RmutPhysics.com

หมวดหมู่ทั่วไป => อิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม => ข้อความที่เริ่มโดย: สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด ที่ ตุลาคม 21, 2009, 02:37:02 pm



หัวข้อ: ไตรแอก triac
เริ่มหัวข้อโดย: สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด ที่ ตุลาคม 21, 2009, 02:37:02 pm
โพสโดย ผู้ดูแลระบบ นายสุวัฒน์  หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก

ไตรแอก triac
 โครงสร้างสถาปัตย์และสัญลักษณ์ของไตรแอก

                ไตรแอกเป็น ชิ้นส่วน อิเล็คทรอนิกส์ สารกึ่งตัวนำที่มีขั้วต่อ 3 ขั้ว แต่ละขั้วมีชื่อเรียกว่า A2 (แอโนด 2) , A1 (แอโนด1) และ G (เกต) ไตรแอก (Triac) จะเป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เหมือน กับสวิตช์ไฟฟ้าสำหรับกระแสสลับ แต่มีข้อดีกว่าสวิตช์ธรรมดา คือการเปิด – ปิดวงจรของไตรแอกเร็วกว่าสวิตช์ธรรมดาหลายเท่า จึงทำให้สามารถควบคุมกำลังงานได้ ซึ่งมีรูปแบบโครงสร้างดังรูปที่  1



หัวข้อ: Re: ไตรแอก triac
เริ่มหัวข้อโดย: สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด ที่ ตุลาคม 21, 2009, 02:38:19 pm
คุณสมบัติของไตรแอก

                เรามาดูคุณสมบัติของไตรแอกกัน มีคุณสมบัติคล้ายกับ SCR ตรงที่เมื่อนำกระแสแล้วก็จะนำกระแสตลอดไปเช่นกัน แต่ไตรแอกนั้นมีข้อแตกต่างตรงที่สามารถนำกระแสได้ 2 ทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นการไหลของกระแสจาก A1 มายัง A2 หรือกระแสไหลจากไหลจาก A2  มายัง A1 ดังนั้นจึงนิยมใช้ไตรแอกในงานควบคุมกำลังไฟฟ้าที่ต้องการใช้งานทั้งไซเกิลบวกและลบ (ไฟสลับ)

                จากคุณสมบัติที่กล่าวมาในเรื่องของการนำกระแสนั้น เราจึงสามารถแบ่งการทำงานของไทรแอก ออกเป็น 4 แบบหรือ 4 ควอทเดรนท์ ( Quadrant )  ดังแสดงในรูปที่ 2



หัวข้อ: Re: ไตรแอก triac
เริ่มหัวข้อโดย: สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด ที่ ตุลาคม 21, 2009, 02:39:32 pm


ดูจากรูปกราฟแสดงลักษณะสมบัติของไตรแอก  เป็นการแสดงความสัมพันธ์ของกระแสที่ไหลระหว่าง A2- A1  และแรงดันที่ตกคร่อมทั้งบวกและลบ ในขณะให้แรงดันคร่อม  A2- A1 มีค่าเป็นบวกเทียบกับ A1  และถ้ายังไม่มีการจุดชนวน ( Trigger ) แล้ว จะมีค่าแรงดันระหว่าง A2- A1  ค่าๆหนึ่งที่ทำให้มันนำกระแสเองได้  แรงดันนี้คือแรงดันพัง เหมือนกับ SCR  แต่ถ้าให้แรงดัน A2- A1 นี้มีค่าน้อยกว่าแรงดันพังทลาย  แล้วการทำการจุดชนวน   ที่ขาเกต ( G ) ซึ่งกระแสเกตจะมีค่าเป็นบวกหรือลบก็ได้  ไตรแอกจะนำกระแสทันที  กราฟความสัมพันธ์และข้อจำกัดต่างๆ จะเหมือนกับ  SCR ในทำนองเดียวกันถ้าให้แรงดันที่ A1 มีค่าเป็นบวกเมื่อเทียบกับ A2 ส่วนของกราฟคือแกน  X ทางด้านลบจะมีลักษณะคล้ายกันกับด้านบวก  ถ้าเพิ่มแรงดันมากขึ้นจนถึงค่าแรงดันพังทลายก็จะทำให้ไตรแอกนำกระแสเองได้ และถ้าหากว่าไม่มีการจำกัดกระแสในตัวไตรแอกแล้ว ไตรแอกจะเกิดการเสียหายได้

                โดยในขณะที่ไตรแอกนำกระแส ถ้าลดค่ากระแสแอโนดลงจนถึงค่ากระแสต่ำสุดที่ยังคงทำให้ไทรแอกนำกระแสได้  ค่ากระแสต่ำสุดนี้ เรียกว่า “โฮลดิ้ง” ( IH :Holding Current ) ก็จะทำให้ไตรแอกหยุดนำกระแส

                        เนื่องจากไตรแอก สามารถนำกระแสไฟฟ้าได้ทั้งสองทาง จึงเหมาะกับการนำไปใช้กับไฟสลับมากกว่าเอสซีอาร์ (SCR) และสำหรับกระแสไฟสลับ (เป็นคลื่นรูปไซน์ )จะมีอยู่ช่วงเวลาหนึ่งช่วงกระแสตัดกับเส้นศูนย์ของกราฟ ) ที่กระแสตกต่ำกว่ากระแสโฮลดิ้ง ดังนั้นจึงทำให้ไตรแอกหยุดนำกระแสเองและจะรอการจุดชนวนใหม่อีกครั้ง และถ้าหากครึ่งลบของสัญญาณไฟสลับเข้ามาก็จะนำกระแสทางด้านลบอีกเช่นเคย  และจะหยุดนำกระแสเมื่อค่ากระแสลดลงต่ำกว่ากระแสโฮลดิ้ง



หัวข้อ: Re: ไตรแอก triac
เริ่มหัวข้อโดย: สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด ที่ ตุลาคม 21, 2009, 02:40:26 pm
วิธีในการตรวจสอบและการหาขาของไตรแอกด้วยโอห์มมิเตอร์

โดยให้เราพิจารณาจากโครงสร้างพร้อมกับตารางค่าความต้านทานประกอบและปฏิบัติดังนี้

      อันดับแรก  ทำการสมมุติขาของไตรแอก  เป็นขา A, B และ C หรือขาที่ 1, 2 และ 3 ดังแสดงในรูปที่  4



หัวข้อ: Re: ไตรแอก triac
เริ่มหัวข้อโดย: สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด ที่ ตุลาคม 21, 2009, 02:42:21 pm
อันดับสอง  นำสายวัดของโอห์มมิเตอร์ทำการวัดที่ขาของไตรแอกเป็นคู่ๆ ดังแสดงในตารางที่ 1


หัวข้อ: Re: ไตรแอก triac
เริ่มหัวข้อโดย: สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด ที่ ตุลาคม 21, 2009, 02:43:00 pm
สรุปผลจากตารางแสดงค่าความต้านทาน  พอสรุปได้ดังนี้

               1. การวัดไตรแอกทั้งหมด 6 ครั้ง  จำนวน 3 คู่   เราสามารถอ่านค่าความต้านทานได้ 2 ครั้งหรือที่เรียกว่า “ วัด 6 ครั้ง  เข็มขึ้น 2 ครั้ง ”

               2. ขั้วขาที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับค่าความต้านทานทั้ง 2 ครั้ง   ดังกล่าวจะเป็นขาแอโนด 2 หรือ ขา A2

               3. คู่ขาที่ 2 ในการวัดนั้นจะมีค่าความต้านทานที่ใกล้เคียงกันหรือเท่าเทียมกัน   เราไม่สามารถบอกได้ว่า  ขาใดเป็นขา A1 หรือขา G ดังนั้นเราจึงต้องทำการตรวจสอบในลำดับขั้นต่อไป

               4. ให้สมมุติว่าขาใดขาหนึ่งเป็นขาเกต (G) แล้วทำการจุดชนวนโดยใช้ไฟจากขาแอโนด 2 (A2) เข็มมิเตอร์จะชี้ที่ค่าความต้านทานประมาณ 15 โอห์ม    ต่อจากนั้นให้สลับขาที่เหลือเป็นขาเกต  แล้วทำการจุดชนวนโดยใช้ไฟจากขาแอโนด 2   เข็มมิเตอร์จะชี้ที่ค่าความต้านทานประมาณ 20 โอห์ม   จากการวัดจะสังเกตได้ว่าเมื่อทำการจุดชนวนที่ขาเกตได้ค่าความต้านทานต่ำกว่าการจุดชนวนที่ขาแอโนด 1 (A1)



หัวข้อ: Re: ไตรแอก triac
เริ่มหัวข้อโดย: สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด ที่ ตุลาคม 21, 2009, 02:44:09 pm

ที่มาของข้อมูล
http://www.english.thaiio.com/%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%81-triac/