ชื่อนักวิทยาศาสตร์ที่ต้องการ
หลุยส์ อักกะซี่ : Louis Johann Rudolph Agassiz
 

เกิด        วันที่ 28 พฤษภาคม ค.ศ. 1809 ที่เมืองมอติเออร์ (Mortier) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland)
เสียชีวิต วันที่ 14 ธันวาคม ค.ศ. 1873 ที่เมืองมอติเออร์ (Morrtier) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (Switzwrland)
ผลงาน   - การค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ธรรมชาติ

        หลุยส์ อักกะซี่ หรือที่มีชื่อเต็มๆ ว่า หลุยส์ จอห์น รูดอล์ฟ อักกะซี่ (Louis Johann Rudolph Agassiz) เป็นนักธรรมชาติ
วิทยา ผู้ยิ่งใหญ่อีกท่านหนึ่ง ผลงานของเขาส่วนใหญ่เป็นการศึกษาเกี่ยวกับซากสัตว์ดึกดำบรรพ์ อักกะซี่ได้เทุ่มเทเวลาในการศึกษา
เรื่องนี้มากที่สุด ซึ่งเป็นการยากที่นักธรรมชาติวิทยาในยุคเดียวกันนั้นจะสามารถทำได้ และทำให้เขาได้รับการยกย่องให้เป็น บิดาแห่ง
ซากหินดึกดำบรรพ์ อักกะซี่เป็นนักธรรมชาติวิทยาที่อยู่ในยุคเดียวกับชาร์ลส์ โรเบิร์ต ดาร์วินนักธรรมชาติวิทยาอันดับหนึ่งของโลก
นอกจากนี้อักกะซี่ยังเป็นผู้หนึ่งที่สนับสนุนทฤษฎีวิวัฒนาการของดาร์วิน

         อักกะซี่เกิดเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ค.ศ. 1809 ที่เมืองมอติเออร์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์บิดาของเขาเป็นพระสอนศาสนาชาว
ฝรั่งเศส แต่ลี้ภัยทางศาสนาเข้ามาอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หลังจากที่อักกะซี่จบการศึกษาขั้นต้นแล้ว เขาได้เข้าศึกษาต่อในวิชา
แพทย์ การที่เขาศึกษาวิชานี้ก็เนื่องมาจากคุณตาของเขาเป็นศัลย์แพทย์ผู้มีชื่อเสียงมากผู้หนึ่ง อีกทั้งบิดามารดาของเขาก็ยังคาดหวัง
ให้เขาเป็นศัลยแพทย์เช่นเดียวกับตาของเขา การศึกษาวิชาแพทย์เป็นโอการที่ดีทำให้เขามีความรู้เกี่ยวกับกายวิภาคดีมากผู้หนึ่ง
นอกจากนี้เขายังได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการศึกษาและผ่าตัดสัตว์ที่เสียชีวิตแล้ว เพื่อศึกษาเกี่ยวกับอวัยวะภายในของสัตว์เหล่านั้น
อักกะซี่ได้รวบรวมพันธุ์สัตว์ต่าง ๆ ไว้มากมายกว่า 40 ชนิด

         ต่อมาในปี ค.ศ. 1926 ได้เดินทางไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยไฮเดนเบิร์ก ณ มหาวิทยาลัยแห่งนี้เขามีโอกาสได้ศึกษาภาษากรีก
และโรมัน ทำให้เขามีโอกาสได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ที่มีประโยชน์มากมายหลายเล่ม อีกสิ่งหนึ่งที่เขาได้รับจากการเข้า
ศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็คือ เขาได้รู้จักกับนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงหลายท่าน พร้อมกันนั้นเขายังร่วมก่อตั้งสมาคม
วิทยาศาสตร์โดยร่วมมือกับนักวิทยาศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงหลายท่าน สมาคมแห่งนี้มีชื่อว่า The Little Academy

         แม้ว่าอักกะซี่จะมีความรู้ทางการแพทย์ดีมากผู้หนึ่ง แต่สิ่งที่เขาสนใจกลับเป็นเรื่องของชีววิทยามากกว่า อักกะซี่ได้ทุ่มเทเวลา
ทั้งหมดให้กับการค้นคว้าทางด้านธรรมชาติ ซึ่งต่อมาเขาได้เขียนหนังสือขึ้นมาเล่มหนึ่งโดยใช้ชื่อว่า ประวัติของธรรมชาติวิทยา
ซึ่งเขาเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาจากคำชักชวนของศาสตราจารย์คาร์ล ฟอน มาร์ติอุส (Karl van Matius) ซึ่งเป็นอาจารย์ของเขา
ผลงานชิ้นนี้ถือได้ว่าได้สร้างชื่อเสียงให้กับอักกะซี่เป็นอย่างมาก นอกจากนี้เขายังได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ทางปรัชญา
ศาสตร์อีกด้วย อักกะซั่งได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับธรรมชาติวิทยาต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งเพราะนี้คือสิ่งที่เขารักมากที่สุด

         ต่อมาอักกะซี่ได้หยุดการศึกษาด้านนี้ไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง เขาได้กลับไปค้นคว้าเกี่ยวกับวิชาแพทย์ตามที่เขาได้เล่าเรียนมา
เขาได้เขียนหนังสือทางการแพทย์ขึ้นมาหลายเล่มได้แก่โรควิทยาคลอดบุตร หนังสือของเขาประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากซึ่งทำ ให้เขามีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วทั้งทวีปยุโรปและอเมริกา และจากผลงานชิ้นนี้เขาได้รับรางวัลดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ในทางการ
แพทย์ ผลงานชิ้นนี้อักกะซี่สามารถทำให้บิดามารดาของเขารู้สึกภูมิใจในตัวเขาเป็นอย่างมาก

         จากชื่อเสียงความรู้ ความสามารถ และความช่วยเหลือของอเล็กซานเดอร์ ฟอน อัมโบลต์ ซึ่งในขณะนั้นได้เป็นผู้ให้การ
สนับสนุน และให้คำแนะนำต่าง ๆ แก่อักกะซี่ ได้ช่วยเหลือให้เขาได้เข้าเป็นศาสตราจารย์สอนวิชาธรรมชาติวิทยาประจำมหาวิทยาลัย
นอยซาเติลประเทศสวิตเซอร์แลนด์ การเรียนการสอนของอักกะซี่ภายในมหาวิทยาลัยเป็นไปได้ด้วยดี แต่สิ่งที่เขาไม่ชอบก็คือการเรียน
การสอนที่อยู่ภายในห้องเรียน เขามีคามสุขกับการสอนอย่างมากถ้าได้ออกไปสอนนอกสถานที่ ตามป่าเขาลำเนาไพร ซึ่งทำให้นักเรียน
ได้เห็นของจริง ดังนั้นเขาจึงเริ่มทำการสอนแบบใหม่ โดยการจัดสวนตามแบบของนักปรัชญาชาวกรีก ในสวนแห่งนี้เขาไม่เป็นเพียง
แต่ผู้สอนเท่านั้น เขายังได้มีโอกาสศึกษาเกี่ยวกับปรัชญากรีกโบราณอีกด้วย

          สิ่งต่อมาที่อักกะซี่ทำการศึกษาก็คือ ซากพืชซากสัตว์ดึกดำบรรพ์ เขาทำการศึกษาจนมีความชำนาญด้านนี้มากผู้หนึ่งซึ่งทำให้ นักธรรมชาติวิทยาที่มีชื่อเสียงหลายท่านในยุโรป โดยเฉพาะในอังกฤษได้เชิญเขาไปสำรวจตัวอย่างฟอสซิลของสัตว์ต่าง ๆ เท่าที่มี
การรวบรวมเอาไว้และจากผลงานการค้นคว้าด้านนี้เขาได้รับรางวัล Wollaston Prize จากประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นโอกาสดีอันหนึ่ง
ของอักกะซี่ เพราะเขากำลังต้องการเงินทุนในการศึกษางานด้านนี้ต่อไป

           และเมื่อมีเงินทุน อักกะซี่ได้เดินทางไปยังแม่น้ำโรนเพื่อศึกษาเรื่องธารน้ำแข็ง แม้ว่าเขาจะได้รับคำทัดทานจากเพื่อนฝูงของเขา
หลายคน เพราะบริเวณธารน้ำแข็งเป็นสถานที่ที่อันตรายอย่างมาก และเป็นการเสี่ยงชีวิตอย่างมากที่จะลงไปตรงใจกลางธารน้ำแข็ง
แต่อักกะซี่ก็ไม่ได้ฟังคำทัดทานของเพื่อเลยแม้แต่น้อย เขายังคงลงไปตรงใจกลางน้ำแข็งที่มีอัตราการเคลื่อนไหลของน้ำแข็งถึงวันละ
40 ฟุต อักกะซี่ได้ลงไปในบ่อและลึกลงไปเรื่อย ๆ เขาพบว่าบริเวณปากบ่อของธารน้ำแข็งเป็นสีฟ้าอ่อนแกมเขียว เมื่อไต่ลึกลงไปอีก
เขาพบว่าสีของผนังบ่อเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ และเปลี่ยนเป็นสีฟ้าในตอนเที่ยงคืน และเมื่อลึกลงไปถึง 120 ฟุต อักกะซี่ต้องพบกับอากาศ
ที่เย็นจัดของธารน้ำแข็ง ทำให้เขาต้องรีบกระตุกเชือกให้คนที่คอยอยู่ด้านบนรีบดึงเขาขึ้นไปในทันที แต่ไม่ถึงคนด้านบนจึงไม่ได้ยิน
สัญญาณของเขา อักกะซี่จึงต้องร้องตะโกน โชคดีที่คนด้านบนได้ยินจึงรีบดึงเขาขึ้นไป แต่ถึงอย่างนั้นก็เกือบทำให้เขาเสียชีวิต

          หลังจากการสำรวจธารน้ำแข็งจบลงอักกะซี่ได้เขียนหนังสือขึ้นมาหลายเล่มโดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับยุคน้ำแข็งที่ชื่อว่า
Le Systeme Glaaciaiae หนังสือเล่มนี้ก็ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับหนังสือเล่มที่ผ่าน ๆ มาของเขาหนังสือที่ได้รับการ
ยกย่องอย่างมากอีกเล่มหนึ่งเป็นหนังสือที่เกี่ยวกับการสำรวจทางธรณีวิทยา และจากผลงานชิ้นนี้คณะกรรมการแห่ง Lowell
Institute ได้เชิญเขาไปแสดงปาฐกถาที่บอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งอักกะซี่ก็ตอบรับคำเชิญโดยทันที เขาได้ออกเดินทางไป
บอสตันในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1846 นอกจากแสดงปาฐกถาที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเขายังมีโอกาสได้รู้จักกับนักธรรมชาติวิทยาผู้มี
ชื่อเสียงและมีความสามารถหลายท่าน ทำให้อักกะซี่ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้กับนักวิทยาศาสตร์เหล่านี้ ทำให้เขารู้สึกประทับใจ
จนไม่ต้องการกลับไปที่สวิตแลนด์อีกและเมื่อภรรยาของเขาเสียชีวิต เขาได้แต่งงานใหม่กับหญิงสาวชาวอเมริกัน แต่เขาก็ยังคงส่งเงิน
สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายแก่บุตรชายทั้งสองของเขา

         อักกะซี่ได้มีโอกาสเดินทางไปยังมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เพื่อเก็บรวบรวมตัวอย่างเกี่ยวกับธรรมชาติวิทยา แต่ทำอยู่ได้ไม่นาน เขาก็ต้องเดินทางกลับไปยังมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเพื่อเข้าทำงานในโรงเรียนการแพทย์ที่ชาณ์ลส์ตัน แต่ในระหว่างนี้เขาก็ยังคงเก็บ สะสมซากสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย เพื่อจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ในเวลาต่อมา ซึ่งโชคก็เข้าข้างเขาให้ทำงาน นี้ได้สำเร็จโดยมีเพื่อของเขาผู้หนึ่ง
ได้ทำพินัยกรรมมอบเงินจำนวน 50,000 เหรียญ เพื่อให้เขาได้จัดสร้างพิพิธภัณฑ์ตามได้ตั้งใจไว้อักกะซี่ได้ใช้พื้นที่บริเวณ
มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเพื่อจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ซึ่งทางสภาการเมืองแห่งรัฐแมสซาชูเซสได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้จัดสร้างพิพิธภัณฑ์
ได้ แม้ว่าในครั้งแรกจะมีสมาชิกบางคนไม่เห็นด้วยก็ตาม อักกะซี่ได้ตั้งชื่อพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ว่า Museum of Comparative
Zoology

         หลังจากที่อักกะซี่ประสบความสำเร็จทั้งชื่อเสียงและเงินทองทำให้เขามีโอกาสได้เดินทางไปศึกษาหาความรู้ด้านธรรมชาติ
วิทยาตามสถานที่ต่าง ๆ มากขึ้นโดยสถานที่แรกที่เขาได้เดินทางไปสำรวจ คือ ประเทศบราซิล เพื่อรวบรวมพันธุ์ปลาน้ำจืดจาก
แม่น้ำในอเมริกาใต้ อักกะซี่ได้นำวามรู้จากประสบการณ์การเดินทางไปบรรยายที่ Cooper Union ในนิวยอร์ค ส่วนตัวอย่าง
ที่เขาเก็บมาได้ ได้นำไปไว้ในพิพิธภัณฑ์ของเขานั่นเอง ต่อมาอักกะซี่ได้เดินทางไปสำรวจน่านน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิก และเมื่อเดิน
ทางกลับเขาก็ได้ทำเหมือนกับทุก ๆ ครั้งที่ผ่านมาคือ นำประสบการณ์และความรู้ต่าง ๆมาบรรยายให้กับสาธารณชนได้รับรู้
ส่วนสิ่งที่เขาเก็บมาได้ก็ยังคงนำไปเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์

          จากผลงานชิ้นต่าง ๆ ของเขามากมาย ได้มีเศรษฐีผู้หนึ่งที่นิยมชมชอบในผลงานของเขาได้มอบที่ดินที่ Buzzard's Bay พร้อมกับเงินจำนวนหนึ่งสำหรับสร้างโรงเรียนธรรมชาติวิทยาในฤดูร้อนซึ่งอักกะซี่ก็ยอมรับด้วยดี ดังนั้นในวันที่ 4 มกราคม ค.ศ.
1873 อักกะซี่ได้เดินทางโดยเรือไปยัง Buzzard's Bay หลังจากนั้นการก่อสร้างโรงเรียนก็เป็นอันสำเร็จ แต่เป็นที่น่าเสียดาย
เพราะในปลายปีเดียวกันนั้น อักกะซี่ก็ต้องล้มป่วยเพราะอากาศที่หนาวเย็นจนเขาไม่สามารถทนได้ และเสียชีวิตในวันที่
14 ธันวาคม ค.ศ. 1873 แม้ว่าอักกะซี่จะเสียชีวิตไปแล้ว แต่สิ่งที่เขาทิ้งไว้ให้กับคนรุ่นหลังก็คือ พิพิธภัณฑ์ทางธรรมชาติวิทยา
ที่อักกะซี่ได้เก็บรวบรวมซากพืชซากสัตว์จากที่ต่าง ๆ ที่มีความน่าสนใจไว้เป็นจำนวนมาก

This site is copyright @ 2004 สำนักหอสมุดและศูนย์สารสนเทศวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

75/7 ถ.พระรามหก แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพ 10400 โทร 0 2201 7256 แฟกซ์ 0 2354 3792
Email : info@dss.go.th

ปรับปรุง : 21-Sep-2004 1:53 PM

ของ สำนักหอสมุดและศูนย์สารสนเทศ ว&ท  http://siweb.dss.go.th  ฟิสิกส์ราชมงคล ขอขอบคุณครับ

  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์) 

 ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2  กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์ เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์  2 (บรรยาย) แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  
ฟิสิกส์พิศวง สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์ วีดีโอการเรียนการสอน
หน้าแรกในอดีต  

   การทดลองเสมือน 

บทความพิเศษ  ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)
พจนานุกรมฟิสิกส์ 

 ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

ธรรมชาติมหัศจรรย์ 

 สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

การทดลองมหัศจรรย์  ดาราศาสตร์ราชมงคล

  แบบฝึกหัดกลาง 

แบบฝึกหัดโลหะวิทยา  

 แบบทดสอบ

ความรู้รอบตัวทั่วไป 

 อะไรเอ่ย ?

ทดสอบ(เกมเศรษฐี) 

คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์ เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
คำศัพท์ประจำสัปดาห์  

  ความรู้รอบตัว

การประดิษฐ์แของโลก ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง  การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ  

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

    

กลับหน้าสารบัญประวัตินักวิทยาศาสตร์

 

กลับสู่หน้าแรกของโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

 

 

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

ประวัตินักวิทยาศาสตร์