7. การเกิดภาพภายในตา
รูปที่ 9.16 แสดงส่วนประกอบที่สำคัญของตา
 
      ตาเป็นอวัยวะรับความรู้สึกเกี่ยวกับการมองเห็น ตามีรูปร่างเกือบเป็นทรงกลมโดยส่วน ประกอบของตามี 2 ส่วน คือ ส่วนรวมแสง(Focusing Element) และ ส่วนไวแสง(Photosensitive Element) หรือเรียกว่าเรตินา (Retina) โดย
     ส่วนรวมแสง ประกอบด้วย
           • คอร์เนีย (cornea) เป็นเยื่อเหนียวใสอยู่ตอนหน้าจะนูนออกมามีสีขาวทึบแสง(ส่วนที่เป็นตาขาว) คอร์เนียช่วยให้การหักเหแสงที่ตามีกำลัง(Power) สูงขึ้น
           • ม่านตา (Iris) เป็นกล้ามเนื้อทึบแสงมีสีต่างๆตามเชื้อชาติ
           • พิวพิล (pupil) เป็นช่องเปิดตรงกลางม่านตาจะปรับให้เล็กลงได้เมื่อมีแสงมาเข้าตามากขึ้น และจะปรับให้เปิดกว้างเมื่อแสงลดน้อยลง
 
     เมื่อแสงจากวัตถุเข้าสู่นัยน์ตา แสงจะผ่านคอร์เนีย ผ่านเลนส์ตา (Lens) และของเหลวไวทรัส (Vitreous humor) ไปเกิดภาพบนเรตินา
     ส่วนไวแสง หรือเรียกว่า Retina ประกอบด้วยส่วนของเซลล์รับแสง ซึ่งแบ่งแยกเป็น 2 พวก คือ รอดส์ และ โคนส์ (Rods and Cones) และยังมีไยประสาท(nerve fibers)
     รอดส์จะไวต่อการรับแสงโดยมีแสงเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำงานได้
     โคนส์จะไวต่อการรับแสงสีของวัตถุ
     Fovea เป็นตำแหน่งหนึ่งในเรตินาจะมี Cones ประมาณ 34,000 เซลล์ เท่านั้น ที่มีเส้นประสาทติดต่อโดยตรงถึงสมอง ตรงบริเวณนี้จะใช้สำหรับเพ่งดูรายละเอียดของภาพให้เห็นชัดที่สุดและใช้แยกความแตกต่างของสีต่าง ๆ
     จุดบอดของนัยน์ตา(Blind Spot) เป็นบริเวณที่ไม่มีรอดส์และโคนส์อยู่ ดังนั้นถ้าส่วนใดของภาพที่เกิดบนเรตินา ไปตกลงที่ ตำแหน่งตาจะมองไม่เห็นภาพส่วนนั้น
     การเกิดภาพนั้นเกิดจากการหักเหของแสงที่คอร์เนียและที่เลนส์ตา ส่วนเลนส์ตานั้นปรับความยาวโฟกัสได้ เพื่อให้ภาพของวัตถุ ที่อยู่ในระยะต่าง ๆ กันเกิดภาพชัดบนเรตินา ความยาวโฟกัสของเลนส์ตาเปลี่ยนแปลงได้โดยการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของเลนส์ตา รอบๆ เลนส์ตามีกล้ามเนื้อวงกลมล้อมรอบเรียกว่า กล้ามเนื้อซิลิอารี (Ciliary muscles) เมื่อกล้ามเนื้อนี้คลายตัว เลนส์ตาจะถูกเส้นใยซิลิอารี (Ciliary fibers) ดึงให้แฟบลง ในระยะนี้ตาคนปกติจะมองเห็นชัดที่ระยะอนันต์ เพื่อที่จะดูวัตถุที่อยู่ใกล้เข้ามา เลนส์ตา จะต้องมีความยาวโฟกัสสั้นเข้าจึงจะได้ภาพชัดบนเรตินา กล้ามเนื้อซิลิอารีจะหดตัวทำให้เส้นใยซิลิลารีหย่อนเลนส์ตาก็จะโป่งออกทำให้ความยาวโฟกัสสั้นเข้า
     สำหรับ เซลล์ เรียงรายกันอยู่บนเรตินาจะนำสัญญาณไฟฟ้าผ่านไปทางจักษุประสาทไปสู่สมองทำให้เกิดความรู้สึกในการมองเห็น


โดย ผศ.ปรียา อนุพงษ์องอาจ
 
หน้า
  1. แสง
  2. การส่องสว่างและการเปรียบเทียบความเข้มแสง
  3. หลักของฮอยเกนส์
  4. กฎการสะท้อนของแสง
  5. อัตราเร็วแสงในตัวกลางใด ๆ
  6. การหักเหของแสง
  7. การสะท้อนกลับหมด
  8. ลักษณะของเส้นใยนำแสง
  9. กระจกและเลนส์
  10. ส่วนสำคัญของกระจก
  11. วัตถุอยู่นอกจุด C
  12. ภาพที่เกิดจากกระจกนูน
  13. กำลังขยาย (Magnification)
  14. ส่วนสำคัญของเลนส์
  15. การหาตำแหน่งภาพ
  16. สรุปการเกิดภาพโดยเลนส์
  17. การเกิดภาพภายในตา
  18. ข้อบกพร่องในการมองเห็นและวิธีแก้
  19. สายตาสั้น
  20. สายตายาว
  21. การแทรกสอดของแสง
  22. สำหรับการแทรกสอดแบบเสริม
  23. การเลี้ยวเบนของแสง
  24. กำลังแยกของช่องแคบ
  25. สี
  26. การมองเห็นสี
  27. การผสมแสงสี
  28. แว่นขยาย
  29. กล้องจุลทรรศน์ (Microscope)
  30. กล้องโทรทรรศน์ (Telescope)

ของ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต 
ภาควิชาฟิสิกส์ อุปกรณ์ชีวการแพทย์

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

 

 

กลับสู่หน้าแรกของโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

 

 

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

การเรียนฟิสิกส์ 2 ผ่านทางอินเตอร์เน็ต