|
ปรากฏการณ์ที่เกิดจากสุริยุปราคา
ก่อนที่ดวงจันทร์จะบดบังดวงอาทิตย์หมดทั้งดวง
แสงของดวงอาทิตย์ส่วนที่เหลืออยู่เพียงเล็กน้อยนั้น
จะทำปฏิกิริยากับพื้นผิวของดวงจันทร์เกิดเป็นประกายแวววาวในรูปแบบต่างๆคือ
1. ปรากฏการณ์ลูกปัดเบลีย์
(Baily's Beads) จะเกิดก่อนที่ดวงจันทร์จะบดบังดวงอาทิตย์หมดทั้งดวง
แสงของดวงอาทิตย์ส่วนที่เหลืออยู่เพียงเล็กน้อยนั้นจะส่องลอดผ่านบริเวณที่ลุ่ม
ที่ต่ำ หุบเขา
หุบเหวลึกบนพื้นผิวดวงจันทร์อันขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ
ปรากฏเป็นประกายแวววาวเหมือนลูกปัดสีสวยสดใสที่เรียงร้อยกันล้อมรอบดวงจันทร์สวยงามมากเราเรียกปรากฏการณ์แบบนี้ว่า
ปรากฏการณ์ลูกปัดเบลีย์
เพื่อให้เป็นเกียรติแก่นักดาราศาสตร์ชาวอังกฤษ
คือ ฟรานซิสเบลีย์ (Francis Baily)
ซึ่งเป็นผู้อธิบายปรากฏการณ์นี้ได้อย่างถูกต้องเป็นคนแรก
เมื่อเกิดสุริยุปราคาวงแหวนเมื่อวันที่
15 พฤษภาคม ปี พ.ศ. 2379

ปรากฎการณ์ลูกปัดเบลีย์
อันสวยงาม
2. ปรากฏการณ์แถบเงา
(Shadow Bands)
จะเกิดก่อนดวงอาทิตย์มืดหมดดวง
ซึ่งดวงอาทิตย์จะปรากฏเป็นเสี้ยวเล็กมากๆ
บรรยากาศของโลกจะส่งผลให้แสงจากดวงอาทิตย์ที่ส่องมาจากเสี้ยวเล็กๆ
นั้นมีการกระเพื่อม
ซึ่งช่วงนี้ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นเป็นริ้วเป็นแถบของการกระเพื่อมของแสงอันเนื่องมาจากบรรยากาศของโลกรบกวน
เป็นแถบเงารูปคลื่นสีดำซึ่งจะทอดเป็นริ้วๆทั่วไป
เหมือนแสงสะท้อนจากผิวน้ำที่สะท้อนขึ้นไปบนเรือดูแปลกตามาก
จะเห็นได้ชัดเจนหากปูพื้นด้วยผ้าสีขาวกลางแจ้ง
ผู้สังเกตพบเป็นคนแรก คือ
เอช. โกลด์ชมิดท์ เมื่อ พ.ศ.
2363
ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเพราะบรรยากาศโลก
ไม่ได้เกี่ยวกับดวงจันทร์
3. ปรากฏการณ์แหวนเพชร
(The diamond ring effect)
จะเกิดขึ้นเมื่อลำแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ลอดผ่านหลุมอุกกาบาตใหญ่บนดวงจันทร์ลงมา
ซึ่งจะเกิดก่อนและหลังการบังมืดหมดดวงประมาณ
10 วินาที
ปรากฏการณ์เป็นดวงสว่างจ้าอยู่เพียงดวงเดียวบนขอบเสี้ยวของดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับไป
เป็นรูปคล้ายแหวนเพชรส่องประกายสวยงามมาก

ภาพขณะเกิดปรากฎการณ์แหวนเพชร
(The diamond ring effect)
|