|


โลกเป็นดาวเคราะห์ดวงที่
3
ของสุริยจักรวาลมีขนาดใหญ่มาก
เพราะถ้าเราขุดอุโมงให้ลึกลงไปจากผิวโลกด้านหนึ่งผ่านจุดศูนย์กลางของโลกและไปออกทางผิวโลกในด้านตรงกันข้ามแล้ว
จะได้อุโมงค์ที่ยาวถึง 8,000
ไมล์
และถ้าจะเดินทางให้รอบโลกโดยไม่กลับหลังเลย
จะต้องสิ้นระยะทางถึง 25,000
ไมล์
และหากยกโลกทั้งโลกไปชั่งก็จะได้น้ำหนักรวม
5,883,000,000,000,000,000,000,000 ตัน
แต่กระนั้นก็ตามเมื่อเปรียบเทียบกับดาวเคราะห์บางดวงแล้ว
โลกก็เป็นดาวเคราะห์ดวงเล็กๆ
ดวงหนึ่งของระบบสุริยจักวาลเท่านั้น
โลกมีลักษณะทรงกลม
มีการเคลื่อนไหว 2 อย่าง
คือ หมุนรอบตัวเองกินเวลารอบละ
24 ชั่วโมง
และหมุนรอบดวงอาทิตย์กินเวลารอบละ
365 วัน
ในการหมุนรอบตัวเองนั้นในบริเวณเส้นศูนย์สูตรผิวโลกจะเคลื่อนที่ไปด้วยอัตราเร็ว
1,000 ไมล์ต่อชั่วโมง
และในการหมุนรอบดวงอาทิตย์นั้นมีอัตราเร็ว
18 ไมล์ต่อวินาที
การที่เราไม่รู้สึกว่าโลกหมุนรอบตัวเองและหมุนรอบดวงอาทิตย์นั้น
เป็นเพราะโลกมีขนาดใหญ่
และทุกๆ
สิ่งที่อยู่รอบตัวเราต่างก็หมุนรอบดวงอาทิตย์ไปด้วย
การสังเกตการเคลื่อนไหวของโลกจึงต้องสังเกตจากดวงดาวในท้องฟ้า
ที่เปลี่ยนตำแหน่งไปเป็นจักรราศีเวียนเป็นรอบๆ
ในเวลาอันจำกัด
ผิวโลกทั้งหมดนั้น 3 ใน 4
ส่วนปกคลุมด้วยน้ำ
ซึ่งได้แก่มหาสมุทรต่างๆ
พื้นดินที่ปรากฏอยู่ 1 ใน 4
นั้น
บางส่วนในครั้งหนึ่งเคยอยู่ใต้ผิวน้ำมาแล้ว
นักธรณีวิทยากล่าวว่าภายในศูนย์กลางของโลกมีความร้อนสูงขนาดที่แร่ธาตุต่างๆ
ละลายเหลวอยู่
ส่วนผิวชั้นนอกสุดของโลกเป็นบรรยากาศที่ประกอบด้วยก๊าซไนโตรเจน
ออกซิเจน
คาร์บอนไดออกไซด์
ละอองไอน้ำ
ฝุ่นและก๊าซต่างๆ
หุ้มโลกโดยรอบหนาถึง 200
ไมล์ เพราะแผ่นดิน น้ำ
และบรรยากาศนี่เองเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้สิ่งมีชีวิตเกิดขึ้น
ภายใต้การเอื้อเฟื้อของพลังงานแสงสว่างและความร้อนจากดวงอาทิตย์
และถ้าเราผ่าโลกออกเป็น 2
ซีก เราจะพบว่าส่วนต่างๆ
ของโลกจะประกอบไปด้วย
1. เปลือกโลก
(Crust) เป็นชั้นของพื้นดินที่หนาประมาณ
100 กิโลเมตร
เป็นส่วนที่มนุษย์อาศัยอยู่
2. แกนกลาง
(Mantle)
เป็นส่วนที่หนาประมาณ 2,790
กิโลเมตร
3. แกนใน (inner
core) เป็นของแข็งที่มีความร้อนและความกดดันสูงมาก
ประกอบด้วยแร่เหล็กและนิเกิลเป็นส่วนใหญ่
หนาประมาณ 1,220 กิโลเมตร
4. แกนนอก (Outer
core) ประกอบไปด้วยของเหลว
หนาประมาณ 2,260 กิโลเมตร 5.
ชั้นของบรรยากาศ (Atmosphere)
แผ่ขยายขึ้นไปไกลที่สุดประมาณ
900 ไมล์จากพื้นโลก
|