เวลา

เมื่อเอ่ยถึงเรื่อง เวลา แล้ว ก็ต้องยอมรับว่า เป็นเรื่องใหญ่ในชีวิตประจำวันของแต่ละคน เพราะเวลาหมุนวนเวียนเปลี่ยนไปตลอดไม่มีวันหยุดนิ่ง
ขณะที่สรรพสิ่งทั้งหลายในโลกอาจจะมีเกิดมีดับหรือมีหยุดบ้างเป็นครั้งคราว
แต่เรื่องราวของ เวลา กลับหาเวลาหยุดไม่ได้

เวลามาแล้วก็ผ่านเลยไปไม่หวนคืนกลับมาหาเราอีก ถึงแม้หลายคนจะถวิลหาเวลาที่ผ่านเลยไป แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ไม่ว่าจะเป็นคนรวยคนจนแค่ไหน ล้วนมีความเสมอภาคจากเวลาอย่างเท่าเทียมกัน
ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนบ่นให้ได้ยินได้ฟังกันบ่อยๆ ว่า มีเวลาน้อยเหลือเกิน หรือ ไม่มีเวลา ทั้งๆ ที่ในความจริงแล้วเราต่างมีเวลาเท่ากัน

ในช่วงวันและวัยที่ยังเป็นเด็กเป็นวัยรุ่น ชีวิตยังไม่มีภารกิจวุ่นวายมากนัก เรามักไม่ค่อยรู้สึกว่าเวลาเป็นสิ่งมีค่าจนกว่าเราเริ่มเป็นผู้ใหญ่ ต้องใช้ชีวิตกับหน้าที่การงาน เรื่องราวของเวลาก็เข้ามามีบทบาทมากขึ้น

บางคนประสบความสำเร็จในชีวิต เพราะสามารถจัดการบริหารเวลาได้ดี ขณะที่บางคนประสบความล้มเหลวในชีวิตเพราะไม่ได้คิดถึงเรื่องของการบริหารจัดการเวลา ปล่อยให้เวลามาเป็นเครื่องบงการแทนที่จะเป็นฝ่ายบริหารจัดการเวลาซะเอง ตัวเร่งที่ทำให้เรื่องของเวลามามีความสำคัญมากยิ่งขึ้นในชีวิตของคนเราคือเมื่อเข้าสู่การมี ครอบครัว
เพราะการมีครอบครัวคือการที่คนสองคนนำชีวิตมาหลอมรวมเป็นคนเดียวกันในหลายๆ เรื่อง ถึงแม้จะไม่ได้หลอมรวมกันทุกเรื่องก็ตาม

ความที่ต้องเอาชีวิตมาหลอมรวมย่อมรวมไปถึงต้องเอา เวลา มาหลอมรวมอย่างช่วยไม่ได้
แค่เฉพาะตอนยังไม่ได้แต่งงาน หนุ่มสาวโสดแต่ละคนก็เริ่มบ่นเรื่อง ไม่ค่อยมีเวลา อยู่แล้ว
พอต้องเอาชีวิตคนสองคนมาอยู่ด้วยกัน คงพอฝันเห็นถึงภาพได้ว่า แต่ละคนจะมีเวลาเพิ่มขึ้นหรือลดลงขนาดไหน ตอบได้ทันทีเลยว่า เวลาของแต่ละคนต้องลดลงอย่างแน่นอน

เมื่อเวลาต้องลดลงอย่างนี้ จึงต้องมีวิธีบริหารจัดการเวลาให้การใช้ชีวิตในแต่ละวัน เป็นไปอย่างสร้างสรรค์และเปี่ยมสุข ลองนึกแบบสนุกๆ ง่ายๆ ดู ก็จะพบว่าการใช้เวลาในชีวิตประจำวันของคนที่มีครอบครัวแล้ว จะถูกจัดสรรใช้ไปในสามส่วนใหญ่ๆ ด้วยกันคือ
1. เวลางาน
2. เวลาครอบครัว
3. เวลาส่วนตัว

เวลาทั้งสามส่วนที่ถูกแบ่งออกมานี้ คงไม่มีใครมีสูตรสำเร็จเด็ดขาดว่า ในชีวิตของเราควรใช้เวลาส่วนไหนเท่าไหร่ การจะใช้เวลาส่วนไหนเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคนสองคนร่วมกัน
ทั้งสองคนควรจะปรึกษากันว่าเวลางาน เวลาครอบครัว เวลาส่วนตัวควรจะมีสัดส่วนเท่าไหร่
เมื่อเริ่มแต่งงานกันใหม่ๆ บางคู่อาจจะตกลงที่จะให้เวลากับครอบครัว แบบใกล้ชิดติดกันของคนสองคนมากหน่อย เพื่อเรียนรู้ซึ่งกันและกันให้มากขึ้น อย่าไปคิดว่าแต่งงานกันแล้วหมายความว่าไม่ต้องเรียนรู้ซึ่งกันและกันอีกแล้ว ทุกอย่างจบแล้ว เพราะแท้ที่จริงแล้ว การแต่งงานคือการเริ่มต้นของคนสองคน ที่จะอยู่ด้วยกันแบบครอบครัวอย่างจริงจัง เปรียบเสมือนเป็นบันไดอีกก้าวหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ก้าวสุดท้ายที่ต้องก้าวไปให้ถึง

ขณะที่บางคู่รู้สึกว่าต่างรู้จักกันซาบซึ้งถึงอกถึงใจกันเพียงพอแล้ว ก็อาจหัน/ไปหาแนวทางการให้เวลากับการทำงานสร้างครอบครัวเป็นหลักก็ได้
ถ้าคู่ที่ตัดสินใจเดินแนวทางนี้ ก็จะมีเวลาให้กับเรื่องงานมากกว่าให้เวลากับครอบครัว
หรือบางคู่อาจจะแบ่งเวลาให้ทั้งสองส่วนใกล้เคียงกันก็ย่อมได้
ทั้งหลายทั้งปวงก็ขึ้นอยู่กับการตกลงของคนสองคนเป็นหลัก
เมื่อปักหลักมีครอบครัวแล้วก็มักจะต้องมี ลูก ตามมา

การบริหารจัดการเวลาของทั้งสองคนร่วมกัน เป็นเรื่องสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า การตัดสินใจมีคู่กันเลยทีเดียว
ต้องพึงระลึกเสมอว่าตัดสินใจมีคู่ยังเลิกมีคู่ได้ ตัดสินใจขาดกันไป ไม่ให้เห็นหน้าค่าตากันทั้งชีวิตเลยก็ได้ แต่การตัดสินใจมีลูกแล้ว จะตัดพ่อแม่จากลูกไม่ได้ เพราะมันเป็นความผูกพันทางสายเลือดที่ยากจะตัดขาด
เมื่อใดประกาศมีลูก ต้องคำนึงถึงเรื่องเวลาที่จะให้ลูก
ถ้าคิดว่าตัวเองไม่มีเวลาให้ลูกก็ยังไม่ควรมีลูก
เพราะเวลาที่จะให้ลูกนั้น มีคุณค่ามากกว่าทรัพย์สินเงินทองหลายเท่านัก
เพราะการเลี้ยงดูลูกให้เติบโตเป็นพลเมืองดีหรือมีค่า เป็นเพียงสวะสังคมขึ้นอยู่กับเวลา ที่พ่อแม่จะให้กับลูกเป็นอย่างมาก
สามีภรรยาบางคนตัดสินใจทิ้งงานประจำเพื่อทำงานสร้างลูก ปลูกฝังให้เป็นคนคุณภาพของสังคมและครอบครัวอย่างเต็มที่
ทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของทั้งสองคนในครอบครัว

สำหรับ เวลาส่วนตัว ของแต่ละคนนั้น อย่าคิดว่าไม่สำคัญ
ถึงจะมีครอบครัว ก็ต้องมีเวลาส่วนตัวบ้างตามสมควร แต่ก็ไม่ควรมีมากกว่าเวลาของงานและเวลาครอบครัว
ถ้ามีครอบครัวแล้วยังให้เวลากับเวลาส่วนตัวมากกว่า ก็ไม่น่าจะคิดมีครอบครัวนะ
หรือคุณจะว่ายังไง!

[ ที่มา... กรุงเทพวันอาทิตย์ ปีที่ 16 ฉบับที่ 5651 วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2546 ]

 

กลับหน้าแรกเรื่องเวลา

  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์) 

 ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2  กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์ เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์  2 (บรรยาย) แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  
ฟิสิกส์พิศวง สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์ วีดีโอการเรียนการสอน
หน้าแรกในอดีต แผ่นใสการเรียนการสอน

   การทดลองเสมือน 

บทความพิเศษ  ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)
พจนานุกรมฟิสิกส์ 

 ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

ธรรมชาติมหัศจรรย์ 

 สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

การทดลองมหัศจรรย์  ดาราศาสตร์ราชมงคล

  แบบฝึกหัดกลาง 

แบบฝึกหัดโลหะวิทยา  

 แบบทดสอบ

ความรู้รอบตัวทั่วไป 

 อะไรเอ่ย ?

ทดสอบ(เกมเศรษฐี) 

คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์ เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
คำศัพท์ประจำสัปดาห์  

  ความรู้รอบตัว

การประดิษฐ์แของโลก ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง  การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ  

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

    

กลับสารบัญหน้าแรกในอดีต

 

กลับสู่หน้าแรกของโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

 

 

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

หน้าแรกในอดีต