คำศัพท์ประจำสัปดาห์ 2

Diesel engine  เครื่องยนต์ดีเซล  ประดิษฐ์โดยชาวเยอรมัน  ชื่อ ดอกเตอร์  รูดอลฟ  ดีเซล  (Dr. Rudolf  Diesel )  ในปี ค.ศ.  1897  โดยอาศัยการทำงานของกลจักร คาร์โนต์  (Carnot's  cycle)  ซึ่งคิดขึ้นโดยชาวฝรั่งเศสชื่อ  ซาร์ดิ  คาร์โน ( Sardi carnot)  ตั้งแต่ปี พ.ศ.  1824

หลักการทำงานของเครื่องจักรดีเซล    อากาศเมื่อถูกอัดตัวจะมีความร้อนสูงขึ้น  แต่ถ้าอากาศถูกอัดตัวอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีการสูญเสียความร้อน(Adiabatic  compression)  ทั้งแรงดันและความร้อนจะสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว (Boyle's law)  เมื่อฉีดละอองน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปในอากาศที่ร้อนจัดจากการอัดตัว   ก็จะเกิดการเผาไหม้ขึ้นอย่างทันทีทันใด  ทำให้เกิดกำลังงานขึ้น กำลังงานที่เกิดขึ้นจะนำไปใช้ประโยชน์ในรูปของแรงขับหรือแรงผลักดัน  ผ่านลูกสูบและก้านสูบทำให้เพลาข้อเหวี่ยงหมุน  ณ  กำลังอัดเดียวกัน  อากาศที่อุณหภูมิเริ่มต้นสูงกว่า เมื่อถูกอัดย่อมมีอุณหภูมิสูงกว่าหรือร้อนกว่า

เครื่องยนต์ดีเซลแบ่งออกเป็นแบบใหญ่ๆ ได้เป็น  2   แบบคือ

1.  เครื่องยนต์  4   จังหวะ  (The  4-cycle  Engine)

2. เครื่องยนต์  2  จังหวะ  (The 2-cycle Engine)

 

รูปการทำงานของเครื่องยนต์  4  จังหวะ

            เครื่องยนต์ดีเซลขนาดเล็ก  โดยทั่วไปเป็นเครื่องยนต์  4   จังหวะ  สำหรับเครื่องยนต์  2   จังหวะ  มักใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลขนาดใหญ่

การทำงานของเครื่องยนต์  4  จังหวะ

1. จังหวะดูด  (Intake Storke)      เมื่อลูกสูบเลื่อนลงจากจุดศูนย์ตายบนถึงจุดศูนย์ตายล่าง(TDC-BDC)  ลิ้นไอดีจะเปิด  อากาศจะถูกดูดเข้ามาประจุในห้องเผาไหม้   แต่ในขณะนี้ลิ้นไอเสียยังคงปิดอยู่

2. จังหวะอัด (Compression Stroke)   เมื่อลูกสูบเริ่มเลื่อนขึ้นจากศูนย์ตายล่าง  (BDC)  ลิ้นทั้งสองจะปิด   ดังนั้นอากาศในกระบอกสูบจึงถูกอัดโดยกระบอกสูบ แรงดันและความร้อนของอากาศจึงสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว  อากาศในขณะนี้เป็นอากาศที่ร้อนแดง  " Red  hot Air"  ถ้าอัตราส่วนการอัดเท่ากับ  20:1 อากาศจะมีแรงดัน  40-45 กก./ตารางเซนติเมตร  และมีอุณหภูมิ  500-600 องศาเซลเซียส

3. จังหวะระเบิด (power Stroke)  เมื่อลูกสูบเลื่อนขึ้นเกือบจุดศูนย์ตายบน  ในปลายจังหวะอัด  ละอองน้ำมันเชื้อเพลิงจะถูกฉีดเข้าสู่ห้องเผาไหม้  ทำให้เกิดการเผาไหม้อย่างทันทีทันใด  แรงดันจากการเผาไหม้จะผลักดันให้ลูกสูบเลื่อนลง  อุณหภูมิจะสูงขึ้นเป็นประมาณ  2000 องศาเซลเซียส    และแรงดันสูงขึ้นเป็น  55-80  กก./ตารางเซนติเมตร  ในจังหวะระเบิดนี้พลังงานความร้อนจะถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานกล

4.  จังหวะคาย (Exaust Stroke)  ปลายจังหวะระเบิด  ลิ้นไอเสียจะเปิด  แก๊สไอเสียจึงขับไล่ออกจากกระบอกสูบ  ด้วยการเลื่อนขึ้นของลูกสูบ

เครื่องยนต์  2 จังหวะ 

เครื่องยนต์ดีเซล  2  จังหวะ  มักใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลขนาดใหญ่  เนื่องจากจังหวะดูด   อัด   ระเบิด  และคาย  จะเกิดขึ้นร่วมกัน  เพราะจังหวะทั้งสี่จะเกิดขึ้นทุกๆหนึ่งรอบที่เพลาข้อเหวี่ยงหมุน  ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีวิธีการพิเศษ  เพื่อประจุอากาศเข้าสูกระบอกสูบ  ด้วยเหตุนี้จึงไม่นิยมใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลขนาดเล็ก    แต่อย่างไรก็ตาม  เมื่อศึกษาการทำงานของเครื่องยนต์ดีเซล  4   จังหวะแล้ว  ก็ควรศึกษาการทำงานของเครื่องยนต์ดีเซล  2  จังหวะด้วยเพื่อเป็นการเปรียบเทียบ  

 

เมื่อลูกสูบเลื่อนลง  ช่องถ่ายไอดี (Transfer  port )  และช่องไอเสีย (Exhaust port)  จะเปิด  เป็นการประจุอากาศเข้าสู่กระบอกสูบและชับไล่ไอเสียออกจากกระบอกสูบ  เมื่อลูกสูบเลื่อนขึ้น  ทั้งช่องถ่ายไอดี  และช่องไอเสียจะปิด  อากาศในกระบอกสูบจึงถูกอัดโดยลูกสูบ  จนเลื่อนขึ้นถึงจุดศูนย์ตายบน   ละอองน้ำมันเชื้อเพลิงจะถูกฉีดเช้าไปคลุกเคล้าเข้ากับอากาศที่ร้อนจัด ทำให้เกิดการเผาไหม้  แรงดันจากการเผาไหม้  จะผลักให้ลูกสูบเลื่อนลง    เมื่อลูกสูบเลื่อนลง  เพลาช้อเหวี่ยงก็จะหมุน  เนื่องจากการส่งถ่ายกำลังผ่านก้านสูบ  

 

ตำแหน่งเชิงมุม คือ มุมที่วัดถุแข็งเกร็งหมุนรอบแกนคงที่หนึ่ง  หน่วยเป็นเรเดียน

 

การเคลื่อนที่แบบเลื่อนตำแหน่ง ทุก ๆ จุดของวัตถุแข็งเกร็งจะเคลื่อนที่เป็นเส้นทางขนานกันไป ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นการเคลื่อนที่แบบเส้นตรงเท่านั้น อาจจะเป็นการเคลื่อนที่เบบเส้นโค้งก็ได้ ดังรูป a หรือจะเป็นการเคลื่อนที่แบบผสม คือเป็นแบบเลื่อนตำแหน่งผสมกับการเคลื่อนที่แบบหมุนดังรูป b

 เรโซแนนท์

เป็นปรากฎการณ์ที่แรงจากภายนอกสามารถส่งถ่ายพลังงานให้กับระบบได้สูงสุด ซึ่งจะนำไปสู่แอมพลิจูดที่มากขึ้นในแต่ละรอบของการสั่น เรโซแนนท์สามารถเกิดกับการเคลื่อนที่ได้ทุกชนิด ที่เป็นการสั่น และไม่จำเป็นต้องเป็นมวลที่ติดกับสปริงอย่างเดียว ยกตัวอย่างเช่นการขึ้นและลงของน้ำ ในแม่น้ำ ทะเล และมหาสมุทร เป็นต้น ถือเป็นการสั่นสะเทือนได้เช่นเดียวกัน ที่อ่าวฟันดี้ (Fundy) ประเทศแคนาดา ระดับน้ำต่ำสุดและสูงสุดจะห่างกันประมาณ 15 m ซึ่งเป็นระดับที่สูงมาก ปรากฏการณ์นี้คือ การเรโซแนนท์

บารอมิเตอร์แบบปรอท 

บอรอมิเตอร์แบบปรอทสามารถทำขึ้นได้โดยใส่ปรอทในท่อแก้วยาว แล้วคว่ำลงในอ่างปรอท ความดันของปรอทจะทำให้ลำของปรอทค้างอยู่ในหลอด ในแต่ละวันความดันของปรอทจะมีการเปลี่ยนแปลง ความสูงของลำปรอทจะมีการเปลี่ยนแปลงด้วย ความสูงของลำปรอทในภาพวัดระยะได้ 760 mm เรียกว่าความดันมาตรฐานของบรรยากาศ (เขียนว่า 760 mm Hg) เครื่องดื่มผสมสี (โค๊ก เป๊ปซี่ แฟนต้า ฯลฯ ) จะเคลื่อนที่ขึ้นตามหลอดดูดด้วยเหตุผลเดียวกัน คือ ความดันบรรยากาศ ผลักให้ของเหลวไหลขึ้นไปเข้าปากของเรา

 

 

ขวดสูญญากาศ

ขวดสูญญากาศหรือ  ขวดเทอร์มอส  รักษาให้น้ำชาร้อน  (หรือรักษาให้ไอศกรีมเย็น)  ให้หลักการลดหรือหยุดการนำความร้อน ลดการพาความร้อนและการแผ่รังสีความร้อน  ส่วนประกอบเป็นขวดแก้ว 2  ชั้น ที่ว่างระหว่างผนังทั้งสองฉาบด้วยเงินแวววาว  และดูดอากาศออกจนเป็นสูญญากาศ  ที่ต้องให้เป็นสูญญากาศก็เพราะป้องการส่งผ่านความร้อน  โดยหยุดการนำความร้อน และการพาความร้อน  เงินที่ฉาบไว้กับผนังแก้วด้านหนึ่งจะลดการแผ่รังสีของพลังงาน  ส่วนที่ฉาบไว้กับผนังแก้ว อีกด้านหนึ่งจะสะท้อนรังสีอินฟาเรดที่อาจแผ่รังสีออกมาบ้าง

ไมโครเวฟ

เตาไมโครเวฟทำอาหารได้เร็วมาก  คลื่นไมโครเวฟเกิดจากแมกนิตรอน  และส่งไปยังโลหะสะท้อนคลื่นไปยังส่วนต่างๆของเตา  คลื่นไมโครเวฟสะท้อนโดยโลหะ  แต่ถูกดูดกลืนโดยอาหาร  ไมโครเวฟมีความยาวคลื่น  12  cm  ที่ความถี่ 2500  MHz   ณ ความถี่นี้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะถูกดูดกลืนโดยโมเลกุลของน้ำในอาหาร  เกิดความร้อนและทำให้อาหารสุก วางอาหารไว้บนภาชนะที่หมุนได้เพื่อให้สุกได้ทั่วถึง  ประตูเปิดปิดมีตาข่ายโลหะ (สะท้อนไมโครเวฟกลับเข้าไปข้างใน)   และต้องมีสวิตช์ที่ปลอดภัยจึงจะปิดวงจรไมโครเวฟ  เมื่อเราเปิด ไม่เช่นนั้นนิ้วของเราอาจสุกได้  ไมโครเวฟใช้สำหรับการสื่อสารทางดาวเทียมด้วย

kinetic   energy   พลังงานจลน์  พลังงานที่มีในวัตถุได้เมื่อวัตถุเคลื่อนที่   พลังงานจลน์ของวัตถุมวล m  เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว v  จะมีค่า 1/2  mv2 พลังงานมีค่าเป็นจูล เมื่อมวลมีหน่วยเป็นกิโลกรัม  และความเร็วเป็นเมตรต่อวินาที 

hydrogen  peroxide  ,  peroxide of  hydrogen  H2 O2   ของเหลวข้นคล้ายน้ำเชื่อม  จุดเดือด  150.2  องศาเซลเซียส  ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่ขายกันทั่วไปเป็นสารละลายของสารประกอบบริสุทธิ์ในน้ำ  สลายให้ออกซิเจนได้ง่าย   ใช้เป็นยาฆ่าเชื้อและยาฟอกสี  ความแรงของสารละลายมักบอกเป็นความแรงทางปริมาตร  เช่น  ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์  10  ปริมาตร  จะสลายให้ก๊าซออกซิเจนออกมา  10  เท่า  ของปริมาตรเดิมของมัน  

เครื่องถ่ายเอกสาร  ลูกกลิ้งของเครื่องถ่ายเอกสาร และเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ จะฉาบไว้ด้วยสารไวแสง ซึ่งบริเวณใดที่โดนแสงจะเป็นตัวนำทางไฟฟ้า ส่วนบริเวณที่ไม่โดนแสงจะเป็นฉนวนทางไฟฟ้า แรกสุดทั้งพื้นที่ผิวของลูกกลิ้งจะถูกชาร์จให้เป็นประจุบวก เมื่อแสงที่สะท้อนจากต้นฉบับฉายไปยังลูกกลิ้ง บริเวณใดที่โดนแสง บริเวณนั้นก็จะไม่มีประจุไฟฟ้า ส่วนบริเวณที่ไม่โดนแสง ยังคงมีประจุบวกอยู่ ซึ่งบริเวณที่มีประจุนี้จะดูดผงหมึกที่เป็นประจุลบติดไปกับลูกกลิ้งด้วย เมื่อกระดาษที่ถูกชาร์จให้เป็นประจุบวกหมุนผ่านลูกกลิ้ง ผงหมึกจะติดไปกับกระดาษ เพื่อให้ผงหมึกติดกับกระดาษแน่นหนา จึงให้กระดาษผ่านลูกกลิ้งความร้อน ซึ่งจะช่วยให้ผงหมึกละลายติดกับกระดาษไป

กรงขังของฟาราเดย์

คนที่นั่งอยู่ในกรงขังของฟาราเดย์ พบว่า ไม่เป็นอันตรายใดๆ เลย แม้จะโดนกระแสไฟฟ้าแรงสูงผ่าลงตรงกลาง

เมื่อไม่มีแรงสุทธิภายในตัวนำ ก็ย่อมจะต้องไม่มีเส้นแรง หรือแนวเส้นของสนามไฟฟ้าด้วยเช่นกัน จึงสามารถพิสูจน์ให้เห็นได้ว่าภายในตัวนำนั้นไม่มีสนามไฟฟ้าอยู่เลยหรือสนามไฟฟ้าเป็นศูนย์ นายไมเคิล ฟาราเดย์ เคยพิสูจน์ ปรากฎการณ์นี้ด้วยตนเอง โดยเข้าไปนั่งในห้อง ที่รอบๆห้องหุ้มด้วยแผ่นโลหะดีบุกบาง ๆ ซึ่งภายหลังเรียกว่า กรงขังของฟาราเดย์ ท่านได้ถืออิเล็กโตรสโคปไว้ในมือ ผู้ร่วมงานทดลองใส่ประจุไฟฟ้าเข้าไปในแผ่นดีบุก ปรากฎว่า อิเล็กโตรสโคป ไม่สามารถวัดประจุไฟฟ้าใดๆได้เลย

กฎของเกาส์   เราสามารถคำนวณหาสนามไฟฟ้าของจุดประจุได้โดยตรงจากกฎของคูลอมบ์ แต่ถ้าเป็นประจุที่กระจายอย่างต่อเนื่อง ต้องผ่านการอินทิเกรต และขั้นตอนการอินทิเกรต บางกรณีซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามหลังจากกฎของคูลอมบ์ได้ตั้งขึ้นไม่นาน นายเกาส์ ซึ่งเป็นชาวเยอรมัน และเป็นนักฟิสิกส์ และนักดาราศาสตร์ด้วย ได้ค้นพบวิธีทางคณิตศาสตร์ที่ลดทอนการอินทิเกรตให้ง่ายขึ้น โดยการหาความสัมพันธ์ระหว่าง ฟลักซ์ของสนามไฟฟ้ากับประจุซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของฟลักซ์

 ความต้านทาน

ตัวต้านทานบางชนิดทำด้วย  ลวดนิโครมยาว  ใช้ลดกระแสไฟฟ้าภายในวงจร  ตัวต้านทานเปลี่ยนค่าได้หรือรีโอสแตท  ใช้เปลี่ยนค่ากระแสไฟฟ้าภายในวงจร  เมื่อเลื่อนปุ่มสัมผัสจะเป็นการเปลี่ยนความยาวของลวด

ระบบระบายความร้อนของเครื่องยนต์

เครื่องยนต์ของรถยนต์เย็นลงได้ด้วยการพาความร้อนที่ไม่ต้องการออกจากเครื่องยนต์ทางแผงระบายความร้อน  แผงระบายความร้อนเป็นตัวแลกเปลี่ยนความร้อน  น้ำที่ร้อนจะระบายพลังงานออกสู่อากาศ

สนามแม่เหล็กโลก

เข็มทิศช่วยบอกให้เรารู้ว่า   โลกมีสนามแม่เหล็กได้อย่างไร  ที่จริงแล้ว  โลกแสดงตัวเหมือนกับมีแท่งแม่เหล็กอยู่ภายใน  (แม้ไม่มีอยู่จริง  เพราะใจกลางของโลกร้อนมาก)   จงสังเกตแผนภาพขั้ว S  ของแม่เหล็กโลกจินตนาการอยู่ทางซีกโลกเหนือ  ดังนั้นจึงดูดขั้ว N ของเข็มทิศ   สนามแม่เหล็กโลก มีความเข้มเท่ากับ  3 x 10-5  เทสลา

ของเหลวแม่เหล็ก

น้ำหมึกแม่เหล็กทำด้วยน้ำมัน  เพื่อไม่ให้ลบออก  ของเหลวแม่เหล็กนี้ใช้ตรวจจับรอยร้าวเล็กมากๆในผิวโลหะของท่อ รอยร้าวเหล่านี้ถ้าปล่อยไว้จะเป็นอันตรายมาก  ให้ใช้ขดลวดพันรอบท่อแล้วทำให้เป็นแม่เหล็ก และทาด้วยของเหลวแม่เหล็ก  ถ้ามีรอยร้าวเล็กๆ  เส้นแรงแม่เหล็กจะรั่วออกจากท่อที่มีรอยร้าว  ดังนั้นของเหลวแม่เหล็กจะแสดงให้เห็นรอยร้าวของท่อ  น้ำมันแม่เหล็กใช้ในการหล่อลื่นแกนของมอเตอร์  และขดลวดของลำโพงโดยใช้แม่เหล็กช่วยให้น้ำมันแม่เหล็กไปอยู่ในที่ที่ถูกต้อง

 

Incandescence คือการเปล่งแสงสว่าง ออกมาเนื่องจากอุณหภูมิสูง หรือให้ความร้อนสูง จนวัตถุนั้นเปล่งแสงสว่างจ้า คุณคงเคยเห็นเหล็กที่มันร้อนแดง เมื่อมันอยู่ในเตาเผา และถ้าเหล็กร้อนจนถึงอุณหภูมิ 1000องศาฟาเรนไฮต์ ผิวเหล็กจะเปลี่ยนเป็นสีส้ม ให้ลองสังเกตเตาไฟฟ้าที่ทำจากขดลวด หรือเครื่องปิ้งขนมปังก็ได้ ในอุปกรณ์ไฟฟ้าพวกนี้ กระแสไฟฟ้าจะให้ความร้อนกับขดลวด หรือเส้นลวดจนร้อนและเปล่งแสงออกมา และถ้าคุณเพิ่มอุณหภูมิจนถึง 4500องศาฟาเรนไฮต์  จะได้แสงสีเหลืองเกือบขาว ซึ่งก็คือแสงเดียวกันกับที่เปล่งออกจากหลอดไฟมีไส้นั่นเอง

SHOCK  WAVES หรือ ชอร์กเวฟ

          ชอร์กเวฟเกิดขึ้นจากแหล่งกำเนิดคลื่นเคลื่อนที่ได้เท่ากับความเร็วของคลื่นหรือเร็วกว่า  จะเกิดปรากฎการณ์ที่ว่าสันคลื่นไม่สามารถที่จะเคลื่อนที่ออกไปจากแหล่งกำเนิดเสียง โดยถ้าแหล่งกำเนิดเคลื่อนที่ได้เท่ากับความเร็วของคลื่น   สันคลื่นจะเกิดการซ้อนกัน  เสริมกันกลายเป็นแอมพลิจูดขนาดใหญ่เรียวว่า  ชอร์กเวฟ    และเมื่อแหล่งกำเนิดคลื่นเคลื่อนที่เร็วกว่าคลื่น  สันคลื่นจะฟอร์มตัวเป็นรูปกรวย มีต่อ

เฮนรี่  เป็นชาวอเมริกัน  เกิดที่อัลบานี นิวยอร์ค  ครอบครัวย้ายมาอยู่ที่สก็อตแลนด์  ค.ศ.  1826  เป็นศาสตราจารย์ ด้านคณิตศาสตร์   และประวัติศาสตร์ที่อัลบานี  ค.ศ.  1832  สอนที่มหาวิทยาลัยปรินซ์ตัน  เฮนรี่เริ่มทำการค้นคว้าทดลองทางด้านวิทยาศาสตร์  ที่วอชิงตัน  เมื่อ ค.ศ.  1846  ผลงานของเขามีมากมาย  ได้แก่  การนำขดลวดพันรอบแกนเหล็กหลายๆ  แบบ  หลายๆรอบ  และเมื่อปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าไป ทำให้เเกิดอำนาจแม่เหล็กขึ้น  นอกจากนี้ยังประดิษฐ์เครื่องวัดไฟฟ้า  มอเตอร์กระดิ่งไฟฟ้า  และศึกษาเรื่องจุดดับและการแผ่รังสีของดวงอาทิตย์   หน่วยของตัวเหนี่ยวนำในวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ  ใช้เป็น เฮนรี่ (H) ได้มาจากชื่อของนักวิทยาศาสตร์ผู้นี้     1  เฮนรี่  คือการเปลี่ยนแปลงของกระแสในอัตรา  1 A/s   และทำให้เกิดแรงดันไฟฟ้าต้านกลับ  1   โวลต์


inductance   L   สมบัติของวงจรไฟฟ้าอย่างหนึ่งซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงกระแสที่ไหลผ่านวงจร  ทำให้เกิดแรงเคลื่อนไฟฟ้าขึ้น  หรือเมื่อเปลี่ยนแปลงกระแสในวงจรข้างเคียงซึ่งต่อเนื่องกันอยู่ด้วยแรงแม่เหล็ก  แล้วเกิดแรงเคลื่อนไฟฟ้าขึ้น  หน่วยอนุพันธ์ระบบ SI  ของอินดัคแตนซ์ คือ เฮนรี่


ฟิสิกส์กับการออกแบบสะพาน

 


เครื่องยนต์  4  จังหวะ  ดูด  อัด  ระเบิด  พ่น

รถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ใช้เครื่องยนต์ที่มีการเผาไหม้ภายใน  สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน  ไอของน้ำมันจะถูกอัดแล้วระเบิด



ฟิสิกส์กับการใช้งาน


หน่วยของพลังงานคือจูล  จูลเป็นหน่วยที่เล็ก  ถ้าจะยกหนังสือเล่มนี้ขี้นสูง 10 cm  ต้องใช้พลังงาน 1  จูล  เมื่อเดินขึ้นบันไดไปชั้นบนใช้พลังงานมากกว่า 1000 จูล  แผนภาพข้างล่างแสดงการใช้พลังงาน (หน่วยจูล)  ในเหตุการณ์ต่างๆ  (จำไว้ว่า  105  =  ตัวเลขศูนย์  5 ตัว =  100000  และ  10-5  =  1/100000)


 Stroboscope    เครื่องมือชนิดหนึ่งซึ่งช่วยให้สามารถมองเห็นวัตถุที่เคลื่อนที่เป็นรอบเป็นคาบอย่างรวดเร็วได้เหมือนกันวัตถุนั้นอยู่นิ่ง  ตัวอย่างเช่น   แผ่นเสียงหมุน  33  1/2   รอบต่อนาที  ถ้าใช้แสงสว่างจากต้นกำเนิดอย่างหนึ่งซึ่งสามารถส่องแสงแวบได้ในความถี่เดียวกัน  แล้วตาจะมองเห็นแผ่นเสียงนั้นได้ในทุกๆขณะที่แสงส่องแวบว่าอยู่ตรงตำแหน่งเดียวกับที่เห็นในขณะที่แสงแวบครั้งก่อนนั้น  จึงปรากฎว่าเสมือนกับแผ่นเสียงนั้นอยู่กับที่   ถ้าความถี่ของการเคลื่อนที่ไม่ตรงกับความถี่ของแสงแวบนัก  จะเห็นเป็นว่าแผ่นเสียงดังกล่าวหมุนช้าๆ


 

  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์) 

 ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2  กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์ เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์  2 (บรรยาย) แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  
ฟิสิกส์พิศวง สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์ วีดีโอการเรียนการสอน
หน้าแรกในอดีต แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF

สุดยอดสิ่งประดิษฐ์

   การทดลองเสมือน 

บทความพิเศษ  ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)
พจนานุกรมฟิสิกส์ 

 ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

ธรรมชาติมหัศจรรย์ 

 สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

การทดลองมหัศจรรย์  ดาราศาสตร์ราชมงคล

  แบบฝึกหัดกลาง 

แบบฝึกหัดโลหะวิทยา  

 แบบทดสอบ

ความรู้รอบตัวทั่วไป 

 อะไรเอ่ย ?

ทดสอบ(เกมเศรษฐี) 

คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์ เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
คำศัพท์ประจำสัปดาห์  

  ความรู้รอบตัว

การประดิษฐ์แของโลก ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง  การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ  

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

กลับหน้าสารบัญ

กลับสู่หน้าแรกของโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

 

 

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

พจนานุกรมฟิสิกส์