การเคลื่อนที่แบบซิมเปิลฮาร์โมนิก

 

 

ข้อสำคัญ   การทดลองนี้ต้องใช้โปรแกรมShockwave  ถ้าไม่สามารถเห็นภาพได้ต้องดาวโลด  Shockwave   

        การทดลองนี้เป็นการหาความสัมพันธ์ระหว่างคาบ   ความเร่งเนื่อง  ความยาวของสปริง    มวล   และค่าคงที่ของสปริง  ของการเคลื่อนที่แบบซิมเปิลฮาร์โมนิค  ในห้องทดลองนี้เป็นการเคลื่อนที่ของมวลที่ติดกับสปริง และลูกตุ้มติดกับเชือก แบบธรรมดา (Simple)   โดยกำหนดให้มุมของการแกว่งมีค่าน้อย  ไม่มีแรงเสียดทานของอากาศ  ไม่คิดมวลและแรงเสียดทานของสปริง   และในห้องทดลองนี้ไม่สามารถเปลี่ยนค่าแอมพลิจูดของการแกว่งได้

       เวลาในห้องทดลองเป็นเวลาการแกว่งที่เป็นจริง  ถึงแม้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณจะมีตัวประมวลผลที่เร็วหรือช้าก็ตาม  ถ้าคอมพิวเตอร์ของคุณมีตัวประมวลความเร็วต่ำ  ความเร็วในการเคลื่อนที่ของมวลจะปรับเองโดยอัตโนมัติเพื่อให้เป็นเวลาที่แท้จริง   ขณะที่ทำการทดลองให้หลีกเลี่ยงการใช้เมาส์

ใบบันทึกผลการทดลอง

มวลติดกับสปริง 

      กำหนดให้  K  =    5  N / m

m(kg)

t (เวลาที่แกว่งครบ 10  รอบ)

วินาที

T( คาบของการแกว่ง)

วินาที / รอบ (ทดลอง)

T (ทฤษฎี)

1      
2      
3      

T(ทดลอง)   =     t  /  10    วินาที  /  รอบ

T (ทฤษฎี)   =    

ลูกตุ้มนาฬิกา

กำหนดให้มวล  =    1  kg

L (m)

t (เวลาที่แกว่งครบ 10  รอบ)

วินาที

T( คาบของการแกว่ง)

วินาที / รอบ (ทดลอง)

T (ทฤษฎี)

       
       
       
       

T(ทดลอง)   =     t  /  10    วินาที  /  รอบ

T (ทฤษฎี)   =    

 

แบบฝึกหัด 

 

คำถาม

ปี ค.ศ. 1989 ใกล้ๆ กับซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา เกิดแผ่นดินไหวขึ้น วัดการสั่นสะเทือนในมาตราริกเตอร์ได้ 7.1 เป็นสาเหตุของความหายนะอย่างใหญ่หลวง มีคนเสียชีวิต 67 คน บาดเจ็บอีกนับพันคน ภาพบนเป็นทางด่วนยาว 1.4 km ถล่มและหักลงมาทับรถยนต์ และรถมอเตอร์ไซด์ บี้แบนอยู่ใต้ทางด่วนไปหลายคัน อย่างไรก็ตาม ทางด่วนไม่ได้หักทั้งเส้นทาง หักเพียงบางส่วนเท่านั้น จึงเกิดคำถามขึ้นว่าทำไมทางด่วนจึงหักเพียงแค่ความยาว 1.4 km นี้ แต่ส่วนอื่นๆ ของทางด่วนกลับไม่เป็นไร   มีต่อครับ


ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

เรื่องการทดลองเสมือนจริง