้กระแสผ่านเข้าขดลวดคงที่หรือขดลวด กระแสมากเกิน กว่าพิกัดของวิตต์มิเตอร์ที่บอกไว้ และต้องไม่ให้แรงดันที่ป้อนเข้าขดลวดเคลื่อนที่ หรือขดลวด แรงดันเกินกว่าพิกัดของวัตต์มิเตอร์ที่บอกไว้ ดังนั้นก่อนการต่อวัตต์มิเตอร์เข้าวงจร จึงควรตรวจสอบทั้ง แรงดัน และกระแสของวงจรก่อนเสมอ เพื่อป้องกันการชำรุดเสียหายของวัตต์มิเตอร์ วัตต์มิเตอร์ที่ถูกสร้างขึ้นมา ใช้งาน จริงและสัญลักษณ์ แสดงดังรูป


จากรูปแสดงรูปร่างของวัตต์มิเตอร์ที่สร้างขึ้นมาใช้งานจริง เป็นวัตต์มิเตอร์ชนิดเฟสเดียว ถูกสร้างขึ้น มาให้ สามารถวัดแรงดันและวัดกระแสได้ 2 ย่าน คือ วัดกระแสได้ 0.2A และ 1A วัดแรงดันได้ 120V และ 240V อีกแบบ หนึ่งวัดกระแสได้ 1A และ 5A วัดแรงดันได้ 120V และ 240V
        การอ่านค่ากำลังไฟฟ้าจากวัตต์มิเตอร์ที่ถูกต้อง โดยต้องอ่านค่าจากหน้าปัดสเกลในตำแหน่งที่เข็มมิเตอร์ชี้ค่า นำมาคูณร่วมกับค่าตัวคูณในตารางที่แนบติดมากับตัววัตต์มิเตอร์ ซึ่งขึ้นอยู่กับค่าแรงดันและ ค่ากระแสของขั้วที่ต่อวัด จากวัตต์มิเตอร์ ค่าที่คำนวณได้จึงจะเป็นค่ากำลังไฟฟ้าที่วัดได้จริงจากอุปกรณ์หรือวงจรที่ทำการวัดตารางแสดงค่าตั้ง
วัดและค่าคูณของ วัตต์มิเตอร์แสดงไว้ในตารางด้านล่าง
67  หมวดหมู่ทั่วไป / เครื่องมือวัดไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ / Re: วัตต์มิเตอร์ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2011, 10:22:52 pm
การต่อใช้งานวัตต์มิเตอร์

         การนำวัตต์มิเตอร์แบบอิเล็กโทรไดนาโมมิเตอร์ไปต่อใช้งาน ต้องต่อวงจรทั้งขดลวดคงที่ ขั้ว A และขดลวด เคลื่อนที่ ขั้ว V เข้าด้วยกัน นำไปต่อกับภาระที่ต้องการวัดค่า และต่อเข้าแหล่งจ่ายแรงดันของวงจรเป็นการต่อใช้งาน วัตต์มิเตอร์แบบอิเล็กโทรไดนาโมมิเตอร์ โดยการนำขั้ว ของขดลวดคงที่กับขดลวดเคลื่อนที่ต่อเข้าด้วยกัน นำไปต่อ เข้าแหล่งจ่ายแรงดันขั้วหนึ่ง ขั้ว A ของขดลวดคงที่ต่อเข้าที่ภาระที่ต้องการวัดกำลังไฟฟ้า และขั้ว V ของขดลวด เคลื่อนที่ต่อกับภาระอีกขั้วหนึ่ง นำไปต่อเข้าแหล่งจ่ายแรงดันขั้วที่เหลือ ลักษณะการต่อวงจรโดยสมบูรณ์แสดงดังรูป

เมื่อจ่ายแรงดันเข้าวงจรทั้งขดลวดคงที่หรือขดลวดกระแส และขดลวดเคลื่อนที่หรือขดลวดแรงดัน เกิด สนามแม่เหล็กไฟฟ้าขึ้นมามีขั้วสนามแม่เหล็กไฟฟ้าของขดลวดคงที่และขดลวดเคลื่อนที่ด้านที่วางอยู่ใกล้กันมี ขั้วเหมือนกัน เกิดแรงผลักดันกันของสนามแม่เหล็กไฟฟ้าทั้งสองทำให้ขดลวดเคลื่อนที่บ่ายเบนไป ชี้ค่ากำลัง
ไฟฟ้าออกมาการที่ขดลวดเคลื่อนที่เกิดการบ่ายเบนไปมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับภาระที่นำมาต่อวงจรและแรงดันที่ ป้อนให้วงจร คือขึ้นอยู่กับแรงดันและกระแสที่จ่ายผ่านเข้าวัตต์มิเตอร์

68  หมวดหมู่ทั่วไป / เครื่องมือวัดไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ / Re: วัตต์มิเตอร์ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2011, 10:21:32 pm
ขดลวดคงที่หรือขดลวดกระแสนั้นทั้งสองขดถูกต่ออันดับกัน และต่อออกมาเพื่อวัดค่ากระแสของวงจร
ส่วนขดลวดเคลื่อนที่หรือขดลวดแรงดันถูกต่ออันดับกับตัวต้านทาน ทำหน้าที่จำกัดกระแสผ่านขดลวด และต่อออก
มาเพื่อวัดค่าแรงดันของวงจร ขั้วต่อของวัตต์มิเตอร์แบบอิเล็กโทรไดนาโมมิเตอร์ แสดงดังรูปที่ 3

จากรูปที่ 3 เป็นขั้วต่อใช้งานของวัตต์มิเตอร์แบบอิเล็กโทรไดนาโมมิเตอร์มีทั้งหมด 4 ขั้วต่อ แบ่งเป็น 2 ชุด ชุดละ 2 ขั้วต่อ ชุดแรก (ขั้ว A, ) ต่อวัดกระแสที่ไหลผ่านวงจรวัดค่าชุดสอง (ขั้ว V, ) ต่อวัด แรงดันที่จ่ายให้วงจรวัดค่า
           วัตต์มิเตอร์แบบอิเล็กโทรไดนาโมมิเตอร์นี้สามารถนำไปวัดกำลังไฟฟ้าได้ทั้งกำลังไฟฟ้าของวงจร
ไฟกระแสตรง (DC) และกำลังไฟฟ้าของวงจรไฟกระแสสลับ (AC) เพราะขดลวดทั้งขดคงที่และขดเคลื่อนที่ สามารถรับแรงดันและกระแสได้ทั้งไฟกระแสตรง (DC) และไฟกระแสสลับ (AC) ช่วยให้เกิดความสะดวกใน การ ใช้งานและลดความยุ่งยากในการวัดค่าลงได้
69  หมวดหมู่ทั่วไป / เครื่องมือวัดไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ / Re: วัตต์มิเตอร์ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2011, 10:20:11 pm
โครงสร้างของวัตต์มิเตอร์


จากความยุ่งยากในการวัดค่าและคำนวณค่าด้วยสูตรหาค่ากำลังไฟฟ้าดังกล่าวมาแล้วจึงได้มีการดัด แปลงมิเตอร์ให้สามารถวัดค่ากำลังไฟฟ้าออกมาได้โดยตรง เรียกมิเตอร์นี้ว่า วัตต์มิเตอร์ (Wattmeter) โดย การ สร้างรวมเอาโวลต์มิเตอร์และแอมมิเตอร์ไว้ในตัวเดียวกันโครงสร้างของวัตต์มิเตอร์ใช้หลักการทำงานของ อิเล็กโทรไดนาโมมิเตอร์ (Electrodynamometer)แสดงดังรูปที่ 2

จากรูปที่ 2 เป็นโครงสร้างของวัตต์มิเตอร์ แบบอิเล็กโทรไดนาโมมิเตอร์ส่วนประกอบของโครงสร้าง
ประกอบด้วยขดลวด 3 ขด ขดลวด 2 ขดใหญ่ที่วางขนานกัน เป็นขดลวดคงที่ (Fixed Coil) หรือขดลวดกระแส
(Current Coil) ส่วนตอนกลางของขดลวดคงที่มีขดลวดอีกหนึ่งขดวางอยู่ในส่วนวงกลมที่ว่างเป็นขดลวดเคลื่อน
ที่ได้ (Moving Coil) หรือขดลวดแรงดัน (Voltage Coil) ขดลวดเคลื่อนที่นี้ถูกยึดติดกับแกนร่วมกับเข็มชี้และ
สปริงก้นหอย
70  หมวดหมู่ทั่วไป / เครื่องมือวัดไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ / Re: วัตต์มิเตอร์ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2011, 10:18:44 pm
การหาค่ากำลังไฟฟ้าของอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือวงจรไฟฟ้าด้วยวิธีการคำนวณดังกล่าวแม้ว่าสามารถทำได้ ก็จริง แต่เกิดความยุ่งยากในการหาค่ามาก เพราะต้องวัดหาค่าทั้งแรงดันไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้า นำค่าทั้งสอง มาคำนวณด้วยสูตรหาค่ากำลังไฟฟ้า หากต้องการทราบค่ากำลังไฟฟ้าหลาย ๆ ค่าหรือหลาย ๆ ตำแหน่ง ก็ต้องวัด ค่าทั้งแรงดันไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้าหลายครั้งพร้อมกับการนำค่าเหล่านั้นมาคำนวณหาค่ากำลังไฟฟ้าหลายครั้ง เกิดความยุ่งยาก ต้องใช้เวลามากและอาจเกิดความผิดพลาดขึ้นได้ง่าย 
     
71  หมวดหมู่ทั่วไป / เครื่องมือวัดไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ / วัตต์มิเตอร์ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2011, 10:18:09 pm
ที่มา  http://www.rmutphysics.com/charud/virtualexperiment/labphysics2/meter/wattmeter.html


บทนำ
        กำลังไฟฟ้า  (Electric Power)  เป็นกำลังที่เกิดขึ้นจากการใช้ไฟฟ้า หาได้จากการใช้พลังงานไฟฟ้า มีหน่วยเป็นจูล (J) ทำให้อิเล็กตรอนเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ในหนึ่งหน่วยเวลาเป็นวินาที (S) กำลังไฟฟ้าใช้อักษรย่อ P มีหน่วยเป็นวัตต์ (W) ความสัมพันธ์ของกำลังไฟฟ้าเขียนเป็นสมการได้ดังนี้

                               กำลังไฟฟ้า = พลังงานไฟฟ้า/เวลา
หรือ
                                       P = W / t
เมื่อ
                        P = กำลังไฟฟ้า      หน่วยวัตต์ (W)
                       W = พลังงานไฟฟ้า   หน่วยจูล (J)
                       t  = เวลา            หน่วยวินาที (s)

        เนื่องจากพลังงานไฟฟ้าเกิดขึ้นได้จากการจ่ายแรงดันไฟฟ้า (E) มีหน่วยเป็นโวลต์ (V) ทำให้เกิด กระแสไฟฟ้า (I) ไหลมีหน่วยเป็นแอมแปร์ (A) ในหนึ่งหน่วยเวลาเป็นวินาที (s) เขียนเป็นสมการได้ดังนี้

                                    W = Elt

          แทนค่าสมการที่ 7.2 ด้วยสมการที่ 7.3 ได้เป็น

                              P = Elt / t  =  EI       

                        P = กำลังไฟฟ้า      หน่วยวัตต์ (W)
                        E = แรงดันไฟฟ้า     หน่วยโวลต์ (V)
                        I = กระแสไฟฟ้า     หน่วยแอมแปร์ (A)

        สรุปได้ว่ากำลังไฟฟ้าเป็นวัตต์ (W) คืออัตราของงานที่ถูกกระทำในวงจร ซึ่งเกิดกระแสไฟฟ้า ไหลเป็นแอมแปร์ เมื่อมีแรงดันไฟฟ้าถูกจ่ายให้วงจรเป็นโวลต์ (v) นั้นคือกำลังไฟฟ้าสามารถหาค่าได้ จากการคำรวณในรูปแรงดันไฟฟ้ากับกระแสไฟฟ้า
        เมื่อต้องการหาค่ากำลังไฟฟ้าของอุปกรณ์ตัวใดหรือวงจรไฟฟ้าใด ๆ ก็สามารถทำได้โดยจ่าย แรงดันไฟฟ้าให้อุปกรณ์หรือวงจรไฟฟ้านั้น นำแอมมิเตอร์และโวลต์มิเตอร์ทำการวัดกระแสไฟฟ้าและ แรงดันไฟฟ้าออกมา นำค่าที่ได้ไปคำนวณหาค่ากำลังไฟฟ้าออกมาด้วยสมการ ลักษณะการต่อวัดเพื่อ หาค่ากำลังไฟฟ้า แสดงดังรูปที่ 1


72  หมวดหมู่ทั่วไป / เครื่องมือวัดไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ / Re: โวลต์มิเตอร์กระเเสสลับ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2011, 10:14:40 pm
การอ่านอธิบายได้ดังนี้

ย่าน 0 - 3 V ค่ากึ่งกลางระหว่าง 0 และ 1 คือ 0.5 จาก 0.5 ไป 1 แบ่งออกเป็น 5 ส่วน แต่ละส่วนย่อยมีค่า 0.1 จาก 0.5 ไปทางขวามือ 1 ขีด คือค่า 0.6 เข็มชี้ชี้ค่าออกมาได้ประมาณ 0.6

ย่าน 0 - 30 V ค่ากึ่งกลางระหว่าง 5 และ 10 คือ 7.5 จาก 5 ไป 7.5 แบ่งออกเป็น 5 ส่วนแต่ละส่วนย่อยมีค่า 0.5 ขีด ที่อยู่ด้านซ้ายมีค่า 5.5 และ 6 ดังนั้นค่ากึ่งกลางของค่า 5.5 และ 6 จึงมีค่าเป็น

ย่าน 0 - 120 V ค่ากึ่งกลางระหว่าง 20 และ 40 คือ 30 จาก 20 ไป 30 แบ่งออกเป็น 5 ส่วน แต่บละส่วนย่อยมีค่า 2 ขีดที่อยู่ด้านขวาของเข็มชี้มีค่า 22 และ 24 ดังนั้นจึงมีค่าเป็น 23

ตัวอย่างที่ 5.4 เอซีโวลต์มิเตอร์ นำไปวัดแรงดันไฟ AC เข็มชี้ค่าตามรูปที่ 5.14 จงอ่านค่าแรงดันไฟที่วัดได้ในทุกย่านการวัด



วิธีอ่าน

ย่าน 0 - 3 V = อ่านค่าได้ 1.7V

ย่าน 0 - 30 V = อ่านค่าได้ 16.75V

ย่าน 0 - 120V = อ่านค่าได้ 67 V


การอ่านค่าอธิบายได้ดังนี้

ย่าน 0 - 3 V ค่ากึ่งกลางระหว่าง 1 และ 2 คือ 1.5 จาก 1.5 ไป 2แบ่งออกเป็น 5 ส่วน แต่ละส่วนย่อยมีค่า 0.1 จาก 1.5 ไปทางขวาวมือ 2 ขีด คือ 1.7 เข็มชี้ชี้อ่านค่าออกมาได้โดยประมาณ 1.7 V

ย่าน 0 - 30 V ค่ากึ่งกลางระหว่าง 15 และ 20 คือ 17.5 จาก 15 ไป 17.5 แบ่งออกเป็น 5 ส่วนแต่ละส่วนย่อยมีค่า 0.5 ขีด ที่อยู่ด้านซ้ายของเข็มชี้มีค่า 16.5 และ 17 ดังนั้นค่ากึ่งกลางของค่า 16.5 และ 17 จึงมีค่าเป็น 16.5 V

ย่าน 0 - 120 V ค่ากึ่งกลางระหว่าง 60 และ 80 คือ 70 จาก 60 ไป 70 แบ่งออกเป็น 5 ส่วน แต่ละส่วนย่อยมีค่าอยู่ 2 ขีด ที่อยู่ด้านซ้ายขวาของเข็มชี้มีค่า 66 และ 68 ดังนั้นค่ากึ่งกลางของค่า 66 และ 68 จึงเป็น 67 V



73  หมวดหมู่ทั่วไป / เครื่องมือวัดไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ / Re: โวลต์มิเตอร์กระเเสสลับ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2011, 10:13:04 pm
การอ่านค่าแรงดันจากสเกลแอมมิเตอร์

เอซีโวลต์มิเตอร์ที่ใช้มาใช้งานจริงก็มีหลายย่านวัดและหลายสเกลย่านวัดเหมือนกับเอซีแอมมิเตอร์การอ่านค่าแรงดันไฟสลับด้วยเอซี

โวลต์มิเตอร์ไม่ต้องคำนึงถึงขั้วแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับด้วยเอซีโวลต์มิเตอร์ไม่ต้องคำนึงถึงขั้วแรงดันลบหรือบวก โดยควรตั้งค่าย่านวัดให้สูงไว้ก่อน

เมื่อวัดค่าแล้วเข็มชี้ไม่บ่ายเบนจึงค่อย ค่อย ลดย่านวัดลงจนอยู่ในย่านที่เหมาะสม การอ่านค่าแรงดันจากสเกลของแอมมิเตอร์แสดงไว้ดังตัวอย่างต่อไปนี้

ตัวอย่างที่ 5.3 เอซีโวลต์มิเตอร์ นำไปวัดไฟ AC เข็มชี้ค่าตามรูปที่ 5.13 จงค่าแรงดันที่ย่านการวัด


วิธีการอ่านย่านวัด
ย่าน 0 - 3 V = อ่านค่าได้ 0.6 V

ย่าน 0 - 30V = อ่านค่าได้ 5.75 V

ย่าน 0 - 120V = อ่านค่าได้ 23V


74  หมวดหมู่ทั่วไป / เครื่องมือวัดไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ / Re: โวลต์มิเตอร์กระเเสสลับ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2011, 10:11:24 pm
โวลต์มิเตอร์กระแสสลับ เป็นเครื่องวัดไฟฟ้าที่ใช้สำหรับวัดแรงดันไฟฟ้า ที่วัดได้มมีค่าหน่วยเป็น rms โครงสร้าง
ของมิเตอร์กระแสสลับจะเป็นชนิดแกนเหล็กเคลื่อนที่ การต่อโวลต์มิเตอร์ต้องต่อขั้วทั้งสองขนานกับวงจร ที่จะวัดหรือ

ขนานกับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต้องการวัดแรงดันตกคร่อมอุปกรณ์นั้น การเลือกย่านวัดของมิเตอร์ควรเลือกย่านสูงสุดไว้ก่อน

แล้วจึงค่อยๆปรับย่านวัดลงให้เหมาะสม จนถึงค่าที่สามารถวัดได้อย่างถูกต้องชัดเจน และต้องระมัดระวังเรื่องการวัด

แรงดันด้วย เพราะแรงดันไฟฟ้าสูงอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้

75  หมวดหมู่ทั่วไป / เครื่องมือวัดไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ / โวลต์มิเตอร์กระเเสสลับ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2011, 10:10:43 pm
ที่มา http://www.rmutphysics.com/charud/virtualexperiment/labphysics2/meter/D3.htm


และ http://www.elecnet.chandra.ac.th/learn/courses/ELTC1701/L4/Ohmmeter/index.html 

 ขอบคุณครับ
76  หมวดหมู่ทั่วไป / คลายเครียด / ข้อสอบวิชาฟิสิกส์ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เมื่อ: มกราคม 24, 2011, 11:24:43 pm
ลองอ่านดูครับ

เครดิต http://www.thaireaderclub.com/read.php?id=776 ไทยลีดเดอร์คลับ

ผมมีเรื่องๆ หนึ่งขออนุญาตนำมาเล่าให้ฟัง
เพื่อนชาวสถาปัตย์ท่านหนึ่งเป็นคนเล่าให้ผมฟังอีกที ผมฟังแล้วก็ชอบใจอยู่มาก
เพราะมันให้ข้อคิดทั้งคนเป็นนักเรียนและคนเป็นครูได้อย่างดี
เรื่องนี้สนุกครับ ถึงจะมีสูตรมีศัพท์ทางวิทยาศาสตร์อยู่บ้าง
ลองฟังดูครับ
--------------------------------------------
โจทย์ข้อหนึ่งในข้อสอบวิชาฟิสิกส์ของมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกนมีดังนึ้
"จงอธิบายว่าท่านจะใช้บารอมิเตอร์วัดความสูงของตึกระฟ้าได้อย่างไร"

รู้จักกันนะครับ ว่าบาร์รอมิเตอร์นี่ก็คือเครื่องมือวัดความกดอากาศนั่นเอง
(อธิบายเพิ่มเติมก็คงต้องบอกว่า อากาศนั้นมันมีน้ำหนักหรือมีแรงกดนั่น
และแรงกดของอากาศนั้นเมื่ออยู่ในระดับความสูงที่เปลี่ยนไป
ความกดอากาศก็เปลี่ยนไปด้วย)
นักศึกษาคนหนึ่งเขียนคำตอบลงไปว่า

"เอาเชือกยาวๆ ผูกกับบารอมิเตอร์แล้วหย่อนลงมาจากยอดตึก แล้วก็เอาความยาวเชือก
บวกความสูงบารอมิเตอร์ก็จะได้ความสูงของตึก"

ฟังดูเป็นอย่างไรครับคำตอบนี้ ผมฟังครั้งแรกผมยังอมยิ้มเลยครับ
แต่อาจารย์ที่ตรวจข้อสอบไม่นึกขันอย่างผมด้วย
อาจารย์ตัดสินให้นักศึกษาคนนั้นสอบตก
นักศึกษาผู้นั้นยืนยันต่ออาจารย์ที่ปรึกษาว่า
คำตอบของเขาควรจะถูกต้องอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง
และคำตอบของเขาก็สามารถพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์
ทางมหาวิทยาลัยจึงตั้งกรรมการชุดหนึ่งมาตัดสินเรื่องนี้
และในที่สุดคณะกรรมการก็มีความเห็นตรงกันว่า
คำตอบนั้นถูกต้องอย่างแน่นอน
แต่เป็นคำตอบที่ไม่แสดงถึงความรู้ความสามารถทางฟิสิกส์ ดังนั้น
เพื่อเป็นการแก้ข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้น
ทางคณะกรรมการจึงให้เรียกนักศึกษาคนนั้นมา
แล้วให้สอบข้อสอบข้อนั้นอีกครั้งหนึ่งต่อหน้า โดยให้เวลาเพียง 6 นาที
เท่ากับเวลาในการสอบข้อสอบเดิม
เพื่อหาคำตอบที่แสดงให้เห็นถึงความรู้ทางด้านฟิสิกส์

หลังจากผ่านไป 3 นาที นักศึกษาคนนั้นก็ยังนั่งนิ่งอยู่
กรรมการจึงเตือนว่า เวลาผ่านไปครึ่งหนึ่งแล้วจะไม่ตอบหรืออย่างไร
นักศึกษาหัวรั้นจึงตอบว่า เขามีคำตอบมากมายที่เกี่ยวกับฟิสิกส์
แต่ไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะใช้คำตอบไหนดี
และเมื่อได้รับคำเตือนอีกครั้ง
นักศึกษาจึงเขียนคำตอบลงไปดังนี้

ให้เอาบารอมิเตอร์ขึ้นไปบนดาดฟ้าตึกและทิ้งลงมา จับเวลาจนถึงพื้น, ความสูงของ
ตึกหาได้จากสูตร H=0.5g*t กำลัง 2

หรือถ้าแดดแรงพอ
ให้วัดความสูงบารอมิเตอร์แล้วก็วางบารอมิเตอร์ให้ตั้งฉากพื้น แล้ววัดความยาวของ
เงาบารอมอเตอร์
จากนั้นก็วัดความยาวของเงาตึก แล้วคิดด้วยตรีโกณมิติก็จะได้ความสูงของตึกโดยไม่
ต้องขึ้นไปบนตึกด้วยซ้ำ

หรือถ้าเกิดอยากใช้ความสามารถด้านวิทยาศาสตร์มากกว่านี้
ก็เอาเชือกเส้นสั้นๆ มาผูกกะบารอมิเตอร์แล้วแกว่งเหมือนลูกตุ้ม ตอนแรกก็แกว่ง
ระดับพื้นดิน แล้วก็ไปแกว่งอีกทีบนดาดฟ้า ความสูงของตึกจะหาได้จาก ความแตกต่าง
ของคาบการแกว่ง
เนื่องจากความแตกต่างของแรงดึดดูดจากจุดศูนย์กลางของมวล
คำนวณจาก T = 2 พาย กำลัง 2 รากที่ 2 ของ l/g

ถ้าตึกมีบันไดหนีไฟก็ง่ายๆ
ก็เดินขึ้นไปเอาบารอมิเตอร์ทาบแล้วก็ทำเครื่องหมายไปเรื่อยๆ
จนถึงยอดตึกนับไว้คูณด้วยความสูงของบารอมิเตอร์ก็ได้ความสูงตึก

แต่ถ้าคุณเป็นคนที่น่าเบื่อและยึดถือตามแบบแผนจำเจซ้ำซาก
คุณก็เอาบารอมิเตอร์วัดความดันอากาศที่พื้นและที่ยอดตึก คำนวณความแตกต่างของ
ความดันก็จะได้ความสูง

ส่วนวิธีสุดท้ายง่ายและตรงไปตรงมาก็คือ
ไปเคาะประตูห้องภารโรง แล้วบอกว่า อยากได้บารอมิเตอร์สวยๆ ใหม่เอี่ยมสักอันไหม ช่วยบอกความสูงของตึกให้ผมทีแล้วผมจะยกให้

นักศึกษาคนนั้นคือ นีล โบร์
ผู้ได้รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปีค.ศ.1922

ที่มา : pair
เจ้าของบทความ : คอลัมน์ คุยกับประ�
77  หมวดหมู่ทั่วไป / สาระเกี่ยวกับระบบโทรคมนาคม / Re: เครื่องรับวิทยุ AM FM เมื่อ: มกราคม 10, 2011, 11:49:10 am
อ้างอิง
http://www.geocities.com/eric_lovely02/radio.htm
78  หมวดหมู่ทั่วไป / สาระเกี่ยวกับระบบโทรคมนาคม / Re: เครื่องรับวิทยุ AM FM เมื่อ: มกราคม 10, 2011, 11:48:56 am
หลักการทำงาน
วงจรเลือกรับความถี่วิทยุ เนื่องจากสถานีส่งวิทยุหลายๆสถานี แต่ละสถานีจะมีความถี่ของตนเอง ดังนั้นจะต้องเลือกรับความถี่ที่ต้องการรับฟังในขณะนั้น
วงจรขยายความถี่วิทยุ ทำหน้าที่นำเอาสัญญาณความถี่วิทยุที่เลือกรับเข้ามา มาทำการขยายสัญญาณให้มีกำลังแรงมากขึ้นเพียงพอกับความต้องการ
วงจรดีเทคเตอร์ ทำหน้าที่ตัดคลื่นพาหะออกหรือดึงคลื่นพาหะลงดินให้เหลือเฉพาะสัญญาณความถี่เสียง (AF) เพียงอย่างเดียว
วงจรขยายสัญญาณเสียง ทำหน้าที่ขยายสัญญาณทางไฟฟ้าของเสียงให้มีกำลังแรงขึ้น ก่อนที่จะส่งออกยังลำโพง
ลำโพง เมื่อได้รับสัญญาณทางไฟฟ้าของเสียงก็จะเปลี่ยนพลังงานจากสัญญาณทางไฟฟ้าของเสียงให้เป็นเสียงรับฟังได้
79  หมวดหมู่ทั่วไป / สาระเกี่ยวกับระบบโทรคมนาคม / Re: เครื่องรับวิทยุ AM FM เมื่อ: มกราคม 10, 2011, 11:48:38 am
ประวัติ
เครื่องรับวิทยุเกิดขึ้นในราว พ.ศ. 2439 ในงานจัดแสดงของรัสเซีย โดย Alexander Stepanovich Popov

ในประเทศไทยยุคแรกประมาณปี พ.ศ. 2470 ได้ติดตั้งเครื่องส่งวิทยุระบบAM ขนาด200วัตต์ ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลข โดยการควบคุมของช่างวิทยุกรมไปรษณีย์โทรเลข นับเป็นครั้งแรกที่มีเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงออกอากาศ เครื่องรับวิทยุในยุคแรกนั้นเป็นชนิดแร่ มีเสียงเบามากและต้องใช้หูฟัง ต่อมาเปลี่ยนเป็นเครื่องรับชนิดหลอดสุญญากาศ มีความดังมากขึ้น เช่น เครื่องรับชนิด 4 หลอด ถึง 8 หลอด

ประมาณปี พ.ศ. 2500 เป็นยุคเครื่องรับวิทยุทรานซิสเตอร์ แต่ระยะแรกๆ ยังมีขนาดใหญ่มากและต่อมามีการพัฒนาอุปกรณ์และวงจรให้มีขนาดเล็กลงตามลำดับ จนสามารถนำไปในสถานที่ต่างๆได้ ทำให้กิจการวิทยุเป็นที่ยอมรับของประชาชนและมีสถานีส่งเกิดขึ้นมากมาย และมีการส่งทั้งระบบ AM และFM เช่นในปัจจุบัน
80  หมวดหมู่ทั่วไป / สาระเกี่ยวกับระบบโทรคมนาคม / Re: เครื่องรับวิทยุ AM FM เมื่อ: มกราคม 10, 2011, 11:48:00 am
เครื่องรับวิทยุ เป็นเครื่องมือสื่อสารทางเดียวชนิดหนึ่ง ทำหน้าที่รับและเลือกคลื่นวิทยุจากสายอากาศ แล้วนำไปสู่ภาคขยายต่อไป โดยมีช่วงความถี่ของคลื่นที่กว้าง แล้วแต่ประเภทของการใช้งาน

โดยทั่วไป คำว่า "เครื่องวิทยุ" มักจะใช้เรียกเครื่องรับสัญญาณความถี่กระจายเสียง เพื่อส่งข่าวสาร และความบันเทิง โดยมีย่านความถี่หลักๆ คือ คลื่นสั้น คลื่นกลาง และคลื่นยาว
81  หมวดหมู่ทั่วไป / สาระเกี่ยวกับระบบโทรคมนาคม / Re: เครื่องรับวิทยุ AM FM เมื่อ: มกราคม 10, 2011, 11:47:49 am
เครื่องรับวิทยุรุ่นเก่า
82  หมวดหมู่ทั่วไป / สมาชิก แนะนำตัวที่นี่ครับ / Re: ถึงสมาชิกทุกท่าน เมื่อ: ธันวาคม 20, 2010, 08:58:18 pm
เข้าไปเยี่ยมเฟสบุ๊กผมได้ครับที่นี่

<!-- Facebook Badge START -->เบนซ์เทอร์โบ วิศวะอิเล็กทรอนิกส์ rmutt

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง<!-- Facebook Badge END -->
83  หมวดหมู่ทั่วไป / อิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม / Re: อิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2010, 10:44:53 am
ในทางอุตสาหกรรมจะมีการผลิตครั้งละมากๆ ดังนั้นในทุกขั้นตอนการผลิตจะต้องมีการทราบถึง
ข้อมูลของผลิตภัณฑ์ทุกขั้นตอนการที่จะทราบถึงข้อมูลจะต้องมีการติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดซึ่งมีอยู่มาก
ู่มายหลายชนิด เช่นเครื่องวัดอุณหภูมิ วัดแรงกดต่างๆ วัดรูปร่าง วัดความเร็ว เพื่อเก็บข้อมูลมาใช้ในการ
พัฒนาผลิตภัณฑ์ในครั้งต่อๆไป
84  หมวดหมู่ทั่วไป / อิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม / Re: อิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2010, 10:43:48 am
 คอมพิวเตอร์ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมากในงานอุตสาหกรรมในปัจจุบันซึ่งคอมพิวเตอร์ในงาน
อุตสาหกรรมจะช่วยในงานหลายด้าน เช่น การออกแบบผลิตภัณฑ์ต่างๆ , การนำคอมพิวเตอร์มาควบคุม
เครื่องจักรกลต่างๆ , การเก็บข้อมูลต่างๆซึ่งจะทำให้เกิดความถูกต้อง แม่นยำสูง และยังช่วยลดต้นทุนใน
การผลิตอีกด้วย
85  หมวดหมู่ทั่วไป / อิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม / Re: อิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2010, 10:43:14 am
รูปที่ 1.4 แขนกลที่ใช้ในงานอุตสาหกรรม
86  หมวดหมู่ทั่วไป / อิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม / Re: อิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2010, 10:42:55 am
ระบบควบคุมอัตโนมัติเป็นปัจจัยสำคัญในการควบคุมการผลิตเพราะจะทำให้ขั้นตอนการผลิตมีความ
ถูกต้องและมีความเที่ยงตรงสูงเช่นอุปกรณ์ในการตรวจจับชิ้นงานต่างๆไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ในด้านการตรวจ
จับเวลา หรือ ตัว senser ต่างๆ นอกจากนี้อุปกรณ์สารกึ่งตัวนำที่ใช้กับกำลังไฟฟ้าสูงๆซึ่งจะต้องสามารถทน
กระแสไฟฟ้าได้มากซึ่งอุปกรณ์แต่ละตัวจะต้องมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป
87  หมวดหมู่ทั่วไป / อิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม / Re: อิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2010, 10:42:11 am
รูปที่ 1.3 อุปกรณ์ต่างๆในโรงงานอุตสาหกรรม
88  หมวดหมู่ทั่วไป / อิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม / Re: อิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2010, 10:41:49 am
กระบวนการผลิตมีขั้นตอนที่ซับซ้อนมากขึ้นการที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ออกมามีคุณภาพตามที่ได้ออก
แบบเอาไว้มีกลไกหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นได้มีการคิดค้นนำเอาเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์มาช่วย
ลดความซับซ้อนในกระบวนการผลิต และ ช่วยให้ระบบการควบคุมอัติโนมัติมีความสะดวกมากยิ่งขี้นและทำ
งานได้ถูกต้องแลมีความแม่นยำสูง ซึ่งขบวนการผลิตต่างๆจะถูกควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ทุกขั้นตอน
การผลิตทำให้ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์เป็นไปตามที่ได้ออกแบบเอาไว้
89  หมวดหมู่ทั่วไป / อิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม / Re: อิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2010, 10:41:16 am
อุตสาหกรรมคือกระบวนการผลิตสิ่งต่างๆที่กระทำเป็นระบบและมีการผลิตครั้งละมากโดยอาจจะใช้
มือ หรือเครื่องจักรในการผลิตก็ได้การผลิตทางอุตสาหรรมนี้สามารถเพิ่มผลผลิตได้มากขึ้นอย่างมีประสิทธิ
ภาพ และ เพียงพอกับความต้องการของประชากร การเพิ่มผลผลิตให้มากขึ้น จะต้องมีเครื่องจักรเข้ามาช่วย
ในการผลิตทำให้สินค้าที่ผลิตออกมามีราคาถูกลงช่วยลดค่าใช้จ่ายในการผลิตและได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ
ตามต้องการ
90  หมวดหมู่ทั่วไป / อิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม / Re: อิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2010, 10:41:01 am
อิเล็กทรอนิกส์มีความหมายอย่างกว้างขวางซึ่งอาจจะหมายถึงความทันสมัยนั่นเองเพราะว่าอุปกรณ์
ทุกอย่างถูกพัฒนาขึ้นให้ทันสมัยอยู่เสมอด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และการที่นำอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในชีวิต
ประจำวันทำให้สามารถลดเวลาในการปฏิบัติงาน เพิ่มความสะดวกสบายและยังเพิ่มประสิทธิภาพให้กับงานที่
ทำมากขึ้น


รูปที่ 1.2 อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆในงานอุตสาหกรรม
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 52
Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.382 วินาที กับ 21 คำสั่ง