<

เวลาของไอน์สไตน์

ชีวิตครอบครัว

1879

    เกิดเมื่อ  14  มีนาคม ที่เมืองอูล์ม  ประเทศเยอรมนี  บิดาชื่อ  Hermann มารดาชื่อ  Pauline

1880

    ครอบครัวย้ายไปอยู่มิวนิก

1882

    Albert  Michelson  สร้างอุปกรณ์  interferometer  ใช้วัดความเร็วแสงได้แม่นยำ ที่สุดเท่าที่เคยมีมาโดยวัดได้  2,993,853   กิโลเมตร/ วินาที   ทำให้เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ประจำปี  1907

1884

     บิดาให้ของขวัญซึ่งจุดประกายความสนใจของไอน์สไตน์  ต่อธรรมชาติคือ  เข็มทิศ

1885 -1888

   เรียนระดับประถมศึกษาในโรงเรียนคาทอลิก  และเรียนศาสนายิวที่บ้านตอนอายุ  ขวบ  มารดาให้เขาเรียนไวโอลิน

1887

    Albert  Michelson  และ   Edward  Morley  ทำการทดลองที่สำคัญมาก  คือการตรวจหาอีเทอร์ซึ่งเชื่อว่าเป็นตัวกลางในธรรมชาติของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า  โดยการวัดความเร็วของแสงที่จะเปลี่ยนไปเมื่อโลกเคลื่อนที่ผ่านอีเทอร์  แต่กลับไม่อาจตรวจหาอีเทอร์ได้  และพบว่าความเร็วของแสงคงที่  ไม่ว่าเราจะเคลื่อนที่เข้าหาหรือหนีจากแหล่งกำเนิดแสงซึ่งขัดกับแนวคิดของนิวตัน

1888-1894

     ย้ายมาเรียนในโรงเรียนมัธยมชื่อ จิมนาเซียม   วิชาเดียวที่ไอน์สไตน์ชอบคือ คณิตศาสตร์โดยเฉพาะเรขาคณิตของยูคลิด

1894

     อายุ   15  ปี  บิดาและมารดา ย้ายไปประเทศอิตาลี  ไอน์สไตน์ยังเรียนอยู่ที่มิวนิกแต่อีก  เดือนต่อมา ไอน์สไตน์ก็ติดตามบิดามารดาไปที่อิตาลีทั้งยังเรียนไม่จบ

1895-1896

   เรียนในโรงเรียนเล็กๆ  แห่งหนึ่งในเมืองแอเรา  (Aarau)  จนจบชั้นมัธยม

1896 - 1900

   เข้าเรียนในโรงเรียนโพลีเทคนิค เมืองซูริก  ประเทศสวิตเซอร์แลนด์  (ต่อมาเป็นสถาบันเทคโนโลยี)   ตกหลุมรักกับเพื่อนนักเรียน ชื่อ  Mileva   Maric   ไอน์สไตน์จบการศึกษาระดับปริญญาตรีเมื่ออายุ  21  ปี

1900

    Max  Planck   อธิบายการแผ่รังสีจาก  "วัตถุดำ"  จะเป็นกลุ่มก้อน  ไม่ต่อเนื่องเรียกว่า  quanta   ถือเป็นจุดกำเนิดของทฤษฎีควอนตัม  (quantum theory)

1901

   ได้สัญชาติสวิส

1901-1902

     เป็นครูสอนพิเศษที่เมือง   Schaffhausen

1902

    Mileva   Maric   ให้กำเนิดลูกสาวคนแรกกับไอน์สไตน์  ชื่อ   Lieserl  ที่ประเทศฮังการี  ว่ากันว่าลูกสาวคนนี้ต่อมา ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของผู้อื่น 

    ส่วนไอน์สไตน์เข้าทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ระดับ  3   ในสำนักงานจดทะเบียนสิ่งประดิษฐ์ในกรุงเบิร์น  ประเทศสวิตเซอร์แลนด์  และใช้เวลาว่างขบคิดปัญหาฟิสิกส์ซึ่งยังเป็นที่สับสนกันในช่วงเวลานั้น

1903

   อายุ   24  ปี แต่งงานกับ  Mileva   ในเดือนมกราคม  ที่กรุงเบิร์น

1904

    ลูกชายคนแรกชื่อ  Hans    เกิดที่กรุงเบิร์น  

     Hendrick  Antoon  Lorentz   นักฟิสิกส์ และนักคณิตศาสตร์  ชาวดัตช์   คิดสมการเพื่อแก้ปัญหาจากผลการทดลองของ  Michelson  และ  Morley  ที่พบว่าอัตราเร็วแสงจะคงที่เสมอไม่ขึ้นกับผู้สังเกต สมการนี้เรียกว่า  สูตรการแปลงของลอเรนตซ์   (  Lorentz   transformation)   เป็นสมการที่ไอน์สไตน์ใช้อธิบายทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษในปีถัดไป

1905

    อายุเพียง  26  ปี  เป็นปีมหัศจรรย์ของไอน์สไตน์  เขาเสนอบทความ  ชิ้น  ตีพิมพ์ลงในวารสาร  Annalen  der   physik   ครอบคลุมงาน  เรื่องที่สั่นสะเทือนวงการฟิสิกส์  ได้แก่

-   ปรากฎการณ์โฟโตอิเล็กทริก  (photoelectric   effect )   :   ไอน์สไตน์นำทฤษฎีของ  Planck   มาประยุกต์ใช้กับแสงโดยเปิดมุมมองใหม่ว่า แสงประพฤติตัวเหมือนก้อนพลังงานพุ่งกระทบกับอะตอมของโลหะ  แสงหรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจึงเป็นคุณสมบัติเป็นได้ทั้งคลื่นและอนุภาค  และเรียกอนุภาคของแสงว่าโฟตอน  (Photon)  

การเคลื่อนที่แบบบราวน์  ( Brownian  motion)   ไอน์สไตน์เสนอสมการและคำอธิบายการเคลื่อนที่อย่างไร้ระเบียบว่าเกิดจากการถูกกระแทกโดยโมเลกุลของน้ำซึ่งนำไปสู่การคำนวณหาขนาดของโมเลกุลและอะตอมได้ในที่สุด

 

-  ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ  (Special  theory  of  relativity)  ไอน์สไตน์เสนอกรอบความคิดใหม่บนหลักการว่า  ทุกคนที่อยู่ในระบบที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่จะใช้กฎฟิสิกส์ได้ผลเหมือนกัน  และอัตราเร็วของแสงคงที่ไม่เปลี่ยนแปลง  ผลที่ตามมาคือ  อวกาศ และเวลาแต่ละคนไม่เท่ากัน มวล  ขนาดและเวลา  มีการเพิ่ม   หด และยืดได้ เมื่อเคลื่อนที่ใกล้อัตราเร็วแสง  อวกาศ เวลา  (space-time)   มีความสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่น เป็น  มิติ  ที่แยกจากกันไม่ได้

    ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษยังนำไปสู่สมการที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังอย่างยิ่ง   คือ  E  =  mc2  ซึ่งความเข้าใจใหม่ด้วยว่า  สสารและพลังงานก็คือสิ่งเดียวกัน

     ในปีนี้ไอน์สไตน์ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์  จากมหาวิทยาลัยซูริก

 

 

 

         

น้าที่  

1.  ก่อนเวลาของไอน์สไตน์

2. ชีวิตครอบครัว

3. วัยทำงาน

4. รางวัลโนเบล

5. บั้นปลายของชีวิต

6. หลังเวลาของไอน์สไตน์

 

 

โดย  สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ

 

 

 

 


หนังสืออิเล็กทรอนิกส์

 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์)  ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน) 

ฟิสิกส์ 2  กลศาสตร์เวกเตอร์

โลหะวิทยาฟิสิกส์  เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1  

ฟิสิกส์  2 (บรรยาย)  

แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  ฟิสิกส์พิศวง   สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

   ทดสอบออนไลน์  วีดีโอการเรียนการสอน  หน้าแรกในอดีต 

 


การทดลองเสมือน  บทความพิเศษ  ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)

พจนานุกรมฟิสิกส์  ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์  ธรรมชาติมหัศจรรย์

สูตรพื้นฐานฟิสิกส์  การทดลองมหัศจรรย์


แบบฝึกหัดกลาง   แบบฝึกหัดโลหะวิทยา    แบบทดสอบ   ความรู้รอบตัวทั่วไป

อะไรเอ่ย ?   ทดสอบความรู้รอบตัว   (เกมเศรษฐี)   คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์   เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์


คำศัพท์ประจำสัปดาห์   ความรู้รอบตัว   การประดิษฐ์แของโลก  

ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์

  นักวิทยาศาสตร์เทศ     นักวิทยาศาสตร์ไทย     ดาราศาสตร์พิศวง 

การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์   การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

 


 

การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

 

1. การวัด    2. เวกเตอร์    3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ   4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ 

5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน  

 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน  7.  งานและพลังงาน  

 8.  การดลและโมเมนตัม    9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง 

11. การเคลื่อนที่แบบคาบ  

 12. ความยืดหยุ่น   13. กลศาสตร์ของไหล  

14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน  

15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก 

16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร   17.  คลื่น 

 18.การสั่น และคลื่นเสียง 19.หน้ากากการเรียน


 

การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

 

 1. ไฟฟ้าสถิต   2.  สนามไฟฟ้า   3. ความกว้างของสายฟ้า 

4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 

5. ศักย์ไฟฟ้า   6. กระแสไฟฟ้า  7. สนามแม่เหล็ก  

8.การเหนี่ยวนำ

9. ไฟฟ้ากระแสสลับ   10. ทรานซิสเตอร์  11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ   14. กลศาสตร์ควอนตัม   

15. โครงสร้างของอะตอม

16. นิวเคลียร์  15. หน้ากากการเรียน

 


 การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

 

 1. จลศาสตร์ ( kinematic)  2. จลพลศาสตร์ (kinetics)   3. งานและโมเมนตัม    

4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง  

5.  ของไหลกับความร้อน     6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า   

7. แม่เหล็กไฟฟ้า    8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง    

9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพกับนิวเคลียร์  10. หน้ากากการเรียน


กลับเข้าหน้าแรก

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

บทความพิเศษ