|
ทวีปทั้ง 7
เคยเป็นผืนแผ่นดินเดียวกัน
พื้นผิวชั้นนอกของโลกประกอบด้วย
"เปลือกโลก" ชั้นบาง ๆ
ที่เชื่อมติดต่อกันและห่อหุ้มโลกไว้ทั้งโลก
นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า
เปลือกโลกพื้นมหาสมุทร
แตกแยกออกจากกันเป็นชิ้นส่วนขนาดมหึมาหลายชิ้นเรียกว่า
"เพลต"
และเพลตเหล่านี้เคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลาอย่างช้า
ๆ
โดยเป็นผลจากการกระทำของหินในชั้นใต้เปลือกโลกอีกที
ความคิดเรื่องการเคลื่อนที่ของทวีป
ถูกเอ่ยถึงเป็นครั้งแรกในวงการธรณีวิทยา
เมื่อปี ค.ศ. 1915
โดยนักวิทยาศาสตร์ชื่อ
อัลเฟรด เวคเนอร์
เขาเชื่อว่าทวีปต่าง ๆ
ในโลกเรานี้
อาจเคลื่อนที่จากตำแหน่งเดิมในอดีต
เพราะเขาสังเกตเห็นว่า
จากรูปร่างของทวีปต่าง ๆ
ที่กระจายออกจากกันนั้น
หากนำมาต่อกันก็จะสามารถเชื่อมต่อเข้าด้วยกันได้สนิทกลายเป็นทวีปหนึ่ง
เหมือนชิ้นส่วนเล็ก ๆ
ในเกมต่อภาพที่สามารถเชื่อมต่อเป็นผืนเดียวกันได้
เช่นจงอยแหลมทางตะวันออกของทวีปอเมริกาใต้
สามารถนำไปทาบประกบกับของเว้าทางตะวันตกของทวีปแอฟริกาได้พอดี

65
ล้านปีที่แล้ว
แนวความคิดของเวคเนอร์เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของทวีปนี้
ถูกตั้งขึ้นเป็นทฤษฎี
เรียกว่าทฤษฎี "ทวีปจร"
หากเปรียบเทียบตำแหน่งทวีปจากแผนที่แต่ละยุคในอดีตที่ผ่านมา
จะเห็นว่า ทวีปต่าง ๆ
มีการเคลื่อนไหวที่จริงอย่างที่เวคเนอร์คิด
จากการศึกษาเรื่องแผ่นดินไหวและการขยายตัวของพื้นทะเล
นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า
ทวีปและมหาสมุทรทั้งหลายในโลกของเรา
ตั้งอยู่บนเพลตที่มีสภาพเป็นแผ่นแข็งและเพลตนี้เป็นตัวแบ่งชั้นแมนเติลที่อยู่ถัดลงไปจากชั้นเปลือกโลก
หินในชั้นแมนเติลไม่ใช่หินแข็ง
ๆ
อย่างที่เราพบเห็นทั่วไปบนพื้นผิวโลก
และก็ไม่ใช่หินเหลวที่เหลวเหมือนน้ำแต่เป็นหินหลอมเหลว
ที่มีสภาพข้นหนืดเหมือนน้ำมันดินข้น
ๆ
ถ้าหากหินหลอมเหลวนี้อยู่ใต้เปลือกโลก
เราเรียกว่าหินหนืด
แต่ถ้ามันเคลื่อนออกมาสู่ผิวโลกภายนอก
เราก็เรียกว่า ลาวา
เจ้าลาวาแดง ๆ
ที่เราเห็นไหลอกมาจากภูเขาไฟ
ก็คือหินหลอมเหลวที่เป็นส่วนประกอบของชั้นแมนเติลนี่เอง
กระแสความร้อนจากแกนกลางโลก
ซึ่งประกอบด้วยของเหลวที่ไหลอยู่ตลอดเวลา
จะไหลทะลักเข้ามาในชั้นแมนเติลและแผ่กระจายออกเป็นพื้นที่กว้าง
เป็นผลทำให้หินหลอมเหลวเกิดการเคลื่อน
และการเคลื่อนที่นี้ก็ส่งผลทำให้เพลตเปลือกโลกซึ่งเปรียบเหมือนแพที่ลอยอยู่บนน้ำ
เกิดการเคลื่อนที่ตามไปด้วย
และนี้คือสาเหตุที่ทำให้เกิด
"ทวีปจร"
ตามความเชื่อของเวคเนอร์
|