
ตัวเก็บประจุนับว่าเป็นส่วนประกอบทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เก่าแก่ที่สุด
ในศตวรรษที่ 18 เชื่อกันว่า ไฟฟ้ามีลักษณะคล้ายของเหลวที่ไหลผ่านตัวนำ
และเก็บสะสมไว้ในขวดแก้วได้ดังที่เห็น ขวดที่ว่านี้ถือเป็น ตัวเก็บประจุแบบหนึ่งได้
โดยโลหะที่ฉาบอยู่ทั้งภายในและภายนอกทำหน้าที่เป็นเพลตส่วนแก้วเป็นไดอิเล็กทริก
เครื่องกลในภาพสร้างความต่างศักย์แรงสูงขึ้นได้
เมื่อเราจับด้ามหมุนจานแก้วให้ถูกับแผ่นผ้าวิธีนี้เท่ากับ เป็นการประจุให้กับขวด
ที่อยู่ใกล้ ๆ เรายังคงเรียกตัวเก็บประจุว่า "เครื่องควบแน่น" (condenser) มาจนถึง
ราวปี ค.ศ. 1950 แม้ว่าจะขัดกับทฤษฎี ว่าด้วยเรื่องของไหลก็ตาม
เราสูบลมผ่านเนื้อลูกโป่งไม่ได้แต่สูบให้ลูกโป่งพองโตขึ้นได้
ขณะที่อัดอากาศเข้าไปในลูกโป่ง ความดันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุดเราอัด
อากาศเพิ่ม เข้าไปอีก เพราะลูกโป่งอาจจะแตก
ในทำนองเดียวกันกระแสไม่สามารถไหลผ่านตัวเก็บประจุ
แต่ไหลเข้าไปข้างในได้ความต่างศักย์
จะเพิ่มขึ้นและไปขยายโมเลกุลของไดอิเล็กทริกขณะที่เกิดประจุไฟฟ้าสะสมเพิ่มขึ้นบนเพลตการ
สะสมของประจุไฟฟ้าจะสิ้นสุดลงเมื่อแบตเตอรี
่ไม่อาจบังคับประจุให้เข้าไปได้อีกหรือถ้า
ความต่างศักย์นั้นสูงเกินไปไดอิเล็กทริกที่แผ่ขยายมากเกินกว่าที่จะทนทานได้ก็จะมีสภาพคล้ายกับ
ยางของลูกโป่ง
เนื่องจากประจุต้องใช้เวลาในการไหลเข้าไปในตัวเก็บประจุดังนั้นความต่างศักย์ที่เกิดจากกระแสจึงเกิดตาม
หลังกระแสอยู่เสมอภาพจาก ออสซิล
โลสโคปนี้แสดงให้เห็นว่าความต่างศักย์ซึ่งเกิดจากกระแสที่เปลี่ยนแปลง
ตามปกติจะมีลักษณะการเปลี่ยนแปลงเลียนแบบกระแสที่เปลี่ยนแปลง ตามปกติจะมีลักษณะ
การเปลี่ยนแปลงเลียนแบบกระแสแต่ช้ากว่ากัน ? รอบ ในภาพ
เวลาที่ช้ากว่าจะอยู่ถัดไปทางด้านขวามือ


แสงวูบวาบนี้เกิดจากอุปกรณืทางอิเล็กทรอนิกส์ก่อนที่จะมีการนำแฟลชอิเล็กทรอนิกส์มาใช้นั้นช่างภาพ
ต้องใช้หลอดที่บรรจุขดลวดแมกนีเซียม ไว้ภายใน ซึ่งจะให้แสงวาบได้เพียงครั้งเดียว
แล้วต้องเปลี่ยน
หลอดใหม่ทุกครั้งก่อนที่จะถ่ายภาพครั้งต่อไปแต่หลอดชนิดนี้ก็ใช้หลักการคายประจุของตัวเก็บประจุ
มาช่วยจุดไฟ เช่นเดียวกับแฟลชอิเล็กทรอนิกส์

ตัวเก็บประจุที่มีความจุสูงมักมีขนาดใหญ่
ปัญหาเกี่ยวกับขนาดจะหมดไปเมื่อเลือกใช้ตัวเก็บประจุ
ชนิดอิเล็กโทรไลต์ซึ่งอาศัยปฏิกิริยาทาง
เคมีในการสร้างชั้นไดอิเล็กทริกที่มีความบางใกล้เคียงกับ โมเลกุลเท่านั้น
เนื่องจากไดอิเล็กทริกยิ่งบางลงความจุกลับจะเพิ่มมากขึ้นดังนั้นตัวเก็บ
ประจุชนิดนี้ จึงอัดเก็บสะสมพลังงานจำนวนมากไว้ในปริมาตรเล็ก ๆ ได้
ตัวเก็บประจุชนิดอิเล็กโทรไลต์ สามารถประดิษฐ์ขึ้นโดยนำกระดาษที่อาบ
ด้วยสารละลายตัวนำไฟฟ้าม้วนสอดเข้าไปในกระป๋อง
ไดอิเล็กทริกจะเกิดขึ้นจากปฏิกิริยาเคมีที่ผิวหน้าของชั้นบาง ๆ
เมื่อให้ความต่างศักย์และถ้าหาก ต้องการจะให้ตัวเก็บประจุทำงานต่อเนื่องกันไป
เราจะต้องคงความต่าศักย์นี้ไว้ตลอดเวลา
|
|
|
| 1. ไฟฟ้าสถิต | 2. สนามไฟฟ้า |
| 3. ความกว้างของสายฟ้า | 4. ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน |
| 5. ศักย์ไฟฟ้า | 6. กระแสไฟฟ้า |
| 7. สนามแม่เหล็ก | 8.การเหนี่ยวนำ |
| 9. ไฟฟ้ากระแสสลับ | 10. ทรานซิสเตอร์ |
| 11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ |
12. แสงและการมองเห็น |
| 13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ | 14. กลศาสตร์ควอนตัม |
| 15. โครงสร้างของอะตอม | 16. นิวเคลียร์ |
ครั้งที่
การเรียนฟิสิกส์ 2 ผ่านทางอินเตอร์เน็ต