UpDATE Magazine Online
    
 

  ปัญหาของ “เวลา” ที่ยังไม่จบ  

คนเราใช้ชีวิตติดอยู่ใต้วังวนของเวลา ทั้งที่กฎเกณฑ์เรื่องเวลานั้น เรากำหนดมันขึ้นมาเองแท้ๆ และเรื่องที่เราสร้างเอง กำลังเป็นปัญหาที่ยังไม่มีข้อยุติง่ายๆ เลย

        โรนัลด์ เบียร์ด นักฟิสิกส์ที่ห้องปฏิบัติการวิจัย แห่งกองทัพเรือสหรัฐฯ ในวอชิงตันดี.ซี. กล่าวว่า “เวลาเป็น พื้นฐานของหลายสิ่งหลายอย่างที่เราทำลงไป ผู้คนใช้เวลาเป็นข้อตกลงในเรื่องต่างๆ แต่เวลาก็เป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้น ไม่ใช่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ พวกเราเพียงแค่เฝ้ามองเท่านั้น และพวกเราก็คือ ตัวจริงที่ “สร้าง” เวลาขึ้นมา”
        ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเบียร์ด ผู้ซึ่งพยายาม “ล้อมคอก” บรรดาผู้เชี่ยวชาญที่มีสิทธิแสดงความคิดเห็นเพื่อให้ได้ข้อตกลงเกี่ยวกับการกำหนดความหมายของ “เวลา” สิ่งที่บรรดาผู้เชี่ยวชาญถกเถียงกันเกี่ยวกับอนาคตของ “วินาที” ที่เติมเข้าไป (leap second) นั่นก็คือ วินาทีพิเศษที่เพิ่มเข้าไปในนาฬิกาของโลกทุกๆ ปี หรือเพื่อทำให้โครงสร้างของ “ชั่วโมง” และ “นาที” ที่สร้างขึ้นมานี้มีความสอดคล้องกับความยาวที่แท้จริงของระยะเวลา 1 วัน
        วินาทีที่เพิ่มเข้าไปในเวลาของนาฬิกานั้นก็เหมือนกับการเพิ่มวันเข้า ไปในปฏิทิน เหตุที่เวลา 1 วันพิเศษถูกเพิ่มเข้าไปในเดือนกุมภาพันธ์ทุกๆ  4 ปี นั้นก็เพราะว่า โลกใช้เวลา 365 กับ หนึ่งในสี่ของวันในการโคจรรอบ ดวงอาทิตย์ ดังนั้น 1 ปีปฏิทินปกติจะมีเวลาสั้นกว่าความยาวระยะเวลาจริงของปีหลายชั่วโมง และวันพิเศษที่เพิ่มเข้าไปก็จะทำให้ระยะเวลาในปฏิทินตรงกับระยะเวลาการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ และในลักษณะเดียวกัน เวลามาตรฐาน 1 วัน 24 ชั่วโมงนั้นก็สั้นกว่าเวลา 1 วันที่โลกหมุนรอบตัวเอง ซึ่งเป็นผลมาจากแรงดึงดูดของดวงจันทร์ ที่ทำให้โลกหมุนรอบตัวเองช้าลงเรื่อยๆ การวัดการหมุนของโลกวันต่อวัน ชั่วโมงต่อชั่วโมง และนาทีต่อนาที ด้วยการวัดระยะรูปสามเหลี่ยมระหว่างกล้องโทรทรรศน์บนพื้นโลกกับวัตถุที่อยู่ห่างออกไปในจักรวาลนั้น ทำให้พบว่า นาฬิกาเดิน “ช้าลง” หลายวินาทีเมื่อเทียบกับเวลาที่ได้จากการคำนวณระยะห่างระหว่างดวงดาวเหล่านี้
        นาฬิกาจูด้า เลไวน์  นักฟิสิกส์หัวหน้าหน่วยบริการข้อมูลเกี่ยวกับเวลาที่สถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติ ในโบลเดอร์ โคโลราโด กล่าวว่า วินาทีที่เพิ่มเข้าไปนั้นเหมือนกับวันที่เพิ่มเข้าไป เมื่อมันถูก “เพิ่ม” เข้าไปก็แสดงว่ามันถูก “หลงลืม” ไปนั่นเอง
        บรรดานักออกแบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ไม่สามารถออกแบบปรับปรุงโปรแกรมให้สามารถเพิ่มวินาทีเข้าไปในเวลาของนาฬิกาเป็นระยะๆ ได้ดีนัก ดังนั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมการจราจรทางอากาศ การติดต่อสื่อสารด้วยดาวเทียม การโอนเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ จึงพยายามล้มเลิกการใช้โปรแกรมการเพิ่มเวลาที่ไม่สมบูรณ์ นี้ เวลาที่เติมเข้ามาเพียง 1 วินาที อาจทำให้ระบบนำร่องของดาวเทียมรัสเซีย ล่มเป็นเวลานานหลายชั่วโมง และการเพิ่มเวลาเข้าไปก็อาจทำให้ระบบของสายการบินพาณิชย์ล่มได้เช่นกัน เบียร์ด กล่าวว่า  “ถ้าเวลาเกิดการสะดุดหรือ กระโดดข้ามเพียง 1 วินาที ก็จะทำให้เกิดปัญหาที่ใหญ่มากสำหรับระบบที่ต้องการความต่อเนื่อง ซึ่งเวลาในระบบไม่สามารถถูกขัดจังหวะได้”
        ดูเหมือนว่า ความมุ่งหมายใน การเปลี่ยนแปลงเวลาให้เข้ากันได้กับคอมพิวเตอร์นั้นเป็นเรื่องแปลกประหลาด ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะว่า ผู้คนส่วนมากไม่รู้ว่าเวลาถูกสร้างขึ้นมาอย่างไร ที่สถาบันมาตรฐานฯ เลไวน์ควบคุมนาฬิกาอะตอมนับสิบเรือน ซึ่งนาฬิกาอะตอมนั้นจัดได้ว่ามีความเที่ยงตรงสูงสุด เป็นอุปกรณ์รักษาเวลาที่มีแบบแผนแน่นอนที่สุดที่เคยมีการประดิษฐ์เครื่องบอกเวลาขึ้นมา แต่นาฬิกาเหล่านี้ก็ยังเดินไม่ตรงกันทั้งหมด ดังนั้นเลไวน์ จึงต้องคำนวณค่าเฉลี่ยของเวลาด้วยการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สามารถตรวจนับเวลาของนาฬิกาแต่ละเรือนได้ หลังจากนั้นเขาจะถ่ายทอดข้อมูลค่าเฉลี่ยนี้ออกไปในรูปของอนุกรมสัญญาณนาฬิกาดิจิตอล และผู้ที่ทำงานบนระบบโครงข่ายการสื่อสาร ระบบนำทางของดาวเทียม และกล้องโทรทรรศน์ราคาหลายล้านดอลลาร์ก็จะรับข้อมูลสัญญาณนี้
        เลไวน์และคนอื่นๆ ที่ทำงานแบบเดียวกันจากห้องปฏิบัติการเวลา 50 แห่งในประเทศอื่นๆ ก็ร่วมกันส่งสัญญาณเวลาไปยังสำนักงานมาตร นานาชาติในปารีส สำนักงานนี้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการกำหนดเวลาของนาฬิกาอะตอมของโลกอย่างเป็นทางการ สำนักงานจะนำข้อมูลเวลาที่ได้ จากนาฬิกาประมาณ 200 เรือน มาหาค่าเฉลี่ย และเผยแพร่ออกไปในรูปของค่า เซอร์คูลาร์ที (Circular T) ซึ่งจะแสดงรายการของเวลาอย่างเป็นทางการของเดือนถัดไปทุกๆ 5 วัน และบรรดานาฬิกาในห้องทดลองเวลาทั่วโลกก็จะถูกปรับตั้งให้เดินตรงกัน แม้ว่าเวลาอาจจะต่างกันแค่หนึ่งในพันล้านวินาทีก็ตาม
        และบ่อยครั้งที่สำนักงานนานาชาติอื่นๆ บอกให้เลไวน์และคณะเพิ่มเวลา 1 วินาทีเต็มให้กับเวลาที่ได้จากนาฬิกาอะตอมของพวกเขา เมื่อหน่วยบริการด้านการหมุนของโลกระหว่างประเทศแจ้งข้อมูลเวลา ห้องปฏิบัติกการเวลาในทุกเขตเวลาของโลกก็จะเพิ่มวินาทีที่หายไปให้กับนาฬิกาของตนเองก่อนเวลาเที่ยงคืนของเวลาที่กรีนิช ประเทศอังกฤษ วินาทีที่เพิ่มเข้ามานี้ก่อให้เกิดเวลาของเมือง (civil time) ที่ใช้สำหรับสถานีโทรทัศน์ โรงพยาบาล โรงงาน โรงเรียน สนามบิน และนาฬิกาข้อมือ ซึ่งนับตั้งแต่มีการปรับตั้งเวลามากกว่า 30 ปีมาแล้วนั้น มีการเพิ่มเวลาเข้าไปแล้ว 22 วินาที
        ทุกวันนี้ระบบจำนวนมากที่ใช้คอมพิวเตอร์ รวมทั้งระบบดาวเทียม ชี้ตำแหน่งบนโลกนั้นใช้เวลาของนาฬิกาอะตอมที่ไม่ถูกต้อง ปัญหาความ  กลัวเกี่ยวกับวินาทีที่เติมเข้าไปนั้นก็   คือ ความแตกต่างที่กำลังเพิ่มมากขึ้นระหว่างเวลาจากนาฬิกาอะตอม และเวลาจากนาฬิกาของเมือง ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหากับการปฏิบัติการทางทหาร ทำให้ตลาดการเงินสับสน โทรศัพท์เคลื่อนที่ใช้ไม่ได้ และทำให้เกิดอุบัติ- เหตุการชนกันกลางอากาศได้ ตัวอย่างเช่น เครื่องบินพาณิชย์ใช้นาฬิกาอะตอม ซึ่งใช้ในระบบดาวเทียมชี้ตำแหน่งในการกำหนดเส้นทางการบิน แต่ผู้ควบ-คุมการจราจรทางอากาศนั้นมักจะใช้เวลานาฬิกาของเมือง จึงต้องระมัดระวังเป็นอย่างมากว่า ทุกคนเข้าใจตรงกันว่า เวลาของนาฬิกาที่ใช้ในการนำทางการบินกับเวลาทางนาฬิกาที่พวกเราใช้กันในชีวิตประจำวันนั้นแตกต่างกัน และมันทำให้การปฏิบัติงานนั้นน่าปวดหัวมาก
        แต่นักดาราศาสตร์ส่วนมากชอบวินาทีที่เติมเข้าไป พวกเขาใช้เวลาเป็นตัวแทนสำหรับการอ้างอิงตำแหน่งของโลกในอวกาศ พวกเขากล่าวว่า ถ้าเวลาถูกแยกออกจากการหมุนของโลก พวก เขาก็จะไม่รู้เลยว่า จะหันกล้องโทรทรรศน์ไปทางไหนที่เวลาเท่าไร
        มีการหยิบยกปัญหาใหญ่ขึ้นมาพิจารณานั่นคือ มนุษยชาติพร้อมแล้วหรือยังที่จะให้เวลาและแสงอาทิตย์ แยกออกจากกัน นักวิจัยเชื่อว่าเวลาเกี่ยวข้องกับสิ่งต่างๆ ส่วนมากบนโลกที่กำลังหมุนไป และดวงอาทิตย์ก็ขึ้นแล้วตก เวลาจากนาฬิกาอะตอม ซึ่ง ก็คือกลุ่มของธาตุซีเซียมที่สั่นไปมา  มันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับวันหรือคืน เดือน หรือปี แต่มันก็ทำให้เกิดคำถามในหมู่คนทั่วไปว่า แล้วคุณจะยังกังวลอะไรล่ะ เมื่อดวงอาทิตย์ก็ยังขึ้นและตกอยู่
       นาฬิกาที่เก่าแก่ที่สุด นั้นก็คือ นาฬิกาแดด ซึ่งวัดความยาวที่แท้จริงของ 1 วัน ชาวอียิปต์ แบ่งแต่ละวันออกเป็น 12 ชั่วโมงที่มีแสงสว่าง และ 12 ชั่วโมงแห่งความมืด แต่ช่วงเวลาที่เป็นตัวแทนของชั่วโมงเหล่านี้ก็เปลี่ยนไปตามฤดูกาล ตัวอย่างเช่น 1 ชั่วโมงในเวลากลางวันในฤดูร้อนก็จะยาวกว่า 1 ชั่วโมงในเวลากลางวันในฤดูหนาว ซึ่ง ก็ไม่มีอะไรจนกระทั่งในคริสต์ศตวรรษที่ 14 ความยาว 1 ชั่วโมงที่มีแบบแผนแน่นอนก็กลายเป็นสิ่งที่ผู้คนเคยชิน เนื่องจากการประดิษฐ์นาฬิกากลไกขึ้นมา นาฬิกาเหล่านั้นมีความสำคัญไม่เพียงเพราะมันเป็นจักรกลประดิษฐ์ที่เยี่ยมยอด แต่เพราะมันทำให้การรับรู้เกี่ยวกับเวลาของสาธารณชนเปลี่ยนแปลงไปด้วย
        นับตั้งแต่มีการสร้างนาฬิกากลไกขึ้นมา วินาที นาที และชั่วโมงก็กลายเป็นช่วงเวลาที่กำหนดตายตัว แต่กำหนดตายตัวโดยสัมพันธ์กับอะไรล่ะ? จากประวัติศาสตร์ส่วนมาก มีสิ่งอ้างอิงเกี่ยวกับเวลาอยู่สองอย่าง อย่างหนึ่งก็คือ การหมุนรอบตัวเองของโลก หรือ 1 วัน ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นวินาที นาที และชั่วโมง สิ่งอ้างอิงอีกอย่างหนึ่งนั้นก็คือ ระยะเวลาที่โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์หรือระยะเวลา 1 ปี ซึ่งสามารถแบ่งเวลาออกเป็นหน่วยย่อยๆ ได้เช่นเดียวกัน หลายร้อยปีที่ผ่านมา เทค-  โนโลยีที่ก้าวหน้านั้นช่วยสนับสนุนให้การวัดระยะเวลามีความแม่นยำมาก
        ขึ้น ความต้องการเครื่องจักรที่มีความสามารถเฉพาะทาง ทำให้เกิดมาตราส่วนเวลาที่เหมาะสมกับผู้ใช้ที่แตกต่างกันแต่ละประเภท กลายเป็น ยูนิเวอร์แซล ไทม์ (universal time), ไซเดอรัล ไทม์ (sideral time), อีเฟเมอริส ไทม์ (ephemeris time), บารีเซนตริก ไทม์ (barycentric time) เวลาเหล่านี้คือตัวอย่างของมาตราส่วนเวลาส่วนหนึ่งเท่านั้น ไม่สำคัญว่ามาตราส่วนเวลาเหล่านี้จะซับ-ซ้อนแค่ไหน  กำหนดโดยใช้หลัก  ความยาวของวันหรือความยาวของปี เป้าหมายของมาตราส่วนเวลาทุกๆ แบบนั้นก็คือ การกำหนดแบบแผนที่ แน่นอนของเวลา ไม่มีการเปลี่ยนแปลงช่วงเวลาของวินาที
       มีการประดิษฐ์นาฬิกาอะตอมขึ้นในช่วงทศวรรษ 1950 (พ.ศ. 2493-2502) และสามารถแสดงการวัดช่วงเวลาที่คงที่ ไม่ขึ้นอยู่กับการเคลื่อนที่ของโลกในอวกาศ อะตอมในนาฬิกานี้สั่นไปมาอย่างมีระเบียบแบบแผน และเราสามารถทำนายความถี่ที่อะตอมเคลื่อนที่ขึ้นลงระหว่างสถานะของพลังงานที่ต่างกัน แต่ก็จำเป็นต้องได้รับการปรับตั้งค่าความถี่ให้เป็นมาตรฐานเช่นเดียวกับที่โลกหมุนรอบตัวเอง หรือหมุนรอบดวงอาทิตย์ และเพราะว่า  วงโคจรของโลกสามารถใช้สร้างมาตราส่วนเวลาที่มีแบบแผนได้เมื่อมีการกำหนดวินาทีของนาฬิกาอะตอมขึ้นเมื่อ 50 ปีที่ผ่านมา เวลา 1 วินาทีที่สมาชิกในที่ประชุมมาตรฐานระหว่างประเทศเห็นด้วยนั้นก็คือ เท่ากับ 1/31,556, 925.9747 ของ 1 ปี และเท่ากับ 9, 192,631,770 ครั้งของช่วงเวลาที่อะตอมของซีเซียมเปลี่ยนสถานะพลังงาน สำหรับนักฟิสิกส์และวิศวกรนั้น สูตรที่กำหนดนี้สามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี
        แต่เพราะว่า “วินาที” ที่กำหนด ขึ้นมานี้ ไม่สอดคล้องกับการหมุนรอบ ตัวเองที่ช้าลงของโลก ซึ่งสร้างความ เสียหายให้กับระบบนำทางที่อาศัยการอ้างอิงดวงดาวบนท้องฟ้า และในช่วงทศวรรษที่ 1960 (พ.ศ. 2503-2512) นั้น เรือทั่วโลกยังใช้ระบบนำทางแบบนี้อยู่ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง วินาทีที่กำหนดโดยอ้างอิงกับความยาวของ 1 ปี และการสะท้อนไปมาของอะตอมนั้นสั้นกว่าวินาทีที่กำหนดโดยอ้างอิงกับความยาวของ 1 วัน ดังนั้นในตอนเริ่มต้นของปี 2515 คนอื่นๆ ในแวดวงระหว่างประเทศจึงเห็นด้วยกับการให้มีการ เพิ่มวินาทีเข้าไปให้กับเวลาของนาฬิกาอะตอม เพื่อที่จะสร้างเวลานาฬิกาของเมืองที่มีระเบียบแบบแผนแน่นอน และสอดคล้องกับความยาวของเวลา 1 วัน
        นับตั้งแต่นั้นมา มีการนำระบบนำร่องของดาวเทียมมาแทนที่ระบบนำร่องด้วยดวงดาว และนาฬิกาส่วนมากก็ ตั้งเวลาโดยอ้างอิงกับชิปคอมพิวเตอร์ ถ้าวินาทีที่เติมเข้าไปสามารถทำนายได้เช่นเดียวกับวันที่เติมเข้าไป ก็คงจะไม่เกิดปัญหามากสำหรับนักเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะโลกหมุนรอบตัวเองแบบไม่แน่นอน ตอนนี้ โลกก็หมุนรอบตัวเองช้าลงอย่างไม่แน่นอน ไม่มีกฎเกณฑ์แรงดึงดูดของดวงจันทร์ชะลอการหมุนของโลกในรอบสัปดาห์ และรอบเดือน และแกนหมุนของโลกก็ขยับเลื่อนใน รูปแบบที่ไม่แน่นอน ซึ่งทำให้โลกหมุนรอบตัวเองเร็วขึ้นหรือช้าลงก็ได้ แม้แต่กระแสน้ำในมหาสมุทรก็มีผลทำให้ความเร็วในการหมุนรอบตัวเองของโลกเปลี่ยนแปลงไป
        นักวิจัยเชื่อว่า จำนวนเวลาที่แตกต่างกันระหว่างมาตราส่วนเวลาที่ใช้โลกเป็นเกณฑ์ และใช้อะตอมเป็นเกณฑ์ในการวัดนั้นจะกลายเป็น “ความสับสนที่อันตรายมาก” เพราะความแตกต่างของมาตราส่วนเวลาทั้งสองนั้นเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในอีก 50 ปีข้างหน้า เราอาจต้องเพิ่มวินาทีเข้าไปในเวลาด้วยอัตราสองครั้งต่อปีทีเดียว
        การพัฒนามาตรฐานเวลาขึ้นมาใหม่นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ทางเลือกที่ง่ายที่สุดดูเหมือนว่าเป็นสิ่งที่ยากที่สุดใน ขั้นตอนทั้งหมด ตัวอย่างเช่น การละ ทิ้งวินาทีที่เติมเข้าไปนั้นจะทำให้การจัดการต่างๆ ในโลกเกิดความวุ่นวาย เพราะว่ากฎเกณฑ์กฎหมายประเทศส่วนมาก และข้อตกลงระหว่างประเทศอ้างอิงเวลาของนาฬิกาเมือง การแก้ไขการกำหนดความหมายของวินาทีในนาฬิกาอะตอมเพื่อให้สอดคล้องกับความยาวของเวลา 1 วันนั้น จะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของค่าปริมาณการวัดทางกายภาพทุกอย่าง และทำให้เครื่องมือทุกชนิดที่เกี่ยวข้องกับเวลา นั้นตกยุค ไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป
        ในเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมา เบียร์ดเป็นผู้นำการประชุมในทูริน อิตาลี ซึ่งจัดโดยสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศเพื่อพิจารณาหาวิถี ทางอื่นๆ ในการแก้ไขการกำหนดความหมายของเวลา บางคนเสนอว่าในศตวรรษที่ 21 นี้ อาจไม่จำเป็นต้องคำนวณตรวจการหมุนรอบตัวเองของโลกทุกๆ วัน วินาทีที่เติมเข้าไปนั้นอาจนำไปเพิ่มเพียงครั้งเดียวทุกๆ 4 ปี พร้อมๆ กับการเพิ่มวันที่ 29 เดือนกุมภาพันธ์ หรือเติมนาทีเข้าไปในเวลาในทุกๆ 500 ปี เหตุที่แนวทางการ
        แก้ปัญหาส่วนมากที่ดูราวกับว่ายากจะจัดการได้และไม่เป็นธรรมชาตินี้ อาจเป็นเพราะพวกเราพยายามคิดว่า เวลาคือผู้บริหารจัดการชีวิตของเรา ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว พวกเราคือ ผู้บริหารเวลาต่างหาก

แปลและเรียบเรียงจาก Leap Second, Discover, March 2004

                                               โดย... สันติพงษ์ ปิตตุภักดิ์

 

กลับหน้าแรกเรื่องเวลา

  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์) 

 ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2  กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์ เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์  2 (บรรยาย) แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  
ฟิสิกส์พิศวง สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์ วีดีโอการเรียนการสอน
หน้าแรกในอดีต แผ่นใสการเรียนการสอน

   การทดลองเสมือน 

บทความพิเศษ  ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)
พจนานุกรมฟิสิกส์ 

 ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

ธรรมชาติมหัศจรรย์ 

 สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

การทดลองมหัศจรรย์  ดาราศาสตร์ราชมงคล

  แบบฝึกหัดกลาง 

แบบฝึกหัดโลหะวิทยา  

 แบบทดสอบ

ความรู้รอบตัวทั่วไป 

 อะไรเอ่ย ?

ทดสอบ(เกมเศรษฐี) 

คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์ เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
คำศัพท์ประจำสัปดาห์  

  ความรู้รอบตัว

การประดิษฐ์แของโลก ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง  การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ  

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

    

กลับสารบัญหน้าแรกในอดีต

 

กลับสู่หน้าแรกของโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

 

 

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

หน้าแรกในอดีต