สะพานไฟ

สะพานไฟ (Cut out) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ตัดต่อวงจรไฟฟ้าในบ้านหรืออาคาร ซึ่งเปรียบเสมือน กับสวิตซ์ขนาดใหญ่ของบ้าน สายไฟที่ต่อมาจากมาตรไฟฟ้า จะมีสะพานไฟขนาดใหญ่เป็นตัวเชื่อมโยงเข้ากับวงจรไฟฟ้า ในบ้าน เพื่อควบคุมการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดในบ้าน และจะมีสะพานไฟขนาดรองลงมาเชื่อมโยงแยกเอา กระแสไฟฟ้าไปใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าในส่วนต่าง ๆ ของบ้าน ดังแผนผัง

การใช้สะพานไฟควบคุมกระแสไฟฟ้าที่ต่อแยกไปใช้ในส่วนต่าง ๆ ของบ้าน

 

ส่วนประกอบของสะพานไฟ

ลักษณะและส่วนประกอบของสะพานไฟ

 

สะพานไฟมีหลายขนาด โดยกำหนดเป็นปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ผ่านได้สูงสุด เช่น 10, 30, 60 แอมแปร์ สะพานไฟขนาด 30 A หมายความว่าสะพานไฟอันนี้สามารถให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านมากที่สุด 30 แอมแปร์ ถ้ากระแสไฟฟ้าไหลผ่านมากกว่า 30 แอมแปร์ ฟิวส์ในสะพานไฟจะหลอมละลาย ทำให้วงจรไฟฟ้าขาด

สะพานไฟขนาดต่าง ๆ

 

การเลือกใช้สะพานไฟ

การเลือกใช้สะพานไฟต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ไหลในวงจร สะพานไฟขนาดใหญ่ใช้สำหรับเชื่อมโยงให้กระแสไฟฟ้าทั้งหมดผ่านเข้าสู่วงจรไฟฟ้าในบ้าน สะพานไฟขนาดเล็กใช้สำหรับเชื่อมโยงแยกกระแสไฟฟ้าไปใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนต่าง ๆ ของบ้าน

วิธีใช้สะพานไฟ ถ้าต้องการต่อวงจรให้ใช้กระแสไฟฟ้าได้ตามปกติต้องดันคันโยกขึ้น แต่ถ้าดันคันโยกลงมาจะตัดวงจรไฟฟ้า เช่น เมื่อต้องการซ่อมแซมหรือติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า การดันคันโยกขึ้นต้องสับคันโยกของสะพานไฟให้แน่นสนิทกับที่รองรับ หากสัมผัสกันไม่แน่นสนิทจะเกิดความร้อน ตรงจุดสัมผัส ทำให้ฟิวส์ขาดกระแสไฟฟ้าไม่ไหลในวงจรไฟฟ้า

การสับคันโยกของสะพานไฟเพื่อให้กระแสไฟฟ้าไหลเข้าวงจรไฟฟ้า

 

ประโยชน์ของสะพานไฟ

ช่วยทำให้เกิดความสะดวกและปลอดภัยในการซ่อมแซมหรือติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า เพราะ สามารถใช้สะพานไฟตัดวงจรไฟฟ้าไม่ให้กระแสไฟฟ้าไหลเข้าบริเวณที่กำลังซ่อมแซมหรือติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าได้

 

สวิตซ

สวิตซ

สวิตซ์ (Switch) คืออุปกรณ์ที่ใช้ตัดหรือต่อวงจรไฟฟ้าในส่วนที่ต้องการ โดยต่ออนุกรมเข้ากับ เครื่องใช้ไฟฟ้าและต่อกับสายไฟ ถ้าต่อสวิตซ์กับสายกลาง เมื่อกระแสไฟฟ้ารั่วจะไม่สามารถป้องกัน อันตรายจากกระแสไฟฟ้ารั่วได

สวิตซ์ทางเดียว
สวิตซ์สองทาง

การต่อสวิตซ์เข้ากับวงจรของเครื่องใช้ไฟฟ้า

ส่วนประกอบของสวิตซ

  • คาน เป็นที่กดปิดเปิดทำด้วยฉนวน
  • แผ่นโลหะใต้คาน สำหรับต่อเชื่อมกับปุ่มโลหะที่ติดอยู่กับฐานสวิตซ์ เพื่อทำให้ไฟฟ้าครบวงจร
  • ขดลวดสปริง เป็นส่วนที่อยู่บริเวณกึ่งกลางคาน ส่วนนี้จะทำหน้าที่ดันคานให้ค้างอยู่ในตำแหน่งเปิดหรือปิดตามต้องการ

ส่วนประกอบของสวิตซ์ ( ผ่าตามยาว )

 

ข้อควรปฏิบัติในการใช้สวิตซ์

  1. ไม่ควรใช้สวิตซ์อันเดียวควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชิ้นให้ทำงานพร้อมกัน เนื่องจากสวิตซ์สามารถทนกระแสไฟฟ้าสูงสุดได้จำกัด ถ้ากระแสไฟฟ้าไหลผ่านสวิตซ์มากเกินไป จะทำให้เกิดความร้อนสูงบริเวณจุดสัมผัสของแผ่นโลหะจนสวิตซ์ไหม้ได้
  2. ไม่ควรใช้สวิตซ์ธรรมดาควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านมาก เช่น มอเตอร์ เครื่องปรับอากาศ ควรใช้ฟิวส์อัตโนมัติหรือสะพานไฟ เนื่องจากสามารถทนกระแส ไฟฟ้าไหลผ่านได้สูงกว่าสวิตซ์

 

เต้ารับและเต้าเสียบ

เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิด เช่น กาต้มน้ำไฟฟ้า หม้อหุงข้าวไฟฟ้า พัดลม จะมีสายไฟที่ติดมากับเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ปลายสายไฟจะมีเต้าเสียบ เมื่อนำไปเสียบกับเต้ารับแล้วจะทำให้กระแสไฟฟ้าไหลเข้าสู่เครื่องใช้ไฟฟ้าได้ครบวงจร ภายในบ้านควรจะติดตั้งเต้ารับไว้ในที่ต่าง ๆ หลาย ๆ จุด เพื่อความสะดวกในการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า

 

เต้ารับและเต้าเสียบมีหลายชนิดให้เลือกใช้ดังนี้

เต้ารับและเต้าเสียบชนิด 2 ขา

เต้าเสียบโดยทั่วไปจะมีขาโลหะ 2 ขา ต่ออยู่กับสายไฟที่จะนำกระแสไฟฟ้าเข้าสู่เครื่องใช้ไฟฟ้า

เต้ารับและเต้าเสียบชนิด 2 ขา

 

เต้ารับและเต้าเสียบชนิด 3 ขา

เต้ารับและเต้าเสียบชนิด 3 ขา

 

เต้าเสียบจะมีขาโลหะ 3 ขา และเต้ารับจะมีช่องรับ 3 ช่องด้วยดังรูปข้างบน โดยขากลางของเต้าเสียบจะต่ออยู่กับโลหะที่เป็นเปลือกนอกของเครื่องใช้ไฟฟ้า ส่วนที่ช่องกลางของเต้ารับจะมีสายไฟที่เรียกว่า สายดิน ต่อเข้ากับแท่งโลหะซึ่งฝังอยู่ใต้ดินที่มีความชื้นมาก ๆ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีโครงเปลือกนอกเป็นโลหะ เช่น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ควรใช้เต้ารับและเต้าเสียบชนิดนี้ เพราะเมื่อเกิดกระแสไฟฟ้ารั่วขณะใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านลงดินทางสายดิน ทำให้ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ที่สัมผัสเครื่องใช้ไฟฟ้านั้น

การติดตั้งสายดินต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นนี้นับว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับการช่วยป้องกันชีวิตคนในบ้านไม่ให้ถูกไฟฟ้าดูดจนถึงแก่ชีวิตได้

การใช้เต้ารับและเต้าเสียบ

  • ขณะใช้งาน เต้าเสียบจะต้องแน่นสนิทกับเต้ารับ เพื่อให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้สะดวก เพราะถ้าเต้าเสียบหลวมหรือโยกคลอนจะเกิดความต้านทานไฟฟ้าสูงตรงรอยต่อของเต้าเสียบและเต้ารับ ทำให้บริเวณนั้นร้อนจนอาจทำให้เต้ารับและเต้าเสียบไหม้ได้
  • ไม่ควรต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิดเข้ากับเต้ารับอันเดียวกัน เพราะกระแสไฟฟ้าจะไหลผ่าน สายไฟและเต้ารับมากเกินไป ทำให้เกิดความร้อนสูงในสายไฟและเต้ารับ ซึ่งอาจทำให้เกิด ไฟไหม้ได้

 

การใช้เต้ารับกับเครื่องใช้ไฟฟ้า

 

  • การดึงเต้าเสียบออกจากเต้ารับต้องใช้มือจับที่ฉนวนของเต้าเสียบแล้วดึง อย่าดึงที่สายไฟ เพราะอาจทำให้สายไฟหลุดจากเต้าเสียบและเกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้

การดึงเต้าเสียบออกจากเต้ารับ

 

  • ต้องเลือกเต้ารับและเต้าเสียบให้มีขนาดเหมาะสมกับปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่าน

 

 

 

 

หน่วยการเรียนที่ 1 ไฟฟ้า

หน่วยที่ 1 การผลิตกระแสไฟฟ้า

หน่วยที่ 2 ไดนาโม

หน่วยที่ 3 การวัดกระแสไฟฟ้าและความต่างศักย์ไฟฟ้า

หน่วยที่ 4 กระแสไฟฟ้ากับความต้านทาน

หน่วยที่ 5 สายไฟ

หน่วยที่ 6 ไฟฟ้าลัดวงจร

หน่วยที่ 7 ฟิวส์

หน่วยที่ 8 สะพานไฟ สวิตซ์ เต้ารับและเต้าเสียบ

หน่วยที่ 9 วงจรไฟฟ้า

หน่วยที่ 10 เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้แสงสว่าง

หน่วยที่ 11 เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน

หน่วยที่ 12 เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกล

หน่วยที่ 13 เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง

หน่วยที่ 14 กำลังไฟฟ้า พลังงานไฟฟ้า มาตรไฟฟ้าและการคิดเงินนค่าพลังงานไฟฟ้า

หน่วยที่ 15 การใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างประหยัดและปลอดภัย

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์ 

กลับหน้าสารบัญ

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์