วัยเด็กคนดังของโลก : "เอดิสัน ถูกหาว่าเป็นเด็กปัญญาอ่อน"

      โทมัส อัลวา เอดิสัน (Thomas Alva Edison ค.ศ. ๑๘๔๗-๑๙๓๑) เป็นนักประดิษฐ์ที่ยิ่งใหญ่ของโลก ท่านเป็นผู้ประดิษฐ์เครื่องรับส่งโทรเลข หลอดไฟฟ้า เครื่องโทรศัพท์ เครื่องเล่นจานเสียง เครื่องรับวิทยุ เครื่องฉายภาพยนตร์ เครื่องฉายเอกซเรย์ เป็นต้น สิ่งที่ท่านคิดค้นประดิษฐ์มีถึง ๒,๐๐๐ กว่าชนิด คงไม่มีใครคาดคิดกระมังว่า อัจฉริยบุคคลอย่างเอดิสัน เมื่อสมัยเยาว์วัยถูกใครต่อใครดูถูกเย้ยหยันเป็นเด็กโง่เง่าเต่าตุ่น
       
       เอดิสันเกิดในเมืองมิลาน รัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา ตอนอายุ ๘ ขวบ ท่านเข้าเรียนในโรงเรียนประถมในเมืองมิลาน ปรากฏว่า ผลการเรียนแย่มาก ผู้เป็นครูเห็นว่า เอดิสันเป็นเด็กปัญญาอ่อน ไม่มีทางเยียวยารักษาได้ ไม่มีทางสอนให้มีความรู้ได้ ถึงกับพูดเหยียดหยามเอดิสันว่า "สมองของแกเน่าหมดแล้ว" อาจจะเพราะเอดิสันดูทึมทื่อเกินไป เพื่อตรวจสอบให้รู้ว่าเป็นอะไรกันแน่ ครูจึงพาท่านไปให้หมอตรวจสมอง
       
       หลังจากตรวจดูศีรษะของเอดิสันแล้ว หมอบอกกับครูว่า "ศีรษะของเด็กคนนี้เบี้ยวผิดปรกติ เซลล์สมองก็คงผิดปรกติด้วย" ครูนำผลการตรวจของหมอไปแจ้งให้พ่อแม่ของเอดิสันทราบ แต่แม่ของท่านไม่เชื่อว่า เอดิสันเป็นเด็กปัญญาอ่อน จึงนำท่านออกจากโรงเรียนมาสอนเองที่บ้าน หลังจากเข้าเรียนในโรงเรียนได้เพียง ๓ เดือนเท่านั้น
       
       เหตุผลที่เอดิสันมีผลการเรียนไม่ดี มิใช่เพราะท่านชอบเล่นซุกซน ไม่ชอบเรียน แต่เพราะตั้งแต่เป็นเด็กเล็กๆ ท่านมักตั้งคำถาม ทำไม? เพราะอะไร? กับสิ่งที่ท่านไม่เข้าใจอยู่เสมอ หากไม่ได้รับคำตอบเป็นที่พอใจ ท่านก็จะเฝ้าเซ้าซี้ถามคนอื่น หรือครุ่นคิดหาคำตอบไม่ยอมเลิกรา อย่างเช่น ท่านถามพ่อว่า "สิ่งที่อยู่ห่างไกล ทำไมจึงดูมีขนาดเล็กครับ?" พ่อก็ไม่เข้าใจ ได้แต่ตอบว่า "สิ่งของอยู่ห่างไกลจะเห็นมีขนาดเล็ก หากอยู่ใกล้จะเห็นมีขนาดใหญ่ขึ้น" ท่านฟังแล้วไม่เข้าใจอยู่ดี จึงถามต่อว่า "แล้วของอยู่ใกล้ทำไมจึงดูมีขนาดใหญ่ขึ้นครับ?" พ่อถึงกับจนด้วยเกล้า ได้แต่ตอบว่า "ไม่รู้จ้ะลูก" เอดิสันก็ยังตื๊อถามต่อว่า "ไม่รู้? ทำไมไม่รู้ครับ?"
       
       ก็เพราะความขี้สงสัยนี่เอง ทำให้เอดิสันก่อเรื่อง ทั้งที่เป็นภัยพิบัติและน่าขบขันขึ้นบ่อยๆ เมื่อตอนอายุ ๖ ขวบ เอดิสันสงสัยว่า ทำไมหญ้าเขียวขจีจึงไม่ติดไฟ ส่วนหญ้าแห้งจุดไฟปุ๊บก็ติดปั๊บ? ท่านจึงไปทดลองจุดไฟเผาหญ้าแห้งใกล้ยุ้งข้าวของพ่อ ผลก็คือ ยุ้งข้าวถูกไฟเผาวอด
       
       มีอยู่วันหนึ่ง เอดิสันเกิดสงสัยแม่ไก่กกไข่ ทำให้เกิดเป็นลูกเจี๊ยบได้อย่างไร? จึงนั่งลงทับไข่เพื่อกกไข่ แต่มิเพียงไม่สามารถกกไข่ให้เป็นลูกไก่ได้ กลับนั่งทับไข่แตกหมด นิสัยช่างถามช่างซักของเอดิสันนี้ก็ได้ติดตัวเอดิสันเข้าไปในโรงเรียนด้วย มิต้องสงสัยเลย นิสัยอย่างนี้ทำให้ครูปวดเศียรเวียนเกล้ามาก
       
       อย่างเช่น เวลาครูกำลังสอนวิธีบวกเลข นักเรียนคนอื่นนั่งฟังอธิบายอย่างเงียบสงบ มีแต่เอดิสันยกมือถามครูว่า "คุณครูครับ ทำไม ๒ บวก ๒ จึงเป็น ๔ ครับ?" ครูโดนถามปุบปับอย่างนี้ ตั้งตัวไม่ทัน ไม่ทราบจะตอบอย่างไร เลยพาลโมโห ลงโทษเอดิสันในความผิดชอบก่อกวน เรื่องราวน่าขบขันที่เอดิสันก่อขึ้นทำนองนี้ยังมีอีกมากมาย
       
       จากเรื่องราวเหล่านี้ทำให้เห็นว่า สมัยเด็กท่านเป็นคนที่ยึดมั่นถือมั่นและดื้อรั้น ไม่ว่าเรื่องอะไรก็แล้วแต่ หากไม่ได้รับคำตอบที่ไร้ข้อกังขา ท่านจะไม่ไปคิดหรือทำเรื่องอื่นอย่างเด็ดขาด และเนื่องจากครูและเพื่อนนักเรียนล้วนไม่เข้าใจอุปนิสัยและความเป็นตัวของตัวเองของท่าน ท่านจึง ถูกตราหน้าว่าเป็นนักเรียน ทึมทื่อ โง่เง่าเต่าตุ่น
       
       คำเยาะเย้ยถากถางและดูถูกเหยียดหยามที่ได้รับจากโรงเรียน กระทบกระเทือนจิตใจดวงน้อยๆ ของเอดิสันอย่างรุนแรง ท่านจมปลักอยู่ในห้วงแห่งความสนเท่ห์ไม่เข้าใจ ท่านมีอาการซึมเศร้า ไม่มีความสุขทั้งวัน
       
       แต่หลังจากแม่ของเอดิสันได้ทุ่มเทความรักของความเป็นแม่ ลงมือถ่ายทอดวิชาความรู้ให้แก่ลูกด้วยตนเอง ปรากฏว่า สภาพการเรียนของเอดิสันก็เริ่มดีวันดีคืน แม่ของท่านเป็นสตรีที่ฉลาด และมีจิตใจทรหดอดทน ท่านมิเพียงไม่เห็นว่าลูกของตนปัญญาอ่อน โง่เง่าเต่าตุ่น ท่านยังมีสายตาแหลมคม มองออกว่า ความขี้สงสัยของเอดิสันเป็นข้อดีประเสริฐ ต่างจากบุคคลทั่วไป ตอนเริ่มต้นท่านสอนวิชาความรู้เกี่ยวกับภาษาอังกฤษ เลขคณิต ประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ท่านสอนอย่างกระตือรือร้น จนเอดิสันเข้าใจจึงสอนต่อ
       
       เอดิสันเรียนอยู่ที่บ้านจนถึงอายุ ๙ ขวบ แม่ได้มอบหนังสือเกี่ยวกับฟิสิกส์เล่มหนึ่งให้เอดิสัน คิดไม่ถึงเอดิสันชอบหนังสือเล่มนี้มาก ท่านอ่านหนังสือเล่มนี้จบในเวลาอันสั้น และถือได้ว่าเป็นรากฐานพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ของท่านต่อไป
       
       เอดิสันชอบวิชาเคมีที่สุด ตอนอายุ ๑๐ ขวบ ท่านใช้ห้องใต้ดินมาทำเป็นห้องค้นคว้าทดลองทางเคมี ตั้งชื่อว่า "ห้องค้นคว้าทดลองเคมีเอดิสัน" และได้ซื้อหนังสือตำรับตำราเกี่ยวกับเคมีและวัสดุเคมีมาทำการศึกษาทดลองในห้องเมื่ออายุ ๑๒ ปี ท่านได้งานขายหนังสือพิมพ์บนรถไฟ และท่านยังคงทำการค้นคว้าทดลองทางเคมีในตู้บรรทุกสัมภาระของรถไฟต่อไป เมื่อยามว่างเว้นจากงานขายหนังสือพิมพ์ สองปีต่อมา เอดิสันซึ่งมีอายุเพียง ๑๔ ปี ได้เช่าห้องเล็กๆ ห้องหนึ่งบนรถไฟ ซื้อแท่นพิมพ์ถูกๆ มาเครื่องหนึ่ง และตัวเรียงจำนวนหนึ่ง ตั้งเป็นโรงพิมพ์ของตนเองขึ้นมา
       
       ท่านเป็นทั้งนักข่าว ช่างเรียง ช่างจัดหน้า และช่างพิมพ์ และยังขายเองด้วย คือทำเสียเองหมดทุกอย่าง เป็นหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ ปรากฏว่าขายได้ไม่เลวเลย ได้กำรี้กำไรพอสมควร ทีนี้พอมีเงินท่านก็สามารถซื้อวัสดุเคมีที่ท่านต้องการซื้อมานาน แต่ไม่มีปัญญาซื้อ โรงพิมพ์เล็กๆ ก็เลยกลายเป็นห้องค้นคว้าทดลองทางเคมีด้วย ท่านได้จ้างเพื่อน คนหนึ่งมาเป็นผู้จัดจำหน่ายหนังสือพิมพ์ เพื่อว่าท่านจะได้มีเวลาค้นคว้าทดลองมากขึ้น.
       
       แต่ช่วงเวลาที่งานกำลังดำเนินการไปด้วยดี โชคร้ายก็บังเกิดขึ้นกับเอดิสันจนได้ วันหนึ่งรถไฟเกิดสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ทำให้ถ้วยแก้วที่บรรจุฟอสฟอรัสตกแตก เกิดเผาไหม้สัมภาระในตู้รถไฟ เจ้าหน้าที่รถไฟวิ่งมาตะโกนก่นด่าเอดิสัน พลางตบหูเอดิสันฉาดใหญ่ และขนวัสดุเคมี อุปกรณ์ทดลอง และแท่นพิมพ์ โยนลงจากรถหมด แต่เพราะโดนตบหูแรงมากจนเยื่อแก้วหูอักเสบ และทำให้หูข้างนั้นหนวกไปตลอดชีวิต
       
       แต่เอดิสันก็มิได้แค้นเคืองอะไร กลับปลอบประโลมตนเองว่า แม้หูหนวกก็ทำการค้นคว้าทดลองต่อไปได้ ท่านกลับบ้านทำการค้นคว้าทดลองด้านเคมีต่อไป และระหว่างทำงานบนรถไฟ ท่านคลุกคลีกับพนักงานสื่อสารระหว่างสถานีรถไฟ ท่านจึงสนใจเครื่องมือสื่อสารมาก พยายามศึกษาค้นคว้าเครื่องมือสื่อสารสถานีรถไฟ
       
       ตอนอายุ ๑๕ ปี มีอยู่วันหนึ่ง เอดิสันเตร็ดเตร่อยู่บริเวณสถานีรถไฟ เห็นเด็กคนหนึ่งกำลังจะถูกรถบรรทุกสินค้าชน ท่านวิ่งเข้าไปช่วยชีวิตไว้ได้ด้วยเส้นยาแดงผ่าแปดอย่างกล้าหาญ เผอิญเด็กที่ท่านช่วยชีวิตไว้นั้นเป็นลูกของนายสถานีรถไฟ เพื่อตอบแทน บุญคุณที่ช่วยชีวิตลูกของตน นายสถานีรถไฟได้สอนเทคนิคของเครื่องสื่อสารระหว่างสถานีแก่เอดิสัน ท่านได้พยายามค้นคว้าเครื่องสื่อสารแบบโบราณนั้นอย่างเอาจริงเอาจัง จนอีก ๖ ปีต่อมาท่านสามารถประดิษฐ์เครื่องโทรเลขที่รับส่งรหัสได้สำเร็จ
       
       นับแต่นั้นมา อัจฉริยภาพแห่งความเป็นนักประดิษฐ์ของเอดิสันก็เปล่งประกายเจิดจ้า ท่านได้ทยอยประดิษฐ์สิ่งต่างๆ ออกมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นหลอดไฟฟ้า เครื่องวิทยุ เครื่องฉายภาพยนตร์ เครื่องโทรศัพท์ จิปาถะ ซึ่งล้วนเป็นประโยชน์ต่อมนุษยโลกอย่างใหญ่หลวง
       
       ว่ากันว่า สิ่งประดิษฐ์ของท่านมีมากถึง ๒,๐๐๐ กว่าชนิด แต่ที่มีสิทธิบัตรแน่ๆ มีอยู่อย่างน้อย ๑,๓๐๐ กว่าชนิด ท่านจึงได้รับยกย่องเป็นราชาแห่งนักประดิษฐ์ nที่มา : หนังสือ เรื่องของเด็กผู้ใหญ่ไม่เกี่ยวแปลและเรียบเรียงโดย ส.สุวรรณ

 

 

โดย ผู้จัดการออนไลน์

คลิกกลับหน้าก่อนกลับหน้าแรกของสารบัญคลิกไปหน้าถัดไป

  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์) 

 ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2  กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์ เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์  2 (บรรยาย) แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  
ฟิสิกส์พิศวง สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์ วีดีโอการเรียนการสอน
หน้าแรกในอดีต

แผ่นใสการเรียนการสอน

   การทดลองเสมือน 

บทความพิเศษ  ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)
พจนานุกรมฟิสิกส์ 

 ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

ธรรมชาติมหัศจรรย์ 

 สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

การทดลองมหัศจรรย์  ดาราศาสตร์ราชมงคล

  แบบฝึกหัดกลาง 

แบบฝึกหัดโลหะวิทยา  

 แบบทดสอบ

ความรู้รอบตัวทั่วไป 

 อะไรเอ่ย ?

ทดสอบ(เกมเศรษฐี) 

คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์ เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
คำศัพท์ประจำสัปดาห์  

  ความรู้รอบตัว

การประดิษฐ์แของโลก ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง  การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ  

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

    

 

กลับสารบัญหน้าแรกในอดีต

 

กลับสู่หน้าแรกของโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

 

 

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

หน้าแรกในอดีต