|
|
ภาพประจำสัปดาห์
นักฟิสิกส์และเคมีชาวอิตาเลียน เป็นผู้ค้นพบกระแสไฟฟ้าที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ และเป็นผู้ประดิษฐ์แบตเตอรี่ไฟฟ้า จนได้รับเกียรติให้นำชื่อของเขามาเป็นนชื่อของหน่วยวัดแรงเคลื่อนของกระแสไฟฟ้าคือคำว่า โวลต์ อเล็กซานโดร โวลต้า เกิดเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ค. ศ. 1745 ที่ประเทศอิตาลี เขาเรียนหนังสือเก่งโดยเฉพาะวิชาเคมีและฟิสิกส์จนได้รับแต่งตั้งให้เป็นศาสตราจารย์ประจำวิชาเคมีและฟิสิกส์ ที่บ้านเกิดตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 30 ปีและอีก 5 ปีต่อมาเขาได้เป็นศาสตราจารย์ประจำวิชาปรัชญาธรรมชาติวิทยา โวลต้าค้นพบว่าในความชื้นระหว่างโลหะนั้นจะทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าไหลได้ จากการเชื่อมปลายโลหะต่างชนิดทั้ง 2อันเข้าด้วยกัน จากหลักการนี้โวลต้าได้ลงมือประดิษฐ์แบตเตอรี่ขึ้น โดยอาศัยคาร์บอนและสังกะสีมาทำเป็นขั้ว นอกจากแบตเตอรี่ไฟฟ้าแล้ว โวลต้ายังประดิษฐ์สิ่งต่างๆให้แก่วงการวิทยาศาสตร์อีกมาก อาทิเช่น ตะเกียงแก๊ส เป็นต้นจากผลงานของเขานี่เอง ที่เขาได้รับการยกย่องให้ใช้ชื่อของเขาเป็นหน่วยวัดแรงเคลื่อนไฟฟ้ากระแสคือคำว่า โวลต์ นั่นเอง โวลต้าถึงแก่กรรมเมื่อ วันที่ 5 มีนาคม ปีค.ศ. 1827 ที่อิตาลี เมื่อเขามีอายุได้ 82 ปี |
|||
|
||||
| ||||
|
||||
|
แบบฝึกหัดประจำสัปดาห์
อุปกรณ์ที่ทอมสันใช้ในการทดสอบหาค่า
ประจุต่อมวล
อนุภาคอิเล็กตรอนจากคาโถดจะถูกเร่งให้มีความเร็วเพิ่มขึ้น
วิ่งผ่านเข้าไปในสนามไฟฟ้า และสนามแม่เหล็ก
และผ่านไปที่ฉากที่ฉาบด้วยฟอสฟอรัส
|

ภาพของทอมสัน (คนซ้าย)

a) ภาพหลอดคาโถด อิเล็กตรอนจะหลุดออกจากคาโถดที่ร้อนแดง และถูกแร่งให้มีความเร็วเพิ่มขึ้นผ่านขั้วอาโนด A ผ่านเข้าสู่ แผ่นประจุคู่ขนาน เพื่อใช้ในการเบี่ยงเบนอิเล็กตรอน b) ภาพเงากากบาท ที่เกิดจากการบังการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน
นักฟิสิกส์ชาวเยอรมันที่ต้องพบกับความยากลำบากเกี่ยวกับการศึกษาในวัยเยาว์อันเนื่องมาจากความยากจน แม้เมื่อเขาได้ค้นพบผลงานอันมีค่าแล้ว ก็ยังมีบางคนไม่เข้าใจ จนเขาได้รับการวิจารณ์อย่างรุนแรง และถูกบังคับให้ออกจากตำแหน่งครูที่เขาสอนอยู่ จนว่างงานไปถึง 6 ปี
ยอร์ช ไซมอน โอห์ม เกิดเมื่อวันที่ 16 มีนาคม ปี ค.ศ. 1787 ที่แคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมัน บิดาเขาเป็นนายช่างกล ที่ให้การสนับสนุนให้ลูกชายได้รับการศึกษาอย่างดี แม้จะมีฐานะยากจน เมื่อเขาจบการศึกษาแล้วก็ทำงานเป็นครูสอนในโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง โดยสอนคณิตศาสตร์และฟิสิกส์
ในสมัยนั้น นักวิทยาศาสตร์ชื่อฟอเรย์ ได้ค้นพบการไหลของความร้อน ซึ่งโอห์มสนใจมาก เขาจึงนำเอาความคิดนี้มาทดลองกับกระแสไฟฟ้าดู โดยใช้เส้นลวดที่มีขนาดต่างๆกัน การทดลองนี้ทำให้โอห์มพบว่า ปริมาณกระแสไฟฟ้าจะแปรเปลี่ยนค่าโดยทางกลับกัน กับความยาวของสายไฟ และจะแปรเปลี่ยนไปในทางตรงกันกับพื้นที่หน้าตัดของสายไฟ โดยหลักการนี้เอง โอห์ม จึงสามารถหาค่าของความต้านทานได้โดยตั้งกฎที่เป็นที่มาของกฎของโอห์มว่า การไหลของกระแสไฟฟ้าที่ผ่านตัวนำ ย่อมเป็นปฏิภาคโดยตรงกับความต่างศักย์ และเป็นปฏิภาคโดยกลับกันกับความต้านทาน
โอห์มได้ประกาศความคิดเห็นนี้ในปี ค.ศ. 1827 แต่ผลงานของเขาไม่เป็นที่สนใจในประเทศเยอรมันนัก ซ้ำถูกวิจารณ์อย่างรุนแรง แต่ในประเทศอังกฤษเขาได้รับการยกย่องมาก จนได้รับเหรียญคอพเลย์ในปี ค.ศ. 1841
จากเกียรติที่โอห์มได้รับในต่างแดน ทำให้รัฐบาลเยอรมันเริ่มเห็นคุณค่า และมอบตำแหน่งศาสตราจารย์ให้เขาและยังใช้ชื่อของเขาเป็นหน่วยวัดความต้านทานไฟฟ้าคือ โอห์ม ด้วย โดยมีความหมายว่า กระแสไฟฟ้า 1 แอมแปร์ ไหลผ่านตัวนำภายใต้ความต่างศักย์ 1 โวลต์ ค่าของตัวนำนั้นมีความต้านทาน 1 โอห์ม
โอห์มถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ปี ค.ศ. 1854 รวมอายุได้ 67 ปี
Fuel Cells
คืออะไร

คลิกอ่านต่อครับ แผ่นใสอธิบายเรื่องไฟฟ้าสถิต จัดทำโดยนางสาวราตรี
สวัสดิ์วงศ์
ยินดีต้อนรับสู่เนื้อหาทางฟิสิกส์.....เรื่องไฟฟ้าสถิตย์
ขอบคูณทุกท่านที่กรุณาให้ความสนใจในวิชาฟิสิกส์
ด้วยความปราถนาดี จากประจียด ปฐมภาค นำมาจาก http://talung.pt.ac.th/ptweb/prajead/home1.htm
ฟิสิกส์ราชมงคลต้องขอขอบคุณมากครับ
ไฟฟ้ากระแสตรง
ความนำและประวัติความเป็นมาของไฟฟ้ากระแส
ท่านได้ทราบประวัติความเป็นมาของวิชาไฟฟ้าสถิตแล้ว ไฟฟ้ากระแสเป็นผลต่อเนื่องมาจากวิชาไฟฟ้าสถิตดังกล่าวแล้ว การทดลองให้ประจุไฟฟ้าเคลื่อนที่ผ่านเส้นด้ายเป็นระยะทางประมาณ 250 เมตร ของ สตีเฟน เกรย์ และแกรนวิล วีเลอร์ ชาวอังกฤษ น่าจะเป็นเพียงจุดเริ่มแรกของการเคลื่อนที่ของประจุไฟฟ้าซึ่งเราจะเรียกต่อไปว่า กระแสไฟฟ้า การทดลองได้ว่าฟ้าแลบ ฟ้าผ่า เป็นการเคลื่อนที่ของประจุไฟฟ้าของเบนจามิน แฟลงคลิน น่าจะเป็นจุดเริ่มที่สำคัญที่มนุษย์เริ่มมองเห็นอำนาจอันมหาศาลจากการเคลื่อนที่ของประจุไฟฟ้า แต่ปัญหาที่สำคัญคือ เราจะมีแหล่งจ่ายประจุไฟฟ้าได้อย่างไร เป็นที่น่าประหลาดใจอย่างยิ่งที่จุดเริ่มต้นของการสร้างแหล่งจ่ายประจุไฟฟ้านี้มาจากการค้นพบของนักชีววิทยาผู้สอนวิชากายภาคศาสตร์ ในประเทศอิตาลี ลุยจิ กัลวานี (Luigi Galvani) ในปี ค.ศ.1780 กัลวานีพบว่าเมื่อเขาใช้ปากคีบโลหะแตะขากบคู่หนึ่งซึ่งวางอยู่ในจานโลหะเพื่ออธิบายเกี่ยวกับประสาทและกล้ามเนื้อ ขากบก็กระตุกขึ้นได้เอง
การทดลองของท่านลุยจิ
กัลวานี
ไฟฟ้าสถิต 1 2 3 4 5 ของ นรินทร์ เนาวประทีป
ไฟฟ้าสถิต 1 2 3 4 5 6 7 8 9 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อดิชาติ บ้วนกียาพันธุ์
การทดลอง
Electroscope
การทดลองเรื่อง Electroscope คลิกครับ
บันทึกผลการทดลอง
กดปุ่ม Charge separation แล้วกดปุ่ม Play
สังเกตว่าประจุเคลื่อนที่ และไปเกี่ยวข้องกับ คำว่า separation ได้อย่างไร อธิบาย __________________________
______________________________________________________________________
|
ในห้องทดลองนี้คุณสามารถที่จะวางดาวเทียมสปุตนิกในวงโคจรของโลก โดยการคลิกเมาส์ค้างในบริเวณสีดำที่ใดก็ได้ และลากเมาส์เพื่อเพิ่มเวกเตอร์ของความเร็ว และปล่อยลงในวงโคจรที่เหมาะสม คุณจะทำให้ดาวเทียมสปุตนิกสามารถโคจรรอบโลก หลุด หรือ หล่นเข้าสู่วงโคจรของโลกก็ได้ กดที่นี่หรือที่รูปภาพเพื่อเข้าสู่การทดลอง |
ในห้องทดลองนี้ คุณสามารถที่จะวางอิเล็กตรอนลงในวงโคจรของนิวเคลียส (ประจุบวก) โดยการคลิกเมาส์ค้างบริเวณสีเทาที่ใดก็ได้ และลากเมาส์เพื่อเพิ่มหรือลดเวกเตอร์ของความเร็ว ปล่อยลงในวงโคจรในตำแหน่งที่เหมาะสม คุณจะทำให้อิเล็กตรอนสามารถโคจรรอบนิวเคลียส หลุด หรือ หล่นเข้าสู่วงโคจรของนิวเคลียสก็ได้ กดที่นี่หรือที่รูปภาพเพื่อเข้าสู่การทดลอง |
ไฟฟ้ากระแสตรง
ในห้องทดลองนี้คุณสามารถสร้างวงจรไฟฟ้ากระแสตรงได้หลายรูปแบบตามใจชอบ อย่างไรก็ตามมีข้อจำกัดบางประการที่จะต้องทราบก่อน ยกตัวอย่างเช่น แบตเตอรี่หรือแหล่งจ่ายไฟกำหนดค่าได้ตั้งแต่ +10 V ถึง -10 V ดังนั้นถ้าคุณต้องการแบตเตอรี่ค่า 20 V ให้ต่อแบต 2 อันอนุกรมกัน กดที่รูปภาพหรือที่นี่เพื่อเข้าสู่การทดลอง

ศูนย์มรณะ กระสุนขนาดลำกล้อง 7.5 mm ซึ่งวิ่งเร็ว 338 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะเฉือนผ่านแผ่นไพ่ รอยเกลียวลำกล้องซึ่งเกิดจากร่องบนผิวในของลำกล้องปืนปรากฎให้เห็นได้อย่างชัดเจน

ฮินเดนเบอร์กเรือเหาะมรณะ
ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง คนเยอรมันภูมิใจมากที่พวกเขาสามารถสร้างเรือเหาะขนาดใหญ่
เท่ากับสนามฟุตบอล 3 สนามรวมกันได้สำเร็จ เขาขนานนามมันว่า เรือเหาะฮินเดนเบอร์ก ข้างในเรือเหาะแบ่งออกเป็น
16
ห้อง แต่ละห้องบรรจุแก๊สไฮโดรเจนซึ่งเป็นแก๊สที่เบาที่สุดในโลก
ซึ่งช่วยให้เรือเหาะลำนี้สามารถลอยอยู่ในอากาศ และยังบรรทุกผู้โดยสารได้หลายร้อยคน
อย่างไรก็ตามแก๊สไฮโดรเจนเป็นแก๊สที่อันตรายมาก เพราะมันติดไฟได้
ในยุคนั้นยังไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงเกี่ยวกับไฮโดรเจน
จึงมีการสร้างเรือเหาะกันอย่างมากมายแต่ไม่มี
เรือเหาะลำใดมีขนาดใหญ่เท่าฮินเดนเบอร์ก
จวบจนกระทั่งเมื่อวันที่ 6 เดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1937
เวลาหนึ่งทุ่มยี่สิบเอ็ดนาที
ขณะที่เรือเหาะฮินเดนเบอร์กบินข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกจากประเทศเยอรมัน
และกำลังจะเข้าเทียบท่าที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
ทันใดนั้นเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็ได้อุบัติขึ้น
เรือเหาะระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว (ดังรูป) ใช้เวลาเพียง 32 วินาที
ลูกไฟดวงใหญ่ก็ดับลง มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บมากมาย
อะไรเป็นสาเหตุให้เรือเหาะที่ท่าน
ผู้เผด็จการฮิตเลอร์
ประมุขเยอรมัน ชื่นชมนักหนา ระเบิดเป็นจุล ให้นักศึกษาฟิสิกส์
2 ทุกกลุ่มบรรยายการระเบิดในครั้งนั้นว่าเกิดจากสาเหตุอะไร
และมีความสัมพันธ์กับกระแสไฟฟ้าได้อย่างไร ถ้าไม่เข้าใจดูทฤษฎีเพิ่มเติมก่อน
ลงใน
| |
ปิงปอง ลองฝึก โต้กับ คอม ดู ใคร จะเก่ง กว่า
กัน |
solitaire เรียงไพ่ตามลำดับ สลับสี เหมือนใน
วินโดว์ |
pacman เกมส์แพคแมน อย่างที่เคยเล่นในอดีต |