ระบบสุริยะ
ดวงอาทิตย์
ดวงจันทร์
ดาวพุธ
ดาวศุกร์
โลก
ดาวอังคาร
ดาวพฤหัสบดี
ดาวเสาร์
ดาวยูเรนัส
ดาวเนปจูน
ดาวพลูโต
ดาวเคราะห์น้อย
ดาวหาง
อุกกาบาต
วัตถุน้ำแข็งไคเปอร์

ดาวพฤหัสบดี (Jupiter)

ข้อมูลดาวพฤหัสบดี
เส้นผ่าศูนย์กลาง 140,000   กิโลเมตร
มวล (โลก = 1)     317.83    เท่าของโลก
ความหนาแน่นเฉลี่ย      1,330   กิโลกรัม/ลูกบาศก์เมตร
คาบการโคจรรอบดวงอาทิตย์   12   ปี
คาบการหมุนรอบตัวเอง   9 ชั่วโมง 50 นาที
ระยะห่างจากดวงอาทิตย์เฉลี่ย   780   ล้านกิโลเมตร
ดาวพฤหัสบดีเป็นดาวเคราะห์ดวงใหญ่สุดในระบบสุริยะ อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์เป็นลำดับที่ 5 มีเส้นผ่าศูนย์กลางยาวประมาณ 11 เท่าของโลก สามารถจุโลกได้มากกว่า 1,400 ดวง มีมวลสูงเป็น 2.5 เท่าของมวลดาวเคราะห์อีก 8 ดวงในระบบสุริยะมารวมกัน แต่มีความหนาแน่นน้อย เพราะเป็นดาวเคราะห์ก๊าซ ไม่เป็นหินแข็งอย่างโลก
โครงสร้างดาวพฤหัสบดี
ใจกลางดวง ประกอบด้วยไฮโดรเจนและฮีเลียมในสภาวะของแข็งคล้ายโลหะ เนื่องจากอยู่ ภายใต้ความกดดันสูงเป็น 100 ล้านเท่าของความกดอากาศบนโลก อุณหภูมิที่ใจกลางดวงสูงราว 30,000 องศาเซลเซียส
  ชั้นของเหลว เป็นส่วนผสมของไฮโดรเจนและฮีเลียมในสภาวะเหลว หนาราว 40,000 กิโลเมตร อุณหภูมิสูงกว่า 10,000 องศาเซลเซียส ภายใต้ความกดดันสูงมากกว่า 3 ล้านเท่าของความกดอากาศ บนโลก ในชั้นนี้โมเลกุลของไฮโดรเจนแตกตัวเป็นตัวนำไฟฟ้า ซึ่งนักวิทยาศาตร์เชื่อว่าเป็นต้นเหตุ ให้เกิดสนามแม่เหล็กความเข้มสูงของดาวพฤหัสบด
  ชั้นบรรยากาศหนาทึบ เป็นชั้นของไฮโดรเจนและฮีเลียมในสภาวะเป็นก๊าซ ภายใต้ความกดดัน 10 เท่าของความกดอากาศบนโลก หนาราว 21,000 กิโลเมตร อุณหภูมิที่ยอดเมฆเย็นจัดเป็น -130 องศาเซลเซียส

บรรยากาศ
ข้อมูลจากยานไพโอเนียร์และวอยเอเจอร์ พบว่า บรรยากาศของดาวพฤหัสบดีประกอบด้วย
ไฮโดรเจน 81 % ฮีเลียม 18 % นอกจากนั้นยังมี มีเธน แอมโมเนีย ฟอสฟอรัส ไอน้ำ และ สารประกอบของไฮโดรคาร์บอน อีกเล็กน้อย บรรยากาศของดาวพฤหัสบดีปั่นป่วนด้วยกระแสลม และพายุ มีแถบมืดและสว่างสลับกันพาดอยู่ในแนวขวาง จึงเรียกว่า เข็มขัดดาวพฤหัสบดี มีกลุ่มเมฆและพายุหมุนหลายแห่งปรากฏเป็นวงรีรูปไข่อยู่ในบรรยากาศของดาวพฤหัสบดี และ มีอายุยาวนานหลายปี

จุดแดงใหญ่ เป็นพายุหมุนรุนแรงอยู่ใต้เส้นศูนย์สูตรของดาวพฤหัสบดี ขนาดใหญ่กว่าโลกราว 3 เท่า หมุนทวนเข็มนาฬิกาครบรอบ ในเวลา 6 วัน ด้วยความเร็วราว 400 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่บริเวณตรงกลางเกือบไม่มีการเคลื่อนที่เลย ผู้คนโบราณ สังเกตเห็นจุดแดงใหญ่ บนดาวพฤหัสบดีมานานเกือบ 400 ปี แล้ว

วงแหวนของดาวพฤหัสบดี
ยานวอยเอเจอร์ค้นพบว่าดาวพฤหัสบดีมีวงแหวนบาง ๆ ล้อมรอบ วงแหวนประกอบด้วยอนุภาคฝุ่น สีคล้ำ แผ่ออกจากบรรยากาศชั้นบนเหนือยอดเมฆไปจนถึงระยะ 53,000 กิโลเมตร แบ่งออกเป็น
3 ชั้น วงนอกสว่างที่สุดมีความกว้างราว 800 กิโลเมตร สนามแม่เหล็กของดาวพฤหัสบดี

สนามแม่เหล็กของดาวพฤหัสบดี
รุนแรงกว่าสนามแม่เหล็กโลกถึง 10 เท่า และมีทิศตรงข้ามกับ สนามแม่เหล็กโลก แนวสมมติของแกน แม่เหล็กของดาว พฤหัสบดีเอียงออกจากแนวแกนหมุนรอบตัวเองเป็นมุม 11 องศา อาณาเขตของสนามแม่เหล็กของดาวพฤหัสบดี กว้างไกลราว 50 เท่าของขนาดตัวดาวพฤหัสบดีเอง และเปลี่ยนแปลงรูปร่างไปตาม กระแสลมสุริยะจากดวงอาทิตย์

แถบรังสีห่อหุ้มดาวพฤหัสบดี
ภายในเขตสนามแม่เหล็กของดาวพฤหัสบดี เต็มไปด้วยพลาสมา
คืออนุภาคที่มีประจุไฟฟ้า ยานไพโอเนียร์และยานวอยเอเจอร์
ตรวจพบแถบรังสีรูปขนมโดนัท เต็มไปด้วยอนุภาคประจุแผ่กระจาย
ล้อมรอบดาวพฤหัสบดีในระนาบศูนย์สูตร อยู่ในระยะของวงโคจร
ของดวงจันทร์ไอโอ เรียกว่า
วงทอรัส ( torus ) เกิดจากมวลสารที่
หลุดออกจากดวงจันทร์ไอโอ ถูกดูดจับไว้ในเขตสนามแม่เหล็ก ของดาวพฤหัสบดี

บริวาร4 ดวงใหญ่ของดาวพฤหัสบดี คือ ไอโอ ยูโรปา แกนิมีด และ คัลลิสโต ส่วน ไททัน เป็นบริวารดวงใหญ่สุดของดาวเสาร์

บริวารของดาวพฤหัสบดี
เมื่อใช้กล้องสองตา หรือกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็กส่องดู เราสามารถเห็นดาวพฤหัสบดีเป็นดวง
เล็ก ๆ และเห็นดวงจันทร์บริวาร 4 ดวงใหญ่ที่ กาลิเลอี กาลิเลโอ นักดาราศาสตร์ชาวอิตาลี เคยสังเกตพบในปี พ.ศ.2183 จึงนิยมเรียกว่า
ดวงจันทร์ของกาลิเลโอ (Galilean)
นับจนถึงปี พ.ศ. 2544 ดาวพฤหัสบดีมีดวงจันทร์ที่รู้จักแล้ว 28 ดวง ในจำนวนนี้เป็นดวงจันทร์ที่ ค้นพบโดยกาลิเลโอ 4 ดวง อีก 12 ดวง มีชื่อเรียกต่าง ๆ กัน และเพิ่งค้นพบใหม่ขนาดเล็ก ๆ อีก 12 ดวงซึ่งยังไม่กำหนดชื่อเรียก ดวงจันทร์เหล่านี้มีขนาดเล็กใหญ่ต่าง ๆ กัน

ลักษณะสำคัญของบริวาร 4 ดวงใหญ่
  ไอโอ (Io) อยู่ใกล้ดาวพฤหัสบดีที่สุดในบรรดาบริวาร 4 ดวงใหญ่ สีส้มแดงและรอยด่างขาว ของภูเขาไฟและซากการระเบิดกระจายทั่วไป เป็นดวงจันทร์ที่ยังคุกรุ่นและมีการระเบิดจาก ภูเขาไฟรุนแรงที่สุดในระบบสุริยะ ยานวอยเอเจอร์พบภูเขาไฟ 9 แห่งกำลังระเบิดอยู่ พ่นลาวา ของกำมะถันไหลปกคลุมพื้นผิว ปะทุมวลสารออกมาจากปากปล่องภูเขาไฟสูงเหนือพื้นผิวมากกว่า 300 กิโลเมตร

  ยูโรปา ( Europa ) มีผิวเปลือกเป็นน้ำแข็งบาง พื้นผิวราบเรียบ ไม่มีภูเขา หุบเหว หรือ ภูเขาไฟ พื้นผิวปกคลุมด้วยน้ำแข็งสีออกน้ำตาล น้ำแข็งแตกเป็นชิ้นใหญ่ ๆ เลื่อนไหลต่อกัน คล้ายภาพย่อย ๆ นำมาต่อกันเข้า มีหลุมอุกกาบาตน้อย แสดงว่ายุโรปามีอายุน้อย อาจเพียง 30 ล้านปี พื้นผิวสว่าง กว่าดวงจันทร์ของโลกถึง 5 เท่า เพราะสะท้อนแสงอาทิตย์ได้ดี ข้อมูลใหม่จากยานกาลิเลโอพบว่า ใต้ผิวเปลือกน้ำแข็งเป็นมหาสมุทรเหลว อาจเป็นสมาชิกแห่งเดียวในระบบสุริยะนอกจากโลกของเรา ที่รู้ว่ามีน้ำเหลวอยู่อย่างชัดเจน

  แกนิมีด ( Ganimede ) เป็นบริวารดวงใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ พื้นผิวซับซ้อนหลายแบบ เป็นหลักฐานแสดงการเปลี่ยนแปลงเปลือกผิวมายาวนาน มีลักษณะสำคัญ 2 แบบผสมผสานกัน คือ บางส่วนขรุขระ เป็นหลุมอุกกาบาต และแอ่งลึก อายุมาก เห็นเป็นบริเวณมืดคล้ำ แต่พื้นที่ใหม่ บางแห่งอายุน้อย สว่างกว่า เต็มไปด้วยร่องทางเหยียดยาว

  คัลลิสโต (Callisto) พื้นผิวเต็มไปด้วยหลุมอุกกาบาตมากมาย ลักษณะเก่าแก่ อายุมาก การพุ่งชนของอุกกาบาตล่าสุด รุนแรงจนปรากฏเป็นชั้นระลอกคลื่นบนพื้นผิวดวง ไม่มีพื้นที่ราบ การที่มีหลุมอุกกาบาตมากมายทั่วดวง เป็นหลักฐานแสดงว่าดวงจันทร์ดวงนี้สงบนิ่งมานานมาก และมีบรรยากาศเบาบาง

ข้อมูลเพิ่มเติม :
 ค้นพบดวงจันทร์บริวารดาวพฤหัสบดีเพิ่มขึ้นอีก 11 ดวง
 ข้อมูลละเอียดบริวารดาวพฤหัสบดีและวงโคจร
 
พบทะเลบนดวงจันทร์ยูโรปา

ค้นพบบริวารของดาวพฤหัสบดีเพิ่มอีก 1 ดวง รวมเป็น 40 ดวงแล้ว
 ค้นพบบริวารดาวพฤหัสบดีเพิ่มเป็น 47 ดวงแล้ว
 ค้นพบดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดีเพิ่มเป็น 52 ดวงแล้ว
ค้นพบบริวารดาวพฤหัสบดีเพิ่มขึ้นอีก 6 ดวงรวมเป็น 58 ดวงแล้ว


Links :
http://www.seds.org/nineplanets/nineplanets/nineplanets.html
http://solarviews.com/eng/homepage.htm
http://www.planetscapes.com/solar/eng/history.htm
http://nssdc.gsfc.nasa.gov/planetary/chronology.html


< BACK HOME I NEXT >
salin

กลับเข้าหน้าแรก

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

บทความพิเศษ