หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

การทดลองเสมือน

บทความพิเศษ

ธรรมชาติมหัศจรรย์

 

กลับหน้าสารบัญเอกภพของชีวิตกับจักรวาล

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์

ต้องยอมรับว่าไม่รู้จริง

      ก็ต้องยอมรับว่าไม่รู้ ยังเป็นเรื่องลึกลับดำมืด เรารู้บ้างในเรื่องก่อนหน้าจุดนั้น และเรารู้มากพอสมควรในเรื่องที่เกิดที่หลังจุดนั้น แต่ตรงจุดนั้นพอดีเราไม่รู้ อย่างที่ว่ามาแล้วเรามีแต่ทฤษฎีที่หลากหลายและไม่เป็นที่ยอมรับกันและกัน อะไรที่เราไม่รู้เรามักจะพูดว่านั่นเป็นคำถามที่ดีมาก ที่ดีมากเพราะว่าตอบไม่ได้ ลึกลับ อาจพูดว่านั่นเป็นความลึกลับที่สุดในโลกวิชาการกำเนิดของชีวิตจึงลึกลับที่สุดในทางวิทยาศาสตร์ เราจึงมีแต่ประโยคที่พูดว่า "ลึกลับที่สุด" กันเต็มไปหมด ต่างคนต่างก็พยายามบอกให้คนอื่นเชื่อว่าวินัยหรือคำถาม หรือปัญญาของกูลึกลับกว่าของมึง เพราะว่ามันลึกลับที่สุดในโลกไง

     ประเด็นสำคัญ ๆ ที่ทำให้เราไม่สามารถตอบได้ว่าชีวิตมีต้นกำเนิดมาอย่างไรมีอยู่หลายประเด็นทีเดียว ประเด็นแรกก็คือแม้แต่สิ่งมีชีวิตที่เรียบง่ายเล็กน้อยที่สุด เอาไวรัสเอชไอวีเป็นตัวอย่างก็ได้มันก็สุดแสนจะซับซ้อนเสียแล้ว ไวรัสที่มีกรดนิวเคลอิคสามารถรับข้อมูลได้เพียงสามหมื่นบิตส์ (3 x 10 ยกกำลัง 4) มียีนส์ไม่กี่ร้อยยีนส์ (เทียบกับมนุษย์ที่มี 6000 ล้านบิตต์ของข้อมูลมียีนส์ร่วม 300000 ยีนส์) แต่แม้เพียงขนาดนั้น ความซับซ้อนของไวรัสก็มากกว่าสายงานประกอบรถยนต์ของโรงงานประกอบรถ ที่ประเทศญี่ปุ่นทั้งของโตโยต้ากับนิสสันรวมด้วยกัน ความสามารถผลิตสิ่งเหมือนได้ซ้ำซ้อน (replicate) สำหรับชีวิตแล้วเราเอาไปโปะไว้ที่ดีเอ็นเอทั้งหมด ถ้าการผลิตซ้ำซ้อนมันสุดจะยุ่งยากเช่นว่านั้นมาตั้งแต่ต้น ระบบที่เป็นการผลิตมันจะเกิดขึ้นมาอย่างทันทีทันใดง่าย ๆ ได้อย่างไร อย่าลืมว่าดีเอ็นเอเป็นโค๊ดข้อมูลคำสั่ง มันไม่ได้ทำเอง ที่ทำคือเอ็นไซม์คือตัวเร่ง (catalysts) ที่ก็เป็นโปรตีน แต่โปรตีนมันเองมีขึ้นมาได้ก็ต่อเมื่อดีเอ็นเอส่งให้มันประกอบตัวเองขึ้นมา มันก็เหมือนไข่กับไก่ที่ใครจะต้องมาก่อนสักคน ต่อให้โปรตีนอยู่ ๆ ก็สร้างดีเอ็นเอได้ขึ้นมาเฉย ๆ มันก็ยังไม่จบ เพราะว่าดีเอ็นเอจะเอาโปรตีนที่ไหนมาผลิตตัวเหมือนซ้อน ๆ ออกมาได้ตลอดเวลาเพื่อหาคำตอบนักวิทยาศาสตร์จึงแบ่งออกเป็นสามค่าย ค่ายที่หนึ่งคิดว่ามีโปรตีนที่วิวัฒนาการทันทีทันใด โดยไม่ต้องมีเอ็นไซม์หรือตัวเร่งอะไรเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ตัวเองกลายเป็นองค์กรที่แบ่งตัวเองได้ขณะเดียวกันทำหน้าที่เป็นโค๊ดข้อมูลได้ด้วย กลุ่มนี้คิดว่าโปรตีนตัวนั้นอาจเป็นอาร์เอ็นเอ ทำหน้าที่ทั้งสองอย่างส่วนดีเอ็นเอมาทีหลังหลายร้อยล้านปี (Manfred Eigen) ค่ายที่สองคิดว่ามีแต่โปรตีนธรรมดาง่าย ๆ ที่ค่อย ๆ ใช้เวลานานมากปรับปรุงตนเองให้มีความสามารถทางพันธุกรรม สามารถเก็บข้อมูลได้ทีละเล็กละน้อย จนนาน ๆ เข้าก็เปลี่ยนเป็นดีเอ็นเอ (Sidney Fax and also Stuart Kauffman) ค่ายที่สามคิดว่าชีวิตไม่ได้เริ่มที่โมเลกุลฐานคาร์บอน แต่เริ่มจากผลึกซิลิคอนในดินเหนียวที่เป็นสารอนินทรีย์ ผลึกที่สามารถสร้างตนเอง ได้ด้วยการค่อย ๆ งอกออกมาและนาน ๆ เข้าก็ดึงเอาสารอินทรีย์เข้ามาเป็นองค์ประกอบจนในที่สุดเหลือสารอินทรีย์ล้วน ๆ ซิลิคอนที่ไม่จำเป็นอีกจึงถูกทิ้งไป (Graham Cairns - Smith)

     ความเห็นของนักวิทยาศาสตร์สายอื่นนอกเหนือไปจากนักเคมีและนักชีววิทยาส่วนหนึ่งที่สมควรนำมากล่าว และอาจกลายเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นเหตุปัจจัยกับการกำเนิดของสรรพสิ่งในจักรวาลรวมทั้งชีวิตในโลกของเรา ส่วนมากนักคิดนักวิทยาศาสตร์เหล่านี้คิดและเชื่อมั่นว่าจักรวาลกับโลกมันแยกกันไม่ได้ แท้จริงแล้วโลกมันก็เป็นส่วนที่เล็กมาก ๆ จนแทบจะไม่มีความสำคัญในมาตรของจักรวาล แยกจากกันไม่ได้ จะมาคิดแต่เรื่องบนโลกหาสาเหตุแต่สิ่งที่เรารู้ ซึ่งก็ยังรู้ไม่หมดสิ้นทั้งห่างไกลที่จะหมดสิ้น เพียงเอาตัวมนุษย์เราเป็นศูนย์กลางความสำคัญของจักรวาลทั้งหมดสำหรับคนที่ใช้สติปัญญาเป็นมันก็ดูพิลึกยังไงชอบกล ดังนั้นความเห็นของนักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้จึงล้วนฉีกแนวออกไปโดยชิ้นเชิง แม้ว่าส่วนมากของนักคิดนักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้ ยังคิดหรือเห็นแตกต่างกันอยู่ดี นั่นก็แน่นอนอยู่แล้วเพราะว่าโลกเองก็ยังรู้ไม่ถึงไหนยังไปคิดออกไปนอกจักรวาลแล้วมันมิเดากันแย่ดอกหรือ อย่างไรก็ดีใช่ว่าจะเป็นการเดาเสียทั้งหมดทีเดียว ก็อาศัยหลักการหลักฐานข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์เท่าที่รู้ หรือยอมรับกันแล้วมาเป็นฐานคิดในมุมหนึ่งมันก็ไม่ได้แตกต่างมากนักกับที่นักชีววิทยาคิดกัน ที่ก็มีส่วนหนึ่งเป็นสมมุติฐาน สมมุติฐานก็ไม่ต่างกับการเดาเท่าไรนักเพียงแต่มีข้อเท็จจริงเล็กน้อย ๆ บ้างหรือทฤษฎีที่ยอมรับกันบ้างมาใช้เป็นข้ออ้างอิง

     เป็นต้นว่าความเห็นที่บอกว่าการดำรงอยู่ หรือการเกิดขึ้นตลอดเวลาของสรรพสิ่งในจักรวาลและแน่นอนโลกเราด้วยนั้น ไม่จำเป็นที่มัวคิดกันแต่ในระดับล่าง ระดับย่อย ระดับโลกเท่านั้น มันมีธรรมชาติในระดับเช่นนั้นได้ มันก็ย่อมมีธรรมชาติในระดับที่สูงขึ้นไปตามลำดับได้เช่นเดียวกัน หรือแม้มันจะมีจะเป็นของมันเองเช่นนั้นมาตั้งแต่ต้นเช่นเดียวกับมีจักรวาลขึ้นมาเช่นที่ เฮ็นริเบิร์กสัน (Henri Bergson) คิดว่าจักรวาลจะต้องสร้างสิ่งใหม่ ๆ ที่เป็นอิสระขึ้นมาตลอดเวลาโดยไม่จำเป็นต้องมีสาเหตุให้ปรากฏในระดับล่าง (envi'tale) ซึ่งความคิดเช่นนี้ไปคล้ายกับความคิดของคาร์ล ป๊อปเปอร์ (Karl Papper) นักปรัชญาที่มีชื่อเสียงยิ่งที่เชื่อว่าสรรพสิ่งที่เกิดมาไม่ต้องมีสาเหตุ และไม่มีการกำหนดผูกขาดให้เป็นเช่นนั้นหรือเช่นนี้ มันล้วนเป็นเช่นนั้นของมันเองมีขึ้นมาเองและไม่สิ้นสุด

 

<< หน้าก่อน      หน้าถัดไป >>


การจัดองค์กรตนเอง

กำเนิดชีวิต

ทฤษฎีของชาร์ลดาร์วิน

ต้องยอมรับว่าไม่รู้จริง

ไกลจากสมดุล

ไม่มีคำว่าบังเอิญ

ทฤษฎีการจัดองค์กรตนเองกำเนิดชีวิต ธรรมชาติแห่งองค์รวม ระดับโลกระดับจักรวาล

ชีวิตเป็นองค์รวมของกรรม

ตัวเร่งร่วมกันของสารเคมี

รูปมาจากวิญญาณได้อย่างไร

 
นำมาจากเอกภาพของชีวิตกับจักรวาล  ของนายแพทย์ประสาน ต่างใจ  ต้องขอขอบคุณมากครับ

 

ข้อสอบเอนทรานซ์  
พจนานุกรมฟิสิกส์

ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2

แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c

ฟิสิกส์พิศวง
• เสียงของลำโพงออกมาได้อย่างไร
• การหมุนของลูกข่างกับการตกของแมว
• ความเสถียรภาพของลูกข่าง
• ฮาร์ดดิสก์ทำงานอย่างไร
• เอ็นโทรปี

ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)

  ภาพประจำสัปดาห์
 
• ความรู้รอบตัวทั่วไป
• ดาราศาสตร์พิศวง 
• อัลเบิร์ต ไอส์ไตน์ กับกฏการสมมูลของมวล
• ว่าวของแฟลงกลิน
• ระเบิดนิวเคลียร์ทำงานอย่างไร
แบบฝึกหัดโลหะวิทยา
• เครื่องจักรสเตอริ่ง
• ทฤษฎีความอลวน