หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

การทดลองเสมือน

บทความพิเศษ

ธรรมชาติมหัศจรรย์

 

กลับหน้าสารบัญเอกภพของชีวิตกับจักรวาล

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์

อธิบายได้แค่นี้แหละ

     ผลรวมของการทำงานที่ซับซ้อนของสมองที่ได้ออกมาก็คือปรากฏการณ์ทางจิตในรูปหนึ่งรูปใด ที่แปรเป็นพฤติกรรมที่แตกต่างกันตามความซับซ้อนนั้น ๆ และเมื่อถึงตรงนี้การอธิบายทางประสาทสรีรวิทยาด้วยฟิสิกส์กายภาพก็สิ้นสุดลง ฟิสิกส์อธิบายกระบวนการที่เกิดขึ้นมาเป็นพฤติกรรมที่ซ้ำซ้อนเช่นนั้นไม่ได้ และคงไม่มีทางเป็นไปได้

     บางคนอาจจะเคยเห็นงูเลื้อยไล่ตามเหยื่อของมัน เมื่อยังเล็ก ๆ เคยประสบด้วยตนเองที่บ้านของยายที่ตั้งอยู่ใกล้เชิงเขาและป่าทึบ งูตัวใหญ่มากมักไล่ตามตะกวดตัวขนาดกลางที่วิ่งตามกันมาจากชายป่า มันคงตามกันมานานพอควรเพราะตะกวดไม่ได้กลัวคนที่นั่งกันอยู่บนเตียงใต้ถุนบ้าน มันวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วเฉียดเท้าไปนิดเดียวโดยมีงูวิ่งชูคอสูงมาติด ๆ ผู้ใหญ่ทุกคนฮือกระโดดลุกยืนบนเตียง แต่ตัวเองยังเล็กเกินที่จะรู้จักงูเลยไม่ได้ตกใจไปกับเขาเห็นชัดว่างูมันเลื้อยผ่านเท้าทั้งสองไปไม่ห่างที่นั่งห้อยเท้าเท่าใดนักไม่น่าเชื่อว่างูใหญ่จะเลื้อยได้เร็วจนได้ยินเสียงอู้ ๆ ดังมาก แต่งูมันเหมือนกับไม่เห็นพวกเรา เลยวิ่งตามไล่กันออกไปที่ทุ่งหลังบ้านหายไปทั้งคู่ ไม่รู้ว่ามันไล่ตะกวดตัวนั้นทันหรือไม่ทัน เพิ่งมารู้ทีหลังเมื่อผู้ใหญ่บอกว่างูใหญ่ตัวนั้นคืองูบ้องหลากหรืองูจงอางนั่นเอง ในกรณีนี้งูมันทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างในตัวมันเพื่อเป้าหมายเฉพาะ เป็นการรวบรวมการทำงานของอวัยวะ และเนื้อเยื่อทั้งหมดให้สอดคล้องเป็นระบบ เพื่อเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวคือจับตะกวดกินให้ได้ เป้าหมายหรือเหตุปัจจัยสุดท้ายตามหลักการของอะริสโตเติลที่กล่าวมาแล้ว อะตอมทุก ๆ อะตอมในตัวของงูโดยไม่ยกเว้นเคลื่อนไหวไปตามกฎทางฟิสิกส์อย่างกลมเกลียว การเคลื่อนไหวที่ให้ผลรวมสู่เป้าหมายอย่างเดียว ตะกวด

     แต่ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ก็คือ ในช่วงที่งูมันมองไม่เห็นสิ่งอื่นใดเลยนอกจากตะกวดนั้น เพราะงานที่มันกำลังทำนั้นมันทำไปอย่างไม่มีสติหรือรู้ตัวรับรู้สิ่งอื่นใดทั้งสิ้นนอกจากตะกวดเพียงอย่างเดียว อะตอมทุกอะตอมเขม็งเกลียวเพราะการนั้นเท่านั้นเหมือนว่ามีพลังที่ยิ่งใหญ่อยู่เบื้องหลังสั่งอย่างประสานสอดคล้องถึงทุก ๆ อะตอมในร่างของมันเพื่อการนั้น จะต้องสิ้นสุดที่เป้าหมายนั้น ก็เช่นเดียวกับผึ้งงานที่ตื่นเช้าก็จะต้องบินออกไปพร้อมกัน โดยไม่มีการลังเลเสียเวลา บินไปสู่เป้าหมายเดียวกันทั้งหมด ซึ่งไม่ว่าเราจะทดลองย้ายรังผึ้งไปที่ใดที่มันไม่เคยเห็นมาก่อน ป่าไม้ดอกที่ผึ้งมันไม่เคยรู้ทิศทางที่ตั้งมาก่อน แต่ก็ไม่เคยแม้แต่ครั้งเดียวโดยไม่มีการชะลอลังเล ผึ้งทุกตัวต่างล้วนบินสู่เป้าหมายโดยไม่ผิดพลาดหรือแมงมุมที่ชักใยก็เหมือนกันทั้งผึ้งและแมงมุมมันไม่ได้วางแผนหรือรู้ตัวว่ามันกำลังทำสิ่งนั้น ๆ ในขณะนั้นทำไม ที่มันทำไปเป็นด้วยบัญชาจากสิ่งอื่นที่อยู่ข้างหลังสั่งให้ทำเช่นนั้น และไม่ว่าอย่างไรผึ้งจะต้องกลับรังพร้อมด้วยน้ำหวานทุกครั้ง และแมงมุมจะต้องชักใยที่เป็นระบบรูปแบบเดิมโดยไม่ผิดเพี้ยนจนแล้วเสร็จ ซึ่งทั้งหมดนี้สมัยก่อนนักวิทยาศาสตร์เคยอธิบายว่าเป็นเรื่องของข้อมูลความจำที่บันทึกไว้เป็นพันธุกรรมในดีเอ็นเอ แต่เดี๋ยวนี้จากการทดลองซ้ำซ้อนเรารู้แล้วว่ามันไม่ใช่จะอธิบายง่าย ๆ ว่าข้อมูลทั้งหมดถูกบันทึกไว้บนโมเลกุลของดีเอ็นเอที่ในสัตว์เช่นแมงมุงหรือผึ้งไม่ได้มีจำนวนหรือความซับซ้อนมากมายได้เช่นนั้น ยกตัวอย่างของผึ้งงานที่ต้องมีข้อมูลที่จะรู้ว่าน้ำหวาน หรือดอกไม้อยู่ตำแหน่งในระยะทางห่างไกลเท่าไรและทิศไหน กระแสลมพัดไปทางไหน ความชื้นและอุณหภูมิความกดอากาศเท่าใด นอกจากยังต้องรู้รายละเอียดของเวลาที่จะต้องสอดคล้องกับระยะทางและความเร็วที่มันจะบินไปกลับได้ และจำนวนเที่ยวบินของมัน ซึ่งการวางแผนการบินนี้นักวิทยาศาสตร์บางคนคิดว่าเป็นข้อมูลของความสัมพันธ์ระหว่างตำแหน่งของดาวที่ในกลางวันคนอาจมองไม่เห็นแต่ผึ้งหรือนกหรือแมลงต่าง ๆ บางชนิดรู้และใช้มันในการนำร่องการเดินทาง แต่ทั้งหมดนี้เมื่อได้ทดลองเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิหรือระยะทางความชื้น หรือตำแหน่งความสัมพันธ์ระหว่างดาวต่าง ๆ โดยการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของรังผึ้งหรือแมลงบางชนิด เช่นการย้ายข้ามเส้นศูนย์สูตรที่ดาวและความสัมพันธ์ระหว่างกันเปลี่ยนไป หรือฤดูกาลอุณหภูมิ ฝนและทิศทางลมล้วนไม่เหมือนเดิม ซึ่งหากจะต้องบันทึกเป็นข้อมูลก็หมายถึงข้อมูลของดาวทั้งหมดรายละเอียดทางภูมิศาสตร์อุตุนิยมวิทยาและบรรยากาศของโลกทั้งหมด ซึ่งไม่สามารถที่จะบันทึกได้ด้วยดีเอ็นเอของผึ้งเพียงเส้นเดียว เพราะว่าผลการสังเกตที่ออกมาก็คือว่าไม่ว่าจะเปลี่ยนแปลงตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ไปอย่างไร ผึ้งหรือนกแมลงเหล่านั้นก็ไม่เคยแสดงความสับสนหรือลังเลและไม่เคยผิดพลาด ทุกตัวจะพร้อมใจกันบินตรงไปยังตำแหน่งของน้ำหวานหรือเป้าหมายที่ต้องการอย่างทันที ดีเอ็นเอเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำหน้าที่กำหนดควบคุมวางแผนพฤติกรรมที่ซับซ้อนเช่นนั้นได้

     พอลเดวีส์และนักฟิสิกส์ชีววิทยาหลายคนคิดว่า พฤติกรรมทั้หมดไม่สามารถที่จะอธิบายในด้านของข้อมูลและด้วยดีเอ็นเอได้หมดสิ้นหรือเป็นส่วนมากของทั้งหมด ผึ้งหนึ่งตัวหรือแมลงหนึ่งตัวคงจะไม่ใช่ได้รับคำสั่งที่กำหนดตายตัวจากกฎทางฟิสิกส์ และการทำงานของระบบประสาท เราต้องมองถึงความสัมพันธ์ระหว่างกันในด้านของพฤติกรรมของผึ้งตัวนั้นกับสมาชิกตัวอื่น ๆ และกับผึ้งทั้งรังที่ก็สัมพันธ์และเป็นส่วนของสิ่งแวดล้อมอีกต่อหนึ่งพฤติกรรมของผึ้งจึงต้องมีความซับซ้อนกว่านั้นแน่นอน ซึ่งส่วนหนึ่งของพฤติกรรมของมันน่าจะเป็นเรื่องของการจัดองค์กรตัวเอง ที่ไล่เรียงต่ำหรือสูงขึ้นตามระนาบและระดับขององค์รวมทั้งหมด ความเป็นหนึ่งเดียวกันของชีวิตมัน เมื่องานเพิ่มทวีความซับซ้อนมากขึ้นจนถึงจุดวิกฤต ในระดับหนึ่งก็จะมีการนำกฎระบบของการจึดองค์กรตัวเองที่สูงกว่ามาช่วยหรือใช้อย่างสอดคล้องกันกับระดับอื่น ๆ พัวพันไล่สูงขึ้นไปเช่นนั้นตามลำดับ พฤติกรรมจึงสอดคล้องกับเป้าหมายสุดท้าย (final cause ของอะริสโตเติล) ที่แม้จะใช้หรืออาศัยทั้งระบบประสาทและระบบของจิตทำงานร่วมกันบ้าง แต่ก็มีระดับต่าง ๆ ที่มาร่วมกันและบริหารอย่างสอดคล้องด้วยกันทั้งหมดเป็นองค์กรรวม (holism) เป็นผู้ควบคุมอีกที

 

<< หน้าก่อน      หน้าถัดไป >>


จิตกับสมอง

2 ระดับของสมองกับจิต

อธิบายได้แค่นี้แหละ

เหนือกว่ากลศาสตร์

ทฤษฎีความเป็นหนึ่งเดียวและการซ่อนเร้นตนเอง

ม้วนเก็บไว้ในอนันตภาพ

ประสบการณ์ทางจิต 

 
นำมาจากเอกภาพของชีวิตกับจักรวาล  ของนายแพทย์ประสาน ต่างใจ  ต้องขอขอบคุณมากครับ

 

ข้อสอบเอนทรานซ์  
พจนานุกรมฟิสิกส์

ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2

แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c

ฟิสิกส์พิศวง
• เสียงของลำโพงออกมาได้อย่างไร
• การหมุนของลูกข่างกับการตกของแมว
• ความเสถียรภาพของลูกข่าง
• ฮาร์ดดิสก์ทำงานอย่างไร
• เอ็นโทรปี

ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)

  ภาพประจำสัปดาห์
 
• ความรู้รอบตัวทั่วไป
• ดาราศาสตร์พิศวง 
• อัลเบิร์ต ไอส์ไตน์ กับกฏการสมมูลของมวล
• ว่าวของแฟลงกลิน
• ระเบิดนิวเคลียร์ทำงานอย่างไร
แบบฝึกหัดโลหะวิทยา
• เครื่องจักรสเตอริ่ง
• ทฤษฎีความอลวน