ดีพ อิมแพค (Deep Impact)

           ในวันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม 2548 เวลา 12.52 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ภารกิจดีพอิมแพคของ NASA จะส่งกระสวยอิมแพคเตอร์ขนาด 370 กิโลกรัม พุ่งเข้าชนนิวเคลียสของดาวหางเทมเปล 1 (Tempel 1) ด้วยความเร็ว 10.2 กิโลเมตร/วินาที ทำให้เกิดแรงระเบิดเทียบเท่า TNT จำนวน 4.8 ตัน ทำให้เกิดหลุมขนาดประมาณใหญ่10 – 200 เมตร ลึกเท่าตึก 2 – 14 ขั้น นักวิทยาศาสตร์คาดว่า การพุ่งชนครั้งนี้จะทำให้เกิดวัตถุและก๊าซฟุ้งกระจาย ออกมาจากโครงสร้างภายใน ซึ่งช่วยในการไขปริศนาโบราณของการกำเนิดระบบสุริยะเมื่อ 4,600 ล้านปีก่อน



ภาพที่ 1 ดีพอิมแพคส่งกระสวยมุ่งสู่ดาวหางเทมเปล 1 (ที่มา: NASA/JPL)

ภารกิจ
           ดีพอิมแพคเป็นโครงการอวกาศของมหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ (University of Maryland) ซึ่งได้รับทุนอุดหนุนจาก NASA ในการสร้างยานอวกาศขึ้นไปสำรวจดาวหางเทมเปล 1 ด้วยการส่งกระสวยพุ่งเข้าชน ยานอวกาศดีพอิมแพคถูกส่งขึ้นสู่อวกาศด้วยจรวดเดลต้า II เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2548 มุ่งสู่ดาวหางเทมเปล 1 ซึ่งมีวงโคจรรูปวงรีอยู่ระหว่างวงโคจรของดาวอังคารและดาวพฤหัสบดี ยานอวกาศใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 เดือน กำหนดถึงดาวหางเทมเปล 1 ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2548 หลังจากนั้นหนึ่งวัน ยานจะทำการแยกตัวเป็น 2 ลำคือ ยานอิมแพคเตอร์ (“Impactor” แปลว่า ตัวกระทบ) จะพุ่งเข้าชนดาวหาง ในขณะที่ยานไฟล์บาย (“fly by” แปลว่า บินผ่าน) บินทิ้งระยะห่างประมาณ 500 เมตร และใช้กล้องโทรทรรศน์ส่องติดตามผลของการกระแทก โดยใช้เครื่องสเปคโตรมิเตอร์วิเคราะห์ฝุ่นซึ่งเกิดจากการกระแทก และรายงานกลับมายังโลก



ภาพที่ 2 เส้นทางของยานดีพอิมแพคมุ่งสู่ดาวหาง (ที่มา: NASA/JPL)


ดาวหางเทมเปล 1
           ดาวหางดวงนี้ถูกค้นพบโดย วิลเฮล์ม เทมเปล ในปี พ.ศ.2410 เป็นดาวหางขนาดเล็กประมาณ 14 กิโลเมตร มีวงโคจรรูปรีอยู่ระหว่างดาวเคราะห์ชั้นใน โดยมีคาบวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ 5.5 ปี จึงเป็นเป้าหมายสำคัญที่อยู่ไม่ไกลนัก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์สามารถติดตามวัฏจักรการเปลี่ยนแปลงนิวเคลียสของดาวหาง ในการระเหิดของวัสดุในชั้นแมนเทิลไปจนถึงเปลือกชั้นนอก ดาวหางมีความสว่างด้วยสาเหตุสองประการคือ (1) ฝุ่นที่ถูกขับออกมาจากนิวเคลียสของดาวหาง สะท้อนกับแสงอาทิตย์ขณะที่มันโคจรไปในอวกาศ (2) ก๊าซซึ่งถูกปล่อยออกจากส่วนโคม่าของดาวหาง ถูกกระตุ้นโดยแสงอาทิตย์ทำให้เกิดการเรืองแสง คล้ายกับหลอดฟลูออเรสเซนต์ นักวิทยาศาสตร์ใคร่จะเรียนรู้ถึงโครงสร้างภายในว่า ดาวหางสูญเสียก๊าซภายในต่อไปเรื่อยๆ หรือว่ามีกลไกในการกักกั้นก๊าซไว้ภายใน ขณะที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ การศึกษาโดยการส่งกระสวยพุ่งชน จนทำให้เกิดหลุม จะเป็นการเปิดเผยความลับซึ่งซ่อนไว้ภายใน



ภาพที่ 3 ดาวหางเทมเปล 1 (ที่มา: Kitt Peak National Observatory)

           ในช่วงต้นเดือนกรกฏาคม 2548 ดาวหางเทมเปล 1 อยู่ในกลุ่มดาวราศีกันย์ (Virgo) มีระยะห่างเชิงมุมใกล้กับดาวพฤหัสบดี มีมาตรความสว่าง 10 (magnitude) ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า สามารถทำการสังเกตการณ์ได้ด้วยกล้องโทรทรรศน์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 นิ้วขึ้นไป เห็นเป็นฝ้าสีขาวมัวดังภาพที่ 3 และสามารถติดตามได้จากแผนที่ดาวในภาพที่ 4 ด้านล่าง



ภาพที่ 4 ตำแหน่งของดาวหางเทมเปล 1 บนซีกฟ้าใต้ (ที่มา: NASA/JPL)

หมายเหตุ: จุดประสงค์ของดีพอิมแพค มิใช่การส่งขีปนาวุธติดหัวรบ ขึ้นไปทำลายดาวหางเพื่อปกป้องโลกอย่างในภาพยนตร์ แต่เป็นการส่งกระสวยขนาดเล็กไม่มีหัวรบ พุ่งชนดาวหางด้วยความเร็วสูง เพื่อทำการศึกษาวิจัยโครงสร้างของนิวเคลียสดาวหาง ซึ่งรวมทั้งการวิจัยฝุ่นละออง และก๊าซซึ่งอยู่ภายใน

รายละเอียดเพิ่มเติม: http://deepimpact.jpl.nasa.gov/home/index.html

ของ   © 2005 Learning center for Earth Science and Astronomy. All rights reserved.

ศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์
For more informations please contact  webmaster@lesaproject.com

      

หน้าที่ 
  1. การชนเพื่อสำรวจ
  2. วันชาติสหรัฐอเมริกา
  3. ดาวหางในแง่ของปรัชญาหยิน-หยาง
  4. ดีพ อิมแพค (Deep Impact)
  5. ชำแหละ "ดีพ อิมแพค"
  6. โครงการ Deep impact
  7. ฝุ่นน้ำแข็ง คลุม ”เทมเปิล-วัน”
  8. ภาพภารกิจ "ดีพ อิมแพค" ก่อนพุ่งชนเทมเปิล-วัน
  9. วีดีโอการชน
 

 

การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

 

1. การวัด    2. เวกเตอร์    3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ   4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ 

5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน   6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน  7.  งานและพลังงาน  

 8.  การดลและโมเมนตัม    9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง  11. การเคลื่อนที่แบบคาบ  

 12. ความยืดหยุ่น   13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน  

15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก 

16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร   17.  คลื่น  18.การสั่น และคลื่นเสียง

 การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

 

 1. ไฟฟ้าสถิต   2.  สนามไฟฟ้า   3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 

5. ศักย์ไฟฟ้า   6. กระแสไฟฟ้า  7. สนามแม่เหล็ก   8.การเหนี่ยวนำ

9. ไฟฟ้ากระแสสลับ   10. ทรานซิสเตอร์  11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม   

15. โครงสร้างของอะตอม   16. นิวเคลียร์ 

 

 การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

 

 1. จลศาสตร์ ( kinematic)  2. จลพลศาสตร์ (kinetics)   3. งานและโมเมนตัม    4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง  

5.  ของไหลกับความร้อน     6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า    7. แม่เหล็กไฟฟ้า    8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง    

9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์ 

 

 

กลับเข้าหน้าแรก

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

บทความพิเศษ