|


ดวงจันทร์
บริวารของโลก
ดวงจันทร์เป็นบริวารของโลก
อยู่ห่างออกไป 238,900 ไมล์
มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง
2,160 ไมล์
หมุนรอบตัวเองและหมุนรอบโลกในอัตราเร็วและเวลาเกือบเท่ากัน
คือ 27 วัน 7 ชม. 43 นาที
ด้วยเหตุนี้เองคนบนโลกจึงเห็นผิวพื้นของดวงจันทร์เพียงด้านเดียวเสมอ
ดวงจันทร์ไม่มีแสงสว่างในตัวเอง
และไม่มีอากาศห่อหุ้มอยู่เลย
ดังนั้นในตอนกลางวันด้านที่ได้รับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์จะมีความร้อนมาก
แต่ในด้านตรงกันข้ามซึ่งไม่ได้รับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์นั้น
จะมีอุณหภูมิเยือกเย็นต่ำกว่าจุดน้ำแข็งเสียอีก
ดังนั้นสิ่งที่มีชีวิตจึงมีอยู่ในดวงจันทร์ไม่ได้
แสงสว่างที่ดวงจันทร์สาดส่องมายังผิวโลกเป็นแสงสะท้อนมาจากดวงอาทิตย์อีกต่อหนึ่ง
ในคืนวันเพ็ญซึ่งเราจะเห็นผิวพื้นของดวงจันทร์ได้เต็มดวงและด้วยตาเปล่า
จะเห็นรอยดำๆ
ปรากฏทั่วไปในพื้นดินคล้ายกับรูปของกระต่ายหรือยายแก่ตำข้าว
แต่ถ้ามองดูผิวพื้นของดวงจันทร์ด้วยกล้องโทรทรรศน์แรงสูง
จะพบว่ารอยดำๆ
เหล่านั้นที่แท้ก็คือผิวที่ขรุขระเต็มไปด้วยขุนเขาสูง
และหุบเหวลึก
อันเป็นลักษณะของภูเขาไฟที่ดับแล้วจำนวนนับไม่ถ้วนของดวงจันทร์
นอกจากนี้ตามผิวพื้นราบยังปรากฏเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่มหึมาอีกมากมาย
ซึ่งเข้าใจกันว่าเกิดจากการกระแทกอย่างแรงของสะเก็ดดาวนอกเวหาที่พุ่งเข้าชนดวงจันทร์
การเคลื่อนที่ของดวงจันทร์นอกโลกเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ
มนุษย์เราจึงใช้ดวงจันทร์เป็นเครื่องวัดเวลาในการทำปฏิทินทางจันทรคติ
การเคลื่อนที่ของดวงจันทร์แบ่งออกเป็น
3 แบบ คือ หมุนรอบตัวเอง,
หมุนรอบโลก และ
หมุนรอบดวงอาทิตย์
ขณะหมุนรอบตัวเองก็หมุนรอบดวงอาทิตย์และโลกไปด้วย
ทั้งโลกและดวงจันทร์ต่างก็มีเงาทอดยาวออกไปในอวกาศด้วยกัน
เมื่อต่างฝ่ายต่างโคจรมาอยู่ในแนวเดียวกันดวงจันทร์อาจทอดเงามายังโลก
และเงาของโลกอาจทอดยาวไปยังดวงจันทร์
โดยมีดวงอาทิตย์เป็นองค์ประกอบร่วมด้วยก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า
สุริยุปราคา
และ จันทรุปราคา
นั่นเอง
|