
ภาพที่ 111
แสดงธรรมโต้สัจฉกนิครนถ์

พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมโต้กับสัจฉกนิครนถ์ ที่ป่ามหาวัน เมืองเวสาลี โดยมีพระเจ้าลิจฉวีเข้าร่วมฟังในครั้งนั้นด้วย พร้อมกับผู้ฟังอีกเป็นจำนวนมากมาย เนื่องจากว่าสัจฉกนิครนถ์นี่เป็นคนที่ค่อนข้างจะโม้คุยโวโอ้อวดศักดาสักหน่อย ได้ป่าวประกาศว่าวันนี้เราจะไปโต้กับสมณโคดมให้เหงื่อตก สั่นสะท้านดุจดังลูกนกทีเดียว เพราะสัจฉกนิครนถ์เคยพูดไว้ว่า เขาน่ะโต้กับเสาที่ไม่มีชีวิตนี่น่ะยังสั่นสะเทือน นี่เป็นถึงขนาดนั้น
ปรากฏว่า เมื่อมาพูดโต้กันไปโต้กันมา ก็ได้ถามว่า ท่านสมณโคดมสอนอย่างไร?
พระองค์ก็เน้นไปที่ว่า เราสอนว่า รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ไม่เที่ยง ไม่ใช่ตัวตน สัจฉกนิครนถ์ก็ได้ย้ำเน้น แน่นะ พระพุทธเจ้าบอกว่า แน่ สัจฉกนิครนถ์ก็บอกว่า ธรรมดาคนเขาสอนกันทั่วไป เขารู้กันว่าร่างกายนี่มันเป็นของตน ท่านมาสอนอย่างนี้มันก็ผิดน่ะสิ
พระองค์กล่าวอุปมาว่า ในนครหนึ่งมีพระราชาเป็นเจ้าของแผ่นดิน ก็ยอมลงโทษบุคคลผู้ทำผิด เนรเทศให้ออกไปเสียก็ได้ บังคับให้ทำอะไร ได้รับอาชญาอย่างไรก็ได้ แต่รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เราบังคับได้ไหม เราบังคับไม่ให้เจ็บ ไม่ให้ป่วย ไม่ให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ได้หรือไม่ สัจฉกนิครนถ์ก็บอกว่า ไม่ได้ พระองค์ก็บอกว่า ถ้างั้นคำแรกกับคำหลังมันก็ไม่ตรงกันซะแล้วนี่ ซัดส่ายไปส่ายมาเสียแล้ว ทีแรกว่าเป็นตนตอนนี้ว่าไม่ใช่ตนเสียแล้ว หนัก ๆ เข้าก็ให้ตอบให้ยืนยันมาว่า ที่พูดมานี่ถูกหรือไม่ถูก ชักจะนิ่งอึ้ง ปรากฏว่าถามถึงสามครั้งไม่ตอบ
พระองค์ก็บอกว่า ถ้าหากว่าครั้งที่สามนี่ไม่ตอบ จะหัวแตกเป็นเจ็ดเสี่ยงทีเดียว พระองค์บอกว่าให้ตอบนะ ไม่ใช่ให้นิ่ง ปรากฏว่าสัจฉกนิครนถ์นี่นิ่ง คอตก สั่นสะท้านเหงื่อตกทีเดียว ทีแรกคิดว่าจะมาโต้กับพระองค์นี่ ต้อนให้พระองค์นิ่ง เหงื่อไหล ว่าอย่างนั้นเถอะ แต่ปรากฏว่าพระองค์ได้หยิบจีวรให้ดูว่า นี่เหงื่อเราไม่ได้ไหลเลย แต่ของท่านน่ะย้อยตั้งแต่หน้าผากมาทีเดียว ปรากฏว่าตั้งแต่นั้นมา สัจฉกนิครนถ์ถึงกับหมดทิฏฐิอันชูโรงว่าตนเองนั้นเด่นแน่ ชอบใช้วาทะข่มผู้อื่น เลยเกิดศรัทธานิมนต์พระพุทธเจ้าไปฉันยังสำนักของตน พระเจ้าลิจฉวีก็ได้ติต่าง ๆ นานาว่า เป็นคนที่ชอบใช้วาทะข่มผู้อื่น แต่แล้วเมื่อมาเจอพระพุทธเจ้าก็เรียกว่าสยบไปเลยทีเดียว
ของ สมุดภาพพุทธประวัติ สำหรับประชาชน เล่าโดย พระอาจารย์พยอมกัลยาโณ วาดภาพโดย อาจารย์คำนวณ ชานันโท
ฟิสิกส์ราชมงคลขอขอบคุณมากครับ
ครั้งที่