|
|
ภาพประจำสัปดาห์ หน่วยความจำแฟลช หน่วยความจำในคอมพิวเตอร์ทั้งแบบตั้งโต๊ะ และแบบโน๊ตบุ๊ค จะมีหน่วยความจำสำรองภายนอกหลากหลายรูปแบบ ตามจุดประสงค์การใช้งานแตกต่างกันไป เชื่อว่าคุณคงเคยได้ยินหน่วยความจำแบบแฟลช และสงสัยว่ามันคืออะไร ทำไมมันยังสามารถจดจำข้อมูลได้ทั้งๆที่ถอดแหล่งจ่ายไฟออกแล้ว ความสงสัยนี้นักฟิสิกส์สามารถตอบให้คุณเข้าใจได้อย่างแจ่มชัด โดยความรู้ที่ใช้อธิบายนั้นเป็นความรู้พื้นฐานทางไฟฟ้าเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรลึกซึ้งพิศดารเลยแม้แต่น้อย อ่านข้อมูลเพิ่มเติม หน่วยความจำแฟลชใช้ในอุปกรณ์ไฟฟ้าอาทิเช่น กล้องดิจิตอล หรือ เครื่องเล่นเกมของเด็กเป็นต้น หน่วยความจำแฟลชมีหน้าที่เก็บข้อมูลทางดิจิตอล ที่มีเพียงเลข 0 กับ เลข 1 เท่านั้น จึงมีหน้าที่หลัก เหมือนกับอุปกรณ์สำรองข้อมูล ฮาร์ดดิสก์ อย่างไรก็ตามหลักการพื้นฐานมีความแตกต่างกันมาก โดยที่ ฮาร์ดดิสก์ ใช้ชิ้นส่วนทางกล เช่น มอเตอร์ ไปหมุนจานบันทึก ส่วนหน่วยความจำแฟลช ไม่มีชิ้นส่วนใดที่เคลื่อนไหวเลยแม้แต่น้อย โดยใช้อุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ล้วนๆ ดังนั้นจึงมีอายุการใช้งานคงทนกว่าฮาร์ดดิสก์มาก อ่านข้อมูลเพิ่มเติม |
|||
|
||||
|
แสงจากจุดวัตถุซึ่งอยู่ห่างเลนส์นูนเป็นระยะ 12 เซนติเมตร เมื่อหักเหผ่านเลนส์จะตัดแกนห่างจากเลนส์เป็นระยะ 24 เซนติเมตร เมื่อนำเลนส์เว้ามาวางต่อจากเลนส์นูนเป็นระยะ 6 เซนติเมตรปรากฏว่าแสงที่หักเหผ่านเลนส์เว้าเป็นแสงขนานกับแกนดังรูป ทางยาวไฟกัสของเลนส์เว้ามีค่าเท่าใด:
|
|||
|
คติประจำสัปดาห์
|
|||
|
ข้อสำคัญ การทดลองนี้ต้องใช้โปรแกรมShockwave ถ้าไม่สามารถเห็นภาพได้ต้องดาวโลด Shockwave จึงจะสามารถเล่นได้พร้อมทั้งมีเสียงประกอบด้วย ทฤษฎีเรื่องบีตส์ การเกิดบีตส์ (Beat) เป็นปรากฎการณ์จากการแทรกสอดของคลื่นเสียง 2 ขบวน ที่มีความถี่แตกต่างกันเล็กน้อย และเคลื่อนที่อยู่ในแนวเดียวกันเกิดการรวมคลื่นเป็นคลื่นเดียวกัน ทำให้แอมพลิจูดเปลี่ยนไป เป็นผลทำให้เกิดเสียงดังเสียงค่อยสลับกันไปด้วยความถี่ค่าหนึ่ง กดที่ภาพหรือที่นี่เพื่อเข้าสู่การทดลอง
|
||||
|
การเคลื่อนที่ของอสุจิในอวกาศ นักวิจัยได้ค้นพบว่า แรงโน้มถ่วงมีผลกับตัวอสุจิอย่างน่าอัศจรรย์ทีเดียว รูปถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์แบบอิเล็กตรอนของตัวอสุจิ มีบางสิ่งแปลกไป เมื่อมนุษย์ขึ้นไปอยู่บนอวกาศที่ปราศจากแรงโน้มถ่วง พวกเขาจะไม่สามารถบอกได้ว่า ตำแหน่งที่เขาอยู่คือแนวตั้งหรือแนวนอน กล้ามเนื้อรวมทั้งกระดูกของพวกเขาจะสูญเสียความแข็งแรง การเดือดของน้ำจะไม่เกิดฟอง หรือแม้แต่กระทั่งเมื่อพวกเขาหายใจ แรงจากการหายใจ จะดันตัวของพวกเขาให้เคลื่อนที่ไปในทิศตรงกันข้าม ตามกฎข้อที่สามของนิวตันที่ว่า เมื่อมีแรงกิริยา ก็จะเกิดแรงปฏิกิริยาในทิศตรงกันข้ามเสมอ และยังมีอีกหลายๆสิ่งในอวกาศที่พวกเราคิดกันไปไม่ถึง นักวิทยาศาสตร์ยังมีความสงสัยปรากฎการณ์อื่นๆอีกหลายประการ เมื่อมนุษย์ไปอาศัยอยู่ในสภาวะที่ไม่มีแรงโน้มถ่วง แต่มีอยู่ประการหนึ่งที่นักวิทยาศาสตร์อยากจะรู้ มากเป็นพิเศษ ก็คือ ตัวอสุจิ ว่ามันจะอยู่ได้อย่างไรถ้าไม่มีแรงโน้มถ่วง มีต่อ |
||||
|
|
เดือนสิงหาคม
ค.ศ. 1945
วันนั้นเป็นวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสยิ่งนัก
ครอบคลุมเมืองฮิโรชิมาในประเทศญี่ปุ่น
ฮิโรชิมาเป็นเมืองอุตสาหกรรม
จำนวนประชากรหนาแน่น
ถ้ามีใครสักคนแหงนหน้าขึ้นมองบนท้องฟ้าจะเห็นได้ว่า
มีเครื่องบินขนาดใหญ่สีเงิน
อักษรภาษาอังกฤษดัานข้างของลำตัวเครื่องบินอ่านได้ว่า
"U.S. AIR FORCE" ในครู่ต่อมา
เครื่องบินลำนั้นได้ทิ้งร่มชูชีพสีขาวลงมาพร้อมด้วยวัตถุบางอย่าง
ร่มชูชีพลอยต่ำลงมาทุกทีแต่ยังไม่ถึงพื้นดิน
ในวินาทีนั้น เสียงกัมปนาทกึกก้องที่ดังยิ่งกว่าฟ้าผ่าหลายร้อยเท่าก็ดังขึ้นได้ยินไปทั้งเมือง
แสงเจิดจ้านั้นบดบังแสงอาทิตย์โดยสิ้นเชิง
พร้อมๆกับเกิดความร้อนมหาศาลแผ่กระจายออกไปทั่วพื้นที่หนึ่งร้อยตารางไมล์
สิ่งมีชีวิตในรัศมีห้าสิบตารางไมล์หายไปกลายเป็นอากาศในพริบตา
สิ่งก่อสร้างหรืออาคารบ้านเรือนมีอันแปรสภาพกลายเป็นเถ้าถ่านไปพร้อมๆกัน
ลองกด วิธีสร้างระเบิดนิวเคลียร์
และลองกด ความรู้เรื่องนิวเคลียร์
|
ในการแข่งขันยกน้ำหนักของกีฬาโอลิมปิก ในปี ค.ศ.1976 นาย วาสิรี อเล็กซีฟ
ได้ทำให้โลกตื่นเต้น โดยการยกน้ำหนักขนาด 562 ปอนด์ (2500
นิวตัน) ขึ้นเหนือศีรษะสูงจากพื้นประมาณ
2 เมตร ทำลายสถิติโลก อย่างไรก็ตาม ย้อนหลังไปในปี ค.ศ. 1957 นาย พอล
แอนเดอร์สัน
ได้ยกน้ำหนักโดยใช้แผ่น ผ้าคล้องผ่านเอว
เขาสามารถยกน้ำหนักได้สูงสุด
6270 ปอนด์ (27 900 N) ขึ้นได้สูง 1 เซนติเมตร
ดูจากตัวเลขแล้วนายแอนเดอร์สันยกน้ำหนักได้มากกว่า
แต่ได้ระยะทางน้อยกว่า คำถามก็มีอยู่ว่า ทั้งสองคนนี้ใครทำงานมากกว่ากัน
หรือใครมีพลังมากกว่ากันนั่นเอง
อ่านต่อครับ
|
นายโรนัลด์
แมกแนร์ เป็นนักฟิสิกส์และนักบินอวกาศที่ค่อนข้างจะโชคร้าย
เพราะไปเสียชีวิตจากการระเบิดของกระสวยอวกาศชาแลนเจอร์เมื่อหลายปีก่อน เขาเคยได้รับสายดำของกีฬาคาราเต้
แมกแนร์แสดงการทุบแผ่นคอนกรีตด้วยมือให้แตกได้โดยการทุบเพียงครั้งเดียว คนที่เห็นเพียงชั่วครู่และไม่ทราบหลักการทางฟิสิกส์ จะทึ่งและตื่นเต้นว่าเขาทำได้อย่างไร แต่ถ้าเราเปลี่ยนจากแผ่นคอนกรีตเป็นแผ่นไม้แทน เมื่อเราทุบแผ่นไม้ลงไป โดยธรรมชาติแผ่นไม้จะงอ เหมือนกับแผ่นสปริง เพื่อจะเก็บกักพลังงานอันมหาศาลที่เกิดจากการทุบลงไป พลังงานนี้เรียกว่าพลังงานศักย์ยืดหยุ่น ถ้าแรงที่ให้มาก จนแผ่นงอถึงจุดวิกฤติ แผ่นไม้จะแตกออก ที่อธิบายมานี้เป็นแผ่นไม้เพียงแผ่นเดียว เชื่อหรือไม่ว่าพลังงานที่ใช้ในการทุบหินเท่ากับ 1 ใน 3 ของ พลังงานที่ใช้ในการทุบแผ่นไม้ให้หักเท่านั้น
อ่านต่อครับ
|
|
แนวข้อสอบ |
ผลสอบประจำเทอม |
โฮมเพจที่น่าสนใจ | |
| นานาสาระ | ผลสอบเก่าและคลังข้อสอบ | ทั่วไป | ข่าววิทยาศาสตร์ |
|
Download realplayer(1.3MB) real player 8 basic(5MB) |
|||
| เรื่องน่าสนใจ | ประกาศและกระดานข่าวภาคฯ | ภาพ |
หนังสือฟิสิกส์ 1 |
| ข่าวประจำวัน
|
รับสมัครอาจารย์
วุฒิปริญญาโทหรือตรีทางฟิสิกส์
หรือสาขาใกล้เคียง
ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
5493123-24
บุคคลากรในภาคฯ |
ภาพสี่สีของจักรวาล |
มีจำหน่ายแล้วที่ภาควิชาฟิสิกส์ |
|
หนังสือฟิสิกส์ 1 ภาคความร้อน |
กลศาสตร์เวกเตอร์ |
โจทย์ฟิสิกส์เล่ม1 |
โจทย์ฟิสิกส์เล่ม2 |
|
มีจำหน่ายแล้วที่ภาควิชาฟิสิกส์ |
มีจำหน่ายแล้วที่ภาควิชาฟิสิกส์ |
มีจำหน่ายแล้วที่ภาควิชาฟิสิกส์ |
มีจำหน่ายแล้วที่ภาควิชาฟิสิกส์ |
ครั้งที่
หน้าแรกในอดีต