กลับสู่หน้าแรกฟิสิกส์ราชมงคล

คำพยากรณ์ที่ 29 : สงครามเชื้อโรคในมหาสมุทรอาร์คติก

                        Si grande famine par onde pestifere,

                        Par pluie longue le long du pole arctique :

                        Samarobryn cent lieuew de l’hemisphere,

                        Vivront sans loi exempt de politique. (VI,5)

 

คำแปล

            จะเกิดทุพภิกขภัยอย่างร้ายแรง อันสืบเนื่องมาจากคลื่นที่ทำให้เกิดเชื้อโรค ฝนจะนำเชื้อโรคนี้มาจากขั้วโลกอาร์คติก ในขณะเดียวกัน ดาวที่มีปีกดวงหนึ่ง จะโคจรอยู่ห่างจากพื้นโลก 270 ไมล์ จะไม่มีหลักเกณฑ์ทางการเมืองหรือกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เหลืออยู่อีกเลย

 

ตีความและวิเคราะห์

            จากคำพยากรณ์บทนี้แสดงว่า ฝ่ายตะวันออกยังไม่พึงพอใจกับผลของการทำลายล้างมนุษยชาติที่เกิดจากการใช้อาวุธนิวเคลียร์ของตน  และจะโปรยเชื้อแบคทีเรียชนิดร้ายแรงลงเหนือน่านฟ้าของมหาสมุทรอาร์คติก   จากนั้นลมและฝนก็จะเป็นตัวพาหะนำเชื้อโรคนี้กระจายลงใต้ ไปยังประเทศแคนาดา สหรัฐอเมริกา รัสเซีย และยุโรปทางตอนเหนือ จากข้อความในคำพยากรณ์นี้แสดงว่า การโจมตีด้วยอาวุธเชื้อโรคครั้งนี้กระทำจากยานอวกาศที่โคจรเหนือพื้นโลก 270 ไมล์  ซึ่งเป็นการละเมิดข้อตกลงในอนุสัญญานครเจนีวาทุกประการ ทั้งฝ่ายพลเรือนและทหารจะบาดเจ็บล้มตายเป็นเบือเพราะผลของการใช้อาวุธเชื้อโรคในครั้งนี้

            สองบรรทัดแรกของคำพยากรณ์ในบทนี้  ดูคล้าย ๆ  กับว่าเป็นการจงใจกล่าวย้ำถึงภาพเหตุการณ์ที่กล่าวมาแล้วในคำพยากรณ์หมายเลขที่ 25 คือ  ย้ำถึงเรื่องทุพภิกขภัย  และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ว่ามีความรุนแรงเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นผลมาจากคลื่นของระเบิดเพาะเชื้อโรค และฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องจะเป็นพาหะนำเชื้อโรคที่มีความร้ายกาจนี้แพร่ไปยังส่วนต่าง ๆ ของโลก

            สิ่งที่เกิดขึ้นซึ่งเป็นผลจากความร้ายแรงของเชื้อโรคนี้   ถ้ามองอย่างผิวเผิน จะเข้าใจว่าเป็นผลระยะยาวของการแผ่รังสีจากระเบิดนิวเคลียร์ ดังที่ได้บรรยายไว้ในคำพยากรณ์หมายเลขที่ 25 แต่ความจริงแล้ว เป็นผลของการใช้อาวุธเชื้อโรคที่มีอันตรายร้ายแรงมากกว่าระเบิดนิวเคลียร์หลายเท่าเสียอีก นางจีน ดิกสัน โหรในกรุงวอชิงตัน เคยพยากรณ์ไว้เหมือนกันว่า ประเทศจีนจะใช้อาวุธเชื้อโรคชนิดร้ายแรงในการทำสงครามครั้งต่อไป ถ้าเหตุการณ์เป็นไปตามแนวที่นอสตราดามุสกล่าวไว้เป็นนัย ๆ ในคำพยากรณ์บทนี้จริง เราก็สามารถวิเคราะห์ได้ว่า จีนจะเป็นผู้ใช้อาวุธเชื้อโรคแบคทีเรียชนิดนี้ ในแถบขั้วโลกบริเวณมหาสมุทรอาร์คติก และโดยวิธีนี้เองฝ่ายจีนจะสามารถทำให้กองทัพฝ่ายสัมพันธมิตรตะวันตกถึงกับเป็นอัมพาต ไม่สามารถปฏิบัติการทางทหารได้อย่างเต็มที่ อาวุธเชื้อโรคที่นำมาใช้ในแถบนี้จะมีประสิทธิภาพ ในการทำลายล้างสูงมาก เนื่องจากบริเวณมหาสมุทรอาร์คติกเป็นย่านที่มีความกดอากาศสูง ลมที่เกิดจากบริเวณนี้จะพัดเข้าสู่บริเวณทางใต้ และจะพัดพาเชื้อโรคร้ายแรงแพร่ไปซีกโลกเหนือ นับตั้งแต่เส้นศูนย์สูตรของโลกขึ้นมาเลยทีเดียว เชื้อโรคที่ร้ายกาจนี้จะแพร่กระจายไป พร้อมกับความชื้น ทั้งเมฆฝนและพายุจะช่วยกระจายเชื้อโรคนี้ไปทั่วบริเวณสหรัฐอเมริกา รัสเซีย อังกฤษ และทั่วพื้นที่บริเวณยุโรปอื่น ๆ บางส่วน  ซึ่งจีนถือว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจในขณะนั้น  ส่วนประเทศจีนเองจะไม่มีโอกาสได้รับผลร้ายแรงของเชื้อโรคที่ตนใช้ในครั้งนี้เลย  เพราะภูมิอากาศของจีนได้รับอิทธิพลมาจากลมมรสุมที่พัดผ่านมาจากทางใต้

            เป็นที่น่าสนใจว่า นักพยากรณ์รุ่นใหม่  ท่าน  คือ   จีน ดิกสัน  และ  เอ็ดการ์ เคย์ซี   ได้พยากรณ์ไว้เหมือนกันว่า  ช่องแคบเดวิสซึ่งอยู่ระหว่างเกาะบัฟฟินและเกาะกรีนแลนด์ จะเป็น “เส้นชีวิต” ของสองชาตินี้  ช่องแคบเดวิสนี้จะมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ เพราะสหรัฐอเมริกา     แคนาดาและรัสเซียจะใช้เป็นเส้นทางตรง เพื่อติดต่อถึงกันผ่านทางมหาสมุทรอาร์คติก เป็นไปได้ไหมที่จีนใช้อาวุธเชื้อโรคโจมตีในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธวิธีทำลายเส้นทางคมนาคมเส้นนี้ ?

            คำพยากรณ์ของนอสตราดามุส  ซึ่งเกี่ยวกับการใช้อาวุธเชื้อโรคโจมตีครั้งนี้  ได้เปิดเผยสิ่งลึกลับที่ไม่มีใครคาดถึง  โดยในบรรทัดที่ ของคำพยากรณ์ ได้กล่าวเป็นนัย ๆ ถึงจุดที่จะใช้ปล่อยอาวุธแบคทีเรียเพื่อโจมตีที่ต่าง ๆ เอาไว้ โดยนอสตราดามุสเขียนไว้ว่า อาวุธนี้จะถูกปล่อยจาก “สมาโรบริน “(Samarobryn) ซึ่งอยู่ห่างจากบรรยากาศ (ของโลก)  100 ลีค  (Leagues)  จากข้อความนี้มีประเด็นที่พึงนำมาวิเคราะห์ดังต่อไปนี้

            ประการแรก เราควรวิเคราะห์ก่อนว่า คำว่า 100 ลีค ที่ว่านี้น่าจะเป็นระยะทางไกลเท่าใดกันแน่? ในคริสต์ศตวรรษที่ 16 ลีคเป็นมาตราวัดที่ใช้กันในทวีปยุโรป หนึ่งลีคมีระยะทางประมาณ 2.5 - 4.5 ไมล์ การประมาณระยะทางหนึ่งลีคว่ามีระยะเท่าใดนั้น สามารถจะคำนวณได้ตามคำพยากรณ์อื่น ๆ ของนอสตราดามุส เช่น ที่เขียนบรรยายไว้ตอนหนึ่งว่า โบสถ์เซนต์-ปอล-เดอ เมา-โซล  ซึ่งอยู่ใกล้บ้านเกิดของนอสตราดามุส ในภาคใต้ของฝรั่งเศส ตั้งอยู่ห่างจากแม่น้ำโรน (Rhone) เป็นระยะทาง 3 ลีค ซึ่งเมื่อเทียบกับมาตราการวัดในสมัยนี้แล้ว   ปรากฏว่าโบสถ์แห่งนี้อยู่ห่างจากฝั่งแม่น้ำโรนเป็นระยะทาง 8.1 ไมล์ ดังนั้น 1 ลีค จึงประมาณ 2.7 ไมล์ เมื่อคำนวณโดยวิธีนี้ก็จะสามารถเทียบได้ว่า  100 ลีค เท่ากับระยะทาง 270 ไมล์

            ประการที่สอง คำว่า “จากบรรยากาศของโลก” ก็เป็นคำที่น่าสนใจ เป็นการใช้คำที่ถูกต้องตรงกับความจริงในปัจจุบัน เพราะวัตถุที่โคจรรอบโลกห่างจากทุก ๆ  จุดของบรรยากาศของโลก  270 ไมล์นั้น แสดงว่าจะต้องโคจรในอวกาศ นอสตราดามุสใช้คำว่าบรรยากาศ (Hemisphere) ตรงกับศัพท์ที่ใช้ในวงการอวกาศสมัยใหม่ เพราะไม่ใช้คำว่าห่างจากพื้นโลก เนื่องจากการวัดระยะห่างจากพื้นโลกไปยังแนวโคจรในอวกาศ (Space) นั้น  จะมีระยะห่างไม่แน่นอน เมื่อวัดจากจุดต่างของผิวโลก การวัดจากจุด ๆ หนึ่งอาจจะใกล้กว่าวัดจากอีกจุดหนึ่งก็ได้

            ประการที่สาม   คำว่า “สมาโรบริน” (Samarobryn) เป็นคำสนธิสองส่วน คือ สมาระ  หมายถึง  ปีกเมล็ดพันธุ์พืช  กับโอไบร์ (Obire) เป็นภาษาละติน หมายถึง เร่ร่อน ท่องเที่ยว หรือ โคจร และคำว่าโอไบร์นี้เป็นอกรรมกริยา (คำกริยาที่ไม่เรียกหากรรมจะใช้บรรยายเกี่ยวกับวัตถุบนฟากฟ้า ส่วนคำว่า “สมาระ” น่าจะมีความหมายในเชิงอุปมาอุปไมยมากกว่า คือ น่าจะหมายถึงเมล็ดพืชบางชนิดที่มีลักษณะกลม ๆ มีปีกตรงกลางยื่นออกมา อาจจะปีกเดียวหรือสองปีก

            เมื่อนำเอาข้อวิเคราะห์เหล่านี้มารวมกัน ก็น่าจะสรุปประเด็นได้ว่านอสตราดามุสกล่าวถึงวัตถุที่มีโครงสร้างกลม ๆ มีปีกยื่นออกมาและโคจร อยู่ในอวกาศ ห่างจากบรรยากาศโลก 270 ไมล์  ซึ่งในสมัยปัจจุบัน สิ่งนี้น่าจะเป็นดาวเทียมหรือยานอวกาศนั่นเอง

            สิ่งสำคัญที่น่าสนใจก็คือ ปัจจุบัน ประเทศจีนยังไม่ยอมเซ็นสัญญา  ในข้อตกลงห้ามใช้อาวุธเชิงรุกจากอวกาศ อาจเป็นไปได้ว่า ในช่วงต่อไปนี้ ประเทศจีนอาจจะมีขีดความสามารถสูงพอในการที่จะส่งยานหรือสถานีอวกาศไปโคจรในอวกาศก็ได้ เป็นที่ยอมรับกันว่า เทคโนโลยีสมัยใหม่สามารถบอกได้ว่าดาวเทียมต่าง ๆ ที่โคจรอยู่นั้น ๆ ติดอาวุธนิวเคลียร์หรือไม่ แต่เทคโนโลยีสมัยใหม่นี้ยังไม่มีขีดความสามารถพอที่จะบอกได้ว่ายานอวกาศที่โคจรอยู่นั้นติดอาวุธแบคทีเรียหรือไม่ ด้วยเหตุนี้ประเทศจีนอาจจะฉกฉวยโอกาสที่ตนไม่ได้เซ็นสัญญาไว้ในข้อตกลงห้ามใช้อาวุธเชิงรุกจากอวกาศ รวมทั้งความด้อยของเทคโนโลยี ในการตรวจจับนี้ ปฏิบัติการตรงตามคำพยากรณ์ของนอสตราดามุสก็ได้

 

คำพยากรณ์ที่  25  26-28  29  30  31  32-33  34  35  36  37  38  39-40  41  42-46  47-49  50-52  53-54  55-57  58

 

   กลับหน้าแรก   

 

ศัพท์วิทยาศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตสถาน

A  B  D  F  G  H  I  J  K  L  M  N  O  Q  R  S  T  U  V  W  X  Y 

                        ถ          

                            อ   

นักวิทยาศาสตร    หน่วย      ศัพท์แผ่นดินไหวตัวอักษรจาก A-M   จาก N-Z

 

A B C D E F G H I J K L M N

O P Q R S T U V W X Y Z

คำศัพท์คณิตศาสตร์ที่น่าสนใจ

หมวด : | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | |

    ศัพท์เคมี    ศัพท์คณิตศาสตร์   ศัพท์ฟิสิกส์   

  บทความวิทยาศาสตร์      ศัพท์ชีววิทยา      สื่อการสอนฟิสิกส์      ศัพท์วิทยาศาสตร์

พจนานุกรมเสียง 1   แมว    วัว 1    วัว 2    วัว 3   

เหมียว   แกะ     พจนานุกรมภาพการ์ตูน

พจนานุกรมภาพเคลื่อนไหว   ดนตรี  Bullets แบบ JEWEL 

พจนานุกรมภาพต่างๆ  ภาพเคลื่อนไหวของสัตว์ต่างๆ  โลกและอวกาศ

อุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ

 

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์

 

 

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ฟิสิกส์ 1 หนังสือฟิสิกส์ 1 ภาคกลศาสตร์ หนังสือฟิสิกส์ 1  ภาค ของไหล ความร้อนและคลื่น

 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

 

กลับเข้าหน้าแรกบทความพิเศษ

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

บทความพิเศษ