|
|
งานและพลังงาน รถไฟเหาะตีลังกา ถ้าท่านได้ศึกษาฟิสิกส์ ท่านจะต้องรู้จักเครื่องเล่นมหัศจรรย์ชิ้นหนึ่ง ชื่อของมันคือ รถไฟเหาะตีลังกา เพราะการเคลื่อนที่ของมันเป็นไปตามหลักการทางฟิสิกส์ล้วนๆ อาทิเช่น มวล ความเร่งโน้มถ่วง และแรงเข้าสู่ศูนย์กลางเป็นต้น ในสวนสนุกขนาดใหญ่เกือบทุกแห่ง ล้วนแต่มีรถไฟเหาะตีลังกาอยู่ทั้งสิ้น ทางวิ่งของรถไฟเหาะดูใหญ่โตมโหฬาร วนไปมาหน้าเวียนหัวยิ่ง รถไฟเหาะตัวนี้อยู่ที่ประเทศอังกฤษ ทางวิ่งยาว 1524 เมตร คือ กิโลเมตรครึ่ง ฟิสิกส์ราชมงคล จะเปิดเผยกฎทางฟิสิกส์สำหรับเครื่องเล่นชนิดนี้ ให้ท่านได้เห็นถึงความมหัศจรรย์ ในหน้าถัดไป คลิกอ่านต่อครับ |
|||||||||||||
|
||||||||||||||
|
งานและพลังงาน กีฬายอดนิยมสำหรับผู้ชอบความท้าทาย คือการกระโดดแบบบันจี้ ผู้ที่ออกแบบจะต้องหาเส้นเชือกที่มีความยืดหยุ่นเหมือนสปริง นำไปผูกติดกับขาของผู้กระโดด เมื่อผู้กระโดดพุ่งและดิ่งศีรษะลงด้านล่าง เชือกจะยืดตามออกมา พอเชือกยืดสุดแล้ว เชือกจะหดตัวและดึงผู้กระโดดขึ้นไป ผู้ที่ออกแบบจะต้องคำนวณได้ว่าเชือกจะยืดออกมาได้ยาวสุดเท่าไร โดยใบหน้าของผู้กระโดดจะไม่กระทบกับพื้นน้ำข้างล่าง แต่ก็ต้องให้ใกล้กับพื้นน้ำมากที่สุด เพื่อให้เกิดความตื่นเต้น และน่าหวาดเสียวสุด ๆ มีอ่านต่อครับ |
|||||||||||||
|
|
|||||||||||||
|
ความหมายของงานโดยทั่วไปในชีวิตประจำวัน งานมักจะหมายถึง การยกของ ทำสวนครัว ปรุงอาหาร ซักเสื้อผ้า เขียนหนังสือ หรือทำกิจกรรมใด ๆ เพื่อรับค่าตอบแทน และขณะที่เด็กวิ่งเล่นกันอยู่ในสนามเด็กเล่นหรือเล่นแบดมินตัน หรือตีเทนนิส โดยทั่วไปถือว่าเป็นการออกกำลังกาย หรือเป็นการเล่นกีฬา ไม่ใช่เป็นการทำงาน แต่ความหมายของงานโดยทั่วไป กับความหมายทางฟิสิกส์แตกต่างกัน ซึ่งความหมายของงานในทางฟิสิกส์ คือ งานจะเกิดขึ้นต่อเมื่อมีแรงมากระทำต่อวัตถุแล้วทำให้วัตถุมีการเคลื่อนที่ได้ระยะกระจัด (ระยะกระจัดหมายถึงระยะที่วัดในแนวตรง) เพราะฉะนั้นตัวอย่างการเล่นกีฬาของเด็ก ๆ อาจเรียกได้ว่าเป็นการทำงานในทางฟิสิกส์ แรง กำลัง ทอร์ก งานและพลังงานคืออะไร ถ้าคุณได้อ่านบทความของฟิสิกส์ราชมงคล คุณจะได้เห็นคำเหล่านี้บ่อยๆ เช่น มวล แรง ทอร์ก งาน กำลัง และพลังงาน คำเหล่านี้มีความหมาย และมีความสัมพันธ์กันอย่างไร ฟิสิกส์ราชมงคล จะอธิบายความหมายของคำแต่ละคำ ให้คุณได้ทราบ พร้อมทั้งยกตัวอย่าง ประกอบกับการคำนวณนิดหน่อย ตลอดบทความ เราจะพูดถึงหน่วยที่มีหลายมาตรฐาน แต่ที่เราใช้กันทั่วไป คือ ระบบหน่วยระหว่างชาติ ( International system of unit) ย่อเป็น SI หรือนิยมเรียกว่า ระบบเมตริก ยอมรับกันเป็นหน่วยมาตรฐานสากล หน่วยเมตริกที่เรารู้จักกันมากที่สุด คือ หน่วยเมตร กับกิโลกรัม ส่วนหน่วยมาตรฐานอีกหน่วยหนึ่งก็คือหน่วยอังกฤษ (English engineering Units) ที่เรารู้จักกันมากสุด คือ ฟุต กับ ปอนด์ หน่วยนี้ยังนิยมใชักันในหลายประเทศ แต่ที่เราไม่ค่อยจะคุ้นเคยเพราะว่า ประเทศไทยเราไม่ได้ใช้เป็นหน่วยมาตรฐาน มีต่อครับ
งาน ผลของพลังงาน เมื่อมีแรงกระทำแก่วัตถุ และสามารถทำให้วัตถุเคลื่อนที่ได้จะเกิดงาน งานวัดได้จากผลคูณของระยะทางกับแรงตามแนวที่วัตถุเคลื่อนที่ เช่น แรง 14 ปอนด์ ดึงให้วัตถุเคลื่อนที่ ขึ้นมา 1 ฟุต งานที่ต้องใช้คือใช้คือ 14 x 1 หรือ 14 ฟุต-ปอนด์ แต่ถ้าเมื่อยกวัตถุให้สูงขึ้นมาได้ 2 ฟุต งานที่ต้องใช้ คือ 28 ฟุต-ปอนด์ เราอาจเขียนสมการได้ดังนี้ งาน = ระยะทางที่เคลื่อนที่ x แรงตามแนวทิศทางของการเคลื่อนที่ ถ้าใช้ม้าลากเรือให้เคลื่อนที่ไปตามคลอง โดยให้ม้าเดินอยู่บนฝั่ง ในกรณีนี้เรือไม่ได้เคลื่อนที่ไปตามแนวแรงที่ดึง ดังนั้น ในการคำนวณหางาน เราต้องหาเฉพาะส่วนของแรงในทิศทางที่ทำให้เรือเคลื่อนที่เท่านั้น ในการกล่าวถึงงานจึงต้องกล่าวอย่างระมัดระวัง ให้ถูกต้องและถี่ถ้วนว่า งาน = ระยะทางที่เคลื่อนที่ x แรงตามแนวทิศทางของการเคลื่อนที่ แรงม้า คือ อัตราเร็วในการทำงาน วัดได้เพียงว่า 1 แรงม้า เท่ากับงานที่ทำ 33,000 ปอนด์ใน 1 นาที คลิกอ่านต่อครับ
พลังงานอันเกิดจากการเคลื่อนที่ เรียกว่า พลังงานจลน์ (kinetic energy) และ พลังงานที่มีสะสมอยู่ในตัว เนื่องมาจากภาวะของวัตถุ เรียกว่า พลังงานศักย์ (potenxtial energy) ตัวอย่างของพลังงานจลน์และพลังงานศักย์นั้นเราพอจะเห็นได้ง่ายๆ จากสิ่งที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัวเราอยู่ทุกวัน เช่น รถยนต์กำลังวิ่งด้วยความเร็วปกติบนถนนในที่ราบ ถ้าต้องการให้หยุดเราต้องใชัห้ามล้อ ซึ่งหมายถึงออกแรงต้านการเคลื่อนที่ รถยนต์ยังไม่สามารถหยุดได้ทันทีแต่จะเลื่อนต่อไปเป็นระยะทางหนึ่ง เราต้องทำงานด้วยแรงต้านทานเพื่อให้รถหยุด เพราะรถมีพลังงานเนื่องจากกำลังเคลื่อนที่อยู่ นั่นคือรถมีพลังงานจลน์ สำหรับตัวอย่างของพลังงานศักย์แบบหนึ่งที่น่าจะเห็นได้ ก็คือก้อนหินผูกห้อยที่ปลายเชือก ในภาวะที่ 1 ก้อนหินแขวนห้อยอยู่นิ่งๆ แต่ในภาวะที่ 2 ก้อนหินถูกยกขึ้นไปสูงกว่าระดับเดิม พลังงานที่ทำให้เกิดการเคลื่อนที่ หรือ
พลังงานที่มีอยู่ในวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่เรียกว่า พลังงานจลน์
เช่น 2. พลังงานน้ำ เป็นพลังงานที่ทำให้เกิดการเคลื่อนที่ของอนุภาคน้ำ เช่น การไหลของกระแสน้ำ การไหลของน้ำตกจากหน้าผา และการเกิดคลื่นในน้ำ ซึ่งพลังงานน้ำที่แรงมากเพียงพอจะสามารถทำให้กังหันน้ำหมุนได้
4.
พลังงานคลื่น คลื่นในทะเล และมหาสมุทร ปกติเกิดจากลม แต่ในบางกรณี
เกิดจากการเคลื่อนไหว ของเปลือกโลก เช่น แผ่นดินไหว พลังงานคลื่น
สามารถนำมา
ผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้าได้
| ||||||||||||||