หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

การทดลองเสมือน

บทความพิเศษ

ธรรมชาติมหัศจรรย์

 

กลับหน้าสารบัญเอกภพของชีวิตกับจักรวาล

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์

อหังการเหลือเกิน

      บทที่ห้าจึงได้ชี้บ่งทางอ้อมถึงความหมายของความรู้องค์รวม การเกิดการตั้งอยู่และวิวัฒนาการของธรรมชาติไบโอเสฟียร์และความสัมพันธ์ขององค์กรชีวิตทั้งหมดและในระดับย่อยลงมาของทั้งหมดนั่น กับมนุษย์ที่พยายามแยกตัวเองออกมาเป็นเอกเทศจากองค์รวมแห่งชีวิต และตั้งตนเองเป็นผู้บริหารและควบคุมอื่น ๆ ทั้งหมดนั่น ด้วยอวิชชาและอหังการ์ที่ครอบงำจิตวิญญาณที่ยังไม่ได้มีวิวัฒนาการอย่างพอเพียงทำให้มนุษย์แยกจักรวาล และโลกออกเป็นสองส่วนที่ตัดขาดกันแทบว่าโดยสิ้นเชิง ออกเป็นผู้รู้ผู้เห็นกับผู้ถูกรู้ถูกเห็น เป็นผู้คิดกับความคิด เป็นผู้ใช้กับของใช้ เป็นอัตมันนามธรรมกับวัตถุรูปธรรม และแล้วจิตวิญญาณที่ไม่ได้พัฒนาก็แยกต่อไปอีกคือแยกตัวเองออกจากตัวเอง เหมือนตาที่มองไม่เห็นและไม่ยอมที่จะมองตาตัวเอง อวิชชากับอหังการ์ก็กลายเป็นความทุกข์และคุมขังตัวเองวนเวียนอยู่กับทั้งหมดนั่น ดังที่ซูซุกิ (Teiro Suzuki) กล่าวเอาไว้ว่า

    "เริ่มต้นทีที่จริงไม่มีการเริ่มต้นนั้น … จิตต้องการจะรู้ตัวเอง มันก็เลยเกิดเป็นจิตวิญญาณที่เป็นตัวรู้ และตัวรู้ก็เลยแยกจิตออกเป็นสองส่วน จิตที่เคยเป็นองค์รวมและสมบูรณ์จึงกลายเป็นทั้งผู้แสดงกับคนดูละครไปพร้อม ๆ กันที่แน่นอนย่อมที่จะเห็นและรู้เรื่องเท่า ๆ กับที่ไม่เห็นไม่มีทางรู้เรื่อง"

    เซอร์อาเธอร์ เอ็ดดิงตันจึงได้บอกว่า "ธรรมชาติให้ความรู้เรื่องโลกแก่เราครึ่งหนึ่ง โดยมีเงื่อนไขว่าเราจะต้องไม่ไปรู้ครึ่งที่เหลือ"

    โลกที่เป็นหนึ่งเป็นองค์รวมจึงถูกแบ่งแยกเป็นสอง มนุษย์ผู้รู้ผู้เห็นกับสรรพสิ่งแวดล้อม ต่อมาเมื่อมนุษย์ที่เป็นผู้รู้ผู้เห็นรู้มากขึ้นเห็นมากขึ้นต้องการที่จะเป็นผู้กำหนดและบริหารด้วยและนั่นคือธุลีดินแรกเริ่มที่เกาะกับหางของหมูที่ยิ่งนานเข้าก็เป็นปัญหาเป็นอุปสรรคต่อความอิสระ และเราได้ทำเช่นนั้นมาตั้งแต่เริ่มต้น เพิ่มทวีซับซ้อนอย่างฉับพลันด้วยวิทยาศาสตร์กายภาพวัตถุนิยม เพียงชั่วระยะเวลาที่สั้นยิ่งนักมนุษย์ก็กำลังทำลายสรรพสิ่งแวดล้อมลงไปทั้งหมด สู่ความพินาศหายนะของทั้งหมดที่รวมทั้งตัวของมนุษย์เราเองด้วย

    ความไม่รู้องค์รวม ความไม่เข้าใจองค์กรแห่งชีวิตที่ทั้งหมดเป็นชีวิตเป็นหนึ่งเดียวกัน มนุษย์จึงเร่งรีบทำลายตัวเองลงไปอย่างรวดเร็ว และมันจะไม่มีทางออกที่ไม่มีการสูญเสียทั้งจะเป็นการสูญเสียอย่างยิ่งใหญ่เกินที่จะคาดคิดเป็นจินตนาภาพได้ หากว่าโชคดีที่ไม่ถึงกับสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ลงไป และเราไม่รู้ว่าเรามีเวลาเหลืออีกเท่าไรนักคิดนักวิชาการมากหลายบอกว่าอย่างดีที่สุดก็คงไม่เกินปลายศตวรรษหน้านี้ เรามีสิทธิเชื่อหรือไม่เชื่อก็ได้ แต่ทุกคนก็รู้สึกอยู่แล้วในตอนนี้ว่าอะไร ๆ ที่เคยเป็นเคยมีมาตลอดเวลาของอดีตนั้นมันคงจะไม่เป็นเช่นนั้นอีกต่อไป และเราก็รู้ด้วยว่าไม่ว่าเราจะต้องการหรือไม่ต้องการ การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติและสังคมโลกมันต้องเกิดขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือบางทีมันได้เริ่มต้นขึ้นแล้วด้วยซ้ำ จากความสับสนซับซ้อนของการผสมผสานของความรู้เทคโนโลยีกับเศรษฐศาสตร์ และความอยากของมนุษย์เองบน หลักการของความแปลกแยกแตกต่าง ที่ให้ผลผลิตที่เราเองควบคุมไม่ได้สักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นในด้านของวัฒนธรรมและการเมืองหรือว่าระบบเศรษฐกิจและทฤษฎีประชาธิปไตย จนกระทั่งสุดท้ายผลผลิตทั้งหลายทั้งปวงที่สับสนซับซ้อนของการผสมผสานเช่นนั้นมันหวลกลับมาทำลายเราเอง มนุษย์เองที่เขียนประวัติศาสตร์โลกและตอนนี้เรากำลังเขียนประวัติศาสตร์หน้าสุดท้าย

    และนั่นคือคำตอบต่อคำถาม "ทั้งหมดนั้นหมายความว่าอย่างไร"

 

<< หน้าก่อน      หน้าถัดไป >>


ทั้งหมดหมายความว่าอย่างไร

การเคลื่อนไหวของลูกปิงปอง

อหังการเหลือเกิน

แล้วจะไปไหนล่ะ

จิตวิญญาณมีที่มาที่ไปอย่างไร

จิตไร้สำนึก

ใยเยื่อพื้นฐานของจักรวาล

 

 
นำมาจากเอกภาพของชีวิตกับจักรวาล  ของนายแพทย์ประสาน ต่างใจ  ต้องขอขอบคุณมากครับ

 

ข้อสอบเอนทรานซ์  
พจนานุกรมฟิสิกส์

ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2

แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c

ฟิสิกส์พิศวง
• เสียงของลำโพงออกมาได้อย่างไร
• การหมุนของลูกข่างกับการตกของแมว
• ความเสถียรภาพของลูกข่าง
• ฮาร์ดดิสก์ทำงานอย่างไร
• เอ็นโทรปี

ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)

  ภาพประจำสัปดาห์
 
• ความรู้รอบตัวทั่วไป
• ดาราศาสตร์พิศวง 
• อัลเบิร์ต ไอส์ไตน์ กับกฏการสมมูลของมวล
• ว่าวของแฟลงกลิน
• ระเบิดนิวเคลียร์ทำงานอย่างไร
แบบฝึกหัดโลหะวิทยา
• เครื่องจักรสเตอริ่ง
• ทฤษฎีความอลวน