หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

การทดลองเสมือน

บทความพิเศษ

ธรรมชาติมหัศจรรย์

 

กลับหน้าสารบัญเอกภพของชีวิตกับจักรวาล

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์

ทางสองแพร่ง

     นักคิดนักเขียนนักวิชาการหลายคนบอกกับเราว่าปัจจุบันนี้เราได้ผ่านทางสองแพร่งของการเปลี่ยนแปลงทางความคิดและวิชาการไปบ้างแล้วและสำหรับบางประเทศในโลกตะวันตกประเทศทางฝ่ายเหนือ คลื่นทางความคิดความกังวลต่อภยันตรายที่จะเกิดขึ้นกับโลกที่แน่นอนไม่มีขอบฟ้ามาขวางกั้นนั้น ได้ก่อตัวขึ้นมาแล้ว และคลื่นลูกที่สามที่ว่านี้กำลังกระแทกกระทั้นกับภูมิปัญญาประชาคมโลกอย่างรุนแรง และเริ่มทะยอยผลที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทิศทางและเนื้อหาของวินัยวิชาการบางสาขาไปบ้างแล้ว โดยเฉพาะทางด้านการแพทย์และจิตวิทยา ด้วยวิทยาศาสตร์แห่งยุคใหม่โดยเฉพาะฟิสิกส์แควนตัม ทำให้เราอาจเข้าใจความจริงที่ทางศาสนาปรัชญาได้สอนหรือชี้แนะให้กับเรามานานนับเป็นพัน ๆ ปีมาแล้ว เสียดายที่น้อยคนเหลือเกินที่เชื่อและศรัทธาคำสอนภูมิปัญญาบุพกาลเหล่านั้นอย่างจริงใจ ดังนั้นฟิสิกส์ใหม่ที่ไปใกล้กับเมตาฟิสิกส์และจิตวิญญาณที่เป็นอาณาจักรทางความคิดของศาสนาที่ฉีกแนวออกไปมากกว่ากับหลักการความคิดวิทยาศาสตร์กายภาพวัตถุนิยม จึงเป็นเรื่องใหม่ที่ยอมกันได้ยากแม้แต่ในหมู่ประชากรของชาติที่ก้าวหน้ามาก ๆ แล้วก็ตาม ความจริงใหม่ที่ว่านั้นก็ยังห่างไกลความคิดความเชื่อของคนส่วนใหญ่อีกมาก มันเป็นสิ่งยากเย็นแสนเข็นที่จะเปลี่ยนความเคยชินของคนเรา เปลี่ยนสามัญสำนึกของคนเราอยู่แล้ว และยิ่งยากมากกว่าอีกที่จะให้ไม่ยอมรับตรรกะหรือเหตุผล วิทยาศาสตร์ใหม่เป็นเช่นนั้น ที่ค้านกับทุกอย่างที่มนุษย์เคยเชื่อยึดมั่นว่า ถูกต้องมาร่วมหลายสิบชั่วคนความถูกต้องความจริงทางโลก อันเป็นพื้นฐานของสามัญสำนึกทั้งหลาย ที่จะให้ยกเลิกไปแล้วหันมาเชื่อยึดถือความคิดใหม่เสียทั้งหมด นั่นมันไม่ใช่สิ่งที่จักทำได้ในวันสองวัน รูปธรรมกลายเป็นเรื่องไม่ถูก เหตุผลกลายเป็นเรื่องไม่จริง เป็นต้นว่าฟิสิกส์ใหม่อธิบายว่าโครงสร้างที่เล็กที่สุดที่คิดกันว่าเป็นสสารหรืออะตอมนั้นมันไม่มีจริง จนกว่าเราจะไปจับมันสังเกตหรือแม้แต่คิดถึงมันความจริงที่จริงกว่านั้นไม่มีรูปธรรม และทั้งยังกำหนดอะไรไม่ได้เสียด้วย เรื่องเช่นนี้รับกันไม่ได้ง่าย ๆ ถึงจะได้ก็ต้องให้เวลากันเช่นเดียวกับวิทยาศาสตร์กายวัตถุเคยสามารถเอาชนะความคิดความเชื่อจิตนิยมสุด ๆ และอำนาจที่เหนือล้นโลกของสถาบันศาสนามาได้เมื่อกว่า 350 ปีก่อน ปัญหาก็คือว่าตอนนี้มันไม่เหมือนตอนนั้นเลย ตอนนี้เราไม่มีเวลามากเหมือนตอนนั้น ด้วยจำนวนประชากรและสภาพที่เป็นจริงของโลกธรรมชาติ ทรัพยากรที่มีจำกัดได้ถูกทำลายลงไปแทบจะทั้งหมดเราจึงไม่มีเวลาพอที่จะนำวิชาการใหม่ความจริงใหม่มาแก้ไขความล้มเหลวทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองได้ทันกับเวลา แม้ว่ามนุษย์เราจะสามารถเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ และหันไปใช้สติปัญญามากขึ้นกว่าการใช้แต่ความรู้สึกและอารมณ์ความต้องการ ก็เป็นการยากที่จะไม่ให้มีการสูญเสียเจ็บปวด ความล้มเหลวและปัญหาระดับโลกที่ทั้งหมดและแน่นอนที่สุดล้วนเป็นผลพวงทั้งโดยตรงและโดยอ้อมของการพัฒนาเพื่อคุณภาพที่ดีกว่าของชีวิตอย่างไม่ได้คิด หรือได้เตรียมการอย่างรอบด้านมาก่อน การพัฒนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของอวิชชาความโง่และอหังการ์ การทำลายล้างสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรโลกลงไปอย่างหมดจดถอนรากถอนโคน ทั้งนี้เพื่อแสวงหาเงินตราด้วยวิธีการที่ง่ายที่สุดและเร็วที่สุดการเก็บเกี่ยวสิ่งที่โลกได้ใช้เวลานับร้อยนับพันล้านปีสร้าง เก็บขึ้นมาถลุงใช้อย่างปราศจากความยั้งคิดจากธรรมชาติ ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้แร่ธาตุดิบหรือทรัพยากรที่หลากหลายจากท้องทะเลและที่อื่นใด โดยไม่ให้โอกาสแก่ธรรมชาติสามารถปรับตัวเองและขณะนี้แม้ว่าส่วนหนึ่งของประชากรโลกในประเทศที่พัฒนาแล้วจะได้มีความรู้มากขึ้นมีจิตสำนึกมากขึ้นสำเหนียกตระหนักและระมัดระวังมากขึ้นแต่มันก็อาจไม่ทันการณ์ด้วยการส่งออกพฤติกรรมอุดมการณ์ การพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิตที่ส่วนมากที่สุดคือ ฟุ่มเฟือยไร้สาระและไม่จำเป็นสู่โลกกว้างเป็นโลกานุวัต อย่าลืมว่าเดิมทีความคิดการพัฒนาและวิธีการทำลายธรรมชาติเช่นนั้นมันล้วนเริ่มมาจากประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งสิ้น จากตักศิลาแห่งวิทยาการวัตถุนิยมทั้งสิ้น มันจึงเป็นสิ่งที่ทั้งยากและยืดเยื้อที่จะทำให้ประชากรในประเทศที่กำลังพัฒนาทั้งหลายที่มีจำนวนถึงกว่าสามเท่าของประชาโลกที่พัฒนาแล้ว ที่เพิ่งเห็นสัมผัสและลิ้มรสคุณภาพที่ตนเองไม่เคยแม้แต่ใฝ่ฝันมาก่อนให้สละละทิ้งความสะดวกเพลิดเพลินเจริญใจ และความฟุ่มเฟือยเช่นนั้นอยู่ ๆ ก็จะให้ประชาชนเหล่านั้นสูญเสียโอกาสความก้าวหน้าศิวิไลส์ที่เพิ่งจะได้มาใหม่เหล่านั้นลงไป ประหนึ่งว่าสามศตวรรษของความวิเศษพิสดารเพลิดเพลินใจ กำหนดให้ประชากรของชาติที่พัฒนาแล้วเท่านั้น

    ขณะนี้ ปี 1995 นี้ ความมั่งคั่งของทรัพยากรธรรมชาติได้กลายเป็นความแร้นแค้นไปมากแล้ว โลกและไอโอเสฟียร์กำลังถูกรีดจนตัวลีบผ่านคอขวดสู่ความพินาศหายนะ นี่เป็นเรื่องจริง เอ็ดเวิร์ด โอ วิลสันปรมาจารย์ด้านนิเวศน์วิทยา และสิ่งแวดล้อมกล่าวว่าอย่างดีที่สุดเท่าที่เวลาเราจะมีเหลืออยู่ หากอัตราการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติเป็นไปอย่างที่เป็นมา จนถึงทุกวันนี้เราก็เหลือเวลาอีกเพียง 50 ปีเท่านั้น ตอนนี้เรามีประชากรโลกกว่า 5500 ล้านคน จะเพิ่มขึ้นเป็น 8500 ล้านคนในปี 2030 และอย่างน้อย 12000 ล้านคนในปี 2050 ที่โลกเราแทบไม่มีอะไรหลงเหลืออีกนานัปการ ด้วยความต้องการอาหารและพลังงานที่เพิ่มทวีขึ้นอย่างมากของประเทศกำลังพัฒนา ที่เจริญรอยตามความพัฒนาคุณภาพของชีวิตให้เทียบเท่ามหาอำนาจให้ได้ โดยสิทธิมนุษยชนและแบบอย่างการดำรงชีวิต เผ่าพันธุ์ความหลากหลายและวิวัฒนาการธรรมชาติจึงแทบไม่มีทางเป็นไปได้เช่นเดิมอีกต่อไป และนั่นคือความล่มสลายที่จะก้าวไปสู่ความเป็นโลกานุวัตอย่างแท้จริง

 

<< หน้าก่อน      หน้าถัดไป >>


องค์กรชีวิต

ไบโอเสเพียร์

ทางสองแพร่ง

ทุกชีวิตล้วนมีสิทธิอันชอบธรรม

โลกไม่ใช่ปิรามิดหรือห่วงโซ่อาหาร

เจอแน่สภาพเรือนกระจก

ลดประชากรหรือเป็นไปไม่ได้

 
นำมาจากเอกภาพของชีวิตกับจักรวาล  ของนายแพทย์ประสาน ต่างใจ  ต้องขอขอบคุณมากครับ

 

ข้อสอบเอนทรานซ์  
พจนานุกรมฟิสิกส์

ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2

แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c

ฟิสิกส์พิศวง
• เสียงของลำโพงออกมาได้อย่างไร
• การหมุนของลูกข่างกับการตกของแมว
• ความเสถียรภาพของลูกข่าง
• ฮาร์ดดิสก์ทำงานอย่างไร
• เอ็นโทรปี

ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)

  ภาพประจำสัปดาห์
 
• ความรู้รอบตัวทั่วไป
• ดาราศาสตร์พิศวง 
• อัลเบิร์ต ไอส์ไตน์ กับกฏการสมมูลของมวล
• ว่าวของแฟลงกลิน
• ระเบิดนิวเคลียร์ทำงานอย่างไร
แบบฝึกหัดโลหะวิทยา
• เครื่องจักรสเตอริ่ง
• ทฤษฎีความอลวน