|
เมฆก็มีชื่อด้วยเหมือนกัน
ปุยเมฆสีขาวที่ลอยฟ่องอยู่บนฟากฟ้านั้น
เกิดจากการรวมตัวกันของน้ำหยดเล็ก
ๆ
และเกล็ดน้ำแข็งซึ่งแขวนลอยอยู่กลางอากาศ
เมฆมีชื่อเรียกแตกต่างกันตามรูปร่างและความสูง
ซึ่งแบ่งออกเป็น 3
ระดับคือ
ถ้าอยู่เหนือพื้นดินตั้งแต่
6,500 เมตร ขึ้นไปเรียกว่า
เมฆชั้นสูง ถ้าก่อตัว ณ
ความสูงระหว่าง 2,500 - 6,500 เมตร
เรียกว่า เมฆชั้นกลาง
และถ้าอยู่สูงไม่เกิน 2,500
เมตร ก็เรียกว่า
เมฆชั้นต่ำ
อุณหภูมิของอากาศจะลดลงเมื่อมันลอยตัวขึ้นสู่ที่สูงและเมื่ออากาศบริเวณกว้างลอยตัวขึ้นสูงอย่างช้า
ๆ
เมฆก็จะก่อตัวขึ้นจนเห็นเป็นชั้นเมฆที่มีชื่อว่า
" เซอโรสเตรตัส"
ซึ่งเป็นเมฆที่มีลักษณะบางใสจนมองเกือบไม่เห็น
จัดเป็นเมฆชั้นสูงเพราะจะก่อตัวในระดับที่อยู่สูงจากพื้นดิน
ตั้งแต่ 6,500 เมตร เมฆ "อัลโตรสเตรตัส"
เป็นเมฆชั้นกลางที่ก่อ่ตัวขึ้นในลักษณะเดียวกันกับเมฆเซอโรสเตรตัส
และมีรูปร่างคล้ายกันแต่หนากว่าหน่อยหนึ่ง
เมฆ "นิมโบสเตรตัส"
เป็นเมฆชั้นต่ำที่ก่อตัวขึ้นในระดับความสูงไม่เกิน
2,500 เมตร ส่วนเมฆ "สเตรตัส"
ก่อตัวอยู่สูงเหนือพื้นดินไม่เกิน
500 เมตร

หากอากาศลอยตัวขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว
เมฆจะก่อตัวขึ้นในแนวตั้งมีรูปร่างเป็นก้อน
ๆ และปุกปุย
มีชื่อเรียกว่าเมฆ "คิวมูลัส"
ถ้าเมฆชนิดนี้ก่อตัวขึ้นที่ระดับความสูงระหว่าง
2,500 - 6,500 เมตร
มันก็จะเป็นเมฆชั้นกลางที่มีชื่อเรียกว่าเมฆ
"อัลโตคิวมูลัส"
และถ้าเมฆอัลโตคิวมูลัสเหล่านี้รวมตัวเข้าด้วยกัน
มันก็จะกลายเป็นเมฆที่มีชื่อเรียกว่า
"สเตรโตรคิวมูลัส"
เมฆที่ก่อตัวขึ้นในแนวตั้งนี้
เป็นเครื่องหมายบอกว่าพายุกำลังจะมา
เมฆ "คิวมูโลนิมบัส"
เป็นเมฆที่ก่อตัวขึ้นในแนวตั้งอีกชนิดหนึ่ง
และอาจอยู่สูงจากพื้นดินตั้งแต่
500 จนถึง 20,000 เมตร
รูปร่างของมันสูงใหญ่
และมียอดเป็นรูปทั่งเป็นลักษณะของเมฆพายุฝนฟ้าคะนองถ้าปรากฏเมฆชนิดนี้ขึ้นในท้องฟ้าละก็
อีกเดี๋ยวเดียวฝนต้องตกหนักแน่
และจะมีฟ้าแลบฟ้าร้องด้วย
เมฆชนิดสุดท้ายมีชื่อเรียกว่า
เมฆ "เซอรัส"
เป็นเมฆชั้นสูงที่มีลักษณะเป็นปื้นบาง
ๆ
และพลิ้วเพราะรูปร่างอย่างที่ว่านี่เอง
มันเลยมีชื่อเล่นอีกชื่อหนึ่งว่า
"เมฆหางม้า"
|