หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

การทดลองเสมือน

บทความพิเศษ

ธรรมชาติมหัศจรรย์

 

กลับหน้าสารบัญพุทธศาสนาในฐานะรากฐานของวิทยาศาสตร์

กลับสู่หน้าแรกของโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

 

 

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

พุทธศาสนาในฐานะรากฐานของวิทยาศาสตร์

ศรัทธาที่ครบชุด  ต้องทั้งมนุษย์ ธรรมชาติ  และสังคม

           .  ระดับที่สอง  หรือระดับรอง :  ศรัทธา ๒ อย่าง  ที่โยงต่อกัน

             ศรัทธาระดับที่สอง  ก็มีจุดที่เป็นเป้า ๒ จุด  กล่าวคือ  ธรรมชาติกับตัวมนุษย์  และโยงจุดที่เป็นเป้าทั้งสองมาต่อเนื่องกัน  เช่นเดียวกับศรัทธาระดับที่หนึ่ง  แต่ศรัทธาระดับที่สองนี้แยกเป็นศรัทธา ๒ อย่าง  ต่างหากกันชัดเจนออกไป  คือ

                 .  ศรัทธาเกี่ยวกับธรรมชาติ  ได้แก่  ความเชื่อมั่นว่า  ธรรมชาติเป็นไปตามกระบวนการแห่งเหตุปัจจัย  เรียกสั้น ๆ  ว่า  ศรัทธาในกฎธรรมชาติ  อย่างที่กล่าวมาแล้ว

                  .  ศรัทธาเกี่ยวกับตัวมนุษย์  ได้แก่  ความเชื่อมั่นว่า  มนุษย์มีศักยภาพที่จะพัฒนาให้รู้เข้าใจความจริงแห่งกฎธรรมชาติ  และเข้าถึงชีวิตที่ดีงามสูงสุด  บรรลุอิสรภาพได้  เรียกสั้น ๆ  ว่า  ศรัทธาในศักยภาพของมนุษย์

              ศรัทธา ๒ อย่างนี้  มีความสัมพันธ์อิงอาศัยสืบเนื่องกันโยงต่อกัน  เช่นว่า  การที่เราพัฒนาศักยภาพ  ตามศรัทธาในข้อที่ ๒  (ความเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ที่พัฒนาได้)  นั้น  ก็โดยมุ่งเพื่อให้รู้เข้าใจและเข้าถึงสัจจภาวะของกฎธรรมชาติ  ตามความเชื่อในศรัทธาข้อที่ ๑  และในทางกลับกัน  การที่จะพัฒนาศักยภาพได้ตามศรัทธาในข้อที่ ๒  ก็ด้วยการนำเอาความรู้ในกฎธรรมชาติ  ตามศรัทธาในข้อที่ ๑  มาใช้ประโยชน์กับตัวมนุษย์  จึงเป็นการโยงสัมพันธ์บรรจบกัน  ถ้าพูดอย่างง่าย ๆ  ก็ว่า  รู้เข้าใจธรรมชาติ  เพื่อเอาความรู้มาใช้พัฒนามนุษย์  และพัฒนามนุษย์ก็เพื่อให้รู้เข้าใจเข้าถึงความจริงของธรรมชาติ

              รวมความว่า  ศรัทธา ๒ อย่างที่ต่างกันเป็น ๒ เป้านั้น  โยงเข้ามาบรรจบกันเอง  ได้แก่การที่พุทธศาสนามีเป้าหมาย  ซึ่งต้องการที่จะเอาความรู้ในกฎธรรมชาติมาใช้กับตัวมนุษย์  ในการที่จะพัฒนาศักยภาพของมนุษย์นั้นขึ้นไป  ไม่ใช่เป็นเพียงความรู้ลอย ๆ  และการพัฒนาศักยภาพนั้น  ก็จะทำให้มนุษย์เข้าถึงความจริงของธรรมชาติ

              ถ้ามองให้ลึกลงไป  จะเห็นว่า  ที่จริงนั้น  ความสัมพันธ์อิงอาศัยและโยงกันระหว่างศรัทธา  ยังซับซ้อนกว่านี้อีก  กล่าวคือ  ความสัมพันธ์โยงกัน  มิได้มีเฉพาะระหว่างศรัทธาในกฎธรรมชาติที่จะต้องรู้เข้าใจความจริง  กับศรัทธาในศักยภาพของมนุษย์ที่จะต้องพัฒนาขึ้นไปเท่านั้น  แม้แต่ศรัทธาเกี่ยวกับตัวมนุษย์ในระดับที่หนึ่งกับศรัทธาในศักยภาพของมนุษย์ในระดับที่สองนี้  ก็มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกัน

              ในระดับที่หนึ่ง  ความสัมพันธ์ระหว่างสองด้านของศรัทธา  มองเห็นได้ชัดเจน  กล่าวคือ  การเข้าถึงความดีงามสูงสุด  ซึ่งจะเรียกว่า  ภาวะไร้ทุกข์  หรืออิสรภาพก็ตาม  จะสำเร็จได้  ก็โดยต้องเข้าถึงความจริงของกฎธรรมชาติ  และในเวลาเดียวกัน  การเข้าถึงความจริงของกฎธรรมชาติอย่างครอบคลุม  ทั้งธรรมชาติภายนอกทั่วไป  และธรรมชาติภายในตัวมนุษย์  ก็มีค่าและมีผลเป็นการเข้าถึงความดีงามสูงสุดไปพร้อมกัน

              ในระดับที่สอง  ศรัทธาในศักยภาพของมนุษย์  มีความสัมพันธ์กับศรัทธาในระดับที่หนึ่ง  ทั้งในด้านที่เกี่ยวกับธรรมชาติทั่วไปภายนอก  คือสามารถพัฒนาให้รู้เข้าใจเข้าถึงความจริงของกฎธรรมชาติได้  และทั้งในด้านที่เกี่ยวกับตัวมนุษย์  คือสามารถพัฒนาให้เข้าถึงความดีงามสูงสุด  บรรลุอิสรภาพได้  และเนื่องจากการเข้าถึงความจริงของกฎธรรมชาติกับการเข้าถึงความดีงามสูงสุด  ก็เชื่อมโยงสัมพันธ์เป็นอันเดียวกัน  ดังนั้น  การพัฒนาศักยภาพที่จะเข้าถึงจุดหมายทั้งสองด้าน  จึงมีค่าที่รวมลงเป็นอันเดียวกัน

              ถ้าวิเคราะห์ให้ละเอียดจะเห็นว่า  มีความสัมพันธ์เชิงเหตุผลเป็นวงจร  ซ้อนอยู่ภายในระบบของศรัทธานี้หลายชั้น  เช่นว่า  การที่เราต้องการรู้เข้าใจความจริงของกฎธรรมชาติ  ก็เพื่อและมีผลให้เราปฏิบัติต่อธรรมชาติ (ทั้งต่อธรรมชาติทั่วไปภายนอก  และต่อชีวิตมนุษย์เราเอง)  ได้อย่างถูกต้อง  ในกรณีนี้  การที่เราศึกษาให้รู้เข้าใจความจริงของกฎธรรมชาติ  ก็คือการพัฒนาศักยภาพในตัวมนุษย์ของเรา  และการที่เราปฏิบัติต่อธรรมชาติได้อย่างถูกต้อง  ก็คือการพัฒนาตนเองของมนุษย์

              พร้อมกันนั้น  การรู้เข้าใจสามารถปฏิบัติได้ถูกต้องต่อธรรมชาติ (ทั้งภายนอกและภายในตัว)  ได้มากขึ้น  ก็คือ  การเข้าใกล้ที่จะบรรลุถึงความดีงามหรือคุณค่าสูงสุดมากยิ่งขึ้น  ดังนั้น  การพัฒนาศักยภาพของมนุษย์  จึงมีค่าเป็นการเข้าถึงกฎธรรมชาติมากยิ่งขึ้น  ซึ่งมีความหมายเป็นการเข้าถึงความดีงามสูงสุดมากขึ้นไปด้วยพร้อมกัน  และการเข้าถึงกฎธรรมชาติมากขึ้น  ก็หมายถึงการมีความรู้ความเข้าใจที่จะปฏิบัติต่อธรรมชาติได้ถูกต้องในการที่จะพัฒนาศักยภาพของตนให้ได้ผลดียิ่งขึ้น  ซึ่งก็มีค่าเป็นการเข้าถึงความดีงามสูงสุดได้มากขึ้นนั่นเอง

              การที่จะพัฒนาศักยภาพของมนุษย์  บังคับให้ต้องรู้เข้าใจ  เข้าถึงความจริงของกฎธรรมชาติเพื่อจะได้ปฏิบัติต่อธรรมชาติในการที่จะพัฒนาตนได้ถูกต้อง  และการที่จะเข้าถึงความจริงของกฎธรรมชาติอันจะให้บรรลุถึงความดีงามสูงสุด  ก็บังคับให้มนุษย์ต้องพัฒนาศักยภาพของตน  พร้อมกันนั้น  การปฏิบัติต่อธรรมชาติทั้งโลกและชีวิตได้ถูกต้องด้วยการรู้เข้าใจเข้าถึงกฎธรรมชาติ  ก็คือ  การพัฒนาตนของมนุษย์ที่จะเข้าถึงความดีงามที่เป็นคุณค่าสูงสุดดังนี้เป็นต้น

              ถ้าใช้ศัพท์ทางพระพุทธศาสนา  การปฏิบัติต่อธรรมชาติทั้งโลกและชีวิตได้อย่างถูกต้อง  เรียกว่าเป็น  มรรค  หรือการดำเนินชีวิตที่ดี  ส่วนการพัฒนาศักยภาพให้รู้จักที่จะปฏิบัติต่อธรรมชาติคือโลกและชีวิตนั้นได้อย่างถูกต้อง  เรียกว่า  สิกขา  หรือการศึกษามรรคกับสิกขาเกี่ยวโยงเคียงคู่กันไปในการก้าวสู่ความเข้าถึงกฎธรรมชาติและความดีงามสูงสุด

              พึงสังเกตว่า  ศรัทธาเกี่ยวกับตัวมนุษย์ในระดับที่สอง  มีความแตกต่างอย่างสำคัญจากศรัทธาเกี่ยวกับตัวมนุษย์ในระดับที่หนึ่ง  กล่าวคือ  ในระดับที่หนึ่ง  ตัวมนุษย์ถูกกล่าวถึงในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ  โดยเฉพาะเป็นส่วนที่ทำให้การเข้าถึงความจริงของธรรมชาติมีความครบถ้วนสมบูรณ์  เพราะฉะนั้น  เมื่อสรุป  ศรัทธาเกี่ยวกับตัวมนุษย์ในระดับที่หนึ่งจึงจัดเข้าเป็นศรัทธาเกี่ยวกับธรรมชาติด้วย  โดยรวมอยู่ในคำว่า  ศรัทธาในธรรม  แต่ศรัทธาเกี่ยวกับตัวมนุษย์ในระดับที่สองนี้  เป็นเรื่องจำเพาะต่อตัวมนุษย์เอง

              เมื่อมองดูทางด้านวิทยาศาสตร์  จะเห็นว่าวิทยาศาสตร์มีศรัทธายืนตัวชัดเจนอยู่อย่างเดียว  คือ  ศรัทธาในกฎธรรมชาติ  การที่พระพุทธศาสนามีศรัทธาในตัวมนุษย์เพิ่มเข้ามา  และศรัทธาในตัวมนุษย์ซึ่งเป็นศรัทธาเกี่ยวกับคุณค่านั้น  มีทั้งสองระดับ  ก็เป็นการช่วยเติมเต็ม  ทำให้เกิดความครบถ้วนสมบูรณ์แก่การแสวงหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์  หรือการแสวงหาความจริงของมนุษย์

              ศรัทธาในตัวมนุษย์ระดับที่ ๑  คือ  ศรัทธาในคุณค่าสูงสุด  ซึ่งเป็นธรรมชาติด้านนามธรรม  ช่วยขยายแดนแห่งความจริงที่จะเข้าถึงออกไป  ให้ครบบริบูรณ์  ครอบคลุมทั่วทั้งหมด

              ศรัทธาในตัวมนุษย์ระดับที่ ๒  คือ  ศรัทธาในศักยภาพของมนุษย์ที่พัฒนาได้สูงสุด  ทำให้การแสวงหาความรู้มีเป้าหมายและขอบเขตชัดเจนแน่นอน  ซึ่งสอดคล้องกับการที่จะเข้าถึงความจริงและความดีงามสูงสุด  ไม่เป็นการแสวงหาความรู้อย่างเลื่อนลอยเปะปะ  แล้วถูกคุณค่าแปลกปลอมแทรกเข้ามาครอบงำ

              ศรัทธาทั้งสองระดับนี้  ถ้าจัดให้เป็นระบบที่สมบูรณ์  ก็เป็นศรัทธาชุดเดียวกัน  แต่ถ้านำมาจัดเรียงไว้ด้วยกันให้ครบถ้วน  ก็อาจเป็นการยากสำหรับบางคนที่จะทำความเข้าใจตามได้ทัน  จึงขอให้ถือเป็นข้อความที่แทรกเข้ามาเป็นพิเศษเพื่อประโยชน์ทางวิชาการ

              ศรัทธา ๒ ระดับข้างต้น  จัดเป็นระบบรวมเป็นชุดเดียวกัน  ได้ดังนี้

              .  ศรัทธาในธรรม  แยกเป็น ๒ ด้าน

                  ก)      ศรัทธาเกี่ยวกับธรรมชาติทั่วไปภายนอก  คือ  ความเชื่อมั่นในความเป็นไปของสิ่งทั้งหลาย  ตามธรรมดาแห่งเหตุปัจจัย  หรือเชื่อในกฎธรรมชาติ

                 ข)      ศรัทธาเกี่ยวกับธรรมชาติภายในตัวมนุษย์  คือ  ความเชื่อมั่นในความดีงามสูงสุด  หรือภาวะไร้ทุกข์  บรรลุถึงอิสรภาพของมนุษย์  ที่เข้าถึงได้ตามกฎธรรมชาติ  หรือเชื่อในคุณค่าสูงสุด

             .  ศรัทธาในตัวมนุษย์  ได้แก่  ความเชื่อมั่นในศักยภาพของมนุษย์ที่พัฒนาได้

                 ก)      ที่จะให้รู้เข้าใจเข้าถึงความจริงแห่งกฎธรรมชาติ

                 ข)      ที่จะให้เข้าถึงความดีงามสูงสุด  บรรลุอิสรภาพ

                ศรัทธาข้อแรก  ทั้งความเชื่อในกฎธรรมชาติและความเชื่อในความดีงามสูงสุดของมนุษย์  เรียกให้สั้นว่า  ศรัทธาในธรรม  ส่วนข้อที่สอง  คือความเชื่อในศักยภาพของมนุษย์  เรียกเป็นศัพท์ว่า  ศรัทธาในโพธิ  หมายความว่า  เป็นความเชื่อในปัญญาของมนุษย์ที่สามารถพัฒนาให้เป็นพุทธะได้  แต่ยกเอาตัวมนุษย์ขึ้นตั้ง  โดยเน้นบุคคลในอุดมคติ  ผู้บรรลุจุดหมายในการที่พัฒนาศักยภาพนั้นได้สำเร็จ  ในฐานะเป็นต้นแบบสำหรับเตือนจิตสำนึกในความมีศักยภาพนั้นของมนุษย์แต่ละคน  ก็เรียกว่า  ศรัทธาในพุทธะ

            ศรัทธาในมนุษย์นี้ยังแยกย่อยออกไปอีกเป็น ๒ ส่วน  คือ  เชื่อในตัวมนุษย์และในสังคมมนุษย์  ศรัทธาในสังคมมนุษย์ก็คือ  ความเชื่อในหมู่ชนและสังคมของมนุษย์ที่พัฒนาขึ้นไปได้  ซึ่งเป็นที่ปรากฎแห่งความรู้ในกฎธรรมชาติที่เรานำมาใช้ประโยชน์ได้จริงจัง  หมายความว่า  ศรัทธาในการพัฒนาศักยภาพนี้จะเชื่อมต่อไปยังกฎธรรมชาติว่า  เราจะต้องนำเอากฎธรรมชาติหรือความรู้ในกฎธรรมชาตินั้นมาใช้ในการพัฒนามนุษย์  สร้างสังคมของมนุษย์ที่พัฒนาตนขึ้นมา  แล้วหมู่มนุษย์ที่พัฒนาตนตามหลักความรู้ในกฎธรรมชาตินี้  ก็จะเป็นทั้งที่ปรากฎผลแห่งการใช้ความรู้ในกฎธรรมชาตินั้น  และเป็นที่ดำรงความรู้ในกฎธรรมชาตินั้นไว้ให้ปรากฏแก่มนุษย์รุ่นต่อ ๆ  ไป  เป็นความสัมพันธ์อย่างเข้าถึงแก่นแท้จริงระหว่างหมู่มนุษย์กับธรรมชาติ  นี่คือความเชื่อในสังคมอุดมคติ  ซึ่งเรียกว่า  ศรัทธาในสงฆ์  หรือ  ศรัทธาในสังฆะ

            รวมทั้งหมดก็มี ๓ อย่าง  คือ  ศรัทธาในธรรมะ  ศรัทธาในพุทธะ  และศรัทธาในสังฆะ  เป็นชุดของศรัทธาที่เชื่อมโยงต่อเนื่องกันสู่ความเป็นอันเดียว  แต่ในเชิงปฏิบัติ  เรียงลำดับใหม่  โดยยกศรัทธาในพุทธะขึ้นก่อน  คือยกเอามนุษย์ขึ้นตั้ง  ชี้ไปที่ตัวแบบซึ่งเป็นจุดเริ่มกระตุ้นที่จะโยงสู่ศรัทธาข้ออื่นให้ครบชุดต่อไป  (เป็นวิธีเรียงลำดับเชิงปฏิบัติ  ตามหลักการเดียวกับอริยสัจจ์ ๔   ซึ่งเริ่มด้วยปัญหาที่มนุษย์เผชิญ  คือทุกข์ก่อน  ทั้งที่ปัญหานั้นเป็นผล  ซึ่งควรมาต่อจากเหตุ  แต่ยกผลขึ้นตั้งเป็นจุดเริ่มที่จะสืบสาวสู่เหตุต่อไป)  เมื่อรวมเป็น ๓ อย่างนี้  เรียกเป็นชุดว่าศรัทธาในพระรัตนตรัย  กล่าวคือ  ศรัทธาในพุทธะ  ในธรรมะ  และในสังฆะ

            ศรัทธาทั้งชุด ๓ อย่างนั้น  บางทีเรียกรวบรัด  โดยใช้คำเดียวว่า  ศรัทธาในโพธิ  คือ  ความเชื่อมั่นในปัญญาของมนุษย์ที่จะพัฒนาศักยภาพให้เข้าถึงความจริงและความดีงามสูงสุดได้โดยที่ โพธิ นั้น  เป็นภาวะที่โยงพุทธะ  ธรรมะ  และสังฆะ  เข้าด้วยกัน

ดัชนีหน้า  1   2    3    4    5    6    7
 สารบัญ

<< หน้าก่อน      หน้าถัดไป >>


นำมาจากพุทธศาสนา ในฐานะรากฐานของวิทยาศาสตร์ ของพระเทพเวที  ฟิสิกส์ราชมงคลต้องขอขอบคุณมากครับ
 
 
 
ข้อสอบเอนทรานซ์  
พจนานุกรมฟิสิกส์

ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2

แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c

ฟิสิกส์พิศวง
• เสียงของลำโพงออกมาได้อย่างไร
• การหมุนของลูกข่างกับการตกของแมว
• ความเสถียรภาพของลูกข่าง
• ฮาร์ดดิสก์ทำงานอย่างไร
• เอ็นโทรปี

ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)

  ภาพประจำสัปดาห์
 
• ความรู้รอบตัวทั่วไป
• ดาราศาสตร์พิศวง 
• อัลเบิร์ต ไอส์ไตน์ กับกฏการสมมูลของมวล
• ว่าวของแฟลงกลิน
• ระเบิดนิวเคลียร์ทำงานอย่างไร
แบบฝึกหัดโลหะวิทยา
• เครื่องจักรสเตอริ่ง
• ทฤษฎีความอลวน