
ภาพที่ 93
รักษาตนเท่ากับรักษาผู้อื่นด้วย

พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมอุปมาเรื่องของการแสดงกายกรรมในหมู่บ้านหนึ่ง มีนักกายกรรมซึ่งมีอาจารย์กับลูกศิษย์ อาจารย์ก็เรียกลูกศิษย์ให้ขึ้นมาไต่ไม้ที่ตั้งบนไหล่ของอาจารย์ แล้วอาจารย์ก็ร้องขึ้นไปบอกว่า นี่ แกช่วยรักษาฉันให้ดีนะ หมายความว่า ขึ้นไปเหยียบเนี่ย พยายามรักษาชื่อเสียงนะ อย่าให้หล่นให้พลาดมา แกรักษาฉัน ฉันก็จะรักษาแก ว่าอย่างนั้นเถอะ ต่างคนต่างรักษาหน้าที่กันให้ดีก็แล้วกัน อาจารย์ทำหน้าที่ของอาจารย์ให้ดี ผมก็จะรักษาตัวผมให้ดี แล้วทุกอย่างก็จะดีเอง ชื่อเสียง ลาภสักการะ ก็จะมาหาเราเอง เมื่อเราต่างคนต่างรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองดี
พระพุทธองค์ทรงแสดงให้เห็นว่า ในโลกนี้มันอาศัยซึ่งกันและกัน ถ้าเรารักษาตนก็เท่ากับรักษาคนอื่นด้วย เรารักษาคนอื่นเท่าไรก็เท่ากับเรารักษาตนเท่านั้น
หมายความว่า การที่เรามีเมตตา มีความอดทน มีการไม่เบียดเบียนผู้อื่น โทษภัยทั้งหลายมันก็ไม่มีมาถึงเรา เพราะเรามีเมตตา มีความอดทน ใครเขาก็ไม่กล่าวโทษเรา เราก็ไม่ได้รับทุกข์รับโทษ ไม่มีใครมาล้มทับเรา ไม่มีใครมาหล่นใส่เรา ให้ร้ายเรา นั้นก็เพราะเรามีความอดทน มีความเมตตา ความอดทน ความไม่เบียดเบียนนั้นเป็นการรักษาตนที่ยอดเยี่ยม และรักษาผู้อื่นที่ดีที่สุด เพราะฉะนั้น การเถียงกันว่า จงรักษากันให้ดี จงช่วยกันให้ดี ขอให้ช่วยให้ตัวเอง จิตใจของตัวเองมีเมตตา มีความอดทน และมีการไม่เบียดเบียน จะเป็นการช่วยสังคมและช่วยตนให้อยู่อย่างมีความสุขและดีที่สุด
เหมือนนักกายกรรม ที่คนข้างล่างผู้เป็นอาจารย์ก็มีความปรารถนาดี รักศิษย์ อย่าให้ศิษย์ตกลงมา ท่านมีความอดทนให้ศิษย์ยืนขึ้นไปบนไหล่ และไม่คิดจะเบียดเบียนทำให้ผู้ที่อยู่ข้างบนนั้นพลัดตกลงมา แล้วอย่างนี้ลาภสักการะ ชื่อเสียงก็เกิดขึ้นกับวงการกายกรรมนี้อย่างมากมาย นั่นคือผลแห่งการรักษาตน เหมือนกับเล่นตะกร้อ ส่งกันไปส่งกันมาดีมันก็ดีกันหมดทั้งวง แต่ถ้าหากไม่รับ ไม่เตะ ไม่ส่งให้ดี ชู้ตออกนอกวง มันก็พัง แพ้กันหมดทั้งวงเหมือนกัน
นี่ชื่อว่า ถ้ารักษาตนดี มีเมตตา มีความอดทน มีความไม่เบียดเบียนผู้อื่นแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะถูกรักษาดีไปหมด
ของ สมุดภาพพุทธประวัติ สำหรับประชาชน เล่าโดย พระอาจารย์พยอมกัลยาโณ วาดภาพโดย อาจารย์คำนวณ ชานันโท
ฟิสิกส์ราชมงคลขอขอบคุณมากครับ
ครั้งที่